- หน้า 2 -


          มีอยู่อย่างหนึ่ง ที่ผมคิดไม่เหมือนชาวบ้านเขา แต่มันได้ผลสำหรับผม และผมก็ยึดเป็นหลักสำหรับปฏิบัติตลอดมา  คือ การฝึกแบบสวนกระแส   โดยตามปกติเมื่อเราฝึกท่านอนดันหน้าอกบนม้าราบ (BENCH PRESS)  เซทแรก เริ่มด้วย143 กก. (315 ปอนด์) ยกทั้งหมด 12 ครั้ง  เซทต่อไปคุณเพิ่มน้ำหนักเป็น 159 กก. (350 ปอนด์) แต่คุณก็จะลดจำนวนครั้งที่ยก เหลือ 8 ครั้ง พอเซทที่สามคุณเพิ่มน้ำหนักเป็น 181 กก. (400 ปอนด์)  คุณยกแค่  6 ครั้ง  แต่ทั้งหมดนั้นไม่ใช่ผม เพราะสำหรับผมแล้วไม่ว่าจะเป็นน้ำหนัก 143 กก,159 กก หรือจะเป็น 181 กก. ผมจะยก 12 ครั้งหมดเลย ผมคิดว่าการฝึกอย่างนี้ สร้างกล้ามเนื้อได้แจ๋วที่สุด  ที่ผมมีความเชื่อเช่นนี้ เพราะผมคิดถึงพวกนักกีฬายกน้ำหนัก  ที่มีกล้ามเนื้อใหญ่โตเพราะใช้น้ำหนักในการยกมาก อย่างไรก็ตาม พวกเขามีรูปทรงไม่สวยงามเหมือนนักเพาะกาย เมื่อคิดอย่างนี้ผมจึงเอารูปแบบ สองอย่างนั้นมาผสมกัน ให้เป็นรูปแบบที่ผมใช้อยู่ คือทั้งเล่นหนักและเล่นหลายครั้งในแต่ละเซทนั่นเอง
 

kevin21.jpg



 

kevin22.jpg

 
        เมื่อสมัยเด็ก ขาผมเล็กมาก ผมได้เพียรพยายามเพาะกายด้วยท่าพื้นๆทุกอย่าง ได้แก่ ท่า SQUAT ,DEADLIFT ,BENCH PRESS นั่นแหละทำให้ผมมีทุกวันนี้  หลักการคือคุณต้องสร้างกล้ามเนื้อขึ้นมาก่อนแล้วค่อยแต่งทีหลัง   ถ้าคุณพึ่งเริ่มเพาะกาย ขอให้อย่าลัดขั้นตอนด้วยการเลียนแบบ กเพาะกายอาชีพที่ใช้ machine และ cable   ขอให้คุณฝึกด้วยท่าพื้นฐานก่อน และพยายามหาความรู้เพิ่มเติมให้มาก

        เรื่องนี้ใช้ได้กับนักเพาะกายหญิงเช่นกัน พวกเธอรีบแต่งกล้ามขาเร็วเกินไป เพราะกลัวกล้ามจะหนาและดูตันๆ จนโดนกรรมการตัดคะแนน  หารู้ไม่ว่า หากคุณมีการเริ่มต้นที่ดีด้วยการสร้างกล้ามให้หนาจนเพียงพอแล้วจึงมาแต่งทีหลัง จะทำให้เกิดความสมดุลซึ่งได้ผลดีในระยะยาว เพราะคุณจะได้ทั้งปริมาณและคุณภาพของกล้ามเนื้อ ซึ่งมันเป็นทั้งหมดที่นักเพาะกายต้องการไม่ใช่หรือ
 

 


 

หน้าถัดไป


 

1   <   2   >   3   >   4   >   5   >   6