-  หน้า 7  -


 

ก่อนจากกัน

 
       ก็ขอบอกว่ากีฬานี้เป็นกีฬาที่น่าสนใจ เหมาะสำหรับทุกเพศ ทุกวัย มีความปลอดภัยเพราะไม่ต้องมีการปะทะเหมือนกีฬาอื่น ยิ่งเพื่อนที่อยู่หน้าคอมพิวเตอร์บ่อยๆหรือผู้ที่มีงานยุ่งๆ ยิ่งต้องเล่น เพราะเป็นกีฬาที่เล่นได้เลยคนเดียว โดยไม่ต้องรอให้ครบทีมเหมือนกีฬาอื่น  การที่คุณยุ่งตลอดเวลาจะรอให้ว่างพร้อมกับเพื่อนแล้วไปเตะบอลด้วยกันคงหาโอกาสยากครับ  อีกประการหนึ่งคือไม่ต้องมีพรสวรรค์ และไม่ต้องใช้เวลามากก็ประสบความสำเร็จได้ และกล้ามเนื้อก็ติดตัวคุณไปได้ตลอด 24 ชม. ถ้าคุณฝึกให้ดีแล้วละก็ ใครเห็นใครก็รู้ครับว่าคุณเล่นกล้ามมา ในขณะที่ถ้าเป็นกีฬาตัวอื่น คุณต้องไปวาดลวดลายในสนาม หรือสระว่ายน้ำ หรือบนโต๊ะสนุกเกอร์เสียก่อน เขาถึงจะรู้ว่าคุณเป็นเป็นนักบอล ,นักว่ายน้ำ หรือนักสนุ๊ก

       ฝากข้อคิดไว้นะครับว่าจริงๆแล้ว ไม่ว่าใครก็ปรารถนาที่จะมีมัดกล้ามสะดุดตากันทั้งนั้น แต่จากระยะเวลาที่ผ่านมา ช่วง 5 - 6 ปีนี้ ผมหาคนที่มีกล้ามสะดุดตาไม่เจอในชีวิตประจำวันเลย ทั้งๆที่คนเล่นกล้ามก็มีอยู่เยอะแยะ แต่มันดูไม่ออกครับ ที่ดูไม่ออกก็เพราะมันไม่ใหญ่ทะลุเสื้อผ้า เนื่องจากมัวไปทำฟิตเนส หรือไม่รู้จักลงทุนซื้ออาหารเสริมมาทาน (พวกอะมิโนแอซิด และวิตะมินรวม) ทั้งๆที่ราคาก็ไม่แพง วันหนึ่งรวมแล้วก็แค่ 22 บาทเท่านั้น  ซึ่งถ้าเป็นคนนอก (หมายถึงคนที่ไม่ได้อยู่ในวงการเพาะกาย) ก็จะไม่รู้เลยว่า สิ่งนี้สำคัญกับการสร้างกล้ามมากขนาดไหน  ลองอดใจไม่ไปกินเคเอฟซี หรือพิซซ่า คุณก็มีเงินเหลือมาซื้ออาหารเสริมเพื่อสร้างกล้ามเนื้อได้แล้ว รับรองได้เลยว่า เมื่อเล่นถูกวิธี และทานอาหารเสริมประกอบ กล้ามขึ้นแน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์ครับ ไม่มีข้อยกเว้นใดๆทั้งสิ้น

