การเป็นผู้ช่วยฝึกสำหรับนักเพาะกาย

โดย Jeff O'connell


       Webmaster - ผมเห็นว่าบทความเรื่องนี้มีประโยชน์กับนักเพาะกายบ้านเรามาก ในบ้านเรานั้น การเล่นกล้าม หรือยกน้ำหนัก ก็จะยกแค่เหนื่อย หรือไม่ไหว ก็วางน้ำหนักลง แต่ของพวกฝรั่ง เขาจะทุ่มพลังให้หมดตัวจริงๆ จนการยกครั้งสุดท้ายของเขา แทบจะทำลูกน้ำหนัก หล่นจากมือเลยทีเดียว ดังนั้นการที่บ้านเขา เวลาที่บริหาร มีผู้ช่วย (spotter) คอยยืนอยู่ใกล้ๆ จึงเป็นเรื่องชินตา สิ่งเหล่านี้เป็นเคล็ดลับ ที่เพื่อนควรศึกษา เพื่อจะได้ผลัดกันคอยเป็นผู้ช่วยให้กับเพื่อน แล้วการเพาะกายของคุณ จะก้าวหน้าได้เร็วมากครับ




       ไมค์ ฟรานโคส แชมป์รายการ Arnold Classic เป็นนักเพาะกายที่มีพละกำลังมหาศาล  แต่เขามีประสบการณ์ที่น่าหวาดเสียว เกี่ยวกับการเกือบถูกทับ ด้วยคานบาร์เบลล์ หนัก 600 ปอนด์ ( 272 กก ) เพียงเพราะคนที่มาเป็นผู้ช่วยของเขา ไม่เข้าใจวัฒนธรรมของการเป็นผู้ช่วยฝึกนั่นเอง

       ไมค์ เล่าให้เราฟังว่า "วันนั้น ก่อนที่ผมจะบริหารด้วยท่า Squat  โดยใช้น้ำหนัก 600 ปอนด์ ผมบอกกับคนที่อาสา จะมาเป็นผู้ช่วยฝึกผมว่า ในเซทที่กำลังจะเริ่มฝึกนี้ จะบริหารทั้งหมด 5 ครั้ง จากนั้นผมก็บริหารครั้งที่ 1 ถึงครั้งที่ 4 ด้วยตัวผมเอง ซึ่งตอนนั้นผมสังเกตุในกระจก สะท้อนไปข้างหลังผม เห็นว่าผู้ช่วยอาสาสมัครคนนั้น สายตาไม่ค่อยเอาใจใส่ตอนที่ผมบริหารเลย และแล้วลางสังหรณ์ก็เป็นจริง เมื่อผมย่อตัวลงไป เพื่อจะทำครั้งที่ห้านั้น เรี่ยวแรงผมเกือบหมด ผมยกตัวแทบไม่ขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ก็ไม่มีปัญหาถ้าใช้ความพยายามเหมือนทุกๆครั้ง แต่ปรากฏว่า ด้วยท่าทางที่ดูเหมือนจะทำครั้งที่ห้าไม่ได้นี้เอง ทำให้ผู้ช่วยเข้าใจผิด และใช้มือดึงคานบาร์จากบ่าผมด้วยความหวังดี แต่การกระทำเช่นนั้นทำให้ผมเสียหลัก และจะล้มไปข้างหลังแบบก้นทิ่มพื้น นั่นหมายความว่า คานบาร์ที่มีน้ำหนัก 600 ปอนด์ กำลังจะหล่นทับผมด้วย แต่พระเจ้าทรงโปรด ที่มีคนสองคนที่อยู่ใกล้ๆ เข้ามาช่วยผมไว้ได้ทันท่วงที"

       คุณไม่จำเป็นต้องผ่านประสบการณ์แบบไมค์ เพื่อจะได้รู้ว่ามันเสี่ยงเพียงใด เพียงแค่ได้ฟังจากปากของเขา ก็รู้แล้วว่าการเป็นผู้ช่วยนั้น มีความสำคัญมากขนาดไหน และในบางโอกาส ถ้าคุณบริหารเพียงลำพังในยิม คุณอาจจะได้รับการขอร้องจากผู้บริหารคนอื่น ให้เป็นผู้ช่วยให้เขา คุณจะปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง และนี่คือที่มาของบทความนี้
 


