ดัชนี-9 / ดัชนี-แนวคิด / ดัชนี-แนวคิด-เรียง-อักษร / ดัชนี-อักษร-D / Dallas Mccarver / 650822-2210 |
| สร้างรูปร่างทรงตัววี |
| อ้างอิงบทความของ รอน
ฮาร์ริส จากนิตยสารมัสเซิลมัสคิวลาร์ เดือนกันยายน 2558 ( Webmaster - คุณ ดัลลัส แม็คคาร์เวอ ( Dallas McCarver ) เกิดวันที่ 30 เมษายน 2533 / April 30, 1990 / ขณะให้สัมภาษณ์อยู่นี้ เขาอายุ 25 ปี 5 เดือน / ประวัติที่น่าสนใจของดัลลัสคือ อ่านประวัติเพิ่มเติมได้ที่ลิงค์ http://www.tuvayanon.net/D-nm9-001001B-571227-2318.html ) |
![]() |
| mdlatino.com |
|
"ผมเริ่มฝึกเพาะกาย และทานอาหารแบบนักเพาะกาย ก็เมื่อเดือนมกราคม
2011 / ต่อมา
ผมก็ได้เป็นนักเพาะกายอาชีพด้วยการชนะการประกวดในรายการ 2012 IFBB North
American Championships เมื่อเดือนสิงหาคม 2012 นั่นก็หมายความว่าหากนนับเวลาตั้งแต่การเริ่มเล่นกล้าม
ไปจนถึงการได้เป็นนักเพาะกายอาชีพแล้ว มันก็ใช้เวลาแค่ 1 ปีครึ่ง
เท่านั้น" ดัลลัสกล่าว ( Webmaster - จะสังเกตุตรงนี้ได้ว่า นักเพาะกายบางคน เล่นมาเป็น 10 ปีแล้ว และกล้ามก็ใหญ่ก็สวยกว่าดัลลัสอีก แต่ทำไมยังไม่ได้เป็นนักเพะากายอาชีพเสียที? คำตอบก็คือ เพราะนักกล้ามพวกนั้น ใช้ยาสเตอรอยด์ไงครับ เขาจึง ไม่กล้าไปเข้าประกวดในรายการใหญ่ๆ ( ที่คนชนะ ก็จะได้เป็นนักเพาะกายอาชีพ ) เพราะ กลัวจะตรวจเจอสารสเตอรอยด์ แล้วจะเสียชื่อเสียง จึงสู้อยู่แบบเป็นนักเพาะกายสมัครเล่นไปเรื่อยๆดีกว่า ไม่เสี่ยงต่อการตรวจสเตอรอยด์ดี และยังได้งานถ่ายแบบ งานโฆษณาต่างๆด้วย ( เพราะเขากล้ามใหญ่และสวย ( อันมาจากสเตอรอยด์ ) ) อีกทั้งงานถ่ายแบบ งานโฆษณา เขาก็ไม่ได้ตรวจปัสสาวะหาสเตอรอยด์ก่อนถ่ายถ่ายรูปนี่ จริงไหมครับ? ในวงการเพาะกายนี้ จะมีพวกนักเพาะกายที่ใหญ่จากสเตอรอยด์ และใหญ่จากการฝึกจริงๆ ปะปนกันอยู่ จนแยกด้วยตาเปล่าไม่ได้ จึงต้องใช้วิธีจับผิดเอา ( เช่น พวกนี้จะไม่กล้าไปประกวดในรายการใหญ่ๆของต่างประเทศ ทั้งๆที่หุ่นสวย ) ผมเลือกแปลเฉพาะนักเพาะกายที่เป็นแชมป์จากรายการใหญ่ๆ ( ซึ่งตรวจสเตอรอยด์แบบเข้มงวด ) และ "อยู่ในช่วงประกวด" เท่านั้น ( ไม่ใช่เกษียณไปแล้ว ซึ่งมีโอกาสสุ่มเสี่ยงในเรื่องการใช้สเตอรอยด์ได้ ) ก็เพื่อเป็นการคัดกรอง เอาข้อมูลการฝึกและการทานจากนักเพาะกายที่ไม่ใช้สเตอรอยด์เท่านั้น เอามาให้เพื่อนสมาชิกได้อ่านกัน นั่นเองครับ / ไม่ใช่เห็นใครกล้ามใหญ่ๆสวยๆ ก็ไปเอามาแปลมั่ว โดยที่ไม่รู้ว่าเขาใช้สเตอรอยด์หรือเปล่า ) รอนานหน่อย แต่ก็คุ้มค่า ตามธรรมดาของนักเพาะกายที่พึ่งได้รับใบรับรองการเป็นนักเพาะกายอาชีพ เขาจะต้องรีบ "กอบโกย" ผลประโยชน์จากใบรับรองนั้น ด้วยการเข้าประกวดรายการต่างๆ ( ที่ผู้เข้าประกวดจะต้องเป็นนักเพาะกายอาชีพเท่านั้น ) ทั้งในอเมริกา และประเทศต่างๆรอบโลก เพื่อล่าเงินรางวัล รวมไปถึงเป็นการท่องเที่ยวรอบโลกฟรีๆไปด้วยในตัว ( เพราะบริษัทอาหารเสริมที่เป็นสปอนเซอร์ จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ) "แต่" ปรากฏว่าดัลลัสไม่ได้ทำอย่างนั้น เมื่อดัลลัสได้เป็นนักเพาะกายอาชีพจากรายการ IFBB North American Championships เมื่อปี ค.ศ.2012 หลังจากนั้นเขาก็ไม่ยอมลงประกวดในรายการใดๆเลยถึง 3 ปี ทำให้แฟนๆที่รอดูผลงานของเขาต่างผิดหวังไปตามๆกัน ดัลลัสไม่แคร์ว่าใครจะคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ นั่นเป็นเพราะเขาต้องการ "คุณภาพ" มากกว่า / อธิบายได้ดังนี้ว่า ตอนที่ยังประกวดอยู่ในเวทีนักเพาะกายสมัครเล่นนั้น ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ร่างกาย "ยังไม่เทพ" เท่าไร ทำให้เอาชนะได้ไม่ยาก แต่ทันทีที่ดัลลัส ได้ใบรับรองการเป็นนักเพาะกายอาชีพ เขาก็ไม่สามารถกลับไปเจอผู้แข่งขันสมัครเล่น ( ที่ร่างกายยังไม่เทพ ) พวกนั้นได้อีก สิ่งที่ดัลลัสจะต้องเจอก็คือการที่จะต้องเลื่อนชั้นไปแข่งในเวทีที่มีแต่นักเพาะกายอาชีพด้วยกันเ และสิ่งที่เขาจะต้องเจอก็คือ นักเพาะกายอาชีพที่มี "ร่างกายระดับเทพ" นั่นก็หมายความว่า หากเขาลงประกวดต่อทันทีหลังจากได้เป็นนักเพาะกายอาชีพเมื่อปี ค.ศ.2012 แล้วล่ะก็ เวลาที่ขึ้นเวทีประกวดนักเพาะกายอาชีพ เขาก็จะดูเป็น "นักเพาะกายอาชีพทั่วๆไป" ก็คือกล้ามของดัลลัสสวยก็จริง แต่กล้ามของผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆก็สวยสูสีกับเขาเหมือนกัน ซึ่งอาจจะทำให้เขาถูกบดบัง หรือถูกลดความโดดเด่นบนเวทีประกวดลงได้ ด้วยความอยากให้ดูโดดเด่นบนเวที ดัลลัส จึงไม่ยอมลงประกวดในเวทีใดๆเลย แล้วไป "ซุ่มฝึก" อยู่จนถึงวันนี้ ( ซึ่งก็คือซึ่มฝึกจนครบสามปีหลังจากที่ได้รับใบรับรองการเป็นนักเพาะกายอาชีพ ) เพื่อทำให้ร่างกายเขาดูดี ดูแตกแต่างจากนักเพาะกาอาชีพคนอื่นๆที่เขาจะต้องไปเจอบนเวที ( ในครั้งถัดไป ) นั่นเอง นั่นก็คือดัลลัสต้องการทำให้การประกวดของเขา มี "คุณภาพ" มากกว่าที่จะประกวดไปเพื่อล่าเงินรางวัล หรือเพื่อการท่องเที่ยวรอบโลก "ผมยังโชคดีที่บริษัท BSN ( บริษัทอาหารเสริมที่เป็นสปอนเซอร์ของดัลลัส ) เข้าใจในเหตุผลอันนี้ และยอมให้ผมซุ่มฝึกได้ถึง 3 ปี คือตั้งแต่ปี ค.ศ.2012 จนถึงปี ค.