- หน้า 3 -


 

ช่วงที่ 1
 

26 มิถุนายน  ถึง 16 กรกฎาคม (อาทิตย์ที่ 13 - อาทิตย์ที่ 11)


น้ำหนักเริ่มต้น 120.45 กก. (265 ปอนด์)  - - - -  - - - - > หมดช่วงที่ 1 ต้องให้เหลือ 115.9 กก. (255 ปอนด์)
 

       นี้คือช่วง 3 อาทิตย์สุดท้ายก่อนการประกวด ซึ่งฟิลมีน้ำหนักตัวอยู่ที่ 120.45 กก. (265 ปอนด์)  ปีก่อนหน้านี้ ฟิลลงประกวดทั้งรายการ IRON MAN และรายการ ARNOLD CLASSIC ทำให้เหลือเวลาเตรียมตัวประกวดรายการมิสเตอร์โอลิมเปียไม่มาก  แต่หลังจากรายการประกวดในปีที่แล้ว ฟิลก็ตัดรายการแข่งทั้งหมด เพื่อพัก 1 ปีเต็มๆ (ซึ่งก็คือช่วงจำศีล) สำหรับการประกวดมิสเตอร์โอลิมเปียในปีนี้  การพักยาว มีผลให้น้ำหนักตัวฟิลเพิ่มเกินต้องการ  ดังนั้น ในการเริ่มฝึกในช่วงนี้ ฟิลจะต้องเริ่มลดน้ำหนักตัวลง 2.2 - 5 กิโลกรัมในช่วงที่ 1 นี้ก่อน   และเริ่มจัดตารางการทานอาหารใหม่โดยตัด "เกลือ" ,ตัดอาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูปแบบสำเร็จรูปมา (หมายถึงว่าให้ใช้อาหารสดมาปรุงเอาเอง อย่าไปซื้ออาหารสำเร็จรูปเป็นกล่องเข้าไมโครเวฟ) ,ตัดอาหารขยะ (เช่นแฮมเบอร์เกอร์ ,อาหารฟาสฟู้ดส์ทั้งหลาย)

       การเริ่มต้นช่วงที่ 1 นี้ จะทำกันแบบเรียบๆ จะยังไม่มีการ "หักดิบ" อะไรมาก เพียงแต่ว่าอาทิตย์แรกของช่วงที่ 1 นี้ (Webmaster - ช่วงที่ 1 มี 3 อาทิตย์) คงต้องพยายามปรับตัวให้เคยชินกับตารางชีวิตใหม่ของช่วงเตรียมตัวประกวดเท่านั้น  พอเริ่มชินแล้ว อะไรอะไรก็จะดูง่ายขึ้น


 

เป้าหมายหลักของช่วงที่ 1


สำหรับช่วงที่ 1 นี้ ต้องค่อยๆลดน้ำหนักตัวลงอย่างช้าๆ   เพราะถ้าลดน้ำหนักเร็วเกินไปในช่วงที่ 1 นี้  มันจะทำให้เกิดผลกระทบในช่วงท้ายๆ  และอาจทำให้น้ำหนักตัวในวันสุดท้ายก่อนขึ้นเวที "เบาเกินไป"

เสริมสร้างความแข็งแกร่ง

กล้ามเนื้อต้องยังเต็มอยู่

ต้องมีความอึด

 

ถ้าฟิลสูญเสียน้ำหนักตัวมากเกินไป หรือว่าความแข็งแกร่งลดลงไปใน ช่วงที่ 1 นี้ นั่นเป็นสัญญาณว่าคุณออกแบบตารางอาหาร ,และตารางฝึกผิดทาง ยกตัวอย่างเช่น คุณลดคาร์โบไฮเดรตในอาหารมากเกินไป ,คุณให้ฟิลทำคาร์ดิโอมากเกินไป


 

สิ่งที่ต้องเฝ้ามองอย่างใกล้ชิด


หนักตัวที่ลดลงไป 5 ปอนด์ในช่วงที่ 1 นี้ คือ "น้ำ" ในร่างกายของฟิล 

ความหิวจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก

เหงื่อจากการทำคาร์ดิโอจะออกมามากเป็นพิเศษ

 