       สุดท้ายนี้ อยากให้ลองนึกถึงภาพประตูลูกบิดบานหนึ่ง (อาจจะเป็นที่บ้านคุณ หรือที่ทำงานก็ได้) ซึ่งหากเราจะเปิดได้ต้องใช้การ "ดึง" เท่านั้น แต่ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ คุณคิดเอาเองว่าประตูนี้ ต้อง "ดัน" จึงจะเปิดได้  คุณก็ออกแรงดันอย่างมาก  ลองใช้เครื่องมือต่างๆ  วิ่งเข้าชน เสียเวลาทดลองต่างๆนาๆ  แต่ประตูก็ไม่สามารถเปิดได้ นั่นเพราะคุณ "ทำผิดวิธี"   ก็เหมือนกับการเพาะกาย ที่ถึงแม้คุณจะฝึกมานาน เสียเหงื่อไปมากมาย แต่คุณเล่นกล้ามแบบผิดๆ ก็คือการที่คุณกำลัง "ดัน" ประตูตามตัวอย่างนี้ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะประสบความสำเร็จ แต่หากคุณใช้เวบไซท์นี้ให้เป็นประโยชน์ มันจะทำให้คุณเข้าใจวิธีการเพาะกายที่ถูกต้อง แล้วคุณก็เพียงแค่ออกแรงเบาๆหมุนลูกบิดแล้ว "ดึง"  ประตูแห่งความสำเร็จก็จะถูกเปิดออกอย่างง่ายดายครับ  เอาล่ะครับ.. ถ้าเพื่อนสมาชิกมีข้อสงสัยหรืออยากพูดอะไรให้ฟัง ก็เมลล์มาได้ครับที่  tuvayanon@hotmail.com มาเป็นเพื่อนกัน มีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมให้ หรือจะแนะนำเรื่องต่างๆ เชิญนะครับ ยิ่งถ้าส่งข้อความมาให้กำลังใจกันแล้ว จะขอบคุณมากเลยครับ เพราะผมทำเวบนี้ ด้วยความจริงใจ อยากให้คนไทยทุกคนมีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง รู้จักดูแลตัวเองครับ

หมายเหตุ -  คุณจะเห็นได้ว่าเวบนี้ผมเปิดมาสิบกว่าปีแล้ว แต่ไม่มีแบนเนอร์โฆษณาอะไรทั้งสิ้น เพราะผมไม่ยอมให้ติดนั่นเองครับ แถมเพื่อนสมาชิกก็เข้ามาตักตวงความรู้ได้ฟรี ไม่ต้องเสียเงินสมัครสมาชิกใดๆเลย  ที่ทำให้ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อความศักดิ์สิทธิ์ในคำพูดของผม  เพื่อนสมาชิกจึงสบายใจได้ว่า คำแนะนำของผม จะเป็นไปอย่างตรงๆ ไม่ต้องเกรงใจสปอนเซอร์ หรือใครๆทั้งสิ้นนั่นเอง 

               -  ผมชอบอ่านเมลล์ของเพื่อนสมาชิกมาก และก็ทำมาโดยตลอด แต่บางทีการตอบกลับอาจมีปัญหาบ้าง ขอให้อ่านคำชี้แจงได้ที่หน้า http://www.tuvagroup.com/iN-A001001C-570214-0944.html
 
 


 

ภาพขยายเส้นใยกล้ามเนื้อของนักเพาะกาย

        หลักการเพาะกาย คือการใช้กล้ามเนื้อ ให้ออกแรงต้านกับวัตถุเช่น ดัมเบลล์ ,บาร์เบลล์ ฯลฯ จนเกินกำลัง มีผลทำให้เส้นใยกล้ามเนื้อ (Muscle Fiber) ฉีกขาด คนละแบบกับกล้ามเนื้อฉีกนะครับ  เมื่อเส้นใยกล้ามเนื้อฉีกขาดตามภาพข้างบนแล้ว ร่างกายก็จะเรียกเอาโปรตีน วิตะมิน ในร่างกายมาซ่อมแซมเส้นใยดังกล่าว และสร้างปฏิกิริยาอัตโนมัติ โดยการพอกเส้นใยบริเวณดังกล่าวให้หนาขึ้น เพื่อครั้งต่อไปถ้าต้องรับน้ำหนักที่ทำให้ฉีกนี้อีก เส้นใยนี้ก็จะไม่ฉีก ซึ่งการพอกให้เส้นใยหนาขึ้นนี้ ก็คือการที่กล้ามใหญ่ขึ้นมานั่นเอง (ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของนักเพาะกาย ที่ต้องเพิ่มปริมาณลูกน้ำหนัก ให้หนักขึ้นกว่าครั้งก่อนๆ เพื่อให้เส้นใยนี้ฉีกอีก)

      คราวนี้ หากคุณได้รับสารอาหารโปรตีนและวิตะมินไม่เพียงพอ ร่างกายคุณก็จะทรุดโทรม เพราะร่างกายไม่รู้จะเอาอะไรไปซ่อมแซมและเสริมสร้างเส้นใยกล้ามเนื้อที่ขาดนี้   และตรงนี้เองที่อาหารเสริมเข้ามามีบทบาทสำคัญสำหรับนักเพาะกาย และเป็นตัวแยกระหว่างกรรมกรที่ออกกำลังทั้งวัน แต่ร่างกายไม่ใหญ่โตและกล้ามสวยงามเหมือนนักเพาะกายนั่นเองครับ


 


 

ไม่อยากเพาะกายให้กล้ามใหญ่เกินไป?

