| - หน้า 2 - |
![]() |
| forum.bodybuilding.com |
![]() |
| tskvspartacus.nl |
![]() |
| reddit.com |
| กล้ามไทรเซบ ของ Roelly Winklaar
หากจะให้ผมบรรยายว่ากล้ามไทรเซบของโรเอลลี่มีความสวยงามขนาดไหน ก็อาจกล่าวได้ว่า ณ.ปัจจุบันนี้ คนที่มีกล้ามเนื้อไทรเซบเทียบเท่ากับโรเอลลี่ ก็เห็นจะมีแต่คุณ ฟิล ฮีท มิสเตอร์โอลิมเปีย 4 สมัยเท่านั้น และหากจะเปรียบเทียบกับนักเพาะกายในอดีต กล้ามไทรเซบของโรเอลลี่มีความสวยงามเทียบเท่ากับกล้ามไทรเซบของคุณ เควิน เลฟรอน ผู้เป็นตำนานเลยทีเดียว / ทุกคนต่างก็ยอมรับเรื่องความโดดเด่นของกล้ามไทรเซบของเควิน พอๆกับการยอมรับเรื่องความโดดเด่นของกล้ามต้นขาของ ทอม แพลท โรเอลลี่ อยู่ในช่วงที่การแต่งภาพด้วยโปรแกรมโฟโต้ช็อปกำลังได้รับความนิยม นั่นหมายความว่า เวลาที่เราเห็นภาพของโรเอลลี่ เราเกือบจะไม่แน่ใจว่านี่แขนคนจริงๆหรือเปล่า หรือเป็นแค่ภาพแต่งด้วยโปรแกรมโฟโต้ช็อป / แต่จากการที่ผมได้สัมภาษณ์ ได้พบกันซึ่งหน้า รวมไปถึงการเข้าดูการประกวดบนเวทีของเขา ผมขอยืนยันเลยว่ากล้ามไทรเซบของโรเอลลี่ เป็น "ของจริง" / มันทั้งหนา ,เต็ม ,เห็นเส้นสายกล้ามเนื้อเป็นริ้วๆ และที่สำคัญ มันเหมือนกับใครเอา "กล้ามต้นขาด้านหลัง" ไปแปะไว้ที่หลังแขนของเขาเลยทีเดียว หลักการบริหาร ทุกวันนี้ โรเอลลี่ บริหารกล้ามไทรเซบแค่ workout เดียว ใน 3 อาทิตย์เท่านั้น ( ก็หมายความว่า บริหารไทรเซบครั้งเดียว แล้วหยุดไป 2 อาทิตย์ ) เกี่ยวกับเรื่องนี้ โรเอลลี่ พูดไว้ว่า "หากผมบริหารไทรเซบถี่มากไปกว่านี้ มันจะทำให้กล้ามไทรเซบของผมใหญ่เกินไป ซึ่งส่งผลให้กล้ามไบเซบของผมถูกบดบัง คือกล้ามไบเซบจะดูมีขนาดเล็กลงไปเมื่อเทียบสัดส่วนกับกล้ามไทรเซบ แม้ว่าผมจะบริหารกล้ามไทรเซบน้อยแค่นี้่ แต่ว่ากล้ามไทรเซบของผมก็จะได้รับการบริหารอยู่แล้วในเวลาที่ผมบริหารกล้ามหน้าอก และ Shoulders ( Webmaster - เพราะท่าบริหารกล้ามหน้าอก และ Shoulders จะใช้การดัน ( press ) เป็นหลัก / และท่าใดก็ตามที่มีการดัน นั่นก็หมายความว่า กล้ามไทรเซบจะต้องเข้าไปช่วยออกแรง / ซึ่งการที่กล้ามไทรเซบเข้าไปช่วยออกแรง ก็คือการที่กล้ามไทรเซบถูกบริหารไปด้วยนั่นเอง ) เทคนิคส่วนตัว เมื่อถึงเวลาบริหารกล้ามไทรเซบ โรเอลลี่เลือกท่าบริหารกล้ามไทรเซบเหมือนกับคนอื่นๆ ไม่ได้มีอะไรแปลกพิสดาร แต่ จะมีอยู่ท่าหนึ่ง ที่โรเอลลี่จะต้องบริหารทุกครั้ง ( แม้ว่าท่าอื่นจะเปลี่ยนไปก็ตาม ) และโรเอลลี่ให้เครดิตกับท่านี้เป็นอย่างมาก / คือถ้าถามโรเอลลี่ว่าว่า ท่าอะไรที่พัฒนากล้ามไทรเซบของโรเอลลี่ เขาจะตอบทันทีว่าก็คือท่านี้นั่นเอง ซึ่งท่าที่ว่านั้นก็คือ ท่า Dumbbell Kickback โรเอลลี่พูดถึงท่า Dumbbell Kickback ว่า "นักเพาะกายหลายคนมองผ่านท่านี้ไป แต่สำหรับผมแล้ว ผมยืนยันได้ว่าท่านี้คือท่า Free Weight ที่ดีที่สุดในการบริหารไทรเซบ" |
![]() |
| bodybuilding.com |
|
โรเอลลี่พูดต่อว่า "สิ่งที่คุณจะต้องเอาใจใส่ให้ดีสำหรับท่านี้ก็คือว่า
คุณต้องมั่นใจว่า ระดับข้อศอกของคุณ ต้องอยู่ในระดับสูงเสมอ (
คือให้เหมือนภาพด้านขวาในภาพข้างบนนี้ )
ความผิดพลาดที่ผมเห็นบ่อยที่สุดเวลาที่ดูคนบริหารท่า Dumbbell Kickback ก็คือว่าเขาเหล่านั้นเอาข้อศอกชี้ลงพื้น ( เหมือนที่เห็นในภาพด้านซ้ายในภาพข้างบนนี้ ) ในการบริหารท่านี้ การเอาข้อศอกชี้ลงพื้น แทบจะไม่ทำให้เกิดผลการบริหารใดๆที่กล้ามไทรเซบเลย เหตุผลก็เพราะว่าในขณะบริหาร ( โดยข้อศอกชี้ลงพื้น ) กล้ามไทรเซบแทบจะไม่เกิดความเค้น ความเครียด มากพอที่จะกระตุ้นการเติบโตได้ วิธีการที่ถูกคือ คุณจะต้องรักษาระดับข้อศอกให้สูงไว้เสมอ และเวลายกแขนท่อนปลายขึ้นนั้น คุณต้องใช้การหดเกร็งของกล้ามไทรเซบอย่างแท้จริง อย่าใช้โมเมนตัม คืออย่าใช้การเหวี่ยงดัมเบลล์ให้ตวัดขึ้นไป |
![]() |
| maxximum.si |
| (
ภาพบน ) และเนื่องจาก
ถ้าผมใช้เวลาในการบริหารไทรเซบด้วยท่า Dumbbells Kickback นานเกินไป
มันจะยิ่งทำให้กล้ามไทรเซบของผมใหญ่ขึ้นไปอีก (
ซึ่งผมไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น ) ดังนั้น
ผมจึงร่นระยะเวลาการบริหารท่านี้ ด้วยการ
บริหารด้วยแขนทั้งสองข้างพร้อมกันไปเลย |
|
![]() |
| musculardevelopment.com |
![]() |
| about-muscle.com |
| กล้ามต้นขาด้านหน้าของ บรานช์ วอเรน
