| การฝึกกล้าม บ่าและหัวไหล่ของแม็กซ์ ชาร์ล |
| อ้างอิงจากหนังสือ เฟล็กซ์ ฉบับเดือนเมษายน
2557 หน้า 152 - 162
|
![]() |
| tnation.t-nation.com ( ภาพบน ) รูปของแม็ก ชาร์ล ถ่ายตอนอายุ 42 ปี ( ค.ศ.2013 ) |
| วันนี้
เราตามมาดู แม็กซ์ ชาร์ล ผู้มีความสูง 177.5 ซม. (
5 ฟุต 11 นิ้ว ) น้ำหนักตัว 145 กก. (
320 ปอนด์ )
ฝึกเล่นกล้ามบ่าและหัวไหล่กันนะครับ วันนี้
ชาร์ลจะมาฝึกที่โรงยิมชื่อ Bev Francis ซึ่งเรา (
หมายถึง ทีมงาน Flex ที่ทำบทความ )
รออยู่ที่โรงยิมนี้ก่อนแล้ว และในเวลาต่อมา ชาร์ล
ก็เดินเข้ามาในโรงยิม ชาร์ลเป็นคนที่ดูขรึมๆ เหี้ยมๆ อาจเป็นเพราะเขาเกิดและโตมาที่ประเทศไฮติ ซึ่งเต็มไปด้วยอาชญากรรม และสงครามระหว่างแก๊ง ทำให้การใช้เวลาช่วงวัยรุ่นของเขา เห็นแต่ภาพพวกนี้จนชินตา จนหล่อหลอมให้เกิดบุคคลิภาพที่เงียบขรึมของเขา ,ชาร์ล ย้ายมาอยู่ที่อเมริกาตั้งแต่อายุประมาณ 20 ปีต้นๆ ( ขณะนี้เขาอายุ 43 ปีแล้ว ) มีบ้านพักอยู่ที่ Huntingto ,Long island อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาเห็นเรา เขาก็ยิ้มให้ และเมื่อเขายิ้ม หน้าตาเขาก็ดูดี มีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที หลังจากเริ่มประกวดในระดับสูงกว่าระดับท้องถิ่น ( คือเข้าแข่งระดับประเทศ ) ชาร์ลใช้เวลา 3 ปีก็ได้โปรการ์ด ( คือเป็นนักเพาะกายระดับอาชีพ ) เมื่อตอนเขาอายุ 42 ปี / โดยชนะระดับรู่น ซูเปอร์เฮฟวี่เวท และชนะถ้วยรวมทั้งหมดของรายการ NPC USA. เมื่อฤดูร้อนของปี พ.ศ.2556 ( ค.ศ.2013 ) แม้จะได้เป็นโปรแล้ว แต่ชาร์ลก็ยังใช้รูปแบบการฝึกเหมือนกับตอนที่ยังไม่ได้โปรทุกอย่าง "ยกเว้น" เรื่องการทานอาหารของเขาเท่านั้นที่เปลี่ยนไป เปลี่ยนไปอย่างไร? เดี๋ยวเราจะคุยกันทีหลังนะครับ ตอนนี้เรามาดูเรื่องการฝึกหลักๆของเขาก่อน / สำหรับการฝึกโดยทั่วไปของชาร์ลนั้น เขาจะใช้เวลาในโรงยิมครั้งละ 2 ชั่วโมงครึ่งถึงสามชั่วโมงแบบรวดเดียว โดยเวลาทั้งหมดนั้น ใช้สำหรับการฝึกกล้ามเนื้อเพียงส่วนเดียว! และเพื่อให้เข้าใจดียิ่งขึ้นว่าเขาใช้เวลามากมายขนาดนั้นไปทำอะไรบ้างในโรงยิม เราก็เลยต้องมาดูการฝึกกล้ามบ่าและหัวไหล่ของเขาในวันนี้กันไงครับ |
ท่าบริหารที่ 1 : Smith machine behind the neck press ฝึก 4 - 5 เซท / เซทละ 10 - 40 ครั้ง |
||
|
ท่าบริหารที่ 2 : Front Delt Press ( on startrac machine ) ฝึก 2 เซท / เซทละ 30 - 40 ครั้ง |