HARDCORE (SERIOUS BODYBUIDER) แบบพอมีกล้ามบ้าง


NON - HARDCORE (นายแบบ)

 
       มีหลายคนเข้าใจผิดๆว่า หากเล่นเพาะกายตามตำราแล้ว จะทำให้กล้ามเนื้อใหญ่ เทอะทะเกินไป เหมือนนักเพาะกายในรูปซ้ายมือบน  แล้วยัง คิดเอาเอง ว่า หากบริหารไปเรื่อยๆ สบายๆ ก็จะได้รูปร่างนักกล้ามหุ่นนายแบบออกมาดังภาพขวาบน ไม่วันใดก็วันหนึ่ง

แต่ความจริงที่คุณยังไม่รู้ คือ

       1.ความจริงที่คุณยังไม่รู้ข้อแรก -  ไม่ว่าจะเป็นนักเพาะกายแบบ Hardcore หรือ นักเพาะกายนายแบบ (Non - Hardcore) หรือแบบพอมีกล้ามบ้าง ก็ใช้หลักการเดียวกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการยกน้ำหนัก ,วิธีฝึก ,การพักผ่อน ฯลฯ มีประการเดียวที่ต่างกันคือในเรื่องของ โภชนาการ โดยนักเพาะกายด้านซ้ายมือบน คือคุณ พอล   ดีลเลท จะทานไข่ไก่ วันละ 60 (หก - สิบ) ใบ ไม่รวมอาหารเสริมอย่างอื่น ไม่รวมสเต๊ก ,ปลา ข้าว อาหารมื้อปกติอีก 6 มื้อ  เขาทานสัปดาห์ละ 7 วัน จึงมีรูปร่างมหึมาเช่นนี้  ส่วนนักเพาะกายนายแบบในรูปล่าง(ที่ยืนพิงมอเตอร์ไซค์)  ก็ใช้อาหารเสริม แต่ไม่ต้องทานไข่ไก่ถึงวันละ 60 ใบเท่ากับรูปทางซ้ายมือบน  ส่วนคนที่เล่นแบบพอมีกล้ามบ้าง ก็อาจไม่ต้องใช้อาหารเสริม แต่อย่างไรก็ยังต้องทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่นเน้นการทานโปรตีนเช่นเนื้อสัตว์ ,ไข่ ,ปลา

       2.ความจริงที่คุณยังไม่รู้อีกข้อหนึ่ง -  เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เราใช้นั้น เมื่อเราต้องการให้มันทำงานเช่นใดเราก็ต้องใส่คำสั่งให้ถูกต้อง ถ้าเราใส่คำสั่งผิดมันก็ไม่ทำงาน เช่นเดียวกันกับร่างกายของเรา เมื่อเราบริหารร่างกาย โดยใช้การ คิดเอาเอง ว่า ถ้าทำอย่างนั้นอย่างนี้ (เช่น ดันพื้นทุกวัน ซิทอัพทุกวัน) เราจะมีกล้ามหน้าอกและกล้ามท้องเป็นแน่ แต่หารู้ไม่ว่าการกระทำนั้นเหนื่อยเปล่า เพราะมันเหมือนการใส่คำสั่งที่คลุมเครือให้กับคอมพิวเตอร์ จึงไม่มีทางเลยที่มันจะทำงานให้เราได้

       ประวัติศาสตร์การเพาะกายมีมากว่า 300 ปี มีคนลองผิดลองถูกมาก่อนหน้าคุณมากมาย เขาเหล่านั้นได้สรุปเป็นแนวทางให้คุณได้ปฏิบัติ  คุณจึงไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปลองผิดลองถูกด้วยตัวเองอีก และแนวทางที่ว่านั้น ก็ปรากฏอยู่ในเวบนี้ทั้งหมดแล้ว

