- หน้า 6 -


 

ช่วงที่ 4
 

28 สิงหาคม ถึง 10 กันยายน (อาทิตย์ที่ 5 - อาทิตย์ที่ 2)


น้ำหนักเริ่มต้น 111.8 กก. (246 ปอนด์)  - - - -  - - - - > หมดช่วงที่ 4 ต้องให้เหลือ 109 กก. (240 ปอนด์)
 

       ในช่วงนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ "ต้องอยู่ในสภาวะที่สามารถควบคุมตัวแปรทุกอย่างได้" จะไม่มีการอะลุ้มอล่วยกันอีก ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการรีดไขมัน การประพฤติตัว หรือการกระทำในชีวิตประจำวันทุกอย่างของฟิล จะต้องถูกจับตามองตลอดเวลา  ฟิลจะต้องรับมือกับรูปแบบชีวิตนี้ให้ได้ ห้ามวิ่งหนีเหมือนเล่นวิ่งไล่จับอย่างเด็ดขาด

       หากฟิลประสบความสำเร็จตามที่ผมกำหนดไว้ในช่วงที่ 4 นี้ได้ มันก็จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าเขาพร้อมที่จะเข้าสู่ช่วงสุดท้าย (ช่วงที่ 5) ในสองอาทิตย์สุดท้ายก่อนการประกวด


 

เป้าหมายหลักของช่วงที่ 4


รีดไขมันแบบสมบูรณ์แบบ จนไขมันทั้งหมดหายไป

ความแข็งแกร่งลดลงเล็กน้อย

จิตใจ และกำลังใจ จะต้องแน่น ไม่ว่อกแว่ก

ทบทวนและฝึกโพสท่าที่จะขึ้นประกวดจนเชี่ยวชาญ

 


 

สิ่งที่ต้องเฝ้ามองอย่างใกล้ชิด


เส้นริ้วที่กล้ามก้น จะต้องชัด 90% ตั้งแต่ส่วนล่างจนถึงส่วนบนของก้น

กล้ามขาจะต้องแตกลึก

ต้องทำให้เห็น ต้นคริสท์มาสที่หลังส่วนล่าง

ลดความบางของชั้นผิวหนังตลอดลำตัว ต่อไปเรื่อยๆ

กล้ามไทรเซบทั้งลูก จะต้องมองเห็นเส้นริ้ว

กล้ามไบเซบจะต้องมองเห็นรายละเอียดในส่วนลึก

กล้ามเนื้อบริเวณซี่โครง จะต้องเห็นรายละเอียดเป็นๆริ้ว

กล้ามหนอกคอ เมื่อมองจากด้านหลัง จะต้องเห็นรายละเอียด

จะต้องเห็นเส้นเลือดขึ้นที่กล้ามท้อง

 


 


 

ท่าบริหารที่ต้องพึ่งพาเป็นพิเศษ

DUMBBELL  SHRUGS

       "เวลาที่เราบริหารท่านี้ ให้เอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย จะช่วยสร้างความหนาให้กับกล้าม ทราปิเซียสส่วนล่างได้เป็นอย่างดี  ซึ่งกล้ามส่วนนี้มีความสำคัญเวลาที่เราจะก้มตัวบริหารท่า Rowing ต่างๆ จะทำให้เราใช้ลูกน้ำหนักได้มากขึ้น (ในการทำท่า Rowing ต่างๆนั้น)

       ผมใส่ใจรายละเอียดทุกอย่างที่เกี่ยวกับกล้ามหลังของฟิล  เพื่อที่ว่าเมื่อมองในภาพรวมแล้ว จะทำให้ฟิลมีกล้ามหลังที่แข็งแกร่ง ใหญ่ขึ้น ,หนาขึ้น ไร้จุดอ่อนให้กรรมการเล่นงาน"

 


 

การฝึก
หลักการ

ฝึกให้หนักที่สุดเท่าที่มนุษย์สามารถจะทำได้ โดยอยู่บนพื้นฐานที่ว่า "ต้องไม่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บ" ด้วย

ใช้เทคนิค FST-7 โดยทำ 8 - 12 ครั้งในเซทที่ทำ FST-7 นั้น

ต้องใช้ท่าบริหารหลัก (ห้ามใช้ท่าพลิกแพลง) เลือกมา 3 ท่า แล้วบริหารท่าละ 3 เซท โดยในแต่ละเซทให้บริหาร 7 -  10 ครั้ง (ยกเว้นเซทที่ทำ FST-7 ให้ทำ 8 - 12 ครั้ง)

> > > "เราพยายามความกว้างสูงสุดให้กับบ่าของฟิล   จึงต้องเน้นกล้ามเนื้อส่วนนี้เป็นพิเศษ   ถ้าวันไหน ผมเห็นว่าน่าจะอัดกล้ามแขนเพิ่มขึ้นสักหน่อย  ผมจะจัดการบริหารกล้ามแขนไปไว้ในตอนเย็นของวันที่ฝึกกล้ามบ่านี่แหละ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานที่ว่า ในวันนั้น ฟิลต้องมีพละกำลังเหลือในร่างกายมากพอด้วยนะครับ"