       ทันทีที่ฟิลเปลี่ยนตารางทานอาหารของเขา มีสิ่งหนึ่งที่ต้องทำแน่ๆคือลดเกลือ (โซเดียม) ลง  นั่นส่งผลโดยตรงให้ร่างกายเริ่มปรับ "ระบบป้องกันการสูญเสียน้ำออกจากร่างกาย " ใหม่ ยกตัวอย่างเช่น - ปริมาณเหงื่อ ซึ่งปริมาณการออกมาของเหงื่อนั้น เป็นกุญแจสำคัญในการปรับลดความหนักในการฝึกให้มากขึ้นหรือน้อยลง
 
       ในกระบวนการของ ช่วงที่ 1 นี้ กล้ามเนื้อหัวใจของฟิลจะแข็งแรงขึ้นเป็นพิเศษ  การเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจจากการออกกำลัง จะใช้เวลาเพียงเล็กน้อย


 

การดื่มน้ำ

       ฟิลจะดื่มน้ำบริสุทธิ์บ่อยๆ โดยปริมาณการดื่มต่อวันจะอยู่ที่ 1แกลลอนครึ่ง ถึง 2 แกลลอน (ก็คือ 6.8 ลิตร ถึง 9 ลิตร)  การดื่มในปริมาณขนาดนี้ ช่วยเพิ่มความมั่นใจได้ว่าเซลล์กล้ามเนื้อจะไม่ขาดน้ำ และฟิลจะไม่มีปัญหาเรื่องการกระหาย หรือร่างกายขาดน้ำ ซึ่งการที่ร่างกายไม่มีอาการขาดน้ำ จะช่วยให้ ร่างกายเผาผลาญไขมัน ระหว่างเล่นกล้ามและระหว่างทำคาร์ดิโอ ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

 


 

ท่าบริหารที่ต้องพึ่งพาเป็นพิเศษ

LEG  PRESSES

       "สิ่งที่เน้นคือ สายเส้นกล้ามเนื้อบนแผงต้นขาด้านนอก (คลิ๊ก) ซึ่งท่าบริหารสำหรับเส้นสายที่ว่านี้ก็คือท่า LEG PRESSES แบบชี้นิ้วเท้าทั้งสองข้าง ตรงขึ้นเพดาน และต้องวางเท้าให้ห่างกันเท่ากับ ความกว้างของหัวไหล่ (คลิ๊ก) ด้วย  เพราะถ้าปล่อยให้ปลายนิ้วเท้าชี้แยกออกจากกัน ก็จะกลายเป็นการบริหาร กล้ามเนื้อที่ต้นขาด้านใน (คลิ๊ก) ไปเสีย"

 


 

การฝึก

หลักการ

ฝึกอย่างหนัก (โดยใช้ปริมาณลูกน้ำหนักที่หนักมาก)

ใช้เทคนิค FST-7 โดยทำ 5 - 7 ครั้งในเซทที่ทำ FST-7 นั้น

สำหรับกล้ามเนื้อหลัก (เช่นต้นขา) ต้องใช้ท่าบริหารหลัก (ห้ามใช้ท่าพลิกแพลง) เลือกมา 3 ท่า แล้วบริหารท่าละ 3 - 4 เซท โดยในแต่ละเซทให้บริหาร 5 -7 ครั้ง
 
หลักการก็คือ ต้องใช้น้ำหนักที่หนักมากๆ เหตุผลก็คือพยายามเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับตัวนักเพาะกายในช่วงที่ 1 นี้ให้ได้  ดูได้จากตรงไหน? วิธีดูก็คือ "ตอนนี้" ฟิลใช้ปริมาณน้ำหนักอยู่เท่าใดที่เล่นได้ 5 - 7 ครั้งน่ะ (สมมติว่าใช้น้ำหนักอยู่ 200 กิโลกรัม) ในช่วงท้ายของช่วงที่ 1 นี้ ฟิลจะต้องบริหารด้วยน้ำหนักเดียวกันนี้ในจำนวนครั้งที่มากขึ้นให้ได้  คือจะต้องทำให้ได้  8- 12 ครั้ง นั่นคือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าฟิลมีความแข็งแกร่งขึ้นแล้วนั่นเอง อันเป็นไปตามเป้าหมายหลักของช่วงที่ 1 (Webmaster - ที่เขียนไว้ที่กรอบสีเขียวด้านบนของหน้านี้น่ะครับ)