ในยุค 30 ปีก่อน ไม่มีใครไม่รู้จัก ต้นขาด้านหน้า ของ Tom Platz / ทอมเป็นผู้กำหนดมาตรฐานใหม่ของคำว่า "การพัฒนากล้ามส่วนล่าง" ( หมายถึงตั้งแต่สะดือลงไปจนถึงเท้า ) เวลาผ่านไปจนปัจจุบัน ได้ปรากฏมีนักเพาะกายคนใหม่ที่ถูกเปรียบเทียบและได้รับการยอมรับว่าเป็น Tom Platz ในยุคของเรา นั่นคือนักเพาะกายชาวเท็กซัส บรานช์ วอเรน ต้นขาด้านหน้าของบรานช์นั้น เห็นได้ชัดเลยว่า "หนามาก" และยังเห็นเป็นยวงขนาดยักษ์ 3 ยวง แขวนไว้ที่จุดบนสุดคือที่ Hip Flexors แล้วปล่อยให้ย้อยลงมาจนถึงจุดล่างสุดคือ Vastus Medialis ไม่เพียงแต่หนามากเท่านั้น กล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าของบรานช์ มี ร่องกล้ามเนื้อที่แยกมัดกล้ามแต่ละชิ้นที่ลึกมากอีกด้วย ( deeply separated ) / และยังเห็นริ้วกล้ามเนื้อชัดเจนอีกด้วย ( Webmaster - อ่านเรื่อง ริ้วกล้ามเนื้อ ) |
![]() |
| forum.bodybuilding.com |
|
หลักการบริหาร
( ภาพบน ) ดูจากภาพถ่ายการประกวดของบรานช์สมัยที่ยังเป็นวัยรุ่นอยู่นั้น กล้ามต้นขาของเขาก็ไม่ถึงกับพิเศษกว่าคนอื่น ( คือยังดูธรรมดา ) แต่ด้วยการบริหารอย่างหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน นั่นทำให้กล้ามต้นขาของเขาพัฒนาไปได้เป็นอย่างมาก โดยท่าที่ใช้บริหาร บรานช์จะเลือกบริหารด้วยท่า Squats , Leg Presses , Hack Squats , Leg Extensions และ Walking Lunges ถ้าพูดถึงระดับความมานะ และระดับความหนักที่บรานช์นำมาใช้กับการบริหารต้นขาของเขานั้น เขาฝึกอย่างหฤโหด และบริหารแบนนี้ติดต่อกันมาอย่างยาวนาน / ซึ่งแม้ว่าจะมีนักเพาะกายบางคนที่เคยใช้ระดับความหนักในการบริหารพอๆกับบรานช์ พวกเขาเหล่านั้น ก็ล้วนแต่หายไปจากวงการเพาะกายกันหมดแล้ว ( คือพากันเลิกเพาะกายไปหมด เพราะทนต่อการฝึกกล้ามต้นขาอย่างหนัก ( เหมือนที่บรานช์ทำ ) ติดต่อกันเป็นเวลานานไม่ไหว ) เทคนิคส่วนตัว ท่า Squats คือท่าบริหารต้นขาด้านหน้าที่แตกต่างจากท่าบริหารอื่นๆ ( ที่บริหารต้นขาด้านหน้าเหมือนกัน ) / นักเพาะกายหลายคน ปฏิเสธที่จะบริหารท่า Squats โดยสิ้นเชิง แต่บรานช์ นั้น ไม่เพียงแต่เลือกที่จะบริหารท่า Squats เท่านั้น เขายังบริหารท่า Squats ด้วยความหฤโหดอีกด้วย บรานช์พูดว่า "ไม่มีท่าใดมาทดแทนท่า Squats ได้ และในวันที่ผมบริหารต้นขาด้านหน้านั้น หากผมไม่ได้บริหารด้วยท่า Squats แล้ว ผมแทบจะไม่รู้สึกเลยว่าวันนั้นเป็นวันที่ผมบริหารต้นขาด้านหน้า" นอกเหนือจากการบริหารแบบที่พูดมานั้น บรานช์ยังชื่นชอบเทคนิค Drop Sets เป็นพิเศษอีกด้วย