- หน้า 2 -


forum.bodybuilding.com


tskvspartacus.nl


reddit.com

กล้ามไทรเซบ ของ Roelly  Winklaar

       หากจะให้ผมบรรยายว่ากล้ามไทรเซบของโรเอลลี่มีความสวยงามขนาดไหน  ก็อาจกล่าวได้ว่า ณ.ปัจจุบันนี้ คนที่มีกล้ามเนื้อไทรเซบเทียบเท่ากับโรเอลลี่ ก็เห็นจะมีแต่คุณ ฟิล ฮีท มิสเตอร์โอลิมเปีย 4 สมัยเท่านั้น

       และหากจะเปรียบเทียบกับนักเพาะกายในอดีต  กล้ามไทรเซบของโรเอลลี่มีความสวยงามเทียบเท่ากับกล้ามไทรเซบของคุณ เควิน  เลฟรอน ผู้เป็นตำนานเลยทีเดียว /  ทุกคนต่างก็ยอมรับเรื่องความโดดเด่นของกล้ามไทรเซบของเควิน  พอๆกับการยอมรับเรื่องความโดดเด่นของกล้ามต้นขาของ ทอม  แพลท

       โรเอลลี่ อยู่ในช่วงที่การแต่งภาพด้วยโปรแกรมโฟโต้ช็อปกำลังได้รับความนิยม  นั่นหมายความว่า เวลาที่เราเห็นภาพของโรเอลลี่ เราเกือบจะไม่แน่ใจว่านี่แขนคนจริงๆหรือเปล่า หรือเป็นแค่ภาพแต่งด้วยโปรแกรมโฟโต้ช็อป / แต่จากการที่ผมได้สัมภาษณ์ ได้พบกันซึ่งหน้า รวมไปถึงการเข้าดูการประกวดบนเวทีของเขา  ผมขอยืนยันเลยว่ากล้ามไทรเซบของโรเอลลี่ เป็น "ของจริง" /  มันทั้งหนา ,เต็ม ,เห็นเส้นสายกล้ามเนื้อเป็นริ้วๆ  และที่สำคัญ มันเหมือนกับใครเอา "กล้ามต้นขาด้านหลัง" ไปแปะไว้ที่หลังแขนของเขาเลยทีเดียว 


หลักการบริหาร

       ทุกวันนี้ โรเอลลี่ บริหารกล้ามไทรเซบแค่  workout  เดียว ใน 3 อาทิตย์เท่านั้น ( ก็หมายความว่า บริหารไทรเซบครั้งเดียว แล้วหยุดไป 2 อาทิตย์ )

       เกี่ยวกับเรื่องนี้ โรเอลลี่ พูดไว้ว่า "หากผมบริหารไทรเซบถี่มากไปกว่านี้ มันจะทำให้กล้ามไทรเซบของผมใหญ่เกินไป ซึ่งส่งผลให้กล้ามไบเซบของผมถูกบดบัง คือกล้ามไบเซบจะดูมีขนาดเล็กลงไปเมื่อเทียบสัดส่วนกับกล้ามไทรเซบ

       แม้ว่าผมจะบริหารกล้ามไทรเซบน้อยแค่นี้่ แต่ว่ากล้ามไทรเซบของผมก็จะได้รับการบริหารอยู่แล้วในเวลาที่ผมบริหารกล้ามหน้าอก และ Shoulders ( Webmaster - เพราะท่าบริหารกล้ามหน้าอก และ Shoulders จะใช้การดัน ( press ) เป็นหลัก / และท่าใดก็ตามที่มีการดัน นั่นก็หมายความว่า กล้ามไทรเซบจะต้องเข้าไปช่วยออกแรง / ซึ่งการที่กล้ามไทรเซบเข้าไปช่วยออกแรง ก็คือการที่กล้ามไทรเซบถูกบริหารไปด้วยนั่นเอง


เทคนิคส่วนตัว

       เมื่อถึงเวลาบริหารกล้ามไทรเซบ  โรเอลลี่เลือกท่าบริหารกล้ามไทรเซบเหมือนกับคนอื่นๆ ไม่ได้มีอะไรแปลกพิสดาร  แต่ จะมีอยู่ท่าหนึ่ง ที่โรเอลลี่จะต้องบริหารทุกครั้ง ( แม้ว่าท่าอื่นจะเปลี่ยนไปก็ตาม ) และโรเอลลี่ให้เครดิตกับท่านี้เป็นอย่างมาก / คือถ้าถามโรเอลลี่ว่าว่า ท่าอะไรที่พัฒนากล้ามไทรเซบของโรเอลลี่  เขาจะตอบทันทีว่าก็คือท่านี้นั่นเอง  ซึ่งท่าที่ว่านั้นก็คือ ท่า Dumbbell Kickback   