ศ.2015 ( ซึ่งก็คือตอนที่กำลังถูกสัมภาษณ์อยู่นี้ ) โดยไม่ต้องขึ้นประกวดเวทีใดๆเลย" ดัลลัสกล่าว ( Webmaster - ประมาณว่า ถ้าบริษัทอาหารเสริม BSN ไม่เข้าใจเหตุผลของดัลลัส เขาก็คงจะถอนการเป็นสปอนเซอร์ไปแล้ว เพราะดัลลัสไม่ยอมขึ้นประกวดติดต่อกันถึง 3 ปี / และเมื่อครบ 3 ปีแล้ว ( คือในปี ค.ศ.2015 ) ดัลลัสก็ลงแข่งในรายการ 2015 IFBB California Pro และก็ได้เป็นแชมป์ในรายการนี้ด้วย ) ดัลลัสกล่าวอีกว่า "สิ่งที่เรียนรู้ในช่วง 3 ปีนี้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นก็คือการ เรียนรู้ตัวเอง นั่นเอง เหตุผลก็เพราะว่า แหล่งความรู้เพาะกายในปัจจุบันนี้มีมากมาย ทั้งจากคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆของการเพาะกาย และทั้งจากแหล่งความรู้อื่นๆ แต่จริงๆแล้ว สิ่งที่สำคัญก็คือ คุณต้องเรียนรู้กับร่างกายของตัวคุณเองว่าร่างกายของคุณตอบสนองกับการฝึก ,การทาน ฯลฯ ในรูปแบบไหนได้ดีที่สุดต่างหาก ( Webmaster - คือต้องเรียนรู้ตัวของตัวเอง ว่าตัวเองตอบสนองกับอะไรได้ดีที่สุด ไม่ใช่มัวแต่ฟังคำแนะนำของคนอื่นๆ ) ยกตัวอย่างเช่น ทั้งงานวิจัย และคำแนะนำต่างๆ ต่างก็บอกตรงกันว่าอาหาร A ( สมมติ ) ดีที่สุดสำหรับการทานตอนก่อนลงมือเล่นกล้าม แต่ปรากฏว่า ผมค้นพบว่าอาหาร B ต่างหากที่ให้ผลดีที่สุดกับผม เมื่อผมทานมัน ( หมายถึงอาหาร B ) ตอนก่อนเล่นกล้าม / ดังนั้น ผมจึงจะทานแต่เฉพาะอาหาร B ก่อนเล่นกล้ามเท่านั้น ( โดยไม่ทานอาหาร A ตามคำแนะนำของคนอื่นๆ ) หรืออย่างคำแนะนำที่ว่า การบริหารกล้ามเนื้อแต่ละส่วนที่ได้ผลที่ดีที่สุดก็คือให้บริหาร "3 ท่า" ต่อกล้ามเนื้อแต่ละส่วน / แต่ผมพบว่าสำหรับตัวผมแล้ว มันขึ้นกับสถานะการณ์เฉพาะหน้ามากกว่า คือไม่ควรล็อคตายตัวว่าต้องทำ 3 ท่า เพราะบางที อาจจทำมากกว่า 3 ท่า หรือน้อยกว่า 3 ท่าก็ได้ ( ควรขึ้นกับความเหนื่อย ความเพลีย หรือความคึกคักกระปรี้กระเปร่าของร่างกายในการฝึกแต่ละครั้งมากกว่า ) บางครั้ง สิ่งเล็กๆน้อยๆก็สร้างความแตกต่างได้ ยกตัวอย่างเช่นการเพิ่ม การนวดแบบลึก เข้าไปในวงจรการฝึกของผม พูดง่ายๆว่า คุณจะต้องพยายามเสาะหาสิ่งที่ได้ผลดีที่สุดกับการเล่นกล้ามของคุณ แล้วนำมันมาใช้ แม้ว่าสิ่งนั้น จะแตกต่างจากคำแนะนำของคนอื่นๆก็ตาม |
![]() |
| mulpix.com |
|
ด้วยการทำอย่างนี้ ( คือ ฝึก ,ทาน
และดำเนินชีวิตในรูปแบบเฉพาะของตัวเอง ที่ตัวเองคิดว่าได้ผลดีที่สุด
) ติดต่อกัน มันทำให้ผมพัฒนาจุดอ่อนที่สำคัญที่สุดของผม
นั่นก็คือการสร้างความหนาให้กับ กล้ามต้นขาทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
( Quads and Hams
