|
- หน้า 2 - |
| จุดเด่นของเวบไซท์นี้คืออะไร ความน่าสนใจ ก็คือ เวบนี้ ประยุกต์ให้ใช้งานสำหรับคนไทยโดยตรง แหล่งความรู้เพาะกายทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นทางหนังสือ หรืออินเตอร์เนท ล้วนแต่เป็นของฝรั่งทั้งสิ้น ความเป็นอยู่ของเขา ไม่เหมือนเรา จึงไม่สามารถนำมาปฏิบัติตามได้ทั้งหมด เราต้องนำมาประยุกต์ให้เข้ากับเราก่อน ซึ่งผมขออาสาเป็นคนทำหน้าที่นี้ เพราะด้วยประสบการณ์การอ่านตำราเพาะกาย ทั้งในไทย และต่างประเทศ มากว่า 18 ปี ทำให้ผมมองได้กว้างกว่า รู้ว่าอะไรจะวางไว้ที่ไหน อะไรปฏิบัติตามได้ อะไรใช้แทนกันได้ เช่นฝรั่งบอกว่า ต้องทานทูน่า วันละ 12 กระป๋องเพื่อเพิ่มโปรตีน ถ้าคุณอ่านตำราฝรั่งเจอตรงนี้ คุณก็ไปซื้อมากิน กระป๋องละ 30 กว่าบาท โดยหารู้ไม่ว่าฝรั่งนั้นอาหารการกินเขาขาดแคลน ไม่ได้ครบสมบูรณ์เหมือนคนไทยเลย สู้เอาเงินนั้นมาซื้อปลาทู หรือปลาอย่างอื่นทาน คุณก็ลดรายจ่ายลงไป ถึง 1 ใน 30 เลยทีเดียว และให้ผลเหมือนกันด้วย เช่นนี้เป็นต้น ประการต่อไป คือ มีการจัดหาสิ่งที่หาซื้อได้ยาก มารวมไว้ให้เป็นที่เดียวกัน คุณจะหาซื้อซีดีนักเพาะกายที่ชื่นชอบ อาหารเสริมราคาถูก อุปกรณ์สำหรับเล่นกล้ามบางชิ้น ฯลฯ ไม่ต้องไปเดินหาซื้อเองให้เหนื่อย และอาจถูกหลอกได้ |
|
|
||||||||||||||||||||||||||||
|
กล้ามทะลุเสื้อผ้า |
ลักษณะพิเศษของกีฬาเพาะกายที่แตกต่างจากฟิตเนสนั้น ก็คือการเพาะกายเปรียบเหมือนการปลูกต้นไม้พันธุ์มีผลมีดอก เมื่อปลูกต้นไม้แล้ว เราก็จะได้เห็นผลไม้ ได้กิน ได้ชื่นชม โอ้อวดให้คนอื่นเห็นก็ได้ ก็คือการที่เราเห็นกล้ามไบเซบขึ้นเป็นลูก และมีขนาดที่แตกต่างจากคนทั่วไปที่ไม่ได้เล่นกล้ามอย่างชัดเจน เราถ่ายรูปก็ไว้โชว์ลูกหลานได้ ,เบ่งกล้ามให้คนอื่นดูผลไม้ใบนี้ของเราได้ เพราะมันเห็นเป็นรูปธรรม ในขณะที่การบริหารแบบฟิตเนส ก็เป็นการปลูกต้นไม้เหมือนกัน แต่เป็นการปลูกต้นไม้ชนิดพันธุ์ที่ไม่มีผลไม่มีดอก คือมี ตัวต้นไม้อยู่ แต่ไม่เห็นตัวผลไม้,ดอกไม้ เป็นรูปธรรม หมายความว่ากีฬาฟิตเนสนี้ก็ให้ประโยชน์เพราะเป็นการออกกำลังชนิดหนึ่ง (เหมือนปลูกต้นไม้เพียงเพื่อลดภาวะโลกร้อน แต่ไม่มีผลไม่มีดอกให้ชื่นชม) แต่ขนาดกล้ามแขนก็เหมือนคนธรรมดาทั่วไป ความชัดของกล้ามท้องมีก็จริงอยู่ แต่คนที่ผอมมากๆและไม่เคยออกกำลังกายเลย ก็มีกล้ามท้องชัดเจนเหมือนกัน ยิ่งเวลาใส่เสื้อผ้าคลุมกล้ามเนื้อแล้ว ดูไม่ออกเลยว่าคนนี้เป็นคนรูปร่างสันทัดธรรมดา หรือว่าเป็นคนเล่นฟิตเนสกันแน่ เพราะกล้ามเนื้อของเขา "ไม่ทะลุเสื้อผ้า" |
|
|
|
ศรเขียวชี้ |
