- หน้า 3 -


 

วิวัฒนาการการบริหาร

           ไม่ว่าจะมองไปทางใด วิชาการศาสตร์ไหน ก็ล้วนแต่มีผู้บัญญัติทฤษฎีไว้ก่อนแล้วทั้งสิ้น ผู้มาทีหลังก็ได้แต่ปฏิบัติตาม แต่สำหรับเบคเคิล ด้วยการที่เขาอยู่กับการยกลูกน้ำหนักมามากว่านักเพาะกายในยุคสมัยเดียวกัน  ความรู้จึงถูกหล่อหลอมมากเป็นพิเศษ มากพอที่จะค้านทฤษฏีที่วางไว้ เบคเคิลกล่าวว่า "หลักปฏิบัติที่ทุกคนเคยทำคือ ต้องบริหารกล้ามปีกกับไบเซบด้วยกัน แต่ด้วยสิ่งต่างๆที่สั่งสมมาในโลกเพาะกาย ทำให้ผมเปลี่ยนมาเป็นบริหารกล้ามปีกกับกล้ามบ่าแทน ก็เพราะเมื่อบริหารกล้ามปีกด้วยน้ำหนักมากๆ มันทำให้ไบเซบผมล้าอยู่แล้ว ผมจึงควรแยกไปฝึกวันอื่นเลย" 

           ทุกวันนี้ เบคเคิลใช้สูตรบริหาร 3 วันแล้วจึงหยุดพัก 1 วัน ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปสมัยก่อน เบคเคิลเคยบริหารอาทิตย์ละ 7 วัน วันละ 2 คาบ กล้ามเนื้อส่วนหนึ่งต้องบริหาร 3 ครั้งในหนึ่งอาทิตย์ และการบริหารแต่ละครั้งก็หฤโหดมากๆ อย่างกล้ามปีกบางทีเขาบริหารครั้งเดียวถึง 35 เซทเลย และการฝึก 35 เซทนี้ ก็ไม่ใช่ทำแบบเร็วๆ ลวกๆที่ใครๆก็ทำได้ เกี่ยวกับเรื่องนี้เบคเคิลยืนยันด้วยตัวเองว่า "ในการยกน้ำหนัก ผมจะทำอย่างช้าๆ ซึ่งทำให้ต้องใช้แรงต้านอย่างสุดๆ ซึ่งสำหรับนักเพาะกายสมัยนี้ มันช่างโหดร้ายอย่างมาก ไม่มีใครกล้าทำ ผมรู้ ผมพูดได้ เพราะผมเห็นด้วยตาตัวเอง"

           ไม่ว่าจะบริหารด้วยสูตรไหน เบคเคิลก็ยังคงความเข้มข้น (intensity) ในการฝึกไว้เสมอ นี่เป็นสิ่งที่เขายึดถือมากว่าครึ่งศตวรรษ เป็นที่รู้กันว่า ถ้าพูดถึงเบคเคิล ก็ต้องพูดถึงความเข้มข้นที่เขาทุ่มลงไปในการบริหาร นั่นคือเครื่องหมายการค้าของเขาเลยทีเดียว การบริหารด้วยความเข้มข้น เป็นหนทางไปสู่สุขภาพที่ดีตลอดกาล

           เบคเคิลไม่อยากให้ใจร้อนในการเล่นกล้าม เขากล่าวว่า "เราเปรียบการเพาะกายได้กับการปลูกต้นไม้ แม้ว่าคุณจะรดน้ำ และใส่ปุ๋ยอย่างดีให้มัน แต่การหวังว่า หลังจากตื่นนอนในวันรุ่งขึ้น คุณจะเห็นมันสูงขึ้นอีก 10 ฟุต การคาดหวังอย่างนี้ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน จำไว้ว่าก่อนที่จะมีกล้ามเนื้อให้ได้อย่างใจ คุณต้องให้เวลากับมันมากทีเดียว" 