       โรเอลลี่พูดถึงท่า Dumbbell Kickback ว่า "นักเพาะกายหลายคนมองผ่านท่านี้ไป แต่สำหรับผมแล้ว ผมยืนยันได้ว่าท่านี้คือท่า Free Weight ที่ดีที่สุดในการบริหารไทรเซบ"  




bodybuilding.com

       โรเอลลี่พูดต่อว่า "สิ่งที่คุณจะต้องเอาใจใส่ให้ดีสำหรับท่านี้ก็คือว่า คุณต้องมั่นใจว่า ระดับข้อศอกของคุณ ต้องอยู่ในระดับสูงเสมอ ( คือให้เหมือนภาพด้านขวาในภาพข้างบนนี้ )

       ความผิดพลาดที่ผมเห็นบ่อยที่สุดเวลาที่ดูคนบริหารท่า Dumbbell Kickback ก็คือว่าเขาเหล่านั้นเอาข้อศอกชี้ลงพื้น ( เหมือนที่เห็นในภาพด้านซ้ายในภาพข้างบนนี้ )
 

       ในการบริหารท่านี้ การเอาข้อศอกชี้ลงพื้น แทบจะไม่ทำให้เกิดผลการบริหารใดๆที่กล้ามไทรเซบเลย เหตุผลก็เพราะว่าในขณะบริหาร ( โดยข้อศอกชี้ลงพื้น ) กล้ามไทรเซบแทบจะไม่เกิดความเค้น ความเครียด มากพอที่จะกระตุ้นการเติบโตได้

       วิธีการที่ถูกคือ คุณจะต้องรักษาระดับข้อศอกให้สูงไว้เสมอ และเวลายกแขนท่อนปลายขึ้นนั้น คุณต้องใช้การหดเกร็งของกล้ามไทรเซบอย่างแท้จริง  อย่าใช้โมเมนตัม คืออย่าใช้การเหวี่ยงดัมเบลล์ให้ตวัดขึ้นไป



maxximum.si

       ( ภาพบน ) และเนื่องจาก ถ้าผมใช้เวลาในการบริหารไทรเซบด้วยท่า Dumbbells Kickback นานเกินไป มันจะยิ่งทำให้กล้ามไทรเซบของผมใหญ่ขึ้นไปอีก ( ซึ่งผมไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น ) ดังนั้น ผมจึงร่นระยะเวลาการบริหารท่านี้ ด้วยการ บริหารด้วยแขนทั้งสองข้างพร้อมกันไปเลย 




   กล้ามไทรเซบของโรเอลลี่   

   Push Down  เซทวอร์ม 20 Reps 
เซทที่ 1 บริหาร 12 Reps
เซทที่ 2 บริหาร 10 Reps
เซทที่ 3 บริหาร 8 Reps
เซทที่ 4 บริหาร 6 Reps
( เพิ่มน้ำหนักขึ้นทุกๆเซท )
   Decline EZ Bar Extension 4 เซท เซทละ 6 - 8 Reps
   Dumbbells Kickback   4 เซท เซทละ 12 Reps
   Seated Machine Press   4 เซท เซทละ 8 - 10 Reps





musculardevelopment.com



about-muscle.com

กล้ามต้นขาด้านหน้าของ บรานช์  วอเรน

       ในยุค 30 ปีก่อน ไม่มีใครไม่รู้จัก  ต้นขาด้านหน้า ของ  Tom  Platz  /
 ทอมเป็นผู้กำหนดมาตรฐานใหม่ของคำว่า "การพัฒนากล้ามส่วนล่าง" ( หมายถึงตั้งแต่สะดือลงไปจนถึงเท้า

       เวลาผ่านไปจนปัจจุบัน ได้ปรากฏมีนักเพาะกายคนใหม่ที่ถูกเปรียบเทียบและได้รับการยอมรับว่าเป็น Tom  Platz ในยุคของเรา นั่นคือนักเพาะกายชาวเท็กซัส บรานช์  วอเรน