เขาใช้เทคนิค Drop Sets กับหลายท่า อย่างเช่นท่า Leg Extension นั้น เขาเริ่มจากการใช้แผ่นน้ำหนักแบบ Pin lock แบบ "หมดทั้งแถว" ก่อน จากนั้นก็ตัดน้ำหนักลง "ครึ่งแถว" แล้วบริหารต่อไป จนครบ 100 Reps! ( คือหมายความว่า เอาจำนวน Reps ตอนที่บริหารด้วยแผ่นน้ำหนักแบบ "หมดทั้งแถว" ( ซึ่งไม่ได้บอกว่ากี่ Reps ) รวมกับตอนที่บริหารด้วยแผ่นน้ำหนักแบบ "ครึ่งแถว" ( ซึ่งไม่ได้บอกว่ากี่ Reps ) มารวมกันแล้วเป็น 100 Reps ) หลังจากบริหารด้วยท่า Squats แล้วต่อด้วยท่า Leg extension 100 Reps ท่าต่อไปที่บรานช์บริหารก็คือท่า Leg Presses บรานช์เริ่มบริหารท่า Leg Presses ด้วยการใส่แผ่นน้ำหนักให้มากที่สุดเท่าที่อุปกรณ์ Lep Press เครื่องนั้นจะใส่ได้ แล้วบริหารไป 30 Reps จากนั้นก็เอาแผ่นน้ำหนักออกข้างละ 2 แผ่น ( แผ่นละ 45 ปอนด์ ) รวม 2 ข้างก็คือการเอาออก 180 ปอนด์ / จากนั้นก็บริหารต่ออีก 30 Reps ( Webmaster - ตอนนี้ใช้เทคนิค Drop Sets อยู่นะครับ ก็เลยไม่มีการพักระหว่างที่เอาแผ่นน้ำหนักออก เพียงแต่ให้ผู้ช่วย 2 คน ช่วยรีบถอดแผ่นน้ำหนักออกข้างละ 2 แผ่นด้วยความรวดเร็ว ( ก็อาจจะได้พักช่วงนี้บ้างนิดหน่อย ) ) จากนั้นก็เอาแผ่นน้ำหนักออกอีกข้างละ 2 แผ่น แล้วบริหารต่ออีก 30 Reps รวมแล้ว ในเซทนี้ บรานช์บริหารรวมทั้งหมด 90 Reps ติดต่อกันโดยไม่ได้พักเลย ( Webmaster - ความจริงก็อาจพักประมาณ 2 วินาทีตอนที่ผู้ช่วยที่ยืนอยู่แต่ละข้างของอุปกรณ์ กำลังถอดแผ่นน้ำหนักออกข้างละ 2 แผ่น ) ด้วยการฝึกแบบหฤโหดตามที่พูดมานี้ จึงทำให้บรานช์เป็นเจ้าของกล้ามต้นขาด้านหน้าที่ดีที่สุดในยุคปัจจุบันนี้ |
* * การใช้อุปกรณ์ Nautilus Duo Squat Machine ที่ว่านี้ บรานช์บริหารด้วยขา "ทีละข้าง" มีชื่อเรียกว่า One - Legged on Nautilus Duo Squat Machine ( คลิ๊ก ) ( Webmaster - ในตารางฝึกกล้ามต้นขาของบรานช์ เขาไม่ได้ให้ข้อมูลเรื่องการวอร์มมาน่ะครับ )
|
| กล้ามต้นขาด้านหลัง และกล้ามน่องของ Kai Green
ถ้าจะมองหากล้ามต้นขา "ด้านหน้า" งามๆบนเวทีประกวด เราคงหาดูได้ไม่ยาก เพราะใครๆต่างก็ทุ่มเทความมุมานะ ,ความเข้มข้นในการฝึก ลงไปที่กล้ามต้นขา "ด้านหน้า" กันทั้งนั้น |
![]() |
| ไค กรีน
ยืนอยู่ด้านซ้ายสุดในภาพข้างบนนี้