           จนกระทั่งอายุ 50 ปี เบคเคิลพึ่งลาออกจากงาน เพื่อจะได้ทุ่มเทกำลังทุกหยาดหยด ในการเป็นนักเพาะกายอาชีพของเขา ไม่มีคำว่าแก่เกินไปสำหรับหัวใจที่ยังหนุ่ม แม้ว่าปัจจุบันอายุเขาเป็น 60 ปีแล้วก็ตาม เบคเคิลกล่าวว่า "เวลาเป็นเรื่องที่เราหยุด หรือเปลี่ยนแปลงมันไม่ได้ แต่จิตใจมันเป็นเรื่องภายใน ซึ่งเราชี้ทาง หรือจะให้มันเป็นอะไรก็ได้ตามใจคิด นี่แหละคือสิ่งที่คุณควรจะจำไว้"
 

beckle31.jpg


 


 

ตารางบริหารของเบคเคิล
 

วันที่ ช่วงเช้า ช่วงเย็น
1.
 
บ่า ,ไบเซบ ,ไทรเซบ หลังขา ,หน้าขา ,น่อง
2. อก
 
หน้าท้อง ,น่อง
3. ปีก
 
       ในการบริหารกล้ามหลังขา ให้บริหารด้วยท่า STIFF - LEGGED DEADLIFT WITH BARBELL แต่ใช้น้ำหนักมากๆเหมือนกับบริหารด้วยท่า HEAVY DEADLIFT เลยทีเดียว บริหาร 4 เซท เซทละ 10 ครั้ง ให้งอเข่าด้วย เพื่อที่จะได้รองรับ การยกน้ำหนักมากๆในท่านี้ได้

 


 

beckle32.jpg


 


 

เทคนิคการบริหารที่สำคัญที่สุด

เทคนิคปิระมิด (คลิ๊กเพื่ออ่าน)

          "ผมใช้เทคนิคนี้กับทุกๆท่าบริหาร การทำปิระมิด ทำให้จิตใจและร่างกายคุณพร้อมกับศึกหนัก บางทีบางวันคุณก็รู้สึกคึกคัก แต่อีกวันหนึ่งกลับไม่ใช่ เมื่อคุณใช้เทคนิคนี้ มันเหมือนใส่เกียร์ ปรับระดับความแข็งแกร่งให้คงที่"

          "เทคนิคปิระมิด ช่วยทำให้คุณรู้ว่าในวันนั้นจะใช้น้ำหนักสูงสุดได้เท่าใดที่ไม่ทำให้คุณบาดเจ็บ  ซึ่งในการบริหารท่าเดียวกัน ในแต่ละคาบ ผมไม่เคยใช้น้ำหนักเท่ากันเลย และผมก็อยากแนะนำให้คุณทำอย่างที่ผมว่านี่ด้วย เพราะถ้าคุณติดยึดกับการใช้น้ำหนักที่คุณเคยทำได้ คุณอาจบาดเจ็บ และยังมีผลเสียกับจิตใจด้วย ยกตัวอย่างเช่น ตามปกติ ผมเคยทำท่า BENCH PRESS ด้วยน้ำหนัก 400 ปอนด์ (181 กก.) แต่แล้ววันหนึ่ง อาจจะมีปัจจัยบางอย่าง ทำให้ผมบริหารได้สูงสุดแค่ 380 ปอนด์ ถ้าผมเป็นคนติดยึด ผมจะเครียดและสูญเสียกำลังใจ คิดไปว่าตัวเองนั้นเริ่มอ่อนแอลงแล้ว  ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทั้งหมด คุณควรใช้เทคนิคปิระมิดจะได้ประมาณกำลังตัวเองได้"

การวอร์มร่างกาย

          "ผมให้ความสำคัญสำหรับการวอร์มร่างกาย เท่าๆกับการใช้เทคนิคปิระมิด การวอร์มมีความสำคัญเพราะ

          มันช่วยอุ่นกล้ามเนื้อ

          มันเป็นการเตรียมจิตใจให้พร้อม

          การวอร์มร่างกายของผม มักจะใช้น้ำหนักน้อยๆ เพียงพอที่จะทำให้เลือด วิ่งเข้าไปหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อ สร้างความพร้อมที่จะยกน้ำหนักมากๆต่อไป"

 


 

หน้าถัดไป


 

1  <  2  <  3  >  4