การมีผู้ช่วย จะช่วยป้องกันการบาดเจ็บ

       การบริหารครั้งสุดท้ายในเซทนั้น เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะถ้าคุณต้องการจะให้ได้ผลจริงๆแล้ว คุณจะต้องทำครั้งสุดท้ายนั้น ให้เป็นครั้งสุดท้ายจริงๆ ไม่สามารถที่จะยกครั้งต่อไปได้อีก และการที่จะทำเช่นนั้นได้ ผู้ช่วยคือองค์ประกอบที่สำคัญมากๆ เว้นแต่ว่า ท่าที่คุณบริหารอยู่นั้น จะเป็นท่าบริหารจำพวกม้วนข้อ (curl) ธรรมดา ,ท่าที่ใช้เครื่องมือ Machine หรือท่าที่ใช้เคเบิลทั้งหลาย ซึ่งไม่เปิดโอกาสให้ทำบาร์หล่นใส่ตัวเองได้ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ผู้ช่วยก็ได้

       คุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ามาเป็นผู้ช่วยนั้น ควรมีความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการบริหาร ดังต่อไปนี้คือ

       เทคนิค  Forced Reps - เหตุผลสำคัญคือ คุณจะได้รู้ช่วงจังหวะเวลา ว่าเมื่อใดจะเข้าไปพยุงน้ำหนัก ให้กับผู้ฝึก เพื่อให้ผู้ฝึกบริหารต่อไปได้อีก 2 - 3 ครั้ง


       เทคนิค  Positive And Negative Reps  




        เทคนิค  Descending Sets  ( ดังที่เห็นในภาพข้างบนนี้ ) - เหตุผลคือการทอนน้ำหนักให้เบาลง เพื่อให้ผู้ฝึกบริหารต่อไปได้อีกระยะหนึ่ง แล้วก็ทอนน้ำหนักลงอีกเป็นครั้งที่ 2 เพื่อให้บริหารได้อีกสักอึดใจ

       ยกตัวอย่างเช่นการบริหารท่า  Incline Bench Presses  ดังภาพข้างบน / โดยสมมติว่า ผู้บริหารสามารถยกน้ำหนักได้ 8 ครั้งแล้วหมดแรงพอดี พอจะทำครั้งที่ 9 ผู้ช่วยที่อยู่ทั้งสองด้าน จะเอาแผ่นน้ำหนักออกพร้อมกัน ทำให้น้ำหนักบาร์เบาลง ผู้ฝึกจึงบริหารต่อไปได้อีก โดยที่ยังไม่ต้องวางบาร์ จากนั้นเมื่อผู้ฝึกทำต่อไปอีก 5 ครั้งแล้วหมดแรง ผู้ช่วยก็จะเอาแผ่นน้ำหนักออกอีก เป็นครั้งที่ 2 เพื่อให้ผู้ฝึกทำต่อไปได้อีก จนสุดความสามารถ


       เทคนิค Supersets - ซึ่งเทคนิคนี้ ควรจะมีผู้ช่วยก็เพราะว่า คุณจะหมดแรงก่อนที่จะถึงจุดล้าจริงๆ ผู้ช่วยจึงต้องเข้ามาช่วยคุณ อธิบายได้ว่า

       เช่นสมมติว่า โดยปกติแล้ว คุณบริหารกล้ามปีกด้วยท่า Pull Downs to Front  ได้ 10 ครั้ง แต่เมื่อคุณนำท่านี้ ไปทำซูเปอร์เซท โดยบริหารหลังทำท่าหน้าอกเสร็จ คุณจะบริหารท่านี้ได้ไม่ถึง 10 ครั้ง เพราะแขนคุณจะล้าก่อน แต่การที่แขนล้านั้น ไม่ได้หมายความว่า กล้ามปีกคุณจะล้าตามไปด้วย ดังนั้นเมื่อหยุดบริหาร กล้ามปีกคุณก็เลยยังไม่ถึงจุดล้าสุด คือ 10 ที ดังนั้นเพื่อแก้อาการแขนล้านี้ ก็ต้องให้ผู้ช่วยเข้ามาเป็นแขนแทนคุณนั่นเอง