ถ้าเป็นเสื้อยืดแขนสั้น อาจเป็นตัวอย่างที่มองเห็นภาพไม่ชัด เพราะคุณยังมีโอกาสโชว์กล้ามแขนที่ลอดแขนเสื้อออกมาได้ ทำให้รู้ว่าคุณเป็นนักกล้าม ดังนั้นถ้าจะให้มองเห็นภาพจริงๆ มันต้องชุดคลุมทั้งตัวแบบชาวอาหรับ ถึงจะยกตัวอย่างในคำว่า "กล้ามทะลุเสื้อผ้า" มันเป็นยังไง ผมจึงเอาตัวอย่างภาพนี้มาให้ดู โดยทั้งคนที่ศรเขียวชี้ และคนที่ศรแดงชี้ เป็นคนที่มีขนาดความสูงไล่เลี่ยกัน ,ถ่ายภาพอยู่ในภาพเดียวกัน ,การแต่งกายเหมือนกัน ทำให้ตัวแปรทุกอย่างเหมือนกันหมด คราวนี้ก็มานั่งไล่ถามกันว่า คนที่ลูกศรเขียวชี้ เป็นนักกีฬาอะไร (ตอบ - ตอบไม่ได้) ,ดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังบ้างหรือเปล่า (ตอบ - ไม่รู้สิ) ,ไหล่กว้างขนาดนี้ มาจากการที่เคยออกกำลัง หรือว่าใหญ่แบบกรรมพันธุ์ (ตอบ - ไม่รู้อีกเหมือนกัน แต่ก็มีข้อแนะนำนะว่า ถ้าอยากรู้ว่าเขาเล่นกีฬาอะไร ก็ลองไปดูที่ห้องทำงานเขาสิ บางทีอาจมีประกาศนียบัตรแขวนโชว์ หรือไม่ก็มีอุปกรณ์กีฬาวางอยู่ในห้อง หรือมีรูปปั้นเล็กๆอยู่บนโต๊ะพอให้เดาได้ว่าเขาเล่นกีฬาอะไร) จะบ้าเรอะ! ในชีวิตประจำวัน เราต้องผ่านคนมากมาย ไม่ว่าในร้านอาหาร ,ที่ทำงาน ,ป้ายรถเมลล์ อย่างนี้ก็ต้องชวนทุกคนไปที่ห้องทำงานหมดสิ คราวนี้มาดู คนที่ลูกศรแดงชี้ อยู่บ้าง ด้วยชุดที่ใส่ ซึ่งถือเป็นชุดปราบเซียนที่สุดแล้ว เพราะคนภายนอกดูคนที่ใส่ชุดคลุมแล้ว จะดูไม่ออกเลยว่ารูปร่างภายใต้เสื้อคลุมนั้นเป็นอย่างไร แต่เพราะความที่กีฬาเพาะกาย เป็นกีฬาที่เหมือนต้นไม้พันธุ์ที่มีผล และมีดอก มันจึงสามารถอวดโชว์อย่างเป็นรูปธรรมได้ โดย "ทะลุเสื้อผ้า" ออกมาเลย อย่างในภาพนี้ก็จะเห็นว่าคนที่ลูกศรสีแดงชี้นั้น การยืนก็ไม่เหมือนชาวบ้านแล้ว ,แขนที่หุบไม่ลง ,บ่าที่กว้างกว่าช่วงเอว ,ความหนาของหน้าอกที่มัน "ทิ่ม" ออกมา ,ขายโครงที่ขยาย ราวกับว่าเขาหายใจเข้าอยู่ตลอดเวลา ไม่มีช่วงเวลาหายใจออกบ้างหรือไงนะ? และด้วยการที่เขาสามารถโชว์ผลไม้ที่เขาเพาะมาอย่างดี (เพาะปลูก = เพาะกาย) นำติดตัวไปได้ทุกที่ เขาจึงไม่จำเป็นต้องชวนใครต่อใครมาที่ห้องทำงานของเขา เพื่อจะบอกว่าเขาคือนักเพาะกายเลย สะดวกกว่ากันเยอะ! ถ้าคุณหน้าตาธรรมดาทั่วๆไป ความสูงธรรมดาทั่วๆไป การเรียนปกติธรรมดาทั่วๆไป เวลาที่มีคนมาหาคุณที่มหาวิทยาลัย หรือมาหาคุณที่หอพัก หรือมาหาคุณที่คอนโด แล้วบังเอิญว่าคุณไม่อยู่ สมมติว่าเขาจะถามยาม หรือเพื่อนๆของคุณ แต่บังเอิญว่า เขา "จำชื่อคุณไม่ได้" คุณคิดว่าเขาจะอธิบายลักษณะของคุณยังไงเหรอ - - - คนนั้นน่ะ คนที่หน้าตาธรรมดา ,สูงเหมือนคนทั่วไป ,การเรียนปกติ อยู่หรือเปล่า - - - รับรองว่าไม่มีใครคิดออก เพราะคำว่า "คนธรรมดา" มันมีอยู่เยอะแล้ว อาจจะเป็นใครก็ได้ในคอนโดนั้น ,มหาวิทยาลัยนั้น สาเหตุที่คนที่มาหาคุณ เขาบรรยายลักษณะของคุณไม่ได้ เพราะอะไร? ก็เพราะคุณเป็นแค่คนธรรมดาน่ะเอง อ้วนร้อยกิโลกว่าเหรอ? พ่อแม่ไม่รวยเหรอ? ไม่หล่อเหมือนดาราเหรอ? ไม่สูง 180 ซม.