-  หน้า 5  -


 

  ทำความเข้าใจเรื่องกล้ามท้องเสียใหม่
          ลองดูสองภาพนี้เปรียบเทียบกันนะครับ จะเห็นว่าทั้งคู่มีกล้ามท้องที่สวยงามเหมือนกัน ต่างกันตรงที่กล้ามเนื้อส่วนอื่นนั่นเอง ทำไมน่ะหรือ ก็เพราะหากคุณไม่เข้าใจแก่นของการเพาะกาย เอาแต่เน้นกล้ามท้อง หรือมัวแต่ห่วงว่า กล้ามเนื้อจะไม่ชัด แล้วก็เอาแต่วิ่ง ว่ายน้ำ เข้าซาวน่า สิ่งพวกนี้ล้วนแต่ไปลดอัตราการเติบโตของกล้ามเนื้อทั้งสิ้น ซึ่งในการเพาะกายจริงๆแล้ว ในอาทิตย์หนึ่งเขาจะฝึกกล้ามท้องแค่ครั้งเดียวเท่านั้น จะมีวิ่งบ้าง ก็อาทิตย์ละ 2 ครั้ง หรืออาจใช้จักรยานปั่นอยู่กับที่ก็ได้ เขาจะบริหารเช่นนี้จวบจนกระทั่งเข้าฤดูการแข่งขันเท่านั้นจึงจะฝึกหน้าท้องหนักขึ้น วิ่งบ่อยขึ้น  ดังนั้น จงอย่าไปหยุดอัตราเร่งการเติบโตของกล้ามเนื้อเลยครับ ดูสองรูปข้างบนแล้ว ก็จะเห็นว่ามีกล้ามท้องชัดทั้งคู่ แต่ลองถามใจตัวเองว่า อยากจะมีรูปร่างทั้งตัว แบบรูปทางซ้าย หรือทางขวาล่ะครับ ? 

 


 

ได้เวลาเปลี่ยน "จุดยืน" แล้ว


          ไม่ใช่การเปลี่ยน "จุดยืน" ในเรื่องของ การเมือง หรือการทำงาน แต่มันคือการเปลี่ยน "จุดยืน" จริงๆ ดูตามรูปข้างล่างนี้ครับ

ถ้าคุณคือคนที่ ยืนตรงตัวตุ๊กตาสีแดง ตามป้ายรถเมลล์ในภาพบน
 

นั่นเป็นเพราะคุณอาย ที่เวลาคนอื่นๆมองไปทางรถเมลล์แล้วจะเห็นคุณ
คุณก็เลยไปยืนอยู่อีกด้านหนึ่งของป้ายรถเมลล์แทน
 


          คุณรู้สึกเบื่อกับความต๊อกต๋อยอย่างนี้ไหม  มีชีวิตไปวันๆ ไม่มีสีสันอะไรเลย  มายืนรอรถเมลล์ก็ต้องมาหลบอยู่ตรงด้านที่ เวลาคนหันไปมองรถเมลล์แล้ว จะได้ไม่เห็นคุณ   ถ้าวันหนึ่งคุณหายไป ก็ไม่มีใครรู้ เพราะไม่มีใครที่ป้ายรถเมลล์นั้น รับรู้ความมีตัวตนของคุณเลย   คุณลองถามตัวเองว่า "หัวใจที่เต้นรัวเป็นกลอง" น่ะ มันเกิดกับคุณครั้งสุดท้ายมานานเท่าไร  นานมากแล้วใช่ไหม นั่นเพราะคุณไม่ได้ทำอะไรที่มันท้าทายให้ตื่นเต้นเลย เหมือนกับปลาตายที่ไหลไปตามวิถีของสังคม คือ เกิด เรียน ทำงาน แก่ แล้วก็ตาย  ไอ้ความคิดแบบวัยรุ่นที่กล้าคิด กล้าทำ ของคุณหายไปไหนกัน?
 

เปลี่ยนจุดยืนดีกว่าไหม? ไปยืนตรงจุดที่ทุกคนจะต้องมองเห็นคุณ!