       แหล่งให้ความรู้ของคุณ อาจมีมาจากหลายด้าน คุณควรยึดอันใดอันหนึ่งเป็นหลักแล้วคุณจะไม่สับสน ผมแนะนำให้ยึดข้อมูลในเวบไซท์นี้ เพราะผู้ที่เขียนตำรามาให้ผมแปลนั้นเป็นชาวต่างชาติ ที่มีปริญญาด้านนี้รองรับ และมีผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ยืนยันด้วย หากคุณทำตัวเป็นหลิวต้องลมไม่มีหลักที่แน่นอน คุณจะต้องสับสนกับการให้ความรู้ที่ผิดๆ และไม่มีหลักฐานยืนยัน ของผู้รู้ในโรงยิมทั้งหลาย เช่น ต้องใช้สเตอรอยด์สิ ใครๆก็ใช้กันทั้งนั้น อาโนลด์  ชวาลเซเนกเกอร์ ก็ใช้ (รู้ได้ยังไง..) ,ห้ามช่วยตัวเอง (Masterbation) เพราะกล้ามจะไม่ขึ้น (การช่วยตัวเอง มีผลดีด้วยซ้ำ เพราะทำให้ร่างกายผลิตเทสทอสเทอโรนมากขึ้น ซึ่งเทสทอสเทอโรนมีส่วนช่วยในการสร้างกล้าม) ,ต้องทานกล้วยน้ำว้า (ถ้ามันได้ผลจริง ฝรั่งจะต้องมากว้านซื้อเอาไปทำอาหารเสริมขายแล้ว) อาหารเสริมตัวนั้นดีกว่าตัวนี้ (จริงๆแล้ว อาหารเสริมทุกตัวดีหมด เพราะบริษัทผู้ผลิต ก็ต้องมั่นใจแล้วว่า คนที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของเขา ต้องได้ผล จึงไม่อาจกล่าวได้ว่าอันไหนดีกว่ากัน จึงควรตัดสินกันที่ความคุ้มค่ากับราคาที่เสียไปมากกว่า) 
 
 
       นักเพาะกายแบบ Hardcore หรือ นักเพาะกายนายแบบ (Non - Hardcore) จะไม่มีคำว่า "บริหารไปเรื่อยๆ สบายๆ" ในการสร้างกล้ามเนื้ออย่างเด็ดขาด คุณจะต้องบริหารอย่างจริงจัง  และมีวินัยในการฝึกเป็นยอด จึงจะประสบความสำเร็จ
 

 
       ถึงแม้คุณไม่ต้องการกล้ามแบบนักเพาะกาย โดยขอแค่พอมีกล้ามบ้าง แต่ก็ยังต้องใช้หลักการเพาะกายเต็มรูปแบบอยู่ดี ดูอย่าง บรู๊ซ ลี ในภาพข้างบนนี้ ก็จะเห็นว่ากล้ามสวยๆ ที่ไม่ใหญ่เทอะทะแบบเขา ก็ล้วนแต่สร้างมาด้วยหลักการเพาะกาย ไม่ใช่ดันพื้น ,ซิทอัพ อย่างที่หลายคนเข้าใจกันครับ      

 


 

ถ้าเล่นกล้ามแล้วรีดความชัดไปด้วย กล้ามจะแฟบทันที


       ใครๆก็ต้องการมีกล้ามที่ใหญ่และชัดไปพร้อมๆกันทั้งนั้นแหละครับ  แต่ความคิดที่ว่า เล่นกล้ามให้ใหญ่ด้วย แล้วก็รีดให้ชัดไปด้วยตั้งแต่ 1 - 2  ปีแรกของกล้ามเล่นกล้ามนั้น ก็เหมือนกับการลดความอ้วนด้วยการอดอาหารนั่นแหละครับ  เหมือนกันตรงไหน? ก็เหมือนกันตรงที่มันเป็นความคิดที่ดิบๆ ,ผิดหลักวิทยาศาสตร์ และใช้ไม่ได้ผลในระยะยาวนั่นเองครับ  และผมก็ทราบดีว่าในใจคุณคงเกิดคำถามเหล่านี้ใช่ไหมครับ

ทำไม?


