-  หน้า 6  -


 

อาชีพอะไร ก็เป็นนักเพาะกายได้ทั้งนั้น 
      กีฬาเพาะกายนั้น ไม่ได้มีไว้สำหรับการเล่นเพื่อเข้าประกวดเท่านั้น  ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร อาชีพอะไร มีพรสวรรค์ทางกล้ามเนื้อที่จะเป็นนักเพาะกายอาชีพหรือไม่ ก็ไม่สำคัญ ขอเพียงแค่คุณคิดได้ว่า บุคลลิคภาพที่มีสง่าราศี  และการมีสุขภาพที่ดี ถือเป็นสิ่งสำคัญแล้วละก็ คุณก็เพาะกายได้เลยครับ ทุกคนก็เล่นกล้ามได้หมด และไม่ได้เบียดบังเวลาทำงานของคุณหรอกครับ
 


 


 
ลดความอ้วนด้วยการเพาะกาย ดีกว่ากันเยอะ!

       มีเพื่อนสมาชิกหลายคน เมลล์มาคุยเมื่อทุกอย่างมันแก้ไขลำบากไปเสียแล้ว เรื่องของเรื่องคือ ตัวเองเป็นคนอ้วน หนักเป็นร้อยกิโลกรัม  เจอผู้รู้สั่งสอนว่า ให้กินข้าวน้อยๆ วิ่งวันละหลายๆกิโล ปั่นจักรยานเยอะๆ  ผลคือไขมันลดลงไปได้จริง น้ำหนักลดลงไปได้จริง แต่เกิดสภาพผิวหนังหย่อนยานแบบตกท้องช้าง ห้อยย้อยลงมาทั้งตัว หัวนมแหลมห้อยตกลงเหมือนนมผู้หญิง ซึ่งอาการอย่างนี้มาหาผม ถือว่าอาการหนักแล้ว แก้ไขแทบจะไม่ได้เลย   สาเหตุก็เป็นเพราะคุณไปทำลายไขมันเร็วเกินไป โดยคิดแต่ในใจว่าจะต้องลดน้ำหนัก ,จะต้องลดน้ำหนัก  พอไขมันออกไปเร็ว แต่ผิวหนังที่เคยขยาย เพราะเคยทำหน้าที่รับไขมันไว้  มันลดตามไปไม่ทัน มันก็เกิดช่องว่างขนาดใหญ่ขึ้นระหว่างชั้นของผิวหนังกับตัวกล้ามเนื้อ  เมื่อเกิดช่องว่าง ผิวหนังก็ไม่มีที่ยึดเกาะ แล้วก็เลยแรงดึงดูดของโลกเล่นงาน ทำให้ผิวหนังทั้งตัว ห้อยย้อยลงมาจนดูน่าเกลียดทีเดียว

       ถ้าคุณใช้วิธีลดไขมัน ลดน้ำหนักด้วยวิธีของฟิตเนสแบบนั้น ก็ต้องไปต่อว่าคนสอนเอาเอง ก็คุณให้การบ้านเขาเองนี่นาว่าจะขอลดไขมัน ลดน้ำหนัก เขาก็ทำให้คุณได้แล้วนี่ แต่ไม่ได้บอกว่าไม่ขอเอาผิวหนังย้อยห้อยเป็นท้องช้างเป็นของแถม

       และข้างล่างนี้ คือผลของการ "หักดิบ" ด้วยการอดอาหาร ปั่นจักรยาน วิ่งจ๊อกกิ้ง ทำแอโรบิคอย่างเอาเป็นเอาตาย จนน้ำหนักลด แต่ก็มีของแถมตามมาด้วยตามภาพข้างล่างนี้ (ภาพข้างล่างนี้เป็นคนๆเดียวกันทั้งหมดนะครับ)
 
ครูฝึก (เสื้อสีน้ำเงิน) ยืนยิ้มอยู่ข้างหลัง
ทำตามความต้องการของลูกศิษย์คือการลดน้ำหนัก (อย่างเดียว)

       ผมก็ยอมรับละครับว่าการอดอาหาร การทำฟิตเนสอย่างเอาเป็นเอาตายตามที่ครูฝึกสอนนั้น ก็ทำให้คุณใส่เสื้อผ้าแล้วดูดี  แต่ก็คงไม่กล้าถอดเสื้อโชว์หน้าอกที่ไหน นั่นก็เพราะว่า วิธีแก้ผิวหนังหย่อนตกท้องช้างนั้น ต้องใช้วิธี "ผ่าตัดทิ้ง" อย่างเดียว คุณก็จะมีรอยแผลเป็นที่ท้องแขน และบริเวณหน้าท้องอย่างถาวรไป
 