          เปลี่ยนจุดยืนดีกว่าครับ! ทำชีวิตให้มีสีสัน ทำเรื่องน่าตื่นเต้น สร้างความมั่นใจให้ตัวเองด้วยการเล่นกล้าม แล้วไปยืนตรงจุดที่คนอื่นสามารถมองเห็นเราได้  ซึ่งไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตามอย่างน้อยก็จะต้องมีบ้างล่ะที่ในฝูงคนที่ป้ายรถเมลล์นั้น เห็นความแตกต่างของกล้ามแขนเราที่โผล่พ้นแขนเสื้อยืดออกมาเมื่อเทียบกับคนทั่วไป   นี่แหละจะทำให้คุณ "หัวใจที่เต้นรัวเป็นกลอง"  เพราะเพียงแค่คิดว่ามีคนกำลังมองคุณอยู่  คุณก็จะรับรู้ถึงความสำคัญของตัวเองขึ้นมาอีกมาก   ถ้าวันหนึ่ง คุณไม่ได้มายืนรอรถเมลล์ที่ป้ายเดิม เวลาเดิม ก็จะมีสาวๆบางคน ที่เคยแอบเหล่คุณอยู่ทุกวัน รู้ได้ทันทีว่าวันนี้คุณไม่มา  นั่นเพราะความมีตัวตนของคุณได้บังเกิดขึ้น ณ.ที่นั้นแล้ว  เมื่อวันไหนที่คุณไม่มา คนอื่นก็จะรู้สึกเหมือนขาดอะไรไปอย่างทันที

          ไม่มีใครเขาเดินเข้ามาชมคุณตรงๆหรอกครับว่า "กล้ามคุณสวยนะ ,ทำไมถึงแขนใหญ่ขนาดนี้ ฯลฯ" สิ่งพวกนี้ คนรอบข้างเขาเก็บไว้ในใจกันทั้งนั้น เขาชื่นชม (บางทีก็อิจฉา) ในสรีระรูปร่างคุณอย่างไม่ต้องสงสัย เพียงแต่ไม่พูดออกมาเท่านั้น  ดังนั้น ขอให้คุณมั่นใจในร่างกายของคุณ ที่ได้มาจากการฝึกด้วยความอุตสาหะนี้ แล้วนำมันไปอวด ไปโชว์ในทุกสถานที่ที่ในชีวิตประจำวันคุณต้องเดินผ่านไปดีกว่าครับ





 

นักเพาะกายมังสวิรัติ

  ไม่ทานเนื้อสัตว์เลย ยังได้เป็นถึงแชมป์ยุโรป อื่ม... เขาแน่จริงๆ
วิน เทเลอร์ นักเพาะกายผู้โด่งดัง ที่ภายหลังเปลี่ยนมาเป็นผู้ทานมังสวิรัติอีกคนหนึ่ง

 


 

(ภาพบน) โมนิก้า  แบรนดิก นักเพาะกายหญิง
 

(ภาพบน)
Andressa Vieira  อายุ 24 ปี นักเพาะกายอาชีพ

 

  ผู้หญิงก็เป็นนักเพาะกายได้นะครับ - การเพาะกาย ใช้หลักการเดียวกัน ไม่ว่าคุณจะเป็นหญิงหรือชาย คุณอาจเล่นเพื่อสุขภาพ หรือเพื่อรีดไขมัน หรือเพื่อหลีกหนีความจำเจก็ได้ครับ

 


 


 

Beater or Beaten?
อยากเป็นรถกระป๋อง หรืออยากเป็นซูเปอร์คาร์

       เป็นความจริงอย่างที่สุดว่า ในสังคมที่เราไม่สามารถทำความรู้จักกันได้ทุกคนนั้น เราแบ่งชนชั้นกันด้วยรูปลักษณ์ที่มองเห็นภายนอกกันทั้งสิ้น และเพราะเรามีรถกระป๋องให้เห็น เราจึงมีรถซูเปอร์คาร์มาเปรียบเทียบ เพราะถ้ารถทุกคันบนโลกนี้เป็นแบบซูเปอร์คาร์หมด ความน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับผู้ที่ครอบครองมันก็คงจะไม่มี  ยอมรับว่าถ้าพิจารณาในบางแง่ ไม่ว่าจะเป็นรถกระป๋องหรือรถซูเปอร์คาร์ ต่างก็พาไปถึงจุดหมายได้เหมือนกัน  แต่ถ้าบังเอิญวันหนึ่งมันจะต้องวิ่งอยู่บนถนนเส้นเดียวกันเหมือนในภาพข้างบน คุณก็คงจะเข้าใจว่าคนขับรถคันไหนรู้สึกว่าถูกทำให้ด้อยค่า (Beaten)  และคันไหนเป็นผู้สูงศักดิ์กว่า (Beater)