ภาพจาก forum.bodybuilding.com |
|
แต่ถ้าจะมองหากล้ามต้นขา "ด้านหลัง" (
Hamstrings ) งามๆบนเวทีประกวด
มันกลับกลายเป็นเรื่องที่หาดูได้ยาก
เพราะน้อยคนนักที่จะให้ความสำคัญกับการฝึกกล้ามต้นขา "ด้านหลัง" (
เมื่อเทียบกับการฝึกกล้ามต้นขา "ด้านหน้า"
) ด้วยเหตุผลที่กล่าวมานี้เอง จึงทำให้กล้ามต้นขาด้านหลังของไค กรีน ดูโดดเด่นแตกต่างจากผู้ประกวดคนอื่นๆบนเวทีประกวด ( Webmaster - เหมือนที่คุณเห็นในภาพข้างบนนี้นะครับ ) |
![]() |
| freynutrition.de |
| (
ภาพบน ) ในท่าโพสด้านข้างของไค
เมื่อดูที่กล้ามต้นขาของเขาแล้ว
จะเห็นว่ากล้ามต้นขาด้านหลังของเขาดูราวกับเป็นด้านสว่างของพระจันทร์
ที่แยกออกมาจากส่วนที่มืดคือกล้าม
Vastus Lateralis ( The Predator's
hams sweep out like crescent moons. In his side poses ,there literally
seems to be a dark chasm splitting the vastus lateralis from the thigh
biceps ) |
|
| ภาพจาก b-reddy.org และ dreamstime.com |
| (
ภาพบน ) เมื่อมองจากทางด้านหลัง
ต้นขาด้านหลังของเขาดูราวกับการเอาสายเคเบิลเหล็กแบบหนามามัดรวมกัน (
In his back poses ,his hams resemble thick
bundles of steel cable. ) ลักษณะสำคัญของกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังของไคที่พูดมานี้ จะทำให้คุณตัดสินใจได้อย่างฉับพลันเลยว่า ถึงเวลาที่จะต้องเพิ่มความโหดในการบริหารกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังให้มากกว่าที่เคยทำอยู่เป็นประจำแล้วล่ะ! |
|
| bodybuilding.com |
|
มาพูดถึงกล้ามน่องกันบ้าง แม้ว่ากล้ามน่องของไค
จะไม่ใหญ่เท่ากับน่องของ
เบน พาคุลสกี้ และ
เฟล็กซ์ ลูอิส ก็ตาม แต่ว่าทั้งเบน และเฟล็กซ์
ต่างก็มีกรรมพันธ์ที่ดีในเรื่องความใหญ่ของกล้ามน่องมาตั้งแต่เกิด
ในขณะที่ไค ไม่ได้โชคดีขนาดนั้น นั่นก็หมายความว่า กล้ามน่องของไค ที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้ มันมาจากการสร้างขึ้นมาด้วยการฝึกล้วนๆ ดังนั้น มันจึงเป็นเรื่องน่าสนใจที่คุณจะศึกษาการฝึกกล้ามน่องของไค มากกว่าที่จะไปศึกษาการฝึกกล้ามน่องของคุณที่โชคดีทางกรรมพันธ์ ( เหมือน เบน และเฟล็กซ์ ) หลักการบริหาร ถ้าคุณอยากจะเห็นสิ่งที่เรียกว่า "การร่างในกระดาษ ว่าวันนี้จะบริหารกล้ามต้นขาด้วยท่าอะไรบ้าง?" ของไค คุณจะไม่มีวันได้เห็นสิ่งเหล่านั้น ( คือคุณไม่มีทางได้เห็นการร่างในกระดาษของไค ) เหตุผลก็เพราะว่าไค บริหารด้วยสัญชาติญาณล้วนๆ / คนที่จะเขียนบทความว่าไค บริหารกล้ามต้นขาด้วยท่าอะไรบ้าง กี่เซท กี่ Reps นั้น คนๆนั้น ( ที่เขียนบทความ ) จะต้องตามไคไปที่โรงยิม แล้วนั่งดูไคบริหารกล้ามต้นขา แล้วถึงบันทึกไว้สดๆ นั่นก็เพราะว่าการที่ไค จะคิดว่าในวันนั้น เขาจะบริหารกล้ามต้นขาด้วยท่าอะไรบ้าง ก็ต่อเมื่อตัวไคเองต้องไปยืนอยู่ที่โรงยิมแล้วเท่านั้น แล้วใช้การคิดสดๆ ( ด้วยสัญชาติญาณ ) ว่าวันนั้นจะบริหารด้วยท่าอะไรบ้าง? วันนี้ ก่อนที่จะเริ่มบริหารกล้ามต้นขา ไควอร์มกล้ามเนื้อด้วยอุปกรณ์ StepMill เป็นเวลาเกือบ 1 ชั่วโมง / จากนั้นเขาก็ต่อด้วยการยืดเส้นกล้ามต้นขาอีกครึ่งชั่วโมง แต่อย่าพึ่งเข้าใจผิดคิดว่าการทำคาร์ดิโอก่อนเล่นกล้ามต้นขาด้านหลังเป็นเทคนิคพิเศษนะครับ เหตุผลก็เพราะว่าไค บริหารแบบปกติมาตั้งแต่อายุ 18 ปีแล้ว โดยในตอนที่เขาอายุ 18 ปี เขาบริหารท่า Squats โดยใช้น้ำหนักได้ถึง 800 ปอนด์ ( 363.6 กก. ) และบริหารท่า Deadlift ได้ถึง 500 ปอนด์ ( 227.2 กก. ) และปัจจุบันไคก็อายุ 40 ปีแล้ว เขาถึงทำคาร์ดิโอก่อนเล่นกล้ามได้ ( Webmaster - อธิบายได้ดังนี้นะครับ คือ 1.นักเพาะกายที่ทำคาร์ดิโอก่อนเล่นกล้าม ก็ต้องเล่นกล้ามตามปกติมา 20 ปีขึ้นไป 2.และแม้นักเพาะกายที่เล่นกล้ามมา 20 ปีแล้ว และทำคาร์ดิโอก่อนกล้าม ในโลกนี้ก็มีแค่ 3 คน คือ โทนี่ ฟรีแมน , เบน พาคุลสกี้ , ไค กรีน * * * นั่นก็หมายความว่า ถ้าคุณเล่นกล้ามมา 20 ปี ( แบบต่อเนื่อง ) แล้วคุณมาทำคาร์ดิโอก่อนเล่นกล้าม คุณก็ยังเป็นคนที่แปลกอยู่ดี เพราะในโลกนี้ มีคนทำแบบนั้นแค่ 3 คน * * * นั่นก็หมายความว่า เป็นเรื่องที่โง่สุดๆ ถ้าคุณยังเล่นกล้ามไม่ถึง 20 ปี แล้วดันทำคาร์ดิโอก่อนเล่นกล้าม * * * ถ้าคุณไปโรงยิม แล้วเทรนเนอร์คุณให้คุณเดินบนสายพานก่อนเล่นกล้าม แนะนำว่าให้คุณ "เลิกจ้าง" เทรนเนอร์คนนั้นโดยไว หรือไม่ก็ย้ายไปบริหารที่โรงยิมอื่นแทน / เพราะเทรนเนอร์เหล่านั้น กำลังจะอัดความคิดทางฟิตเนสให้คุณ ( มันไม่ใช่การเพาะกาย ) โดยบอกว่าเป็นการ "ประยุกต์" การเล่นกล้าม ( ด้วยการให้เดินบนสายพานก่อนเล่นกล้าม