 


วันจันทร์
ขา
 

  ท่าบริหาร เซท ครั้ง
ต้นขาด้านหน้า (ฝึกตอนเที่ยง)
  LEG EXTENSION 4 5 - 7
  FRONT SQUATS 4 5 - 7
  LEG PRESSES 3 5 - 7
  HACK SQUAT 7 5 - 7
ต้นขาด้านหลัง (ฝึก 18.00 น.)
  STIFF - LEGGED DEADLIFT WITH DUMBBELL 4 5 - 7
  LYING LEG CURL 4 5 - 7
  SEATED LEG CURL 7 5 - 7
น่อง
  STANDING CALF RAISES WITH MACHINE 4 10 - 15
  CALF RAISES ON LEG PRESS MACHINE 4 10 - 15
  SEATED CALF RAISE 7 10 - 15
       


 

 


> > > "ฟิลจะฝึกกล้ามขาอาทิตย์ละ 2 ครั้ง และจะใช้ท่าบริหารอันเดียวกันตลอด  เหตุผลหลักที่จะใช้เลือกท่าบริหาร (ตามที่ปรากฏในตารางฝึก) ก็คือจะต้องไม่ทำให้ฟิลรู้สึกปวดหัวเข่า อีกทั้งการที่ฟิลเน้นการบริหารแบบ เต็มระยะทาง (คลิ๊ก) และเน้นที่ความถูกต้องของท่าทาง  จึงไม่ทำให้หัวเข่าของฟิลต้องมีปัญหาอะไร   และตอนที่ผมกับฟิลเอาเทปประกวดของฟิลในรายการ Ironman ปี 2009 เราก็มีความเห็นตรงกันว่าจะต้องเพิ่มเส้นสายบนกล้ามต้นขาของฟิลขึ้นนิดหน่อยด้วย"

 


 

คาร์ดิโอ


ทำคาร์ดิโออาทิตย์ละ 6 วัน (หยุดวันอาทิตย์)

หลังเล่นกล้ามเสร็จ จะทำคาร์ดิโอต่อทันทีเป็นเวลา 30 นาที โดยใช้อุปกรณ์
STEPMILL หรือไม่ก็ใช้อุปกรณ์ TREADMILL และในบางวัน ฟิลก็จะเปลี่ยนไปทำคาร์ดิโอหลังตื่นนอนตอนเช้าแทน

ให้ใช้อัตราการเต้นหัวใจที่ 130 ครั้งต่อนาที

 


 

อาหาร

       ผมออกแบบตารางอาหารของฟิล ในรูปแบบที่ต้องเพิ่มปริมาณแคลอรี่และปริมาณโปรตีนในแต่ละวันให้มากขึ้น โดยยังอยู่บนพื้นฐานที่ว่าจะต้องทานคาร์โบไฮเดรตและไขมันในปริมาณสูงด้วย

       หลักการออกแบบก็คือจะต้องตัดมื้ออาหารโกง
(Cheat meal - หมายถึงพวกอาหารต้องห้ามสำหรับการเพิ่มความชัด) ออกไปหลายรายการทีเดียว  ทั้งหมดนี้ ดูจะโหดร้ายไป แต่ก็ทำไปเพื่อฟิลได้สิ่งที่เขาต้องการเมื่อถึงวันสุดท้ายก่อนขึ้นประกวด


 

ตารางมื้ออาหาร
คลิ๊กที่ชื่ออาหารเพื่อดูรูปครับ


มื้อที่ 1

- ไข่ขาว 8 ใบ

-
เสต๊กเนื้อสันนอกด้านบน ขนาด 8 ออนซ์

-
โอ๊ทมีล 1 ถ้วยครึ่ง (76 กรัม)