การลดน้ำหนักด้วยการเพาะกาย


       แต่ถ้าคุณมาใช้วิธีลดไขมัน ลดน้ำหนักด้วยการเพาะกายเสียตั้งแต่เริ่มต้น ทุกอย่างจะค่อยเป็นค่อยไปอย่างช้าๆก็จริง แต่ว่าร่างกายจะปรับสมดุลไปในตัว  ยกตัวอย่างเช่นตรงช่องที่ไขมันเคยอยู่ แล้วไขมันกำลังละลายออกไปนั้น ก็มีกล้ามเนื้อค่อยๆใหญ่ขึ้น พัฒนาขึ้น เข้าไปแทรกตัวแทนที่ของไขมันนั้น  คุณลองดูภาพข้างบนนี้ก็ได้ ดูตรงช่องท้องสิครับ จะเห็นได้ว่าไม่มีการท้องแตกเป็นลาย หรือกล้ามเนื้อห้อยย้อยลงมาเลยทั้งๆที่ลดเอวไปได้เสียขนาดนั้น  แถมการทาน ก็ทานกันแบบเต็มที่ (เพราะต้องใช้พลังงานมาเล่นกล้ามด้วย) ไม่ต้องอดๆอยากๆ เห็นของอร่อยแต่กินไม่ได้เหมือนกับคนมีกรรมซะยังงั้น ลองกลับไปคิดดูนะครับ ว่าจะลดไขมันแบบอดอาหาร ปั่นแต่จักรยานทั้งวันแล้วได้ผิวย้อยเป็นท้องช้างเป็นของแถม (จนต้องผ่าตัดทิ้ง เหลือร่องรอยแผลเป็น)  หรือว่าจะกินเต็มที่เพื่อมีแรงมาออกกำลังเต็มที่แบบนักเพาะกาย แล้วได้มัดกล้ามเป็นของแถมมาพร้อมๆกับชั้นผิวหนังที่บางเฉียบแบบในรูปข้างบน

       และผมขอเอาหัวเป็นประกันเลยว่า ไม่มี "ยาวิเศษ" ตัวไหนหรอกครับ ที่ทานแล้วจะลดไขมันจนมีหุ่นเป็นนักกล้ามได้ ไม่อย่างนั้น ไอ้เจ้าคนแรกที่ผมเอามาให้ดูเป็นตัวอย่าง (คนที่ผิวย้อยจนตกเป็นท้องช้าง) ก็ต้องหาซื้อมากินแล้วจริงไหมครับ   สิ่งที่จะช่วยคุณได้ก็คือไอ้เจ้าดัมเบลล์ บาร์เบลล์เก่าๆขึ้นสนิม ที่เก็บไว้หลังบ้านคุณนั่นแหละ เอามาปัดฝุ่นซะ แล้วบวกความมุ่งมั่น และความใจเย็นลงไป ค่อยๆเพาะกายไปเรื่อยๆ  นี่แหละคือสิ่งที่จะช่วยให้คุณพ้นขุมนรกจากสายตาคนรอบข้าง ที่เห็นคุณเป็นตัวอ้วนประหลาด     ขอให้ระลึกเสมอว่า หยดน้ำทีละหยด มันก็ยังทำให้เต็มตุ่มได้  ฉันท์ใดก็ฉันท์นั้น แม้ว่าวันนี้เราเพาะกายแล้วยังไม่ค่อยเห็นการเปลี่ยนแปลง แต่ขอให้ทำไปเรื่อยๆ สักวัน คุณก็จะสัมฤทธิ์ผลในสิ่งที่ต้องการเองครับ
 

 


 

      ต่อไป ผมจะแนะนำวิธีใช้เวบ ให้มีประสิทธิภาพนะครับ  โดยในทุกๆหัวข้อที่คุณอ่าน คุณจะพบเฟรมสีฟ้าอยู่ข้างล่าง เป็นดังรูปข้างล่างนี้ครับ
 

หน้าหลัก | (หน้ารอง....) | แผนที่เวบไซท์ | หน้า shopping  | กระดานข่าว

 

      วิธีใช้ชุดคำสั่งข้างล่างนี้ ก็แค่เลือกกดเอาเวลาที่ต้องการครับ คำว่า หน้าหลัก ก็คือหน้าแรกเมื่อเราเปิดเข้ามาเวบผมไงครับ อันต่อมาคือหน้ารอง  ขึ้นอยู่กับว่า เพื่อนเข้าไปอ่านในคอลัมน์ไหน ถ้ากดตรงนี้ ก็จะไปเริ่มต้นที่ตัวคอลัมน์นั้นเลย ไม่ต้องมาหาจากหน้าหลักอีก