 


 


วันเสาร์
บ่า ,หนอกคอ ,หัวไหล่
 

  ท่าบริหาร เซท ครั้ง
บ่า
  SMITH MACHINE MILITARY PRESSES FROM FRONT 3 7 - 10
  ALTERNATE DUMBBELL FRONT RAISE 3 7 - 10
  UPRIGHT ROWS 3 7 - 10
  SIDE LATERAL RAISE 7 8 - 12
หนอกคอ
  DUMBBELL SHRUGS 3 7 - 10
  BARBELL SHRUGS 3 7 - 10
หัวไหล่ (เอาเฉพาะหัวไหล่ด้านหลัง)
  BENT - OVER LATERAL RAISE 3 7 - 10
  REVERSE PEC DECKS 7 8 - 12
       


 

การทำคาร์ดิโอ

       จากการทำคาร์ดิโอติดต่อกันมาเป็นเวลานาน  ปฏิกิริยาประหลาดที่เกิดขึ้นตอนนี้คือ ร่างกายของฟิลเริ่ม "ดื้อ" ไม่ยอมปล่อยไขมันออกมาให้เขาเผาผลาญ (ด้วยการทำคาร์ดิโอ)  (Webmaster - คล้ายกับอาการดื้อยา คือต้องกินยาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ) ดังนั้น  ผมจึงใส่เทคนิคเข้าไปเพื่อจัดการกับปัญหานี้นั่นคือ

       ให้ทำคาร์ดิโอด้วยความเร็วธรรมดา ที่อัตราการเต้นของหัวใจ 125 - 130 ครั้งต่อนาที เป็นเวลา 5 นาที เมื่อครบเวลาแล้ว ให้เพิ่มความเร็วบนอุปกรณ์นั้นเป็น 1 ไมลล์ต่อชั่วโมง (1 mph) ติดต่อกัน เป็นเวลา 2 นาที แล้วกลับมาเริ่มเดินปกติใหม่ สลับกันไปอย่างนี้เรื่อยๆจนกว่าจะหมดเวลา

 


 

คาร์ดิโอ


ทำคาร์ดิโออาทิตย์ละ 6 วัน (หยุดวันอาทิตย์)

ตื่นนอนตอนเช้า ทำคาร์ดิโอ 45 นาที

ช่วงทำคาร์ดิโอตอนเช้านี้ ให้ใช้อัตราการเต้นหัวใจที่ 125 - 130 ครั้งต่อนาที 

ตอนเย็นให้ทำคาร์ดิโอ 30 นาที แต่ใช้เทคนิคเร่งสปีด (ที่อ่านในทิปข้างบน) ร่วมด้วย 

ตอนที่ใช้เทคนิคเร่งสปีด ให้อัตราการเต้นหัวใจอยู่ที่ 140 - 145 ครั้งต่อนาที
 

 


 

อาหาร

       "เกลือ" มีความสำคัญกับฟิลมากในช่วงนี้ เพราะเกลือจะช่วยรักษาพลังงานให้อยู่สูงคงที่ อีกทั้งยังช่วยป้องกัน "ตะคริว" อีกด้วย

       ในช่วงที่ 4 นี้ เราจะลดเนื้อวัวแดงลง ให้เหลือเพียงวันละ 2 มื้อเท่านั้น แล้วทดแทนด้วยปลา หรือไก่แทน


 


 

ตารางมื้ออาหาร
สถานะที่ 2 - คาร์โบไฮเดรตต่ำ
ทานคาร์โบไฮเดรต 300 กรัมต่อวัน
คลิ๊กที่ชื่ออาหารเพื่อดูรูปครับ


มื้อที่ 1

- ไข่ขาว 8 ใบ

-
เสต๊กเนื้อสันนอกด้านบน ขนาด 8 ออนซ์

-
โอ๊ทมีล 1 ถ้วย  (51 กรัม)

ถ้าต้องการตัดคาร์โบไฮเดรตในมื้ออาหารลงอีก ก็ให้ตัดโอ๊ทมีลในมื้อนี้ลงเหลือ 3/4 ถ้วย


มื้อที่ 2

- ปลาทิลาเปีย 12 ออนซ์

- ข้าวขาว 1 ถ้วยครึ่ง (67 กรัม)

- ถั่วอัลมอนด์ 1/4 ถ้วย

ถั่วอัลมอนด์ เป็นอาหารพิเศษอีกตัวหนึ่ง ที่เหมาะสำหรับการเพิ่มไขมันคุณภาพ  เข้าไปในมื้ออาหารที่มีแต่โปรตีนแบบไขมันต่ำ


มื้อที่ 3

- เนื้อไก่งวงบด แบบไขมันน้อยเป็นพิเศษ (ปราศจากไขมัน 94% หรือไขมันน้อยกว่านี้ก็ได้) 12 ออนซ์

- มันหวาน 8 ออนซ์ (30 กรัม)