ตอบ - ก็เพราะการเติบโตของกล้ามเนื้อ มันต้องพึ่งพาอาหารที่มีโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต โดยคาร์โบไฮเดรต ต้องนำไปสร้างพลังงานเพื่อใช้ยกน้ำหนักให้หนักมากๆได้  และถ้ามองในแง่ของการยกน้ำหนักแล้ว การเพิ่มขนาดกล้ามเนื้อ จะต้องใช้จำนวนครั้งน้อยๆ แต่ใช้ปริมาณแผ่นน้ำหนักที่มาก  ซึ่งที่ว่ามาทั้งหมดนี้ มันจะอยู่ตรงข้ามกับการรีดความชัดอย่างเต็มๆ  เพราะการรีดความชัด จะต้องเพิ่มจำนวนครั้งให้มาก ใช้ปริมาณแผ่นน้ำหนักที่น้อยๆ และต้องพยายามตัดคาร์โบไฮเดรตลงด้วย ,อีกทั้งการจะรีดกล้ามให้ชัด ยังต้องพึ่งพาการทำ แอโรบิค (เช่นการวิ่ง,การเดินบนสายพาน  ,การจ๊อกกิ้ง ,การปั่นจักรยานอยู่กับที่) ซึ่งการทำแอโรบิคนี้ อยู่คนละขั้วกับการเพาะกายเลย (การเพาะกายคือการออกกำลังแบบ "แอนาโรบิค")
 


       อีกทั้งคนเอเซียมีโครงสร้างที่เล็กอยู่แล้ว  ยิ่งเล่นกล้ามไป รีดไปตั้งแต่ช่วง 1 - 2 ปีแรก มันก็จะทำให้กล้ามชัดจริง แต่โครงสร้างโดยรวมจะหุ่นเหมือนนักมวยในรูปข้างบนไป คือกล้ามจะแฟบแบน ,แกร็น ดูไม่สวยงาม

แล้วที่ถูก จะต้องทำอย่างไร?

ตอบ - ที่ถูกต้องนั้น ในช่วง 1 - 2 ปีแรกของการเล่นกล้าม เราควรทะนุบำรุงกล้ามเนื้อให้ใหญ่เพียงอย่างเดียวก่อน เหมือนการใส่ปุ๋ยรดน้ำ พรวนดินต้นไม้อย่างเต็มที่   และพอเริ่มมีลูกออกมาแล้ว (คือมองเห็นว่าเริ่มมีกล้ามแล้ว) ก็ควรปล่อยให้สุกงอมเสียก่อนจึงค่อยเด็ด (คือปล่อยให้ขนาดกล้ามเนื้อใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆจนแตกต่างจากชาวบ้านเอามากๆ แล้วจึงค่อยรีดความชัด)   การชิงสุกก่อนห่าม ไม่ให้ผลดีแต่อย่างใด เพราะผลไม้ที่ได้ จะไม่มีรสชาติ เสียดายทั้งน้ำ ทั้งปุ๋ยที่อุตสาห์เลี้ยงต้นไม้ต้นนั้นขึ้นมา

       บางคนเคยเห็นภาพนักกล้ามตัวใหญ่ๆกล้ามชัดๆก็อยากได้แบบนั้นบ้าง แต่ความจริงแล้ว ที่เขาถ่ายภาพออกมาได้สวยแบบนั้น เพราะช่างภาพเขาไปถ่ายรูปช่วงก่อนนักเพาะกายนั้นเข้าประกวดต่างหาก ซึ่งเขาไม่ได้ประกวดกันทั้งปีหรอกครับ ปีนึงจะมีอยู่ช่วงเดียวเท่านั้น (ของฝรั่งนะ)  แต่ก็เพราะภาพสวยๆเหล่านั้นนั่นแหละ ทำให้เพื่อนสมาชิกทำใจไม่ได้กับความใหญ่แต่ไม่ชัด  แต่อยากจะให้ดูภาพข้างล่างนี้นิดนึงครับ