      ต่อไปก็คือ แผนที่เวบไซท์ ตรงนี้คือเข็มทิศที่จะนำทางคุณไปได้ในทุกๆหัวข้อในเวบเพาะกายนี้เลยครับ อะไรที่คุณคิดไม่ออกว่าเคยอ่านเจอไว้เมื่อนานมาแล้ว มันอยู่ตรงไหนนะ? ให้คลิ๊กดูที่ตรงนี้ก่อนเลยครับ

      ถัดไปคือ หน้า  shopping ก็เป็นของที่ขายในเวบน่ะครับ ถ้าช่วยอุดหนุนกันก็ดีครับ จะได้มีตังค์ไปจ่ายค่าพื้นที่อินเตอร์เนท (Host)ในแต่ละเดือน  แต่ถ้าไม่อุดหนุนกันก็ไม่เป็นไรครับ เพราะยังไงผมก็มีอุดมการณ์ที่จะให้ความรู้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายอยู่แล้วครับ เวบผมจึงไม่ต้องสมัครสมาชิก ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายครับ เพราะก็จะมีเพื่อนสมาชิกบางส่วนช่วยอุดหนุนสินค้า ผมก็จะเอากำไรที่พอมีบ้างนั้น เอามาใช้จ่ายในการทำเวบให้คนที่ไม่มีเงินได้เข้ามาใช้ประโยชน์กันไงครับ

      สุดท้ายคือ กระดานข่าว ซึ่งเมื่อคลิ๊กเข้าไป จะพบกระดานข่าว  ตรงจุดนี้ ถือเป็นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างเพื่อนๆ ที่สนใจในเรื่องเล่นกล้ามน่ะครับ หรือบางคนอยากรู้ว่า โรงยิมที่ใกล้บ้านที่สุดอยู่ที่ไหน ก็มา post ข้อความทิ้งไว้แล้วกัน

      ต่อไปคือตัวเนื้อหาหลักของเวบไซท์นี้ครับ ซึ่งผมแยกไว้เป็น 3 ส่วน แยกเป็นสีๆไว้ สีแรกคือสีเขียวดังรูปข้างล่างนี้ครับ
 

วิชาการ

 

      ส่วนแรกเป็นส่วนของ "วิชาการ" เป็นเรื่องที่ให้ความรู้ต่างๆ ผมแนะนำให้อ่านส่วนนี้ในเวลาที่ว่างๆนะครับ เพราะบางทีเราต้องใช้สมาธิเพื่อจะทำความเข้าใจ แต่คุณอย่าเบื่อที่จะหาความรู้ในส่วนนี้นะครับเพราะแต่ละเรื่องที่ผมนำมาแปลลงไว้ในนี้นั้นล้วนแต่มีประโยชน์ทั้งสิ้นครับ ส่วนถัดไป ก็คือส่วนของการลงมือเล่นกล้ามจริงๆ ซึ่งผมใช้ชื่อหัวข้อในส่วนนี้ว่า "ปฏิบัติ"


 

ปฏิบัติ

 

      เมื่อเรามีความรู้ทางด้านวิชาการซึ่งเป็นเรื่องของทฤษฎีต่างๆแล้ว  ต่อไปก็คือการปฏิบัติจากสถานที่และผู้ฝึกจริงๆ ซึ่งก็คือในหัวข้อ "ปฏิบัติ" ที่อยู่ในตารางสีชมพูครับ ไปดูว่าเขาฝึกกันอย่างไร ฝึกท่าไหนกี่ครั้ง เน้นอะไรเป็นพิเศษบ้าง ซึ่งแชมป์แต่ละคนก็มีเคล็ดลับของตน  เหมือนกับที่เขาเคยพูดว่า "the rule is no rule" นั่นคือ ไม่มีกฎตายตัวในเรื่องการเพาะกาย ดังนั้นเราก็จะได้รับการถ่ายทอดเทคนิคจากดาวรุ่งผู้ประสบความสำเร็จในการเพาะกายจากส่วนนี้เองครับ  อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญก็คือส่วนต่อไปนี้ครับ คือส่วนของ "กำลังใจ"
 


 

กำลังใจ

 

      เป็นเรื่องธรรมดาครับที่คนเราทำอะไรบางครั้งก็มีการเบื่อหรืออาจเรียกว่า ไฟตก บ้าง แต่กีฬาเพาะกายเป็นกีฬาที่ต้องอาศัยแรงจูงใจ (motivate) เพราะกล้ามเนื้อเราจะโตแบบค่อยเป็นค่อยไป ดังนั้นคุณจะต้องพยายามรักษาไฟเอาไว้ให้ได้ตลอด และวิธีชาร์จไฟให้ดีที่สุดก็คืออ่านในส่วนนี้แหละครับ เพราะผมจะคัดเอาแนวคิดหรือตัวอย่างที่อ่านแล้วเกิดไฟหรือรู้อะไรแปลกๆ ที่มันไม่ได้อยู่ในส่วนของวิชาการ หรือส่วนของการลงมือฝึก (ปฏิบัติ) เอามาไว้ในส่วนนี้ทั้งหมดครับ 