||
|
ท่าบริหารที่ 3 : Upright Row ( on Cable Station ) ฝึก 2 - 3 เซท / เซทละ 30 - 40 ครั้ง |
||
|
![]() |
| tnation.t-nation.com |
"มาคุยเรื่องนี้กันให้กระจ่างเลยครับ คือว่า การกินน้อยของผม ไม่ใช่เพราะผมพยายามอดอาหารแต่อย่างใด แต่มันเป็นธรรมชาติส่วนตัวของผม ที่มีความรู้สึกไม่อยากอาหาร เรียกได้ว่า ถึงขึ้นรู้สึกทรมานเลยทีเดียว ถ้าจะต้องทานอาหาร ( I have no appetite ,I don't like to eat ; it's almost like torture - ต้นฉบับ ) ทุกๆวันที่ผมตื่นขึ้นมา ผมจะปรุงอาหารไว้ 1 ชาม และอาหาร 1 ชามนั้น ก็จะเป็นอาหารชามแรก และชามสุดท้ายของวันนั้น ปริมาณของอาหารที่ผมทานทั้งหมดภายใน 1 วันนั้น เทียบเท่าได้กับปริมาณอาหารที่นักเพาะกายคนอื่นๆ นั่งลงกินในครั้งเดียว" คำพูดโดย Max Charles ต้นตำรับ "One Meal" |
ท่าบริหารที่ 4 : Front Raise ( with Lat-Machine Bar on Cable Staionon ) ฝึก 2 เซท / เซทละ 16 - 20 ครั้ง |
||
|
ท่าบริหารที่ 5 : Dumbbell Side Lateral Raise ฝึก 4 เซท / เซทละ 30 - 40 ครั้ง |
||
|
![]() |
| forum.bodybuilding.com |
ท่าบริหารที่ 6 : Rear Delts ( On Cable Station ,with Rope ) ฝึก 2 เซท / เซทละ 30 - 40 ครั้ง |
||
|
![]() |
| rienquedumuscle.blogspot.com |
ท่าบริหารที่ 7 : Rear - Delt Flye ( on Machine ) ฝึก 2 เซท / เซทละ 30 - 40 ครั้ง |
||
|
ท่าบริหารที่ 8 : Overhead Cable Flye ฝึก 2 เซท / เซทละ 30 - 40 ครั้ง |
||
|
"เพราะว่าผมไม่ชอบทานอาหาร ดังนั้นผมจึงต้องชดเชยด้วยการ "ดื่ม" แทน" "แต่การดื่มของผม ผมแทบจะไม่แตะต้องน้ำเปล่าเลย" "ผมจะดื่มแต่ Grape Soda และ Pineapple Soda เสียเป็นส่วนใหญ่ เหตุผลก็เพราะว่าผมสามารถดึงคาร์โบไฮเดรตได้จากเครื่องดื่มชนิดนี้ เพื่อนำมาใช้เป็นพลังงานในการฝึก" "ผมรู้ว่ามันไม่ใช่คำแนะนำที่ดีให้กับคนทั่วไป แต่ว่าวิธีทานของผม ( ที่ทานอาหารในปริมาณน้อย แต่หันไปดื่มเครื่องดื่มโซดาให้มากๆแทน ) มัน Work กับตัวผมเอง" คำพูดของ Max Charles ที่พูดถึงประโยชน์ของเครื่องดื่มโซดา ที่มีต่อการเพิ่มปริมาณกล้ามเนื้อ |
ท่าบริหารที่ 9 : Cable Shrug ( on FreeMotion Machine ) ฝึก 2 เซท / เซทละ 30 - 40 ครั้ง |
||
|
![]() |
| 4.bp.blogspot.com |
ท่าบริหารที่ 10 : Dumbbell Shrug ฝึก 2 เซท / เซทละ 30 - 40 ครั้ง |
||
|