       เทคนิคที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ หากคุณทำคนเดียว นอกจากจะไม่ได้ประโยชน์สูงสุดแล้ว ยังอาจเกิดอันตรายกับคุณได้ด้วย ฟังดูเหมือนกับว่าเป็นเรื่องที่เสี่ยงเหลือเกิน แต่อย่าลืมว่า หลักการเติบโตของกล้ามเนื้อ ที่เร็วและมีคุณภาพที่สุด จะต้องอยู่บนพื้นฐานสองประการคือ หนึ่ง ใช้น้ำหนักให้มากที่สุด และสอง ทำให้จนถึงครั้งสุดท้ายที่สุดจริงๆ จึงจะวางน้ำหนักลง ดังนั้น เพื่อตัดคำว่าเสี่ยงทิ้งไป คุณจะต้องมีผู้ข่วย 



 
สิ่งที่ต้องจำ สำหรับการเป็นผู้ช่วย

       1.การที่ผู้ช่วยมองไปที่อื่น ในขณะที่ผู้ฝึกกำลังบริหารอยู่ เป็นสิ่งที่เลวร้าย แต่การคุยกับคนอื่นเสียเลย ยิ่งเป็นสิ่งที่เลวร้ายกว่ามาก

       2.ความรับผิดชอบของผู้ช่วยอีกอย่างหนึ่งคือ หากบาร์เบลล์นั้นใช้ตัวล็อคหัวท้าย ผู้ช่วยต้องคอยเช็คเสมอว่า ตัวล็อคอยู่ตำแหน่งของมันหรือยัง ไม่ใช่มัวแต่ตั้งใจขอเบอร์โทรศัพท์ผู้หญิง

       3.มือของผู้ช่วย จะต้องอยู่ใกล้กับบาร์เบลล์ หรือดัมเบลล์ตลอดเวลา

       4.การวางท่าของผู้ช่วย จะต้องให้สมดุล วางเท้าให้เต็มฝ่าเท้า และงอเข่าเล็กน้อย

       5.สำหรับท่าที่ผู้ฝึกบริหารบนเตียง ผู้ช่วยต้องยืนอยู่บริเวณศีรษะผู้ฝึก ห่างจากหัวเตียงออกมา 15 - 20 เซนติเมตร

       6.การเป็นผู้ช่วยในท่า Incline Bench Presses  ผู้ช่วยต้องยืนอยู่บนที่ยืนพิเศษ และผู้ช่วยจะช่วยพยุงบาร์เบลล์ตอนไหนก็ได้  ยกเว้น เมื่อผู้ฝึก เหยียดแขนขึ้นสูงสุดเท่านั้น เพราะอาจทำให้คานบาร์เสียสมดุลได้






 
สิ่งที่ต้องทำ และสิ่งที่ห้ามทำในการเป็นผู้ช่วย

* * * สิ่งที่ต้องทำ

       ก่อนที่จะเริ่มบริหารในเซทนั้นๆ ให้คุยกับผู้ฝึกให้แน่ชัดว่า ต้องการให้คุณ ซึ่งเป็นผู้ช่วยทำอะไรบ้าง

       เอาใจใส่กับผู้ฝึก ตลอดเวลาที่เขากำลังบริหาร เริ่มจับตาดูตั้งแต่เขาเริ่มจับลูกน้ำหนัก จนกระทั่งบริหารเสร็จแล้ว และวางลูกน้ำหนักลงบนที่วางเรียบร้อย

       ให้ผู้ช่วยยืนอยู่ใกล้ลูกน้ำหนักมากที่สุด งอเข่าเล็กน้อย ยืนเต็มเท้า วางตำแหน่งมือของผู้ช่วย ไว้ใกล้กับดัมเบลล์หรือบาร์เบลล์ตลอดเวลา


* * * สิ่งที่ "ห้าม"ทำ

       ผู้ช่วยต้องไม่ช่วยพยุงน้ำหนักบาร์เบลล์ โดยการกระตุกเร็วๆอย่างเด็ดขาด ต้องค่อยๆทำช้าๆ

       ผู้ฝึกไม่ควรใช้เทคนิค Descending Sets  โดยไม่มีผู้ช่วย โดยหลักแล้วจะต้องมีผู้ช่วยอย่างน้อย 1 คน แต่ทางที่ดีน่าจะหาให้ได้สัก 2 คน

       หากเห็นว่าน้ำหนักที่ผู้ฝึกจะบริหาร เกินกำลังที่ผู้ช่วยจะรับไว้ได้ ห้ามอาสาเข้าไปเป็นผู้ช่วยให้ผู้ฝึกอย่างเด็ดขาด





เกี่ยวกับท่าที่ต้องมีการดัน ( Pressing )

       ท่าดันทั้งหลาย ต้องการความระมัดระวังในการช่วยเป็นพิเศษ ยกตัวอย่างเช่นการบริหารท่า  Seated Dumbbell Presses  ซึ่งเป็นท่าที่ดีที่สุด ในการสร้างร่างกายท่อนบนของคุณ ให้ดูแข็งแกร่งและสวยงาม แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าหากมีการผิดพลาดขึ้นมา ลูกน้ำหนักก็จะทำอันตรายกะโหลกศีรษะ ไหปลาร้า ของคุณได้ สำหรับการยกในท่านี้ ผู้ช่วยจะต้องยืนอยู่หลังผู้ฝึก และการวางตำแหน่งมือสำหรับผู้ช่วยที่ถูกต้อง จะต้องอยู่ใกล้ลูกดัมเบลล์มากที่สุด ดังภาพข้างล่างซ้าย 




       ( ภาพบน ) เมื่อผู้ช่วยวางตำแหน่งมือไว้ใกล้ดัมเบลล์ ทันทีที่ผู้ฝึกต้องการความช่วยเหลือ ผู้ช่วยก็จะเข้าไป จับที่ตัวดัมเบลล์ ได้เลย ดังภาพขวาบน ( ไม่ให้จับมือผู้ฝึกเด็ดขาด )

       รองศาสตราจารย์ โธมัส เบเคิล ผู้ชำนาญการ และเป็นคณะกรรมการศึกษาเรื่องเกี่ยวกับ วิทยาศาสตร์การกีฬา ของมหาวิทยาลัยโอมาฮ่า เนบรัสก้า กล่าวถึงการเป็นผู้ช่วยในท่านี้ ในลักษณะที่ผิดว่า ... ( ข้างล่างนี้ ) ..   
 



 
ผิด!




       ( ภาพบน ) การช่วยที่ผิดคือ การวางตำแหน่งมือของผู้ช่วย ไว้ใต้แขนท่อนบนบริเวณใกล้ข้อศอกของผู้ฝึก เหตุผลก็คือเมื่อดัมเบลล์ในมือของผู้ฝึกจะหลุด ธรรมชาติจะสั่งให้ผู้ช่วย ใช้มือดันแขนท่อนบนของผู้ฝึกขึ้นไปด้านบนทันที ผลที่ตามมาคือ เกิดการเสียสมดุล และดัมเบลล์ก็จะตกใส่ศีรษะของผู้ฝึก     


       มีท่าที่ผู้ช่วยทำผิดบ่อยๆอีกท่าหนึ่ง คือการเป็นผู้ช่วย ในท่า  Dumbbell Flat Bench Presses  ( ในภาพข้างล่างนี้ )



 
ผิด!