       ต้นขาด้านหน้าของบรานช์นั้น เห็นได้ชัดเลยว่า "หนามาก" และยังเห็นเป็นยวงขนาดยักษ์ 3 ยวง แขวนไว้ที่จุดบนสุดคือที่ Hip Flexors  แล้วปล่อยให้ย้อยลงมาจนถึงจุดล่างสุดคือ Vastus Medialis

       ไม่เพียงแต่หนามากเท่านั้น  กล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าของบรานช์ มี ร่องกล้ามเนื้อที่แยกมัดกล้ามแต่ละชิ้นที่ลึกมากอีกด้วย ( deeply separated  )  / และยังเห็นริ้วกล้ามเนื้อชัดเจนอีกด้วย ( Webmaster - อ่านเรื่อง  ริ้วกล้ามเนื้อ )



forum.bodybuilding.com

หลักการบริหาร

      
( ภาพบน ) ดูจากภาพถ่ายการประกวดของบรานช์สมัยที่ยังเป็นวัยรุ่นอยู่นั้น กล้ามต้นขาของเขาก็ไม่ถึงกับพิเศษกว่าคนอื่น ( คือยังดูธรรมดา )  แต่ด้วยการบริหารอย่างหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน นั่นทำให้กล้ามต้นขาของเขาพัฒนาไปได้เป็นอย่างมาก  โดยท่าที่ใช้บริหาร บรานช์จะเลือกบริหารด้วยท่า Squats  ,  Leg Presses  ,  Hack Squats  ,  Leg Extensions  และ Walking Lunges

       ถ้าพูดถึงระดับความมานะ และระดับความหนักที่บรานช์นำมาใช้กับการบริหารต้นขาของเขานั้น เขาฝึกอย่างหฤโหด และบริหารแบนนี้ติดต่อกันมาอย่างยาวนาน / ซึ่งแม้ว่าจะมีนักเพาะกายบางคนที่เคยใช้ระดับความหนักในการบริหารพอๆกับบรานช์  พวกเขาเหล่านั้น ก็ล้วนแต่หายไปจากวงการเพาะกายกันหมดแล้ว  ( คือพากันเลิกเพาะกายไปหมด เพราะทนต่อการฝึกกล้ามต้นขาอย่างหนัก ( เหมือนที่บรานช์ทำ ) ติดต่อกันเป็นเวลานานไม่ไหว )  


เทคนิคส่วนตัว

       ท่า Squats คือท่าบริหารต้นขาด้านหน้าที่แตกต่างจากท่าบริหารอื่นๆ ( ที่บริหารต้นขาด้านหน้าเหมือนกัน ) / นักเพาะกายหลายคน ปฏิเสธที่จะบริหารท่า Squats โดยสิ้นเชิง แต่บรานช์ นั้น ไม่เพียงแต่เลือกที่จะบริหารท่า Squats เท่านั้น เขายังบริหารท่า Squats ด้วยความหฤโหดอีกด้วย

       บรานช์พูดว่า "ไม่มีท่าใดมาทดแทนท่า Squats ได้  และในวันที่ผมบริหารต้นขาด้านหน้านั้น  หากผมไม่ได้บริหารด้วยท่า Squats แล้ว ผมแทบจะไม่รู้สึกเลยว่าวันนั้นเป็นวันที่ผมบริหารต้นขาด้านหน้า" 

       นอกเหนือจากการบริหารแบบที่พูดมานั้น บรานช์ยังชื่นชอบเทคนิค  Drop Sets  เป็นพิเศษอีกด้วย  เขาใช้เทคนิค Drop Sets กับหลายท่า อย่างเช่นท่า Leg Extension นั้น เขาเริ่มจากการใช้แผ่นน้ำหนักแบบ Pin lock  แบบ "หมดทั้งแถว" ก่อน จากนั้นก็ตัดน้ำหนักลง "ครึ่งแถว" แล้วบริหารต่อไป จนครบ 100 Reps! ( คือหมายความว่า เอาจำนวน Reps ตอนที่บริหารด้วยแผ่นน้ำหนักแบบ "หมดทั้งแถว" ( ซึ่งไม่ได้บอกว่ากี่ Reps ) รวมกับตอนที่บริหารด้วยแผ่นน้ำหนักแบบ "ครึ่งแถว" ( ซึ่งไม่ได้บอกว่ากี่ Reps ) มารวมกันแล้วเป็น 100 Reps )