หลังจากบริหารกล้ามบ่าจนครบ 26 เซท ชาร์ลก็ถือว่าจบการฝึกประจำวันนี้ของเขาแล้ว / มีคนจัดประเภทรูปแบบการฝึกของชาร์ลว่า เขาใช้เทคนิคการฝึกแบบเน้นให้มีจำนวนครั้งมากๆ ( Volume Trainer ) แต่ชาร์ลบอกว่า เขาไม่ได้จงใจจะใช้เทคนิคนั้น ( เทคนิคที่บริหารให้มีจำนวนครั้งมากๆ ) อาจเป็นความบังเอิญมากกว่าที่การบริหารด้วยจำนวนครั้งมากๆของเขา ไปใกล้เคียงกับเทคนิคนั้นเอง เพราะจริงๆแล้ว ในความคิดของเขา เขาคิดว่า คนทั่วไปมักจะบริหารบ่าและหัวไหล่ ท่าละ 5 เซท แต่บริหารเพียง 2 - 3 ท่า ซึ่งการบริหารเพียง 2 - 3 ท่านั้น ก็ทำให้กล้ามเนื้อบ่าและหัวไหล่ได้บริหารเพียง 2 - 3 มุมเท่านั้นเอง ซึ่งชาร์ลคิดว่าไม่น่าจะเป็นผลดีสักเท่าไร ในความคิดเห็นของชาร์ลนั้น เขาบอกว่า เราควรบริหารกล้ามเนื้อบ่าและหัวไหล่จากหลายมุมมากกว่า ( ก็คือบริหารหลายท่านั่นเอง ) และเพื่อให้มีแรงได้บริหารได้หลายๆท่า ก็ควรเล่นแต่ละท่าเพียง 2 เซท |
|
ประวัติการประกวดของ แม็กซ์ ชาร์ล รายการ 2013 NPC USA Championships - ชนะเลิศในตำแหน่ง Super-heavyweight and overall winner รายการ 2012 NPC USA Championships - ได้ที่ 3 ในรุ่นน้ำหนัก Super-heavyweight รายการ 2011 NPC Bev Francis Atlantic States - ชนะเลิศในรุ่นน้ำหนัก Super-heavyweight รายการ 2011 NPC Nationals - ได้ที่ 2 ในรุ่นน้ำหนัก Super-heavyweight รายการ 2008 NPC Eastern USA - ชนะเลิศในรุ่นน้ำหนัก Super-heavyweight Webmaster - ก่อนที่ชาร์ลจะได้เทิร์นโปรในปี ค.ศ. 2013 นั้น เขาจะทานเพียงข้าว และถั่ว ( Bean ) 5 - 6 ช้อนต่อวัน / คือยังไม่กินมากกว่านั้น แต่ในการเตรียมตัวสำหรับการประกวดปี ค.ศ.2013 ( ที่ชาร์ลได้ตำแหน่งชนะเลิศในรายการ 2013 NPC USA Championships ที่ทำให้เขาได้เทิร์นโปร ) ชาร์ลเริ่มเพิ่มปริมาณการทาน จากถั่วไม่กี่ช้อน ให้ขึ้นเป็นอาหาร 1 จาน แต่ก็คือทานแค่เพียงวันละ 1 จานเท่านั้น และด้วยการเพิ่มปริมาณการทานให้เป็น 1 จานต่อวัน ก็เลยทำให้เขามีมัดกล้ามเนื้อที่เตะตากรรมการ และได้เทิร์นโปรไปในที่สุดในปีนั้นนั่นเอง และจากข้อมูลที่ลองตรวจค้นดู ชาร์ล ไม่ได้ดื่มพวกโปรตีนปั่น หรือเวย์โปรตีนอีกด้วย / ประกอบกับที่ได้ข้อมูลในการแปลบทความหน้านี้ก็คือ เขาดื่มน้ำองุ่นโซดา และน้ำสัปปะรดโซดา เพื่อให้มีแรงในการเล่นกล้ามเท่านั้น ส่วนโปรตีน ก็เอามาจากอาหาร 1 จาน ที่เขากินในตอนเช้าเท่านั้น |
| - END - |