     ในบางเรื่อง เราอาจต้องยอมรับถึงความเป็นรอง  แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องเป็น "ผู้ถูกทำให้ด้อยค่า" สำหรับทุกๆเรื่อง ชีวิตคนเรามันสั้นเกินกว่าที่จะมายอมรับความธรรมดาพื้นๆ (Average) คงจะรู้สึกดีถ้าคุณมีอะไรสักอย่างในตัวที่มันสุดยอด (Out standing)  ถ้าคุณไม่ได้เป็นประธานบริษัท ,หัวหน้านักเรียน ,นักแสดงชื่อดัง นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องยอมรับความเป็น "คนธรรมดา"  แล้วก็จบลงด้วยการกินเหล้าตอนเย็นเพื่อให้ลืมเรื่องพวกนี้ไปวันๆ   จงลุกขึ้นมาจากสภาพเน่าๆเหล่านั้น ท้าทายตัวเองด้วยการตั้งเป้าหมายบางอย่างที่ทำให้ชีวิตคุณ "ไม่ธรรมดา" ดูบ้าง

     การเล่นกล้ามคือเป้าหมายที่ท้าทาย และสามารถไปได้ถึงหากคุณไม่ละความพยายาม   เวลานักเพาะกายยืนอยู่ที่ป้ายรถเมลล์ ,เดินตามห้าง ,อยู่ที่มหาวิทยาลัย หรือไปบริหารที่ยิมที่มีแต่คนผอมๆเล่นกัน  เขาจะได้ความรู้สึกของ "ผู้สูงศักดิ์กว่า" ทันที คุณอาจนึกไม่ออกว่ามันเป็นอย่างไร แต่หากคุณไม่ละความพยายาม สักวันหนึ่งคุณจะซึมซาบถึงความรู้สึกนี้ และความรู้สึกนี้จะไปชดเชยบางส่วนของชีวิต ที่คุณเป็นรองคนอื่นเขา  จงถามตัวเองว่าอยากเป็นรถกระป๋องหรืออยากเป็นซูเปอร์คาร์?
 

 



 
 
chinaculture.org

ทฤษฏีสาวพริตตี้

       จริงๆแล้ว ก็ไม่ถึงกับเป็นทฤษฏีอะไรหรอกครับ ผมพูดให้ดูสนุกๆไปอย่างนั้นเอง  แนวความคิดของเรื่องนี้ก็คือว่า เวลาที่เราไปงานมอเตอร์โชว์ ส่วนหนึ่งก็คือเราจะไปดูรถยนต์ที่เขานำมาโชว์ แต่อีกส่วนหนึ่งก็คือ เราจะไปดูสาวๆพริตตี้ที่งานโชว์นั้นด้วย

       เราในฐานะผู้ชาย เราคิดในมุมของเราว่า เราสนใจที่จะดูสาวพริตตี้ แต่เราเคยลองมองมุมกลับกันไหมว่า บางทีสาวพริตตี้ เขาก็อาจจะแอบมองผู้ชายอย่างเราด้วยเหมือนกัน

       เวลาที่กลุ่มพวกผู้ชายอย่างเรา มองไปที่พริตตี้ เราจะมองเห็นเธอได้ชัดเจน เพราะเธอยืนอยู่คนเดียว เราจึงจ้องไปที่เธอคนเดียว ( คือใช้สายตาโฟกัสไปที่เธอ ) ก็เลยทำให้เรามองเห็นเธอได้ชัด
 

       แต่เวลาที่พริตตี้ มองกลับมาที่พวกผู้ชายอย่างเรา เธอจะเห็นผู้ชายยืนอยู่เป็นกลุ่มๆ ยากที่จะดูใคร โฟกัสใคร คนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษได้ ดังนั้น ถ้าเธอจะแอบมองใครเป็นพิเศษ ผู้ชายคนนั้น ต้องมีลักษณะแตกต่างออกไปจากผู้ชายคนอื่นในกลุ่มแบบเห็นได้ชัด  / คราวนี้ สมมติเล่นๆว่าให้ตัวคุณเป็นพริตตี้สาวคนนั้น คุณจะโฟกัสเห็นผู้ชายคนไหนเป็นพิเศษระหว่างตัวอย่างสองแบบข้างล่างนี้

 
wrrv.com

       ตัวอย่างแบบที่ 1 - ผู้ชายทางซ้ายมือในภาพข้างบนนี้ แต่งตัวดี ภูมิฐาน - แต่ปัญหาคือในแง่ของพริตตี้แล้ว เธอคงไม่ได้มาหาสามีที่จะมาแต่งงานด้วย ในงานมอเตอร์โชว์นี้หรอก เธอก็แค่มองผู้ชายด้วยสายตาเจ้าชู้ ตามสไตล์สาวสวยอย่างเธอนั่นแหละ ดังนั้น แม้ว่าจะแต่งตัวดี แต่ก็ไม่มีอะไรเด่นไปกว่านั้น เธอก็แค่มองผ่านๆไป คือคุณไม่ได้แตกต่างอะไรจากผู้ชายในกลุ่มที่ยืนดูเธออยู่เลย