) นอกจากนี้ ยังสามารถพัฒนาความหนาที่กล้ามหน้าอก และกล้ามหลังได้ดีขึ้นอีกด้วย อีกอย่างที่สำคัญคือ ด้วยวิธีของผม ผมสามารถรักษา "ความสมส่วน" เอาไว้ได้ด้วย / นักเพาะกายบางคน พอทำให้กล้ามต้นขาใหญ่ขึ้น หรือกล้ามหน้าอกและกล้ามปีกใหญ่ขึ้น เขาก็จะมีเอวที่บานเบอะออกไป รวมไปถึงการเป็นเจ้าของก้นที่ขยายออกไปจนเสียทรง ซึ่งก็คือการเสีย "ความสมส่วน" ที่ดีๆในอดีตไป ความหนาของร่างกายเพิ่มขึ้น แต่ยังรักษารูปทรง "ตัววี" ไว้ได้ ในปี ค.ศ.2012 ตอนที่ดัลลัสประกวดในรายการ IFBB North American Championships และได้เป็นนักเพาะกายอาชีพนั้น ตอนที่อยู่บนเวที ดัลลัสมีขนาดน้ำหนักตัว 241 ปอนด์ ( 109.5 กก. ) และเขามีขนาดเอว 34 นิ้ว ต่อมา หลังจากอยู่ในช่วงนอกฤดูการแข่งขันนานหลายปี ตอนที่เขาขึ้นประกวดในรายการ California Pro เมื่อเร็วๆนี้ ( คือปี ค.ศ.2015 ) น้ำหนักตัวเขาเพิ่มเป็น 265 ปอนด์ ( 120.4 กก. ) แต่ขนาดเอวของเขากลับเหลือแค่ 33 นิ้ว นั่นก็หมายความว่า น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น 24 ปอนด์ ( 10.9 กก. ) แต่เอวกลับเล็กลง 1 นิ้ว ดัลลัสมีความเข้มงวดต่อการพยายามรักษาร่างกายส่วนกลาง ( Mid section ซึ่งก็คือ หน้าท้องและเอว ) ให้เล็กที่สุดและกระชับที่สุด เขาพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า "ถ้าคุณเพิ่มขนาดหน้าอกขึ้นได้ 2 นิ้ว ,เพิ่มต้นขาได้ 2 นิ้ว ,เพิ่มต้นแขนได้ 1 นิ้ว "แต่" เอวของคุณกลับเพิ่ม 2 นิ้วตามไปด้วย ผมว่า นั่นคือความล้มเหลว! / เพราะมันเป็นแค่การทำให้ร่างกายใหญ่ขึ้น โดยไม่สนใจกับรูปทรง ความสมส่วน ( เริ่มขาดความเป็นทรง "ตัววี" ของร่างกายท่อนบน ) เทคนิคส่วนตัวของผมอย่างหนึ่งก็คือเกี่ยวกับเรื่องอาหาร ซึ่งผมมีความคิดส่วนตัวว่า การลดอาหารโปรตีนลง จะช่วยทำให้เราสามารถทานอาหารคาร์โบไฮเดรต และทานไขมันที่มีประโยชน์ได้มากขึ้น เพราะถ้าเราทานโปรตีนมากๆเหมือนนักเพาะกายคนอื่น และยังต้องทานคาร์โบไฮเดรตและไขมัน ( ซึ่งเราจำเป็นต้องทาน ) เข้าไปอีก พออาหารทั้งหมดรวมกันอยู่ที่ท้องแล้ว มันก็จะมีส่วนทำให้หน้าท้องและเอวของคุณขยายได้ ผมจึงใช้วิธีลดปริมาณการทานโปรตีนลง เพื่อแบ่งพื้นที่ในกระเพาะให้กับคาร์โบไฮเดรตและไขมัน ผมไม่ใช่พวกที่เน้นเรื่องการทานน้อยๆในช่วงไดเอทหรอกนะครับ ช่วงไดเอทของผม ผมทานวันละ 5,000 ถึง 5,500 แคลอรี่เลยทีเดียว ซึ่งมากกว่าการทานของนักเพาะกายบางคนในช่วงนอกฤดูการแข่งขันเสียอีก" ดัลลัสกล่าว ส่วนเรื่องการบริหารกล้ามท้อง ดัลลัสจะไม่ใช้ลูกน้ำหนักที่หนักมากมาบริหารกล้ามท้องอย่างเด็ดขาด เขามีความคิดว่า การใช้น้ำหนักที่หนักมากในการบริหารกล้ามหน้าท้อง จะทำให้ท้องหนาขึ้นไปอีก |