 

  แม้จะเป็นนักเพาะกายอยู่แล้ว ก็ใช้ประโยชน์จากเวบนี้ได้
           นักเพาะกายหลายคน เมื่อฝึกตามโรงยิมก็ได้รับถ่ายทอดความรู้มาจากรุ่นพี่หรือจากอาจารย์ที่มีประสบการณ์หลายสิบปี จนสร้างกล้ามเนื้อได้สวยงาม แต่ว่าศักยภาพร่างกายคุณอาจไม่ได้หยุดแค่นั้น ลองดูภาพด้านซ้ายสิครับ เป็นนักเพาะกายชื่อ ฌอน ปิแอร์ ฟุค จากเขาแมตเทอฮอน ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ในครั้งแรกนั้นเขาเองคิดว่าได้ถึงจุดสูงสุดของศักยภาพร่างกายเขาแล้ว แต่ปรากฏว่าเมื่อนายฟุคคนนี้ย้ายมาอยู่อเมริกา เขาไม่ทำตัวเป็นชาล้นถ้วย โดยพยายามหาความรู้เกี่ยวกับหลักวิชาการเพาะกายของอเมริกาเอามาใช้เพิ่มเติมจากที่เคยฝึกอยู่ ปรากฏว่าใช้เวลาเพียง 2 ปี ฟุคก็สามารถเพิ่มมัดกล้ามได้อีกถึง 22 กก.ทีเดียว (ตามภาพทางด้านขวา)

           เราต้องพยายามหาความรู้ตลอดเวลา อย่างที่โบราณเขาว่า ถามทางต้องถามสามคน คนแรกว่าไปทางซ้าย คนที่สองว่าไปทางขวา ก็ลองถามคนที่สามดูครับ อย่ายึดหลักอาจารย์คนใดคนหนึ่งแบบเอาเป็นเอาตาย  เวบไซท์ของผมได้ทำหน้าที่นี้ให้คุณแล้ว โดยรวบรวมความคิด กลยุทธ์การฝึก ของหลายค่ายหลายแชมป์มาให้คุณได้อ่านถึงที่แล้วครับ

 


 

คุ้มค่าไหมที่จะเพาะกาย?

      คุณอาจเป็นหนึ่งในสองคนที่ผมกำลังจะยกตัวอย่างนี้

      1.เคยเล่นกล้ามมาก่อนเมื่อหลายปีที่แล้ว แล้วก็มีคำถามหลุดขึ้นมาในใจว่า "ทำไมฉันจะต้องลงทุน ทั้งเวลา ทั้งกำลังกาย ทั้งเงินทอง เพื่อเล่นกล้ามด้วย?" เมื่อคุณตอบคำถามตัวเองไม่ได้ คุณก็พาลหยุดเอาดื้อๆ และแล้ววันนี้ เวลาผ่านไปหลายปี คุณได้มาอ่านเวบผมแล้วเกิดมีไฟอยากเล่นกล้ามขึ้นมาอีกครั้ง แต่ก็กลัวว่าจะมีคำถามเดิมอันนั้นผุดขึ้นมาอีก

      2.คุณไม่เคยเล่นกล้ามมาก่อน แต่ก็พอจะรู้มาบ้างว่า กว่าจะได้กล้ามเนื้อแบบนักเพาะกายนั้น มันต้องใช้เวลา ไม่ได้เดินเข้าไปซื้อในร้านเซเว่นอีเลฟเว่นได้  ต้องลงทุนเรื่องอาหารเสริม ลงทุนพละกำลัง วันแล้ววันเล่า ปีแล้วปีเล่า เล่นไปเพื่ออะไร? ท้ายที่สุดแล้วก็อาจต้องเลิก คงไม่ได้เล่นไปตลอดชีวิตล่ะมั้ง? ในเมื่อรู้แล้วว่าท้ายที่สุดก็จะต้องเลิกเล่นไม่วันใดก็วันหนึ่ง ยังงั้นเราจะเริ่มทำไมล่ะ?