ถ้าเล่นเพื่อความใหญ่ ไม่เน้นความชัดล่ะก็
คนเอเซียก็ข่มฝรั่งได้นะครับ


       ถ้าเราเล่นกล้ามให้ตัวใหญ่ไปเรื่อยๆ โดยยังไม่ไปตัดวงจรการเติบโตกล้ามเนื้อ (ด้วยการรีบเน้นความชัด) เราก็จะมีขนาดมัดกล้ามที่ใหญ่โตน่าเกรงขาม  ดังจะเห็นได้จากรูปข้างบนว่า คนเอเซีย (ที่อยู่ทางซ้ายมือ) นั้น ทำให้ฝรั่งผิวดำ (ที่อยู่ทางด้านขวามือ) ดูจ๋อยไปถนัดตา  นั่นก็เพราะขนาดกล้ามเนื้อของคนเอเซียคนนี้ ใหญ่โตจนบดบังรัศมีฝรั่งคนทางขวามือนั่นเองครับ

       แม้ว่าใน 1 ปีนักกล้ามเขาจะเน้นความชัดกันแค่ช่วงประกวดช่วงเดียว  แต่ช่วงที่ไม่ได้เน้นความชัดนั้น ร่างกายเขาก็ใหญ่โตจนน่าเกรงขามอยู่ดีแหละครับ พูดง่ายๆว่า ทั้งปีทั้งชาติ นักเพาะกายก็จะไม่มีหุ่นแบบคนธรรมดาทั่วไปอยู่แล้ว  ดังนั้น อย่าไปคิดมาก กลัวว่ากล้ามจะใหญ่แต่ไม่ชัดเลยครับ  จงยอมรับรูปแบบของกีฬาเพาะกายแต่โดยดีเถอะครับ คือรูปแบบของกีฬาเพาะกายมันก็เป็นอย่างนี้จริงๆ นั่นคือ บริหารใหญ่แล้วรีดให้ชัดทีหลัง แล้วก็กลับไปบริหารให้ใหญ่อีก แล้วรีดให้ชัดอีก สลับกันไปอย่างนี้ครับ ไม่ใช่ เล่นไปรีดให้ชัดไป อย่างนั้น กล้ามไม่สวยครับ
 


       การมีกล้ามคมชัดนั้น มันจะดูดีเมื่อคุณอยู่ในสถานที่บางที่เช่นสนามมวย ,สระว่ายน้ำ แต่ว่าในชีวิตประจำวันเราจำเป็นต้องใส่เสื้อ เพื่อจะใช้ชีวิตในสังคม ลองดูภาพข้างบน ทางซ้ายนั้น คือตอนถอดเสื้อ ผมไม่เถียงเลยว่าเขากล้ามคมชัด  แต่เมื่อใส่เสื้อ (ตามภาพขวา) แล้ว แทบจะดูไม่ออกเลยว่าเขาออกกำลังอยู่หรือเปล่า เพราะขนาดไหล่ ,แขน ,ขา เท่าๆกับคนเอเซียทั่วไปเลย (ความชัดของกล้าม ถูกซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้า)
 

ถ้าตัดใจเรื่องความชัดเสียได้ แล้วมุ่งแต่ความใหญ่
คุณจะเป็นคนเอเชียที่มีรูปร่าง "ใหญ่ทะลุเสื้อผ้า"ออกมาเลย

 

       ถ้าคุณเล่นกล้ามแบบเน้นความใหญ่ ถึงคุณไม่ถอดเสื้อ คนรอบข้างคุณก็ดูออกว่าคุณเป็นนักเพาะกาย เพราะบุคลิกคุณจะเด่นออกมาเลย (เห็นได้ชัดเจน แม้จะใส่เสื้อคลุมอยู่ แบบในภาพข้างบน) คนเอเซียนั้น โครงสร้างเล็กอยู่เป็นพื้นฐาน ถ้ามัวแต่รีดความชัด คุณก็จะได้เสียโอกาสที่จะได้ความใหญ่ไปอย่างน่าเสียดายครับ


 

 

เคยเล่นเกมส์ "ทาย" ของในถ้วยไหม?
 