![]() |
| bblegends.com |
|
กุญแจสำคัญของการมีรูปทรงตัววี นักเพาะกายส่วนมาก เน้นที่การเพิ่มน้ำหนักตัว เพราะยิ่งน้ำหนักตัวมาก ก็จะทำให้มีปริมาณมัดกล้ามที่ใหญ่ขึ้น แต่กับนักเพาะกายอย่างดัลลัส เขาให้ความสำคัญกับเรื่องการสร้างและรักษารูปทรงตัววี เสียมากกว่า และการจะมีรูปทรงตัววีได้ คุณก็จะต้องเอาใจใส่ในการพัฒนากล้ามหลัง ,กล้าม Shoulder และกล้ามท้อง / และต่อไปนี้ คือวิธีฝึกเพื่อสร้างรูปทรงตัววี ของคุณดัลลัสครับ Wide-Grip Chin Ups ดัลลัสถือว่าท่านี้เป็นท่าสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับการบริหารกล้ามปีกทุกครั้ง และเขาจะเอาท่านี้ไว้เป็นท่าแรกสำหรับการเล่นกล้ามปีกทุกครั้งด้วย ราวกับว่าเป็นการเล่นเพื่อวอร์มกล้ามปีกเลยทีเดียว ดัลลัสพูดไว้ว่า "ในแต่ละเซทนั้น ผมจะไม่บริหารจนหมดแรง และผมจะ "ไม่ใช้" วิธีผูกแผ่นบาร์เบลล์ไว้ที่เอวในขณะบริหารด้วย" ข้อดีของการเอาท่านี้มาบริหารเป็นท่าแรกก็คือ เป็นการทำให้กล้าม Shoulder หลวมตัว และยังเป็นการวอร์มกระดูกสะบัก ( Scapulae ) ,หลัง และกล้ามไบเซบ ไปพร้อมๆกัน เพื่อจะได้พร้อมต่อการบริหารกล้ามปีกหนักๆในท่าถัดๆไป Seated Cable Rows สำหรับท่าบริหารท่าที่สองนี้ ดัลลัสจะสลับกันกับท่า T - Bar Rows ในการบริหารกล้ามปีกครั้งถัดไป ( Webmaster - คือหมายความว่า ในการบริหารกล้ามปีกวันนี้ ดัลลัส จะบริหารท่าที่สองด้วยท่า Seated Cable Rows แล้วพอถึงการบริหารกล้ามปีกครั้งถัดไป เขาก็จะเปลี่ยนท่าบริหารท่าที่สองนี้ เป็นท่า T - Bar Rows ) ดัลลัสพูดว่า "ในการบริหารท่านี้ ผมจะดึงที่จับ ตรงมาที่บริเวณสะดือของผมเลย และผมก็จะเพ่งสมาธิไปที่ กล้ามหลังส่วนล่าง ตรงบริเวณที่เรียกว่า Chrismas tree ผมชอบอุปกรณ์ตัวนี้ ( Seated Cable Rows ) เพราะมันทำให้จังหวะการบริหารราบรื่น ไม่กระตุก ที่สำคัญคือ ขณะที่เหยียดกล้ามปีกออกไปนั้น ( คือตอนเหยียดแขนออกไป ) มันก็รู้สึกว่าได้เหยียดกล้ามปีกออกเต็มที่ และขณะที่หดเกร็งกล้ามปีกเข้ามา ( คือตอนที่ดึงที่จับมาถึงบริเวณสะดือ ) ก็รู้สึกได้ว่ากล้ามปีก ได้หดเกร็งอย่างเต็มที่เช่นกัน" และเพื่อเป็นการบริหารท่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ดัลลัสจะตั้งลำตัวตั้งฉากกับพื้นห้องตลอดเวลา จะไม่เอนตัวไปทางด้านหน้าตอนที่เหยียดแขนออกไป หรือจะไม่เอนตัวไปทางด้านหลังตอนที่ดึงที่จับมาที่หน้าท้อง |
![]() |
| mdlatino.com |