      ประเด็นของสองคนนี้คือ เขาทั้งสองคนยินดีที่จะเอาเป็นเอาตายกับการเล่นกล้าม และจะเล่นไปให้ตลอดด้วย ขอเพียงได้คำตอบเจ๋งๆ สั้นๆ เอาไว้ตอบคำถามให้ตัวเอง เวลาที่มีคำถามพวกนี้เข้ามากวนใจ

      ผมขอตอบให้คุณเลยแล้วกัน 4 พยางค์ สั้นๆ คือ ความ - รู้ - สึก - ดี


      นักวิ่งระยะสั้นในกีฬาโอลิมปิค  ฝึกกันอย่างเอาเป็นเอาตาย วันแล้ววันเล่า เดือนแล้วเดือนเล่า ปีแล้วปีเล่า เวลาที่เพื่อนรุ่นเดียวกันไปสรวลเสเฮฮา กินเหล้า เที่ยวกลางคืน เขาเหล่านี้ก็อยู่ในลู่วิ่ง ต้องผูกตัวเองไว้กับอุปกรณ์หนักๆแล้ววิ่ง ,ต้องเล่นเวทอย่างหนัก ,ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อออกมาวิ่ง ทำอย่างนี้เป็นเวลาถึง 4 ปี กว่าที่จะมีกีฬาโอลิมปิคสักครั้งหนึ่ง และสิ่งที่เขาเฝ้า ฝึกหนักมาถึง 4 ปี ก็ถูกนำมาใช้ในเวลา ไม่ถึงนาที! และจริงๆแล้วต้องพูดว่า เพื่อเวลาแค่ 0.001 วินาที ที่เขาเฉือนคู่แข่งต่างหาก

      ความรู้สึกดี เกิดขึ้นเมื่อคุณได้รับชัยชนะ  เกิดขึ้นเมื่อคุณได้รับการยอมรับ เกิดขึ้นเมื่อคุณรุ้สึกตัวว่าคุณคือคนที่ไม่ธรรมดา ไม่อย่างนั้น นักวิ่งเหล่านี้คงไม่ยอมลงทุนฝึกอย่างหนักเพื่อให้ได้มันมา   มันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มที่คุณจะทุ่มเทสิ่งที่คุณมีทั้งหมดไปเพื่อความรู้สึกอันนี้  สำนวนภาษาอังกฤษพูดไว้ว่า "คุ้มค่าที่จะตายเพื่อมัน"

      สำหรับคนที่เคยเล่นกล้าม แล้วเลิกไปก่อนหน้านี้ แล้วกำลังจะกลับมาเล่นใหม่ อยากจะบอกให้รู้ว่าเมื่อหลายปีที่แล้ว ก่อนที่คุณจะเลิกเล่นกล้ามนั้น ทุกๆคนรอบตัวคุณ เขาต่างพากันชื่นชมและยอมรับคุณ เพียงแต่ด้วยวัฒนธรรมแบบไทยๆ ที่มักเก็บเอาความชื่นชมเอาไว้ในใจ เขาจึงไม่ได้เดินมาเอ่ยปากให้คุณฟัง คุณก็เลยคิดว่าเล่นไปก็เท่านั้น! แล้วเลิกไป  ดังนั้นมาถึงตอนนี้แล้ว ผมได้ให้คำตอบกับคุณแล้ว คุณจึงไม่ต้องไปสนใจสิ่งรอบข้างอีก ขอเพียงตัวคุณเอง ยอมรับว่า คุณ "รู้สึกดี" เวลาที่คุณ "เหยียบ" คู่แข่งของคุณติดธรณีด้วยท่าทางของคุณที่แมนสุดๆ กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ กล้ามเนื้อแบบนักเพาะกาย ที่ยากจะเลียนแบบ  เหตุผลแค่นี้มันก็พอเพียงแล้ว

      สำหรับคนที่กำลังจะเริ่ม แต่ยังละล้าละลัง ผมขอยืนยันว่าคุณจะได้พบชีวิตใหม่ ชีวิตที่มีระบบระเบียบ ชีวิตของผู้ชนะ  คุณไม่จำเป็นต้องเล่นเพื่อไปประกวดที่ไหน คุณกำลังเพาะกายเพื่อ "ความรู้สึกดี" ที่จะได้เห็นคนที่รู้จักต้องอ้าปากค้าง ตอนที่เห็นความเปลี่ยนแปลงบนร่างกายคุณ เพื่อนเก่า ,หญิงที่เคยจีบแต่ไม่ติด  ,คู่แข่งที่เคยสบประมาทคุณด้วยสายตา คนเหล่านี้จะเปลี่ยนมุมมองที่เคยมีต่อคุณไปโดยสิ้นเชิง

      ในอนาคต ตอนที่คุณเกิดคำถามว่า "คุ้มค่าไหมที่จะเล่นกล้าม" จงนึกถึงภาพนักวิ่งโอลิมปิคที่ผมเอามาให้ดูนี้ แล้วจงให้คำตอบกับตัวเองว่า ขนาดเขาฝึกหนัก 4 ปีเพื่อจะเอามาใช้ในเวลาไม่ถึงนาที เขายังทำเลย แล้วนี่การเพาะกายนั้น คุณได้ใช้ประโยชน์จากมันตลอดเวลา คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มเมื่อเอามาเทียบกัน  อา.. "ความรู้สึกดี" นี่มันช่างคุ้มค่าจริงๆ


 


 

คิดว่าตัวเองแก่ คงไม่ทันจะเริ่มเล่นกล้าม ใช่หรือเปล่าครับ?
 