      
ส่วนผู้ชายทางขวามือ ก็มีกล้ามท้องที่คมชัด และสวยงามมาก "แต่" ถอดเสื้อมาโชว์ Six pack ให้พริตตี้เห็นไม่ได้ ( ไม่อย่างนั้น ยามคงไม่ให้เข้ามาในงานมอเตอร์โชว์ ) ดังนั้น เขาก็เลยต้องใส่เสื้อยืดทับมา ซึ่งทำให้ไม่มีใครในงานได้เห็น Six pack ของเขาเลย ดังนั้น เจ้าของ Six pack สวยและคมกริบคนนี้ ก็ถูกสาวพริตตี้ "มองผ่านศีรษะ" ไปเหมือนกับผู้ชายคนอื่นๆในกลุ่ม

 
gettyimages.com

       ตัวอย่างแบบที่ 2 - แต่แล้วก็มีผู้ชายอีกคนหนึ่ง ที่ยืนอยู่ในกลุ่มผู้ชายหลายๆคน ซึ่งเขาคนนี้ก็ไม่ได้แต่งตัวภูมิฐานเหมือนผู้ชายในแบบแรก ( คนทางซ้ายมือ ) และเขาก็แค่ใส่เสื้อยืดธรรมดา เหมือนผู้ชายแบบแรก ( คนทางขวามือ )

       แต่สิ่งที่ต่างออกไปจากผู้ชายรอบข้างก็คือ "ขนาด" / ก็ลองดูขนาดของกล้ามแขนที่โผล่พ้นแขนเสื้อออกมา ประกอบกับขนาดหน้าอกที่ดูราวกับจะระเบิดออกมาจากเสื้อยืดของเขาสิครับ

       DNA ลึกๆของเพศหญิง จะให้ความสำคัญกับการ "ได้รับความคุ้มครองจากเพศชาย" ดังนั้น ผู้ชายที่ดูน่าสนใจในสายตาของเพศหญิงนั้น จึงมักจะเป็นที่ดูแล้วมีความแข็งแกร่งกว่า ใหญ่กว่า เด่นกว่าผู้ชายที่อยู่รอบๆข้าง / จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้ชายที่มีขนาดมัดกล้ามที่ใหญ่กว่า จะเป็นที่เตะตาสาวสวยๆได้มากกว่า


       เป็นเรื่องทำใจได้ยาก ถ้าเราเป็นแค่ "สิ่งที่ถูกมองผ่านๆไป" ในสายตาของสาวสวย

       ดังนั้น คุณต้องให้ความสำคัญกับ "ขนาด" ของร่างกาย เพื่อให้ DNA ในร่างกายของหญิงสาวสวยพวกนั้น "บังคับ" ให้เธอต้องหันมามองคุณแบบไม่ละสายตา

       การถูกผุ้หญิงสวย มอง หรือแอบมอง มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆสำหรับผู้ชายอย่างเรา  ถ้าคุณเคยเป็นนักกีฬาดังสมัยเรียนมหาวิทยาลัย คุณคงจะจำความรู้สึกดีๆเหล่านี้ได้ นั่นคือความรู้สึกที่ว่า มีผู้หญิงในมหาวิทยาลัยแอบมองคุณอยู่ตลอดเวลา / และก็มีผู้ชายในมหาวิทยาลัย หมั่นไส้ ( ด้วยความอิจฉา ) คุณตลอดเวลาเช่นกัน

       แต่พอคุณจบจากมหาวิทยาลัย ทำงาน และแต่งงานมีครอบครัว คุณกลับรู้สึกว่าความนับถือตัวเองลดลงเรื่อยๆ รู้สึกเหมือนเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งในโลกใบนี้เท่านั้น ไม่มีสาวสวยมาแอบมองคุณ ไม่มีผู้ชายมาหมั่นไส้คุณ

       ถ้าคุณอยากจะคืนความ "นับถือตัวเอง" กลับมาอีกครั้ง ให้เหมือนกับสมัยที่เป็นนักกีฬาดังของมหาวิทยาลัย คุณก็ควรทำอะไรให้มันเป็นจุดเด่น ไม่ใช่ให้คนอื่นแค่มองคุณแบบผ่านๆไป


       การทำให้เป็นจุดเด่นนั้น เป็นเรื่องของการแต่งตัวด้วยเสื้อดีๆหรือเปล่า? หรือต้องทำสีผมจ๊าบๆ ? หรือต้องสักอะไรตรงซอกคอ ?