       หลังจากบริหารด้วยท่า Squats แล้วต่อด้วยท่า Leg extension 100 Reps ท่าต่อไปที่บรานช์บริหารก็คือท่า Leg Presses 

       บรานช์เริ่มบริหารท่า Leg Presses ด้วยการใส่แผ่นน้ำหนักให้มากที่สุดเท่าที่อุปกรณ์ Lep Press เครื่องนั้นจะใส่ได้ แล้วบริหารไป 30 Reps

       จากนั้นก็เอาแผ่นน้ำหนักออกข้างละ 2 แผ่น ( แผ่นละ 45 ปอนด์ ) รวม 2 ข้างก็คือการเอาออก
180 ปอนด์ / จากนั้นก็บริหารต่ออีก 30 Reps ( Webmaster - ตอนนี้ใช้เทคนิค Drop Sets อยู่นะครับ ก็เลยไม่มีการพักระหว่างที่เอาแผ่นน้ำหนักออก เพียงแต่ให้ผู้ช่วย 2 คน ช่วยรีบถอดแผ่นน้ำหนักออกข้างละ 2 แผ่นด้วยความรวดเร็ว ( ก็อาจจะได้พักช่วงนี้บ้างนิดหน่อย ) )

       จากนั้นก็เอาแผ่นน้ำหนักออกอีกข้างละ 2 แผ่น แล้วบริหารต่ออีก 30 Reps

       รวมแล้ว ในเซทนี้ บรานช์บริหารรวมทั้งหมด 90 Reps ติดต่อกันโดยไม่ได้พักเลย ( Webmaster - ความจริงก็อาจพักประมาณ 2 วินาทีตอนที่ผู้ช่วยที่ยืนอยู่แต่ละข้างของอุปกรณ์ กำลังถอดแผ่นน้ำหนักออกข้างละ 2 แผ่น )

       ด้วยการฝึกแบบหฤโหดตามที่พูดมานี้ จึงทำให้บรานช์เป็นเจ้าของกล้ามต้นขาด้านหน้าที่ดีที่สุดในยุคปัจจุบันนี้




   บริหารกล้ามต้นขาด้าานหน้าของ บรานช์  วอเรน   

   Leg Extensions 6 เซท เซทละ 30 Reps
   Leg Presses 5 เซท เซทละ 25 Reps
( ในเซทสุดท้าย จบด้วยการใช้แผ่นน้ำหนักทั้งหมด 28 แผ่น ( แผ่นละ 45 ปอนด์ ) - ซึ่งรวมแล้วก็คือ 1,260 ปอนด์ )

   Nautilus Duo Squat Machine * *  4 เซท เซทละ 15 Reps ใช้น้ำหนักหมดแถวพินล็อค

   Squats   4 เซท เซทละ 10 Reps ( ไล่น้ำหนักขึ้นเรื่อยๆจนถึง 495 ปอนด์ )

   Inclined Lying Leg Curls   4 เซท เซทละ 15 Reps

 * * การใช้อุปกรณ์ Nautilus Duo Squat Machine ที่ว่านี้ บรานช์บริหารด้วยขา "ทีละข้าง" มีชื่อเรียกว่า  One - Legged on Nautilus Duo Squat Machine  ( คลิ๊ก )

 ( Webmaster - ในตารางฝึกกล้ามต้นขาของบรานช์ เขาไม่ได้ให้ข้อมูลเรื่องการวอร์มมาน่ะครับ )


   ตารางฝึก 

   วันจันทร์ :   หน้าอก
   วันอังคาร :   ต้นขา
   วันพุธ :   พัก
   วันพฤหัส :   กล้ามหลัง
   วันศุกร์ :   Shoulders และกล้ามน่อง
   วันเสาร์ :   ต้นแขน
   วันอาทิตย์ :   พัก







กล้ามต้นขาด้านหลัง และกล้ามน่องของ Kai  Green 

       ถ้าจะมองหากล้ามต้นขา "ด้านหน้า" งามๆบนเวทีประกวด  เราคงหาดูได้ไม่ยาก เพราะใครๆต่างก็ทุ่มเทความมุมานะ ,ความเข้มข้นในการฝึก ลงไปที่กล้ามต้นขา "ด้านหน้า" กันทั้งนั้น