       ( ภาพบน ) ท่านี้ การวางท่าของผู้ช่วยที่ผิดบ่อยที่สุดคือ ผู้ช่วยยืนห่างดัมเบลล์ในมือของผู้ฝึกมากเกินไป และไม่วางท่ายืนให้สมดุลดังภาพข้างบน ที่ถูกแล้ว ผู้ช่วยควรทิ้งน้ำหนักตัวไว้ที่เท้าทั้งสองข้าง งอเข่าเล็กน้อย และยืนใกล้ๆกับดัมเบลล์ให้มากกว่านี้     


ว่าด้วยเรื่องการยืนประชิดเตียง

       ไม่ใช่เพียงท่าดันดัมเบลล์ขึ้นเหนือศีรษะที่กล่าวถึงมาแล้วเท่านั้นที่มีความเสี่ยง สำหรับท่าพื้นฐานเช่น  Barbell Flat Bench Presses   ก็ทำอันตรายให้ผู้ฝึกได้ ในที่นี้เราจึงควรมาดูว่า ในกรณีที่คุณเป็นผู้ช่วย คุณจะทำอะไรได้บ้าง ประการแรกคือ ก่อนที่คุณจะอาสาไปเป็นผู้ช่วยฝึกในท่านี้ คุณต้องมั่นใจก่อนว่า คุณสามารถรับมือกับ ปริมาณน้ำหนักที่ผู้ฝึกบริหารอยู่ได้ เมื่อคุณผ่านขั้นแรก คือหมายถึงว่าคุณมั่นใจแล้ว สิ่งที่คุณจะทำต่อไปคือ ยืนที่บริเวณหัวเตียง แล้วเริ่มด้วยการ ช่วยผู้ฝึกยกบาร์ออกจากที่วาง เมื่อผู้ฝึกถือได้ถนัด และเริ่มบริหารแล้ว ผู้ช่วยจะต้องดูแลตำแหน่งมือของตัวเอง ให้อยู่ใกล้ๆบาร์ตลอดเวลา และอยู่กลางคานบาร์ ในระหว่างมือทั้งสองข้างของผู้ฝึกด้วย

       ส่วนประเด็นที่ถกเถียงกันบ่อยๆว่า ผู้ช่วยควรจะหงายมือข้างหนึ่ง และคว่ำมือข้างหนึ่งหรือไม่ ในเรื่องนี้ ด๊อกเตอร์แดน แวกแมน ให้ความเห็นว่า "จากประสบการณ์ การทดลอง การวิจัย และการศึกษาด้วยวิธีต่างๆพบว่า เมื่อผู้ฝึกต้องการความช่วยเหลือในท่านี้ แล้วผู้ช่วยหงายมือข้างหนึ่ง คว่ำมือข้างหนึ่งแล้วละก็ การทำงานของมือทั้งสองข้าง ของผู้ช่วยจะทำงานไม่เหมือนกันทันที เพราะโดยสัญชาติญาณแล้ว มือข้างที่หงาย เมื่อได้สัมผัสแรงต้านจากบาร์ ก็จะทำการม้วนข้อ ( Curl ) เข้าหาตัวโดยอัตโนมัติ ในขณะที่มืออีกข้างหนึ่งไม่ทำ ผลก็คือเกิดการเสียสมดุลที่บาร์อย่างกะทันหัน ซึ่งอาจเกินอันตรายได้




       ( ภาพบน ) ดังนั้นวิธีที่ถูกต้อง ต้องทำตามภาพข้างบนคือ ผู้ช่วยควรหงายมือขึ้นทั้งสองข้าง วางตำแหน่งมือไว้ใกล้ตัวบาร์ตลอดเวลา และควรงอเข่าเล็กน้อยด้วย หากผู้ฝึกยังบริหารต่อไปได้ ก็ปล่อยให้เขาบริหารไป แต่ถ้าผู้ช่วยเริ่มเห็นแล้วว่า ผู้ฝึกมีอาการตะเกียกตะกายที่จะทำครั้งต่อไปให้เสร็จ แต่ยังทำไม่ได้ ก็ให้ผู้ช่วยเข้าผ่อนแรง โดยใช้มือจับที่คานแล้วพยุงขึ้นเล็กน้อย อย่างช้าๆด้วย เพื่อให้ผู้บริหารทำต่อไปได้อีก 2 - 3 ครั้ง จนเห็นว่าผู้ฝึกไม่ไหวจริงๆแล้ว ผู้ช่วยก็ช่วยรับน้ำหนักบาร์ทั้งหมด แล้วยกขึ้นเก็บบนที่วาง