       เรามีลูกบอลเล็กๆ อยู่ 3 - 4 ลูก กับแก้วใบย่อมๆสามใบ  เอาแก้วใบหนึ่งครอบลูกบอลเหล่านั้น แล้วหมุนสลับไปสลับมา แล้วให้คุณทายว่าลูกบอลเล็กๆที่เราพึ่งครอบก่อนหน้านั้น มันอยู่ที่แก้วใบไหนกันแน่  แก้วใบที่ 1 หรือ 2 หรือ 3 สมมติว่าคุณเลือกแก้วใบทางขวาสุด ปรากฏว่า "ไม่ใช่" เพราะว่าพอเปิดถ้วยออกมา ลูกบอลมันอยู่กับแก้วใบกลาง

       การเสี่ยงทายว่าลูกบอลอยู่ในถ้วยใบไหนนั้น คุณรู้คำตอบได้ภายใน 2 - 3 วินาที เพราะเขาแค่เปิดถ้วยที่คุณทาย คุณก็รู้คำตอบแล้วว่าถูกหรือผิด แต่การเสี่ยงทายสำหรับเรื่องเพาะกายแตกต่างออกไป  นั่นคือ กว่าที่คุณจะรู้ว่าหนทางที่คุณเล่นกล้ามอยู่นั้น ถูกทาง หรือไม่ถูกทาง มันกินเวลาไปถึง 1 - 2 ปี ไม่ใช่ 2 - 3 วินาทีเหมือนการทายลูกบอลเมื่อกี้
 

ถ้าเลือกหนทางผิด
กว่าจะรู้ว่าตัวเองเป็น "ตัวตลก" ก็เสียเวลาไปถึง 1 - 2 ปี
 

       ถ้าคุณเลือกอาจารย์ผิด หรือได้ความรู้ผิดๆมา กว่าจะรู้ตัวว่าคุณเดินมาผิดเส้นทาง ก็มักจะเสียเวลาไปถึง 1 -2 ปี เหตุก็เพราะการเล่นกล้าม มันไม่แสดงผลออกมารวดเร็วเหมือนการเสี่ยงทายผลบอลตามที่ผมพูดมาข้างบน  ดังนั้น ระหว่างที่คุณเล่นกล้ามแบบผิดๆไปนั้น ก็มีเหตุจูงใจให้ตัวเองเชื่อว่า "กล้ามกำลังขึ้น ,กล้ามกำลังขึ้น" (แต่ความจริงมันไม่ขึ้น หรือความจริงมันน่าจะขึ้นได้ดีกว่านั้น) ผ่านไป 2 ปี คุณเห็นว่าเสียเวลาเปล่า จึงเข้าไปถามอาจารย์คนนั้นว่า "จารย์ ทามมายกล้ามไม่ค่อยขึ้นเลย เพื่อนผมฝึกกับอาจารย์ท่านอื่นมา 2 ปีเหมือนกัน ทามมายมานล้ำหน้ากว่าผมมากมาย " อาจารย์ก็ตอบกลับมาว่า "Oops! (อูบส์) ขอโทษนะ สอนผิดไปน่ะ"

       คำว่า "ขอโทษนะ" กับเวลาที่สูญเปล่าไปถึง 2 ปี มันคุ้มกันหรือเปล่า จะไปเอาผิดกับใครเขาได้ ก็เขาขอโทษคุณแล้วไง  ก็ต้องนั่งน้ำตาตกในทำใจกันไปล่ะครับ    ถ้าคุณเลือกอาจารย์หรือแหล่งให้ความรู้ที่ถูกเสียตั้งแต่วันนี้  อีกสองปีข้างหน้าคุณก็ไม่ต้องน้ำตกในเหมือนตัวอย่างที่ว่านี้  ผมจึงขอย้ำเตือนอีกครั้งว่า การที่จะเชื่อใครในวงการเพาะกายนี้ อย่าทำเหมือนการเสี่ยงทายลูกบอลในถ้วย เพราะการเสี่ยงทายผลบอลมันรู้ผลเร็วมาก  แต่ในวงการเพาะกาย ถ้าคุณไม่มีจุดยืน คนนี้พูดอย่างนี้ ก็โอนเอนไปตามนี้ อีกคนพูดอีกอย่างก็โอนเอนไปอีกอย่าง ก็เหมือนคุณพยายามเสี่ยงทายดูว่า ทำแบบนี้น่าจะได้ผลดีกว่า ,ทำแบบนั้นน่าจะได้ผลดีกว่า  กว่าจะรู้ตัวว่าที่ตัวเสี่ยงทายไปนั้น "ผิด" ก็ปาเข้าไปเป็นปีๆแล้ว  ดังนั้นข้อมูลประเภท
"ท่านบอกมาว่า" จากโรงยิมนั้น ให้คิดดูเอาเองว่าคำว่า "ท่าน" ในที่นี้คือใคร ตามตัวได้ไหม    ตัวผมเองนั้น ไม่เคยถือว่าตัวเองเก่งเลย เพียงแต่แหล่งข้อมูลที่ผมนำมาลงไว้ในเวบ tuvayanon.net ของผมนั้น มีผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์รองรับ มีงานวิจัยรองรับ ถูกพิมพ์ในนิตยสารเพาะกายอันดับ 1 ของโลก หรือเอกสารอื่นๆอันเกี่ยวข้องกับการเพาะกายที่เป็นสากลและน่าเชื่อถือที่สุดในโลก  ซึ่งผมลงทุนหาซื้อมาตลอดเวลา 20 ปีมาไม่ได้ไปเอามาจากอินเตอร์เน็ท หรือ Search จากกูเกิ้ลแต่อย่างใด  