อาหมัด   ไฮดาร์ จากเบรุต  ประเทศ เลบานอน เกิดเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2511 ภาพข้างบนนี้ถ่ายเมื่อกลางปี พ.ศ.2552 นั่นหมายความว่าตอนที่ถ่ายภาพนี้ เขาก็อายุ 42 ปี+ แล้ว และดูภาพก่อนฝึกกับหลังฝึก ก็ไม่น่าต่างกันนานนัก  คุณคิดว่ายังไงครับ สำหรับข้อสงสัยที่ว่าฉันอายุ 40กว่าแล้ว จะเริ่มเล่นกล้ามได้เหรอ? ผมว่า รูปภาพ น่าจะเป็นคำตอบที่ชัดเจนกว่าคำพูดนะครับ

 


 


 


       ผมไม่เถียงเลยว่าการลดน้ำหนักนั้น จะทำให้ร่างกายเราดูดีขึ้นมา และมีความมั่นใจในบุคลิกภาพตัวเองมากขึ้น และไม่เคยต่อต้านวิธีการลดน้ำหนัก ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ อันได้แก่ การอดอาหาร ,การใช้ยาลดน้ำหนัก ,การออกกำลังกายอย่างหนัก ,การปั่นจักรยานอย่างหนัก และอีกหลายวิธีที่จะสรรหามาได้ด้วยการทดลองต่างๆ  เพราะว่าเจ้าของเงิน คือผู้ที่จะเลือกได้ว่าเขาควรจะลดไขมันด้วยวิธีไหน ซึ่งสถาบันลดความอ้วน หรือสถานลดไขมันที่ไหน ที่ตอบโจทย์ให้ลูกค้าในเรื่อง ลดไขมันได้ เร็วที่สุด เห็นผลเร็วที่สุด ก็จะได้เงินจากกระเป๋าลูกค้าไปครอง  เพียงแต่ผมอยากจะให้คุณลูกค้าทั้งหลายเหล่านั้น ได้ยอมรับความจริงตามที่ผมจะบอกไปนี้ด้วย นั่นคือ ....
 

เปรียบไขมันเหมือน "หญ้าวัชพืช"  และวิธีลดความอ้วนคือ "หิน"
ถ้าเราเอาหินทับหญ้าไว้ หญ้าตรงส่วนนั้นไม่ขึ้นก็จริง
แต่ยกหินออกเมื่อไร หญ้าตรงนั้นก็ขึ้นเหมือนเดิม
 

       ก็เพราะไขมัน คือธรรมชาติส่วนหนึ่งที่มีอยู่ในองค์ประกอบของร่างกาย แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ แต่คุณก็จะไม่สามารถกำจัดมันแบบถาวรได้เลย  วิธีที่จะจัดการกับมัน คือคุณต้องควบคุมมันตลอดเวลา  ผมสมมติให้ไขมันส่วนเกินที่ว่านี้คือต้นหญ้าวัชพืช  และเปรียบ วิธีการต่างๆที่คุณใช้ลดความอ้วน เป็นก้อนหิน  เมื่อคุณเอาหินไปวางบนวัชพืช แน่นอนล่ะว่าวัชพืชที่อยู่ใต้หินนั้นก็ไม่เจริญเติบโต จนดูราวกับว่าวัชพืชเหล่านั้น ได้ตายไปแล้ว แต่เมื่อเวลาผ่านไป 1 ปีหรือ 2 ปี เมื่อคุณยกหินออก ภายในไม่กี่วัน วัชพืชก็จะเริ่มสร้างตัวเองขึ้นมาตรงบริเวณที่เคยถูกหินทับ (แต่ตอนนี้ถูกเอาหินออกไปแล้ว) ได้อีก นั่นเพราะคุณไม่มีทางที่จะปราบวัชพืชตัวนี้อย่างถาวรได้เลย ที่คุณทำในกรณีที่ไม่ต้องการเห็นวัชพืช ก็คือการวางหินไว้ให้ได้ "นานที่สุด" ต่างหาก (ยิ่งวางหินไว้นานเท่าไร ก็จะมีการ "คงสภาพ" ของการที่ไม่มีวัชพืชได้นานเท่านั้น)