       สำหรับท่า  Incline Bench Presses  เป็นท่าหนึ่งที่ท้าทายทั้งผู้ฝึกและผู้ช่วย เพราะเมื่อผู้ฝึกเหยียดแขนยกน้ำหนักถึงจุดสูงสุด บวกกับการที่หัวเตียงตั้งสูงขึ้น จะทำให้บาร์เบลล์ อยู่ในตำแหน่งสูงกว่าท่านอนดันบนม้านอนธรรมดามาก ดังนั้นผู้ฝึกจะต้องยืนบนที่ยืนพิเศษ ที่ติดอยู่หัวเตียงตามภาพข้างล่างซ้าย  
 




       ( ภาพบน )  เมื่อยืนบนที่ยืนพิเศษนี้แล้ว จะทำให้ผู้ช่วยอยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้น ซึ่งถนัดต่อการช่วยพยุงน้ำหนักให้ผู้ฝึกได้ ตามภาพบนขวานั่นเอง สำหรับท่านี้ผู้ช่วยต้องระวังให้มาก เพราะถ้าผู้ฝึกทำผิดพลาด โดยการทำบาร์หล่นแค่ 1 ครั้ง ด้วยน้ำหนักและรูปแบบของเตียง จะเกิดอันตรายให้กับศีรษะ หัวไหล่ ซี่โครง ได้มากกว่าการนอนดันบนม้านอนธรรมดา

       เมื่อคุณตั้งใจที่จะเป็นผู้ช่วยในท่านี้ ต้องรู้ว่าเป้าหมายของคุณ ก็คือการช่วยทอนน้ำหนักบาร์ของผู้ฝึกลงเล็กน้อย เพื่อให้เขาบริหารต่อไปได้ ลักษณะการช่วยผ่อนแรงนั้น จะต้องเป็นการผ่อนน้ำหนักแบบค่อยๆ จงอย่ากระตุกอย่างเด็ดขาด เพราะการที่ผู้ช่วยกระตุกมืออย่างรวดเร็ว จะทำให้การเบ่งกล้ามเนื้อของผู้ฝึกเพื่อต้านลูกน้ำหนัก เปลี่ยนไปไวเกินไป กล้ามเนื้ออาจพลิกได้





       ( ภาพบน )  การเป็นผู้ช่วยในการบริหารหลังแขนด้วยท่า  French Presses  ซึ่งเป็นท่าที่ไม่มีที่วางน้ำหนักให้นั้น ผู้ช่วยจะเข้ามามีบทบาทตั้งแต่แรก เริ่มต้นด้วยการที่ผู้ช่วย ยกบาร์เบลล์มาส่งให้ผู้ฝึกด้วยตัวเอง ดังภาพข้างบนซ้าย จากนั้นระหว่างที่ผู้ฝึกบริหารอยู่ ผู้ช่วยจะคอยเอามือรองอยู่ด้านล่างของคานตลอดเวลา การทำเช่นนี้ เป็นการป้องกันบาร์หล่นใส่ หน้าอกและศีรษะของผู้ฝึก กรณีที่หมดเรี่ยวแรงจะยกบาร์ได้อีก ผู้ช่วยจะคอยดู จวบจนกระทั่งผู้ฝึกบริหารเสร็จแล้ว จึงรับบาร์จากมือของผู้ฝึก ดังภาพข้างบนขวา