ปล. - นักเพาะกายหน้าใหม่ ที่เอาความรู้จากเวบ tuvayanon.net ของผมไปเล่นกล้ามที่โรงยิม มักจะเจอนักกล้ามเจ้าถิ่น 2 - 3 คน ทำเป็นคุยกันแล้วมองมาทางคุณ แล้วหัวเราะว่าที่คุณเล่นน่ะผิด (แต่ความจริงมันถูก)  หรือไม่ก็รุนแรงถึงขั้นที่บอกว่า "อย่าบอกนะ ว่านายไปเอาวิธีเล่นมาจากเวบ tuvayanon.net น่ะ ฮ่า..ฮ่า.."  หัวเราะเยาะคุณบ่อยๆอย่างนี้ ถ้าคุณไม่มีจุดยืน คุณก็จะเริ่มมีอาการเหมือนเสี่ยงทายบอลที่ผมกำลังพูดถึง คือลองไปเล่นวิธีของคนกลุ่มนั้นดูสิ  สุดท้ายก็จะจบลงที่การขายอาหารเสริมปลอม ,หรือสเตอรอยด์ ระวังให้ดีครา..บ...บ  ให้จำไว้ว่าความรู้จากเวบ tuvayanon.net ที่คุณกำลังบริโภคอยู่นี้ คือวิธีเล่นกล้ามของนักกล้ามเป็น "พันๆคน" จากทั่วโลก ทั้งงานวิจัย ,ทั้งการสัมภาษณ์แชมป์โลกตัวจริงตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  ไม่มีตรงไหนเลยที่จะบอกว่าตัว Webmaster (คือผม) เก่งอย่างนั้น เก่งอย่างนี้ ดังนั้น คุณต้องฝึกตามผมนะ อย่างนั้น อย่างนี้ - ไม่มีครับ ผมจะถ่อมตัวเสมอ และยกความดีให้แก่ครูบาอาจารย์ ,แหล่งวิชาความรู้ที่ผมเอามาใช้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ดังนั้น จงอย่าได้คลอนแคลน หรือสงสัยให้เสียเวลาไปเลยครับ  พิษณุ  นิลกลัด (นักข่าว ,นักพากย์) อาจจะรู้เรื่องและถนัดหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น กอล์ฟ ,บอล ,มวย ,บาส ,วอลเล่บอล ,รถแข่ง ,ข่าวภายในประเทศ ,ข่าวภายนอกประเทศ ,ข่าวการเมือง ,สะเก็ดข่าว หรืออาจจะเป็นเรื่องเพาะกายด้วยก็ได้  แต่ วิษณุ   ตุวยานนท์ (Webmaster) คนนี้ สนใจและศึกษาเฉพาะเรื่องเพาะกายเพียงอย่างเดียวมายี่สิบปีแล้ว ดังนั้น ก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วล่ะว่าถ้าจะหาความรู้เรื่องเพาะกาย จะถาม พิษณุ  นิลกลัด หรือ วิษณุ   ตุวยานนท์ ดี

 


 

- END -


 

1  <  2  <  3  <  4  <  5  <  6  <  7