       ตรงนี้คือส่วนในการนำเสนอของผม ที่ให้คุณเลือกระหว่างการลดไขมันด้วยวิธีการที่ "เร็วที่สุด" โดยสถาบันลดความอ้วนทั้งหลาย  กับการลดไขมันที่สามารถทำให้ "คงสภาพได้นานที่สุด" สองอย่างนี้มักไม่ไปควบคู่กัน

       คุณจะทนได้สักกี่น้ำ กับวิธีการลดไขมันได้ เร็วที่สุด ตามแบบฉบับของสถาบันลดความอ้วนทั้งหลาย  กานทานอาหารที่ไม่ใช่ธรรมชาติ ,การออกกำลัง ,การอดอาหารอย่างหฤโหด ผมเห็นดาราที่เป็นพรีเซ็นเตอร์ของสถาบันลดความอ้วนทั้งหลายเหล่านี้ ภายหลังกลายเป็นพะโล้หนักกว่าเดิมซะอีก ไม่ใช่เพราะเขาขี้เกียจ แต่เป็นเพราะการอดอาหารอย่างนั้น การออกกำลังอย่างหนักอย่างนั้น มันทำให้ชีวิตเขาเสียสมดุล เพราะเขายังมีอาชีพที่ต้องใช้แรงกาย แรงใจ และแรงสมองอีก  ไม่เถียงว่าการลดน้ำหนัก ลดไขมันเหล่านี้ ได้ผลและเห็นผลเร็วกว่าการเพาะกายมาก แต่ความเร็วในการลดน้ำหนัก  ไม่ได้ช่วยอะไรในระยะยาวได้หรอกครับ  เพราะทันทีที่คุณทนไม่ไหวกับการกินที่ผิดธรรมชาติแบบนั้น การฝึกโหดๆอย่างนั้น คุณก็จะหยุดทำเอาดื้อๆ และเมื่อหยุดทำแล้ว ก็เหมือนคุณยกก้อนหินที่ทับวัชพืชพวกนั้นออก ไม่ช้าไม่นาน วัชพืช (ซึ่งก็คือไขมัน) ก็จะต้องกลับมาอย่างไม่ต้องสงสัย

       แต่ถ้าคุณใช้การเพาะกาย มาเป็นหินก้อนใหม่ที่จะวางทับบนวัชพืชเหล่านั้น   คุณก็จะพบว่าการเพาะกายนั้น สามารถทำได้โดยไม่หนักและไม่เบาเกินไป (หมายถึงว่าช่วงออกกำลัง กับช่วงพักผ่อน สมดุลกัน) ,สามารถทานอาหารตามใจชอบได้ ,ถ้าวันไหนงานยุ่ง ก็ร่นวันฝึกไปฝึกวันอื่นได้ ,ระยะเวลาในการฝึกแต่ละครั้ง ไม่กินเวลานาน  สิ่งต่างๆที่ว่ามานี้ จะทำให้คุณออกกำลังกายอยู่ได้นานหลายปี เพราะไม่ทำให้คุณเครียด  และเมื่อคุณออกกำลังกายได้นานติดต่อกันเช่นนี้  ก็เหมือนก้อนหินที่วางทับบนวัชพืชเป็นเวลานานๆ  ไม่เปิดโอกาสให้มันออกมาเพ่นพ่านได้ (คือตัวตนของมันยังมีอยู่ แต่มันออกมาเพ่นพ่านไม่ได้ เพราะคุณวางหินทับเอาไว้) ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่าการเพาะกาย คือการทำให้คุณ "คงสภาพ" อยู่ในสภาพไขมันในร่างกายน้อยได้ นานที่สุด ตราบเท่าที่คุณยังออกกำลังด้วยการเพาะกายอยู่นั่นเอง (เพราะคุณมีกำลังใจในการฝึกติดต่อกันได้นานนั่นเองครับ)

       ไม่ต้องเอาเงินมาซื้อวิธีฝึกจากผม ไม่ต้องมาซื้ออาหารเสริมจากผม ขอเพียงคุณอ่านเอาความรู้เพาะกาย "ฟรี" ที่มีในเวบนี้ แล้วนำไปปฏิบัติ คุณก็จะสามารถจัดการกับไขมันได้ แม้ว่ามันจะไม่ได้ผลรวดเร็วเหมือนสถาบันลดความอ้วนทั้งหลายที่คุณต้องเสียเงินเสียทองหลายหมื่น แต่การเพาะกายจะทำให้คุณกดการเติบโตของไขมันได้ยาวนาน  การเพาะกายอาจไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดในการลดความอ้วน แต่การเพาะกายคือรูปแบบการออกกำลัง ที่คุณสามารถทำ ติดต่อกันได้นาน โดยไม่ขัดกับหลักการดำเนินชีวิตของคุณ ,เอื้ออำนวยความหนักเบาของลูกน้ำหนักที่ใช้ ควบคู่ไปกับอายุที่มากขึ้นของคุณ  เปรียบเสมือนก้อนหินที่วางทับวัชพืชได้นาน  ย่อมควบคุมการเติบโตของวัชพืชนั้นได้ดีกว่าก้อนหินที่วางอยู่เพียงประเดี๋ยวประด๋าวครับ