ไข่ขาวคืออาหารจำเป็นสำหรับมื้อแรกของวัน โดยผมเลือกตัวนี้ให้ฟิลเพราะไข่ขาวเป็นแหล่งให้โปรตีนที่ร่างกายดูดซึมนำประโยชน์เข้าไปสู่เซลล์กล้ามเนื้อของฟิลได้เร็วมาก  ไม่มีเหตุผลอะไรที่ไม่ทานไข่ขาว


มื้อที่ 2

- เสต๊กเนื้อสันนอกด้านบน ขนาด 12 ออนซ์

-
ข้าวขาว 1 ถ้วยครึ่ง (67 กรัม)


มื้อที่ 3

- เนื้อไก่งวงบด แบบไขมันน้อยเป็นพิเศษ (ปราศจากไขมัน 94% หรือไขมันน้อยกว่านี้ก็ได้) 12 ออนซ์

- มันอบ 12 ออนซ์ (73 กรัม)


มื้อที่ 4
- อกไก่ ไม่ติดหนัง ไม่ติดกระดูก 12 ออนซ์

-
มันหวาน 12 ออนซ์ (44 กรัม)

อาหารมื้อนี้ เป็นมื้อ "หลังการเล่นกล้ามเสร็จ" โดยฟิลจะทาน ครีเอทีน ,กลูตามีน และ BCAAs หลังการเล่นกล้ามเสร็จทันที เสียก่อน  และหลังจากทานอาหารเสริมนี้เสร็จแล้ว ฟิลจะปล่อยเอาไว้ 30 - 60 นาที แล้วจึงเริ่มทานอาหารมื้อที่ 4 นี้
Webmaster - เครื่องหมายนี้คือ สัญญลักษณ์แสดงว่าอาหารมื้อนี้เป็น มื้ออาหารโกง (Cheat meals) (คลิ๊ก)  โดยจะบอกรายละเอียดไว้ด้านท้ายของตารางอาหารชุดนี้ครับ  

มื้อที่ 5

- เนื้อไก่งวงบด แบบไขมันน้อยเป็นพิเศษ (ปราศจากไขมัน 94% หรือไขมันน้อยกว่านี้ก็ได้) 12 ออนซ์

- พาสต้า 2 ถ้วย (86 กรัม)


เปรียบเทียบไก่ธรรมดา กับไก่งวง - ถ้าเป็นอกไก่ธรรมดา ในความรู้สึกของฟิลคือค่อนข้างจะแห้งและเคี้ยวยาก ฟิลเลยเลือกเนื้อไก่งวง และใช้แบบ "บด" แทน  ถ้าให้เลือกระหว่างไก่ธรรมดา กับไก่งวง ฟิลจะชอบกินไก่งวงมากกว่า


มื้อที่ 6

- เสต๊กเนื้อสันนอกด้านบน ขนาด 12 ออนซ์

-
ข้าวขาว 1 ถ้วยครึ่ง (67 กรัม)


มื้อที่ 7

- ปลาทิลาเปีย 12 ออนซ์

-
หน่อไม้ฝรั่ง "นึ่ง" 6 ต้น


มื้อที่ 8
- เนื้อวัวบด ไม่ติดมัน (95%) 12 ออนซ์

-
ผักกาดแก้ว 2 ถ้วย

-
น้ำราดสลัดแบบไม่มีไขมัน 1 ช้อนโต๊ะ


-
แตงกวา 4 แว่น

อาหารมื้อสุดท้ายของวัน - เนื้อวัวบดนี้ต้องเป็นวัวเนื้อแดงเท่านั้น  ผมเลือกเนื้อวัวในมื้อสุดท้ายนี้ให้ฟิล  เพราะในระหว่างที่ฟิลนอนหลับ 6 - 8 ชม. ฟิลจะไม่ได้ทานอะไรเลย  ในขณะที่ลักษณะพิเศษของแหล่งโปรตีนที่เป็นเนื้อวัวแดงนั้น ร่างกายจะค่อยๆย่อยๆและดูดซึมโปรตีนไปใช้ประโยชน์อย่างช้าๆ  จึงเหมาะสำหรับเป็นแหล่งโปรตีนให้ฟิลในช่วงที่เขานอนหลับอยู่นั่นเอง