       ( ภาพบน ) แม้ว่าการเป็นผู้ช่วยให้กับการบริหารต้นขา จะมีความสำคัญน้อยกว่าการเป็นผู้ช่วยในการบริหารกล้ามเนื้อลำตัวท่อนบนก็ตาม แต่จากเรื่องของไมค์ ที่เราได้อ่านตั้งแต่แรก ก็ชี้ให้เห็นแล้วว่า เราไม่สามารถละเลยการศึกษาหาความรู้ ในการที่จะเป็นผู้ช่วยในการบริหารกล้ามขาได้ และเมื่อพูดถึงท่าบริหารต้นขา ที่จะต้องมีผู้ช่วยก็คือ Squats  นั่นเอง โดยผู้ช่วยฝึกจะต้องยืนอยู่ด้านหลังของผู้ฝึกตั้งแต่ก่อนเริ่มบริหารเลย ( เหมือนที่เห็นในภาพข้างบนนี้ )  




       ( ภาพบน ) เมื่อผู้ฝึกแบกน้ำหนักออกจากที่วาง แล้วเริ่มทำการบริหารโดยการย่อตัวขึ้นลง ผู้ช่วยมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องทำท่าเลียนแบบ โดยการย่อตัวขึ้นลงไปพร้อมกับผู้ฝึก เพื่อจะได้รู้จังหวะการบริหาร ว่าช้าหรือเร็วแค่ไหน  




       ( ภาพบน )  จำไว้ว่าผู้ช่วยจะต้องอยู่ใกล้ตัวผู้ฝึก ให้ใกล้ชิดพอที่จะเข้าไปช่วยได้ทันที และเน้นว่าคำว่าช่วยในที่นี้ ต้องใช้มือสองข้างจับที่ลำตัวของผู้ฝึก แล้วออกแรงพยุงขึ้นเท่านั้น ห้ามมือผู้ช่วยโดนคานบาร์เบลล์อย่างเด็ดขาด การจับที่ลำตัวเพื่อเข้าช่วย ให้จับเหมือนในภาพข้างบนนี้   


สื่อสารกันให้รู้เรื่อง

       ก่อนที่จะเริ่มบริหารทุกครั้ง ขอให้ผู้ช่วยและผู้ฝึกพูดกันให้รู้เรื่องก่อน เช่นถ้าผู้ฝึกต้องการทำ Forced Reps  ก็ให้ผู้ฝึกบอกกับผู้ช่วยเลยว่า ผู้ฝึกจะบริหารแบบธรรมดากี่ครั้ง และเมื่อถึงครั้งที่กำหนดแล้ว ผู้ช่วยจึงเข้ามาพยุงน้ำหนักได้ หรือหากผู้ฝึกยังไม่รู้ตัวเองว่า จะบริหารธรรมดาได้กี่ครั้ง ก็ให้ตกลงกันว่า จะให้ผู้ฝึกส่งสัญญาณสื่อสาร ให้ผู้ช่วยรู้ได้อย่างไรว่า ถึงเวลาที่ต้องการความช่วยเหลือแล้ว

       คำว่าการสื่อสารนี้ ยังหมายรวมไปถึงการพูดกระตุ้น ให้อีกฝ่ายบริหารอย่างเต็มที่อีกด้วย ตัวอย่างแชมเปี้ยนที่ใช้เทคนิคนี้ ก็คือ  คริส คอร์เมียร์ และ ร๊อบบี้ โรบินสัน โดยคริส ซึ่งมีดีกรีเป็นถึงแชมป์รายการ Night of champion จะพูดจาท้าทายร๊อบบี้ ตำนานนักเพาะกาย ที่อยู่ในวงการมาถึง 30 กว่าปีนี้ ให้ยกลูกน้ำหนักให้ได้มากกว่าตน และในทางกลับกัน ร๊อบบี้ก็จะพูดท้าทายคริสด้วยเหมือนกัน ซึ่งทั้งสองแชมป์นี้ถือว่า การท้าทายกันเช่นนี้ จะการสร้างพลังการฝึกได้อย่างดีที่สุด เรียกได้ว่าเป็นแก่นแท้ สำหรับผู้ที่บริหารด้วยกันสองคนนั่นเอง



- END -