ปล.นักเพาะกายฝรั่งเขาเล่นกล้ามกัน 30 - 40 ปีโดยต่อเนื่อง เป็นเรื่องปกติครับ

 


 

Bodybuilder Colt Wynn displays winning form in Atlantic City

 
       คุณโคลท์   วีนน์ หนุ่มรูปหล่ออายุ 22 ปี คว้าถ้วยรางวัลรายการประกวดเพาะกายบนม้านั่ง ที่เมืองแอตแลนติกซิตี้ และเป็นรายการ "โปร" คือมีใบรับรองเป็นทางการว่าได้เป็นนักเพาะกายอาชีพแล้ว  สำหรับคุณวีนน์นี้  ประสบอุบัติเหตุเมื่ออายุ 17 ปี โดยตกจากต้นไม้ขณะไปล่ากวาง ทำให้เป็นอัมพาตตั้งแต่ครึ่งท่อนล่างลงไป  แต่แทนที่จะคิดโง่ๆ กินเหล้าประชดชีวิต หรือไปฆ่าตัวตายแบบวัยรุ่นที่ "ควายเรียกพี่" อย่างที่เราอ่านข่าวกันทุกวันนี้ เขากลับเอาเวลาไปเพาะกาย และทำให้สังคมยอมรับได้ (ดูขนาดต้นแขนเขาเอาแล้วกัน ...สุดยอด..)

       กีฬาเพาะกาย เหมาะสมกับคนทุกสภาพ  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอายุ ,ส่วนสูง ,สภาพร่างกาย ,เพศ  ขอเปรียบเทียบเช่น กีฬาวิ่ง (รวมไปถึงแข่งวิ่งด้วยวีลล์แชร์ด้วย)  ถ้าคุณเลือกเส้นทางเดินนั้น สักวันหนึ่ง ด้วยเงื่อนไขอายุ ก็จะทำให้คุณแพ้เด็กรุ่นใหม่ไป   แต่ถ้าคุณเลือกทางเดินสายเพาะกาย  ยิ่งคุณเล่นนานเข้า คุณก็จะเริ่มเป็นปูชนียบุคคลให้กับคนรุ่นหลัง  ไม่มีคำว่าแพ้เด็กรุ่นใหม่อย่างแน่นอน  ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง คุณจะต้องเหนือกว่าเขาอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่ว่าจะเป็นขนาดต้นแขน ,จำนวนครั้งที่ขึ้นประกวด ,การกล่าวขานถึงโดยบรรดาคนที่เคยร่วมฝึกกันมากับคุณ เช่นเขาจะพูดถึงคุณให้เด็กหน้าใหม่ฟังว่า "หมอนั่น ฝึกหนักโคตร.. มีความมานะอุตสาหะจริงๆ เอ็งต้องเอาเป็นแบบอย่างไว้นะ"

       ผมรับประกันได้เลยว่า คุณโคลท์ ที่ร่างกายท่อนล่างมีปัญหาผู้นี้ จะต้องเป็นผู้ที่ถูกคนอื่น "แอบอิจฉา" อยู่ในใจไม่บ้างก็น้อย ก็ดูขนาดร่างกายของเขาแล้วกัน  เห็นก็รู้ทันทีว่าต้องผ่านการฝึกอย่างหนักมา ยากที่จะเลียนแบบ โดยเฉพาะอ้ายพวกเด็กที่ทำอะไรจับจดไม่เป็นชิ้นเป็นอัน  เห็นร่างกายของคุณโคลท์นี้แล้ว ก็ต้องอิจฉาอยากจะมีหุ่นแบบนี้บ้าง เพราะตัวเองทำแบบคุณโคลท์ไม่ได้นั่นเอง

       เลือกเล่นกีฬาเพาะกายเสียตั้งแต่วันนี้   เพราะต่อไปในภายภาคหน้า ด้วยเงื่อนไขอายุ หรืออุบัติเหตุไม่คาดฝันแบบคุณโคลท์  คุณก็ยังเพาะกายต่อไปได้ตลอด ไม่มีเหตุให้ต้องหยุดหรือเปลี่ยนแปลงกีฬานี้ ไปเล่นกีฬาอื่นแต่อย่างใดเลย  ร้อยลี้ย่อมมีก้าวแรก  ออกเดินทางก่อน ย่อมประสบความสำเร็จก่อนครับผม
 


 

หน้าถัดไป


 

1  <  2  <  3  <  4  <  5  <  6  >  7