| ( ภาพบน )
Lat Pulldowns with Dual Handles ดัลลัสจะคัดสรรท่าบริหารกล้ามปีกเอาไว้หลากหลายท่า และในแต่ละท่านั้น ดัลลัสก็จะปรับเปลี่ยนการจับแบบหลายวิธีด้วย / ยกตัวอย่างเช่นการจับด้วยที่จับคู่แบบที่เห็นในภาพข้างบนนี้ ก็เป็นหนึ่งในความหลากหลายที่ดัลลัสพูดถึงนั่นเอง ดัลลัสพูดว่า "ตัวผมเองนั้น มี แขนที่ยาวกว่าคนปกติทั่วไป ดังนั้น การใช้คานบาร์พูลดาวน์แบบมาตรฐานทั่วไป จึงไม่เหมาะกับผมเท่าไร เมื่อผมใช้อุปกรณ์ที่จับแบบมือคู่ ( ที่มีลักษณะเหมือนในรูปข้างบนนี้ ) เวลาดึงที่จับลงมา มันเอื้ออำนวยให้ผมได้หดเกร็งกล้ามปีกได้เต็มที่มากกว่าการใช้คานบาร์พูลดาวน์แบบมาตรฐานทั่วไป" |
|
![]() |
| youtube.com |
| (
ภาพบน ) Incline
Dumbbell Single-Arm Front Raise ดัลลัสเพิ่มความหลากหลายในการบริหารท่ายกดัมเบลล์ขึ้นทางด้านหน้า ด้วยการใช้วิธีนอนคว่ำบนม้าเอียง ( เหมือนที่เห็นในภาพข้างบนนี้ ) แล้วบริหารด้วยดัมเบลล์ทีละข้าง ดัลลัสพูดถึงการบริหารท่านี้ว่า "ท่านี้ ดีกว่าการบริหารแบบยืนตรงๆ เพราะการบริหารแบบยืนตรงๆนั้น คุณอาจเผลอยกดัมเบลล์สูงกว่าระดับศีรษะของคุณ ซึ่งมันก็จะทำให้ "หลุดจากการบริหาร" กล้ามหัวไหล่ด้านหน้า ไปเลย" ( Webmaster - คือดัลลัสกำลังบอกว่า การที่ใช้ม้าเอียงในการบริหารท่านี้ มันจะเป็นการบังคับให้ เวลาที่ยกดัมเบลล์ขึ้นถึงจุดสูงสุดนั้น จุดสูงสุดที่ว่านั้น จะ "ไม่สูงเกินกว่า" ระดับสายตา หรือระดับศีรษะ / เนื่องจากการนอนคว่ำบนม้าเอียง มันทำให้เราไม่สามารถยกดัมเบลล์ขึ้นสูงกว่าระดับสายตา หรือระดับศีรษะได้ หรือพูดอีกอย่างก็คือว่า การบริหารด้วยดัมเบลล์แบบยกขึ้นทางด้านหน้านั้น ไม่ควรยกดัมเบลล์สูงกว่าระดับสายตา หรือระดับศีรษะของเรา เพราะว่ากล้ามหัวไหล่จะออกแรงอย่างต่อเนื่องก็ตั้งแต่อยู่ในระดับต่ำสุด จนถึงระดับที่สูงระดับสายตาเท่านั้น ถ้าเรายกดัมเบลล์สูงไปกว่านั้น กล้ามหัวไหล่ส่วนหน้าจะได้รับการบริหารน้อยลงทันที ( คือจะมีกล้ามเนื้อชิ้นอื่นมาช่วยออกแรง ) ซึ่งทำให้เกิดการขาดความต่อเนื่องในการออกแรงของกล้ามหัวไหล่ด้านหน้าไป ถึงใช้คำว่า "หลุดจากกาบริหาร" นั่นเอง ) |
![]() |
| flexonline.com |
|
Behind-Neck Smith Machine Press ดัลลัสชอบการบริหารท่านี้เป็นอย่างมาก และเขาจะนำท่านี้มาบริหารในทุกครั้งที่เป็นการฝึกกล้าม Shoulder ของเขา ดัลลัสแนะนำว่า "สำหรับท่านี้ คุณต้องใช้น้ำหนักให้น้อยกว่าตอนที่ดันบาร์เบลล์ทางด้านหน้า ( หมายถึงว่าให้ใช้น้ำหนักน้อยกว่าตอนที่บริหารท่า Smith Machine Military Presses From Front ) เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับข้อต่อต่างๆในเวลาที่บริหาร และเวลาบริหาร คุณต้องตั้งหลังตรง อย่าเอนลำตัวไปทางด้านหลังเหมือนตอนที่บริหารท่า Smith Machine Military Presses From Front นะครับ / ถ้าคุณเอนตัวไปด้านหลัง นอกจากมันจะผิดรูปแบบการบริหารแล้ว มันยังอาจเกิดอุบัติเหตุคานบาร์ลงมาฟาดศีรษะคุณ ทำให้คุณบาดเจ็บที่ศีรษะได้" Dumbbell Lateral Raises ดัลลัสพูดว่า "แต่ก่อน ผมจะบริหารท่านี้เซทละ 12 - 15 Reps ต่อมาภายหลัง ผมพบว่ากล้ามหัวไหล่จะตอบสนองได้ดีกับการบริหารด้วย Reps ที่สูงกว่านั้น ดังนั้น ณ.ปัจจุบัน ผมจึงบริหารท่านี้เซทละ 20 Reps ส่วนน้ำหนักดัมเบลล์ที่ใช้นั้น ผมก็ลดลงประมาณ 50% - 60% ของที่เคยใช้เมื่อสมัยที่บริหารเซทละ 12 - 15 Reps ด้วยเหตุผลที่ว่า มันทำให้ผมมีสมาธิในการรักษาฟอร์มขณะบริหารได้ดีกว่าตอนที่ใช้ดัมเบลล์ที่น้ำหนักมากๆ" |
![]() |
| bodybuilding.com |
|
Cable Lateral Raises ดัลลัสแนะนำว่า "การเอนตัวออกจากตัวอุปกรณ์ ( เหมือนที่เห็นในภาพข้างบนนี้ ) จะช่วยทำให้บริหารท่านี้ได้ยากขึ้น ( ซึ่งทำให้ได้ผลดีต่อการบริหาร ) / และผมขอเน้นว่า ในแต่ละ Rep เวลาที่เรายกที่จับขึ้นสู่ระดับสูงสุดแล้ว ขอให้คุณเกร็งกำลังไปที่กล้ามหัวไหล่ด้านข้าง ( ของข้างที่กำลังบริหารอยู่ ) ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วค่อยผ่อนที่จับลง" |
![]() |
| rienquedumuscle.blogspot.com |
หลังจากออกกำลังช่วงแรกของวันเสร็จ
หลังจากออกกำลังช่วงที่สองของวันเสร็จ + ต่อด้วยการทำคาร์ดิโอ แบบ HIIT อีก 20 นาที
|
![]() |
| never2big.com |
|
Hanging Leg Raises ( ภาพบน ) บางคนอาจจะคิดว่าท่านี้บริหารได้ไม่ยาก แต่มันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดก็ได้นะครับ โดยเฉพาะถ้าคุณมี "ปริมาณกล้ามต้นขา" มากเท่าๆกับคุณดัลลัส / นั่นก็เพราะว่ากล้ามท้องส่วนล่างของคุณต้องออกแรงมากกว่าคนทั่วไปในการยกขาขึ้นมาตรงๆ ( คนที่มีกล้ามขาน้อยๆ ก็จะยกต้นขาขึ้นได้ไม่ยาก แต่ดัลลัสมีต้นขาขนาดใหญ่ จึงต้องออกแรงไปที่กล้ามท้องส่วนล่างมากเป็นพิเศษเพื่อจะยกขาขึ้นมา ) ดัลลัสจะสลับอุปกรณ์ที่ใช้บ้างเป็นบางครั้ง คือบางครั้งเขาก็จะใช้อุปกรณ์ดึงข้อแบบที่เห็นในภาพข้างบนนี้ / บางครั้งก็ใช้อุปกรณ์ Captain Chair ( Webmaster - เป็นศัพท์สแลงของอุปกรณ์เล่มกล้ามท้องส่วนล่าง แบบที่เห็นที่ลิงค์นี้ http://www.tuvayanon.net/V-eu6-001001A-570625-2324.html ) เพราะอุปกรณ์ Captain Cair จะช่วยแบ่งน้ำหนักตัวลงไปที่ข้อศอก และแขนท่อนปลายที่นาบไปกับตัวเบาะ ทำให้บริหารได้ง่ายขึ้น สำหรับการบริหารท่านี้ ดัลลัสจะไม่งอหัวเข่า / อีกประการหนึ่งก็คือ ตอนที่ยกขาขึ้นจนถึงระดับสูงสุดนั้น ระดับของจะเท้าจะอยู่แนวเดียวกับกล้ามท้องแถวบนสดุ ( Top row of abs ) |