รวมทั้งหมดต่อ 1 วัน : ฟิลจะได้รับประมาณ 5,144 แคลลอรี่ โดยเลขแคลอรี่นี้ มาจากโปรตีน 658 กรัม ,คาร์โบไฮเดรต 427 กรัม ,ไขมัน 80 กรัม

 


 

  มื้ออาหารโกง (Cheat meals)
ให้ทานมื้ออาหารโกงได้ 1 วันในรอบ 5 วันถึง 7 วันเท่านั้น

แฮมเบอร์เกอร์ที่ใช้ทาน จะต้องเป็นรูปแบบที่ทานในภัตตาคารเท่านั้น ไม่ใช้แบบที่ซื้อที่ร้านฟาสก์ฟู้ดส์ ,ส่วนของหวานก็จะอนุญาตให้เป็นแค่ชีสเค๊ก 1 ชิ้น

"มื้ออาหารโกง ช่วยเร่งอัตราการเผาผลาญอาหารของร่างกายให้ดียิ่งขึ้น  อีกทั้งยังช่วยยับยั้ง "อาการดื้อของการดูดซึมอาหารไปใช้ประโยชน์" หลักการที่ว่านั้นก็คือ มื้ออาหารโกงจะให้ไขมัน และสารอาหารที่แตกต่างออกไปจากที่เคยทานปกติ (เพราะกินแค่ 1 ครั้งในรอบ 5 - 7 วันเท่านั้น)   โดยจากการที่ร่างกายต้องรับไขมันและสารอาหารที่แตกต่างที่ว่านี้  ร่างกายถือว่าเป็นสิ่งแปลกประหลาดที่รับเข้าสู่ร่างกาย จึงเป็นการ "กระตุ้น" ระบบดูดซึมอาหารให้ตื่นตัวดีขึ้น"


 

- ตารางอาหารมื้ออาหารโกง -
 

    แคลอรี่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน
  แฮมเบอร์เกอร์ แบบที่กินในภัตตาคารเท่านั้น - จำนวน ครึ่งปอนด์ 1,060 40 กรัม 58 กรัม 72 กรัม
  มันฝรั่งทอด ขนาดใหญ่ 500 6 กรัม 63 กรัม 25 กรัม
  ชีสเค๊ก 1 ชิ้น
 
410 7 กรัม 35 กรัม 27 กรัม
  รวมทั้งหมด 1,970 53 กรัม 19 กรัม 124 กรัม


 

(Webmaster - อธิบายวิธีการแทรกมื้ออาหารโกงเข้าไปในตารางอาหารดังนี้นะครับ คือว่าจากตารางอาหาร (สีดำ) ข้างบนจะเห็นว่า ในมื้อ 4 และมื้อที่ 8 จะมีเครื่องหมายมื้ออาหารโกงนี้ติดอยู่    แต่วางคนละที่กัน (สังเกตให้ดีนะครับ)  แปลความหมายแล้วก็คือว่า เมื่อถึงคราวที่เราจะกินมื้ออาหารโกงในรอบ 5 - 7 วันที่ว่านี้ ก็ให้ทานดังนี้นะครับคือ

       มื้อที่ 4 ไม่ทานอาหารในตารางเดิมเลยทั้งหมด แล้วเปลี่ยนเป็น แฮมเบอร์เกอร์ครึ่งปอนด์ ,มันฝรั่งทอดขนาดใหญ่ ,ชีสเค๊ก 1 ชิ้น

       มื้อที่ 8 เอาเฉพาะรายการเนื้อวัวบดไม่ติดมันออก แล้วกินมื้ออาหารโกงเข้าไป นั่นคือรายการอาหารมื้อนี้ต้องทาน แฮมเบอร์เกอร์ครึ่งปอนด์ ,มันฝรั่งทอดขนาดใหญ่ ,ชีสเค๊ก 1 ชิ้น ,ผักกาดแก้ว 2 ถ้วย ,น้ำราดสลัดแบบไม่มีไขมัน 1 ช้อนโต๊ะ ,แตงกวา 4 แว่น


 

หน้าถัดไป


 

1  <  2  <  3  >  4  >  5  >  6  >  7