เหรอ? เรียนไม่เก่งเพราะกรรมพันธุ์หัวไม่ดีเหรอ? - เรื่องพวกนี้ คุณไม่ได้ตั้งใจให้มันติดตัวคุณมา แต่ก็ไม่จำเป็นต้องทำใจยอมรับสิ่งติดตัวเหล่านี้ แล้วมีชีวิตอยู่ไปวันๆเพื่อแย่งออกซิเจนกับคนอื่นหายใจนี่ครับ จงสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้น ถ้าจะให้มีชีวิตแบบคนธรรมดา "ขอตายดีกว่า" สมมติว่าคุณอยู่ที่ทำงาน แล้วบังเอิญไม่ได้นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน แล้วมีคนมาหาคุณพอดี เมื่อเพื่อนร่วมงานของคุณ ถามแขกคนนั้นว่ามาหาใคร แขกคนนั้น เขายัง บรรยายลักษณะคุณให้เพื่อนร่วมงานคุณฟังไม่ได้เลย เพราะอะไรหรือครับ? ก็เพราะ คุณไม่มีจุดเด่นอะไรเลย หน้าตาพื้นๆ หุ่นพื้นๆ ความสูงพื้นๆ ไม่มีอะไรที่มันแปลก หรือเป็นจุดสนใจมากกว่าคนอื่นเลย / จะดีกว่าไหม ถ้าแขกคนนั้นจะบรรยายให้เพื่อนร่วมงานคุณฟังว่า ผมมาหาคนที่ไหล่กว้างๆ และเมื่อมองดูด้านหน้าตรงๆแล้ว เห็นได้ชัดเลยว่าเขามีแผงกล้ามคอที่ใหญ่และกว้างกว่าใบหน้าของเขาเองเสียอีก และแน่นอนว่า รูปทรงของร่างกายของเขาเป็นนักกีฬาเอามากๆ ถ้าคุณชอบที่จะเป็นจุดสนใจ ก็จงเลือกกีฬาเพาะกายครับ อย่าเสียเวลาไปกับกีฬาลดไขมันทั้งหลาย ที่พอใส่เสื้อทับแล้วก็บังมิด ไม่เห็นความแตกต่างอะไรกับคนทั่วไปเลย (ผมกำลังพูดถึงกีฬาที่เป็นต้นไม้พันธุ์ไม่มีผล ไม่มีดอกน่ะ) อีกอย่างหนึ่ง ในเมื่อเราเป็นสัตว์สังคม การเล่นกีฬาเพาะกาย ก็จะทำให้เรานำผลไม้ หรือดอกผลที่เราอุตสาหะเพาะ (กาย) มา นำติดตัวไปโชว์ในสังคมได้ทุกที่ เพราะ "กล้ามที่ทะลุเสื้อผ้า" ของคุณนั้น เป็นตัวป่าวประกาศให้คนรอบข้างหันมาสนใจคุณ โดยที่คุณไม่ต้องอ้าปากตะโกนบอก หรือถือโต๊ะทำงานติดตัวไปด้วยนั่นเองครับ |
![]() |
| drwannabe.tumblr.com ( ภาพบน ) กล้ามทะลุเสื้อผ้า ไปไหน คนก็รู้ว่าคุณเป็นนักกล้าม ดูภาพนักเพาะกายข้างบนนี้เพิ่มเติมที่ http://www.tuvayanon.net/H-nm9-001001A-570826-1257.html |
|
![]() |
| (ภาพบน) "คนในวัยเดียวกัน" นักเพาะกายมักจะเป็นผู้ที่ดูดีกว่าเสมอ อย่างในภาพข้างบนนี้ คนทางซ้ายมือ คือคุณโทนี่ ฟรีแมน เกิดเมื่อวันที่ 30 กรกฏาคม พ.ศ.2509 (ค.ศ.1966) ภาพนี้ถ่ายลงในนิตยสารมัสเซิลแมกฉบับเดือนกันยายน 2553 นั่นก็แสดงว่าในภาพข้างบนนี้ โทนี่ ฟรีแมน อายุ 44 ปีกับอีก 2 เดือน ลองเทียบหุ่นกับคนวัยเดียวกันกับเขา (ทางขวามือ) ดูสิครับ |