![]() |
| mdlatino.com |
|
Rope Crunches ( ภาพบน ) ท่าบริหารท่านี้เป็นท่ามาตรฐานที่นักเพาะกายทั่วไปใช้เวลาที่จะบริหารหน้าท้อง แต่ความแตกต่างก็คือว่า นักเพาะกายทั้งหลายมักจะหันหน้าเข้าหาตัวอุปกรณ์ แต่ว่าดัลลัสจะหันหลังให้กับตัวอุปกรณ์ และก็จะเขยิบจุดที่วางหัวเข่าให้อยู่ไกลจากตัวอุปกรณ์ด้วย ( เหมือนที่เห็นในภาพข้างบนนี้ ) ดัลลัสกล่าวว่า "ด้วยการหันหน้าออกจากตัวเครื่อง และอยู่ห่างๆตัวเครื่อง จะช่วยทำให้เวลาที่ก้มตัวลงไปที่พื้นนั้น กล้ามท้องจะหดเกร็งได้อย่างเต็มที่ / อีกทั้งเวลาที่เหยียดตัวขึ้น กล้ามท้องก็จะถูกเหยียดออกอย่างเต็มที่ด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการบริหารกล้ามท้องในท่านี้ ( คือเวลากล้ามท้องเหยียดตัว ก็ต้องเหยียดตัวเต็มที่ เวลาหดเกร็งตัว ก็ต้องหดเกร็งตัวเต็มที่ ) สำหรับเรื่องจำนวนครั้งนั้น กล้ามท้องก็เหมือนกับกล้ามน่อง คือต้องบริหารด้วยจำนวน Reps ที่สูงๆเท่านั้น ถึงจะกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาได้ จำนวนครั้งที่จะใช้ อย่างน้อยควรจะเป็น 15 Reps ขึ้นไป" |
![]() |
| pinterest.com |
|
Floor Crunches ( ภาพบน ) เมื่อถึงเวลาบริหารกล้ามท้อง ดัลลัสจะมีท่า Crunch รวมอยู่ในท่าบริหารด้วยทุกครั้ง โดยมีหลักว่าในการบริหารกล้ามท้องทุกครั้ง จะต้องมีท่าที่ใช้อุปกรณ์ ( เช่นท่าบริหารหน้าท้องสองท่าก่อนหน้านี้ ) และท่าที่ไม่ใช้อุปกรณ์ใดๆเลย ( คือท่า Crunch ) ในเซทแรก ดัลลัสจะทำ Reps สูงๆไว้ก่อน แล้วค่อยลดจำนวน Reps ลงในเซทถัดไป ลักษณะการจัดการจำนวน Reps ในท่า Crunch จะมีสองแบบ ( เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ) คือ ดัลลัสกล่าวเสริมอีกว่า "นักเพาะกายหลายคน บริหารท่า Crunch และท่า Sit Up ด้วยจังหวะที่เร็ว / ซึ่งการทำแบบนั้น ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อันใดกับกล้ามท้องเลย ที่ถูกแล้ว คุณจะต้องบริหารในจังหวะที่ช้าๆถึงจะถูกต้อง / สำหรับตัวผมเองนั้น ในแต่ละ Rep ที่บริหาร เมื่อยกศีรษะมาถึงจุดที่สูงสุดแล้ว ผมก็เกร็งหน้าท้องด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มี และเป่าอากาศออกทางปากด้วย นั่นแหละคือเทคนิคการบริหารท่า Crunch ของผม |
![]() |
| kulturistika.ronnie.cz |
| - END - |