ถ้าต้องการลดคาร์โบไฮเดรตลงอีก ให้ลดมันหวานในมื้อนี้ จาก 8 ออนซ์ ให้เหลือแค่ 5 ออนซ์  การตัดอาหารคาร์โบไฮเดรตมีผลดีตรงที่ว่าช่วยทำให้ปฏิกิริยาการเผาผลาญไขมันดีขึ้น  แต่จะตัดออกจากมื้อไหน?  ก็มีความสำคัญ  หลักการคือ จะต้องไม่ตัดคาร์โบไฮเดรตออกจากมื้อที่ใกล้จะเล่นกล้าม เพราะ คาร์โบไฮเดรตมีความสำคัญในการรักษาระดับพลังงานที่จะต้องใช้ในตอนเล่นกล้าม และยังช่วยให้ฟื้นตัวหลังเล่นกล้ามเสร็จใหม่ๆได้ดีอีกด้วย

  นี่คือเครื่องหมายแสดงถึงการมีข้อแนะนำแยกออกไปต่างหาก  ซึ่งสามารถดูได้ที่ด้านล่างของตารางครับ


มื้อที่ 4 

- เสต๊กเนื้อสันนอกด้านบน ขนาด 10 ออนซ์

- ข้าวกล้อง 1 ถ้วย (45 กรัม)


มื้อที่ 5

เนื้อไก่งวงบด แบบไขมันน้อยเป็นพิเศษ (ปราศจากไขมัน 94% หรือไขมันน้อยกว่านี้ก็ได้) 12 ออนซ์

- มันหวาน 8 ออนซ์ (30 กรัม)


- เนยถั่วแบบมาจากธรรมชาติ 1 ช้อนโต๊ะ

ใช้เพิ่มไขมันคุณภาพ เพื่อเพิ่มความแกร่ง และพลังงาน ให้กับฟิล ตอนที่ฟิลมีระดับความแกร่ง และพลังงานเหลือน้อย


มื้อที่ 6

- อกไก่ ไม่ติดหนัง ไม่ติดกระดูก 12 ออนซ์

- ข้าวกล้อง 1 ถ้วย (45 กรัม)


มื้อที่ 7

- ปลาทิลาเปีย 12 ออนซ์

- ดอกกระหล่ำ 1 ถ้วย


มื้อที่ 8

-
ปลาซัลมอน 12 ออนซ์


-
ผักกาดแก้ว 2 ถ้วย

-
น้ำราดสลัดแบบไม่มีไขมัน  1 ช้อนโต๊ะ


-
แตงกวา 4 แว่น


รวมทั้งหมดต่อ 1 วัน :
ฟิลจะได้รับประมาณ 4,664 แคลลอรี่ โดยเลขแคลอรี่นี้ มาจากโปรตีน 632 กรัม ,คาร์โบไฮเดรต 252 กรัม ,ไขมัน 105 กรัม

 


 

 
ข้อแนะนำเกี่ยวกับสถานะการกินคาร์โบไฮเดรต สูง - ต่ำ

ถ้าฟิลทนไหว ก็ให้จัดการกินเป็นแบบสถานะคาร์โบไฮเดรตสูง (500 กรัมต่อวัน) เป็นเวลา 1 วัน แล้วตามด้วยสถานะคาร์โบไฮเดรตต่ำ (300 กรัมต่อวัน) เป็นเวลา 3 วัน

แต่ถ้าฟิลทนไม่ไหว ก็ให้เปลี่ยนการกินไปเป็นแบบสถานะคาร์โบไฮเดรตสูง (350 กรัมต่อวัน) เป็นเวลา 1 วัน แล้วตามด้วยสถานะคาร์โบไฮเดรตต่ำ (200 กรัมต่อวัน) เป็นเวลา 4 วัน

ในวันที่กินแบบสถานะคาร์โบไฮเดรตต่ำนั้น ให้เพิ่ม เนยถั่ว (เพื่อเป็นการเพิ่มไขมันคุณภาพ) จาก 1 ช้อนโต๊ะต่อวัน (ที่อยู่ในมื้อที่ 5) ให้เป็น 4 ช้อนโต๊ะต่อวัน โดยจะใส่ไว้ที่มื้อไหนก็ได้ แต่รวมทั้งวันแล้วได้ 4 ช้อนโต๊ะ
 


 

การตัดเครื่องเหยาะปรุงรส

       ถ้าการลดไขมันของฟิล เกิดอาการ "ดื้อ" ขึ้นมา (คือเริ่มลดไขมันไม่ลง)  ฟิลจะต้องถูกตัดเครื่องปรุงสำหรับเหยาะใส่อาหาร และสารเพิ่มความหวานต่างๆ
 
  ห้าม ทานได้
  น้ำตาลเทียมยี่ห้อสเปลนด้า เครื่องเหยาะปรุงรสแบบไม่มีเกลือ - ยี่ห้อ มิสซิสแดส
  ซอสบาร์บีคิว พริกไทย
  ซอสมะเขือเทศ เกลือทะเล
  มาสตาร์ดยี่ห้อ Dijon มาสตาร์ตทั่วไป


 


 

หน้าถัดไป


 

1  <  2  <  3  <  4  <  5  <  6  >  7