Power Rep Range Shock

โดย อีริค โบรเซอร์


       ลองมองย้อนหลังไปถึงการฝึกในอดีตของคุณ ยังจำได้ไหมว่าช่วงแรกๆของการฝึกนั้น คุณรู้สึกได้เลยว่ากล้ามเนื้อของคุณมันเพิ่มปริมาณขึ้นทุกๆอาทิตย์ / อีกทั้ง คุณยังสามารถเพิ่มปริมาณแผ่นน้ำหนักเข้าไปในคานบาร์เบลล์ ได้มากกว่าอาทิตย์ก่อนหน้านี้ ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่านอกจากปริมาณมัดกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้นแล้ว คุณยังมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นทุกๆอาทิตย์อีกด้วย

       เมื่อวานนี้ หลังจากทานอาหารมื้อสุดท้ายของวันแล้ว ก่อนจะเข้านอน คุณชั่งน้ำหนักตัวเอาไว้ จากนั้น คุณก็เข้านอนและตื่นนอนขึ้นมาตามปกติ / และหลังจากเล่นกล้ามมาในวันนี้แล้ว พอกินมื้อสุดท้าย และก่อนจะเข้านอน คุณลองชั่งน้ำหนักตัวอีกครั้ง มันช่างน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก ที่เห็นว่าน้ำหนักตัว ( น้ำหนักกล้ามเนื้อ ) ของคุณเพิ่มมาถึงครึ่งปอนด์ เมื่อเทียบกับเมื่อวานนี้

       ในช่วงแรกๆของการฝึกของคุณ ดูราวกับว่าการเพิ่มกล้ามเนื้อ และเพิ่มความแข็งแกร่ง มันช่างง่ายดายเสียเหลือเกิน แค่ ทานให้มากขึ้น ,ฝึกให้หนักขึ้น และนอนให้มากขึ้น / แล้วผลของมัน ก็ปรากฏขึ้นอย่างง่ายดาย

       มันช่างเป็นเวลาอันแสนสุข จริงไหม? ที่แสนสุขก็เพราะว่า ดูเหมือนว่าคุณมาถูกทางแล้ว เพราะคุณประสบความสำเร็จในการเพิ่มปริมาณกล้ามเนื้อ และเพิ่มความแข็งแกร่งได้อย่างชัดเจน

       แต่แล้ว สิ่งที่นักเพาะกายหลายคนจะต้องประสบเหมือนกัน นั่นก็คือว่า เวลาอันแสนสุขที่ว่านั้น มันช่างสั้นเสียเหลือเกิน นั่นก็คือว่า เมื่อครบ 1 ปีแล้ว อัตราการเติบโตของมัดกล้าม มันกลับช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ,น้ำหนักตัวที่ปรากฏบนเครื่องชั่งน้ำหนักที่คุณชั่งก่อนนอน มันไม่เพิ่มขึ้นเร็วเหมือนก่อน / ทั้งที่คุณก็ฝึกในท่าเดิม ,รูปแบบฟอร์มในขณะบริหารก็เหมือนเดิม คุณไม่ได้ทำอะไรผิดพลาดเลย แต่ทำไมอยู่ๆ ผลการฝึก ผลการเพิ่มมัดกล้ามเนื้อ มันก็หยุดลงเฉยๆ?

       สำหรับคำตอบของเรื่องนี้ สิ่งแรกก็คือ คุณต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับกล้ามเนื้อก่อน กล้ามเนื้อนั้น ก็คือการรวมกันของเส้นใยกล้ามเนื้อ ( Fiber ) ซึ่งโดยพื้นฐานแล้ว เส้นในกล้ามเนื้อจะถูกแบ่งเป็น 3 รูปแบบ
รูปแบบที่ 1 เราเรียกว่าเส้นใยกระตุกช้า ( Slow-twitch ) หรือเส้นใยกล้ามเนื้อสีแดง

       รูปแบบที่เหลือ ถูกแบ่งเป็นรูปแบบ 2 A และรูปแบบ 2 B

       ซึ่งรูปแบบ 2 A และรูปแบบ 2 B เราเรียกว่าเส้นใยกระตุกเร็ว ( Fast-twitch ) หรือเส้นใยกล้ามเนื้อสีขาว
 
       เส้นใยกล้ามเนื้อสีแดง มีความสำคัญต่อการทำงานของกล้ามเนื้อในรูปแบบที่ต้องทนทรหด / เส้นใยกล้ามเนื้อสีแดง จะมีลักษณะการทำงานแบบเคลื่อนไหวช้าๆ และเคลื่อนไหวติดต่อกันยาวนาน และกว่าที่ร่างกายจะเกิดความล้า ก็ใช้เวลานาน

       เส้นใยกล้ามเนื้อสีขาว ( รูปแบบ 2 A และรูปแบบ 2 B ) เป็นเส้นใยกล้ามเนื้อที่มีความทรหด “น้อยที่สุด” / เส้นใยกล้ามเนื้อสีขาว ทำงานด้วยระบบ “ระเบิดพลังงาน” และปฏิกิริยาการทำงานของเส้นใยกล้ามเนื้อสีขาว ก็ไม่ต้องพึ่งพาระบบสันดาปโดยก๊าซออกซิเจนแต่อย่างใด / จุดเด่นของเส้นใยกล้ามเนื้อสีขาวอีกอย่างหนึ่งก็คือ มันล้าเร็วมาก







( ภาพบน )     

       ( ภาพบน )     




- END -