       ยังไม่ใช่ครับ ! เหตุผลก็เพราะว่าการใส่เสื้อทันแฟชั่น หรือทำสีผม หรือการสักรอยสัก ใครๆก็เลียนแบบคุณได้ด้วยการเดินเข้าร้านขายเสื้อ ,ร้านทำผม และร้านสัก เขาก็จะใส่เสื้อเหมือนคุณ มีสีผม และมีรอยสักเหมือนคุณ นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ความดูดีของคุณกลายเป็น "ของโหล" คือใครก็มีแบบคุณได้  

       หรือต้องเป็นเรื่องการเงิน? คือถ้าการเงินดีแล้ว เราก็จะมีจุดเด่น

       ก็ยังไม่ใช่อยู่ดี เพราะเวลาที่คุณไปเดินห้างสรรพสินค้าแล้วกำลังลงบันไดเลื่อน  ผู้หญิงสาวสวยที่กำลังขึ้นบันไดเลื่อนสวนทางขึ้นมา หล่อนคงไม่ตะโกนถามคุณหรอกว่า "คุณมีการเงินดี ,คุณเป็นเจ้าของโรงงาน คุณเป็นเจ้าของบริษัทหรือเปล่าคะ? ถ้าใช่  ดิฉันก็จะมองคุณค่ะ"

       แล้วอะไรจะเป็นสิ่งที่ทำให้สาวสวยที่กำลังขึ้นบันไดเลื่อนสวนขึ้นมานั้น มองคุณล่ะ?  ใช่แล้วครับ มันต้องเป็นสิ่งที่เห็นได้แบบเป็นรูปธรรม เหมือนที่เห็นในรูปข้างล่างนี้


 
drwannabe.tumblr.com

        สิ่งที่ทำให้คุณดูต่างจากผู้ชายรอบข้าง "ในทันที" ที่มีการมองจากสายตาคนอื่น ก็คือ "ขนาด" ของร่างกายของคุณนั่นแหละครับ / ซึ่งการที่คุณจะมีขนาดร่างกายแบบผู้ชายในภาพข้างบนนี้ คุณต้อง "เล่นกล้าม" เท่านั้น

        Six Pack ไม่มีประโยชน์ตรงบันไดเลื่อน เพราะอยู่ๆคุณคงไม่กล้าเปิดชายเสื้อโชว์ Six pack ให้สาวสวยที่กำลังขึ้นบันใดเลื่อนสวนทางขึ้นมาได้ดู

        Six Pack มีไว้โชว์หญิงวัยชรา ที่มาปั่นจักรยานที่สถานฟิตเนส เพราะไม่อยากหัวใจวายตาย / เพราะสถานฟิตเนส ( ในห้าง ) เป็นสถานที่เดียวในห้าง ที่อนุญาตให้คุณโชว์ Six Pack ได้ เพียงแต่ว่าลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็น ผู้หญิงที่มีอายุค่อนข้างมาก  เพราะคนมีอายุค่อนข้างมาก มักจะมีเวลามาก และมีเงินมากพอที่จะสมัครที่ฟิตเนสได้

        แต่ Six Pack ไม่มีประโยชน์อะไรเลยในที่สาธารณะ เพราะมันโชว์ไม่ได้ ประโยชน์การใช้สอยของการมี Six Pack จึงน้อยมาก สู้เรื่องของ "ขนาด" ร่างกายไม่ได้ ที่มันทะลุเสื้อผ้า มองเห็นได้ชัด วัดกันได้ทันทีว่าใครเล่นกล้าม ใครไม่เล่นกล้าม

        การถูกมองผ่านศีรษะไป มันเป็นอะไรที่เจ็บปวด  ถ้าคุณไม่อยากถูกสาวสวยมองผ่านศีรษะไป ก็จงเริ่มหาอาหารเสริม ( ของแท้ - ของแท้คืออะไร? ) มากิน แล้วลงมือเล่นกล้ามเสียตั้งแต่วันนี้
 แล้วไม่นาน คุณก็จะได้รับความนับถือตัวเองกลับคืนมา เหมือนกับสมัยที่คุณเคยเป็นดาวเด่นตอนอยู่มหาวิทยาลัยครับ



 

หน้าถัดไป


 

1  <  2  <  3  <  4  <  5  >  6  >  7