 ไค กรีน ยืนอยู่ด้านซ้ายสุดในภาพข้างบนนี้

ภาพจาก forum.bodybuilding.com

       แต่ถ้าจะมองหากล้ามต้นขา "ด้านหลัง" ( Hamstrings ) งามๆบนเวทีประกวด  มันกลับกลายเป็นเรื่องที่หาดูได้ยาก  เพราะน้อยคนนักที่จะให้ความสำคัญกับการฝึกกล้ามต้นขา "ด้านหลัง" ( เมื่อเทียบกับการฝึกกล้ามต้นขา "ด้านหน้า" )

       ด้วยเหตุผลที่กล่าวมานี้เอง จึงทำให้กล้ามต้นขาด้านหลังของไค กรีน ดูโดดเด่นแตกต่างจากผู้ประกวดคนอื่นๆบนเวทีประกวด ( Webmaster - เหมือนที่คุณเห็นในภาพข้างบนนี้นะครับ )



freynutrition.de

       ( ภาพบน )  ในท่าโพสด้านข้างของไค  เมื่อดูที่กล้ามต้นขาของเขาแล้ว จะเห็นว่ากล้ามต้นขาด้านหลังของเขาดูราวกับเป็นด้านสว่างของพระจันทร์ ที่แยกออกมาจากส่วนที่มืดคือกล้าม Vastus Lateralis  ( The Predator's hams sweep out like crescent moons. In his side poses ,there literally seems to be a dark chasm splitting the vastus lateralis from the thigh biceps )



 
ภาพจาก b-reddy.org และ dreamstime.com

       ( ภาพบน ) เมื่อมองจากทางด้านหลัง ต้นขาด้านหลังของเขาดูราวกับการเอาสายเคเบิลเหล็กแบบหนามามัดรวมกัน ( In his back poses ,his hams resemble thick bundles of steel cable.

       ลักษณะสำคัญของกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังของไคที่พูดมานี้ จะทำให้คุณตัดสินใจได้อย่างฉับพลันเลยว่า ถึงเวลาที่จะต้องเพิ่มความโหดในการบริหารกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังให้มากกว่าที่เคยทำอยู่เป็นประจำแล้วล่ะ!



 
bodybuilding.com

       มาพูดถึงกล้ามน่องกันบ้าง  แม้ว่ากล้ามน่องของไค จะไม่ใหญ่เท่ากับน่องของ เบน  พาคุลสกี้ และ เฟล็กซ์  ลูอิส  ก็ตาม  แต่ว่าทั้งเบน และเฟล็กซ์ ต่างก็มีกรรมพันธ์ที่ดีในเรื่องความใหญ่ของกล้ามน่องมาตั้งแต่เกิด  ในขณะที่ไค ไม่ได้โชคดีขนาดนั้น

       นั่นก็หมายความว่า กล้ามน่องของไค ที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้ มันมาจากการสร้างขึ้นมาด้วยการฝึกล้วนๆ  ดังนั้น มันจึงเป็นเรื่องน่าสนใจที่คุณจะศึกษาการฝึกกล้ามน่องของไค มากกว่าที่จะไปศึกษาการฝึกกล้ามน่องของคุณที่โชคดีทางกรรมพันธ์ ( เหมือน เบน และเฟล็กซ์ )


หลักการบริหาร

       ถ้าคุณอยากจะเห็นสิ่งที่เรียกว่า "การร่างในกระดาษ ว่าวันนี้จะบริหารกล้ามต้นขาด้วยท่าอะไรบ้าง?" ของไค

       คุณจะไม่มีวันได้เห็นสิ่งเหล่านั้น ( คือคุณไม่มีทางได้เห็นการร่างในกระดาษของไค )

       เหตุผลก็เพราะว่าไค บริหารด้วยสัญชาติญาณล้วนๆ
/ คนที่จะเขียนบทความว่าไค บริหารกล้ามต้นขาด้วยท่าอะไรบ้าง กี่เซท กี่ Reps นั้น คนๆนั้น ( ที่เขียนบทความ ) จะต้องตามไคไปที่โรงยิม แล้วนั่งดูไคบริหารกล้ามต้นขา แล้วถึงบันทึกไว้สดๆ  นั่นก็เพราะว่าการที่ไค จะคิดว่าในวันนั้น เขาจะบริหารกล้ามต้นขาด้วยท่าอะไรบ้าง ก็ต่อเมื่อตัวไคเองต้องไปยืนอยู่ที่โรงยิมแล้วเท่านั้น แล้วใช้การคิดสดๆ ( ด้วยสัญชาติญาณ ) ว่าวันนั้นจะบริหารด้วยท่าอะไรบ้าง?