ซึ่งปัญญาอ่อนมากๆ ) ) * * * ผมไม่ได้บอกว่าเทรนเนอร์คนนั้น ศึกษามาผิด / เพียงแต่ว่าที่เขาศึกษานั้น มันเป็น "ฟิตเนส" ไม่ใช่ "เพาะกาย" * * * แต่ถ้าคุณตื่นมาแล้วทำคาร์ดิโอ ( เช่นตอน 05.00 น. ) แล้วทานข้าว แล้วพักผ่อน แล้วมาเล่นกล้ามตอน 10.00 น. อย่างนี้ทำได้ครับ คือมันจะต้องมีช่วงพักระหว่างการทำคาร์ดิโอ กับการเล่นกล้ามหลายชั่วโมง ไม่ใช่ทำคาร์ดิโอเสร็จแล้วก็เล่นกล้ามต่อเลย ( เว้นแต่ว่าคุณจะเล่นกล้ามมา 20 ปีแล้ว และอยากเป็นคนที่ 4 ในโลก ที่ทำแบบนั้น ) * * * ถ้าเล่นกล้ามเสร็จแล้วต่อด้วยการทำคาร์ดิโอเลย ก็สามารถทำได้ครับ แต่จะไม่มีการทำคาร์ดิโอก่อนเล่นกล้ามเป็นอันขาด ) ไม่เพียงแค่ไคจะเอาคาร์ดิโอไปทำก่อนการเริ่มบริหารขา ( ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลก ) ยังมีความแปลกอย่างอื่นในการบริหารกล้ามต้นขาของเขาอีก นั่นคือ |
![]() |
| forum.bodybuilding.com และ skinnyyoked.com |
![]() |
| skinnyyoked.com |
| เทคนิคส่วนตัว
ไค มีความเชื่อมั่นมายาวนานแล้วว่ารองเท้าพื้นแบนราบสำหรับนักมวยปล้ำ หรือ นักมวย ( flat-soled wresting or boxing shoes ) เหมาะที่สุดสำหรับการบริหารกล้ามต้นขา และกล้ามน่อง และเมื่อพูดถึงการบริหารกล้ามน่องแล้ว ไค ทุ่มเทในการบริหารกล้ามน่องเป็นอย่างมาก เนื่องจากกรรมพันธ์ของคนแอฟริกัน - อเมริกัน จะมีกล้ามน่องที่เล็ก ผม ( หมายถึงคนเขียนบทความ ) นั่งเฝ้าดูตอนที่ไคบริหารกล้ามน่อง เห็นได้ชัดเจนเลยว่าขณะที่บริหารกล้ามน่อง ไคมุ่งมั่นและมีสมาธิในการบริหารกล้ามเนื้อส่วนนี้เป็นพิเศษ ซึ่งไคพูดให้ฟังว่าเขาเน้นเรื่องใช้เทคนิค Mind-muscle connection สำหรับการบริหารกล้ามน่อง |
![]() |
| lfittraining.com |
|
มีอีกท่าหนึ่งที่ "ไม่เหมือนใคร" ที่ไคใช้บริหารกล้ามต้นขาด้านหลัง
นั่นก็คือท่า
Jefferson Squats ครูฝึกของไค ซึ่งก็คือคุณ ชาร์ล กลาส พูดถึงท่านี้ว่า ท่า Jefferson Squats คือท่าที่สร้างกล้ามต้นขาด้านหลังให้แก่ไคได้ดีที่สุด แต่น่าเสียดายที่ไคเลิกบริหารท่านี้ในช่วงปีหลังๆ นั่นทำให้เขาสูญเสียความสวยงามที่กล้ามต้นขาด้านหลังของเขาไป ( since Kai stopped doing those a few years ago ,his hams have lost some of their wor factor. ) |
|
| - END - |
| 1 < 2 |