       วันนี้  ก่อนที่จะเริ่มบริหารกล้ามต้นขา  ไควอร์มกล้ามเนื้อด้วยอุปกรณ์ StepMill เป็นเวลาเกือบ 1 ชั่วโมง /  จากนั้นเขาก็ต่อด้วยการยืดเส้นกล้ามต้นขาอีกครึ่งชั่วโมง 

       แต่อย่าพึ่งเข้าใจผิดคิดว่าการทำคาร์ดิโอก่อนเล่นกล้ามต้นขาด้านหลังเป็นเทคนิคพิเศษนะครับ เหตุผลก็เพราะว่าไค บริหารแบบปกติมาตั้งแต่อายุ 18 ปีแล้ว โดยในตอนที่เขาอายุ 18 ปี เขาบริหารท่า Squats โดยใช้น้ำหนักได้ถึง 800 ปอนด์ ( 363.6 กก. ) และบริหารท่า Deadlift ได้ถึง 500 ปอนด์ ( 227.2 กก. ) และปัจจุบันไคก็อายุ 40 ปีแล้ว  เขาถึงทำคาร์ดิโอก่อนเล่นกล้ามได้

       ( Webmaster - อธิบายได้ดังนี้นะครับ คือ

       1.นักเพาะกายที่ทำคาร์ดิโอก่อนเล่นกล้าม ก็ต้องเล่นกล้ามตามปกติมา 20 ปีขึ้นไป

       2.และแม้นักเพาะกายที่เล่นกล้ามมา 20 ปีแล้ว และทำคาร์ดิโอก่อนกล้าม ในโลกนี้ก็มีแค่ 3 คน คือ  โทนี่  ฟรีแมน , เบน พาคุลสกี้ , ไค  กรีน  



* * * นั่นก็หมายความว่า ถ้าคุณเล่นกล้ามมา 20 ปี ( แบบต่อเนื่อง ) แล้วคุณมาทำคาร์ดิโอก่อนเล่นกล้าม  คุณก็ยังเป็นคนที่แปลกอยู่ดี เพราะในโลกนี้ มีคนทำแบบนั้นแค่ 3 คน


* * * นั่นก็หมายความว่า เป็นเรื่องที่โง่สุดๆ ถ้าคุณยังเล่นกล้ามไม่ถึง 20 ปี แล้วดันทำคาร์ดิโอก่อนเล่นกล้าม


* * * ถ้าคุณไปโรงยิม แล้วเทรนเนอร์คุณให้คุณเดินบนสายพานก่อนเล่นกล้าม แนะนำว่าให้คุณ "เลิกจ้าง" เทรนเนอร์คนนั้นโดยไว หรือไม่ก็ย้ายไปบริหารที่โรงยิมอื่นแทน /  เพราะเทรนเนอร์เหล่านั้น กำลังจะอัดความคิดทางฟิตเนสให้คุณ ( มันไม่ใช่การเพาะกาย )  โดยบอกว่าเป็นการ "ประยุกต์" การเล่นกล้าม ( ด้วยการให้เดินบนสายพานก่อนเล่นกล้าม ซึ่งปัญญาอ่อนมากๆ ) )


* * * ผมไม่ได้บอกว่าเทรนเนอร์คนนั้น ศึกษามาผิด / เพียงแต่ว่าที่เขาศึกษานั้น มันเป็น "ฟิตเนส" ไม่ใช่ "เพาะกาย"


* * * แต่ถ้าคุณตื่นมาแล้วทำคาร์ดิโอ ( เช่นตอน 05.00 น. ) แล้วทานข้าว แล้วพักผ่อน แล้วมาเล่นกล้ามตอน 10.00 น. อย่างนี้ทำได้ครับ  คือมันจะต้องมีช่วงพักระหว่างการทำคาร์ดิโอ กับการเล่นกล้ามหลายชั่วโมง  ไม่ใช่ทำคาร์ดิโอเสร็จแล้วก็เล่นกล้ามต่อเลย ( เว้นแต่ว่าคุณจะเล่นกล้ามมา 20 ปีแล้ว และอยากเป็นคนที่ 4 ในโลก ที่ทำแบบนั้น )


* * * ถ้าเล่นกล้ามเสร็จแล้วต่อด้วยการทำคาร์ดิโอเลย ก็สามารถทำได้ครับ  แต่จะไม่มีการทำคาร์ดิโอก่อนเล่นกล้ามเป็นอันขาด )

       ไม่เพียงแค่ไคจะเอาคาร์ดิโอไปทำก่อนการเริ่มบริหารขา ( ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลก )  ยังมีความแปลกอย่างอื่นในการบริหารกล้ามต้นขาของเขาอีก นั่นคือ

       ในบางครั้ง ไคจะเอากล้ามต้นขาด้านหลังและกล้ามน่องมาบริหารก่อน  พอบริหารเสร็จแล้วถึงจะต่อด้วยการบริหารต้นขาด้านหน้า ( เป็นการบริหารรวดเดียวกันทั้งหมด )


       ในบางครั้ง ไคจะเล่นกล้ามต้นขาด้านหน้า 1 ท่า ต่อด้วยกล้ามต้นขาด้านหลัง 1 ท่า แล้วต่อด้วยกล้ามต้นขาด้านหน้า 1 ท่า และต่อด้วยกล้ามต้นขาด้านหลัง 1 ท่า สลับอย่างนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะจบการบริหารทั้งหมด


       ในบางครั้ง ก็เล่นกล้ามต้นขาตามปกติ คือบริหารกล้ามต้นขาด้านหน้าทั้งหมดจนเสร็จก่อน แล้วจึงต่อด้วยการบริหารด้วยกล้ามต้นขาด้านหลัง




forum.bodybuilding.com และ skinnyyoked.com

skinnyyoked.com

เทคนิคส่วนตัว

       ไค มีความเชื่อมั่นมายาวนานแล้วว่ารองเท้าพื้นแบนราบสำหรับนักมวยปล้ำ หรือ นักมวย
( flat-soled wresting or boxing shoes )  เหมาะที่สุดสำหรับการบริหารกล้ามต้นขา และกล้ามน่อง

       และเมื่อพูดถึงการบริหารกล้ามน่องแล้ว  ไค ทุ่มเทในการบริหารกล้ามน่องเป็นอย่างมาก เนื่องจากกรรมพันธ์ของคนแอฟริกัน - อเมริกัน จะมีกล้ามน่องที่เล็ก 

       ผม ( หมายถึงคนเขียนบทความ ) นั่งเฝ้าดูตอนที่ไคบริหารกล้ามน่อง  เห็นได้ชัดเจนเลยว่าขณะที่บริหารกล้ามน่อง ไคมุ่งมั่นและมีสมาธิในการบริหารกล้ามเนื้อส่วนนี้เป็นพิเศษ  ซึ่งไคพูดให้ฟังว่าเขาเน้นเรื่องใช้เทคนิค Mind-muscle connection  สำหรับการบริหารกล้ามน่อง  



lfittraining.com  

       มีอีกท่าหนึ่งที่ "ไม่เหมือนใคร" ที่ไคใช้บริหารกล้ามต้นขาด้านหลัง  นั่นก็คือท่า Jefferson Squats 

      
ครูฝึกของไค ซึ่งก็คือคุณ ชาร์ล  กลาส พูดถึงท่านี้ว่า ท่า Jefferson Squats คือท่าที่สร้างกล้ามต้นขาด้านหลังให้แก่ไคได้ดีที่สุด  แต่น่าเสียดายที่ไคเลิกบริหารท่านี้ในช่วงปีหลังๆ นั่นทำให้เขาสูญเสียความสวยงามที่กล้ามต้นขาด้านหลังของเขาไป ( since Kai stopped doing those a few years ago ,his hams have lost some of their wor factor. )




   บริหารกล้ามต้นขาด้านหลังและน่องของ ไค  กรีน   

   Lying Leg Curls  4 เซท เซทละ 15 - 25 Reps
   Standing Leg Curls   4 เซท เซทละ 15 - 25 Reps
( สำหรับขาแต่ละข้าง )
   Stiff Legged Deadlift 4 เซท เซทละ 20 Reps
   Seated Calf Raise   4 เซท เซทละ 12 - 20 Reps
   Standing Calf Raises   4 เซท เซทละ 12 - 20 Reps
   Toe Presses On Leg Press Machine   4 เซท เซทละ 12 - 20 Reps




- END -

1  <  2