- หน้า 1 - |
ลี ฮาเน่ ไม่ใช้สเตียรอยด์ ( ข้างล่างนี้ ) |
ครั้งนี้ผมได้นำเรื่องราวของ ลี ฮานีย์ ( Lee Haney ) นักเพาะกายระดับตำนาน ผู้ครองตำแหน่งมิสเตอร์โอลิมเปีย 8 สมัยติดต่อกัน จากคลิป YouTube เรื่อง Lee Haney About His STEROIDS ADDICTION! มาเรียบเรียงให้เพื่อนสมาชิกได้อ่านกันครับ เนื้อหาของคลิปนี้ตั้งคำถามที่น่าสนใจว่า ลี ฮานีย์ เคยใช้สารสเตียรอยด์เพื่อเพิ่มสมรรถภาพในการเพาะกายหรือไม่ และอะไรคือปัจจัยที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในวงการเพาะกาย |
![]() |
| |
( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 00:00:00 – 00:00:27 ) คลิปเริ่มต้นด้วยแนวคิดที่ว่า คนทั่วไปซึ่งไม่ได้เป็นนักกีฬาอาจเข้าใจว่านักเพาะกายประสบความสำเร็จเพราะสเตียรอยด์ แต่ในความเป็นจริง ความสามารถทางพันธุกรรมก็มีบทบาทสำคัญอย่างมาก ผู้บรรยายจึงตั้งคำถามเกี่ยวกับความสำเร็จของลี ฮานีย์ และข้อกล่าวอ้างที่ว่าเขาอาจเป็นนักเพาะกายระดับสูงที่ไม่เคยใช้สเตียรอยด์เลย อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวยังไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการพิสูจน์ และคลิปนี้เองก็ไม่ได้มีหลักฐานที่สามารถสรุปเรื่องการใช้สารของเขาได้อย่างเด็ดขาด |
![]() |
| |
( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 00:00:27 – 00:00:51 ) ลี ฮานีย์ สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมป์มิสเตอร์โอลิมเปียติดต่อกันถึง 8 สมัย ตั้งแต่ พ.ศ.2527 ถึง พ.ศ.2534 ( 1984–1991 ) ทำลายสถิติเดิมของอาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ ( Arnold Schwarzenegger ) ซึ่งเคยคว้าแชมป์รวม 7 สมัย โดยชนะติดต่อกัน 6 สมัย และกลับมาชนะอีกครั้งใน พ.ศ.2523 ( 1980 ) |
![]() |
| |
( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 00:00:51 – 00:01:10 ) ต่อมาในเดือนตุลาคม พ.ศ.2548 ( October 2005 ) รอนนี โคลแมน ( Ronnie Coleman ) สามารถคว้าแชมป์มิสเตอร์โอลิมเปียสมัยที่ 8 ได้สำเร็จ ทำให้เขามีจำนวนแชมป์เท่ากับลี ฮานีย์ โดยทั้งสองคนครองตำแหน่งแชมป์ติดต่อกัน 8 สมัยเหมือนกัน |
![]() |
| |
( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 00:01:10 – 00:01:43 ) ลี ฮานีย์ เกิดเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ.2502 ( November 11, 1959 ) ที่รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เขาเติบโตมาในครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับศาสนาคริสต์ และเข้าศึกษาที่ Spartanburg Methodist College ใน พ.ศ.2526 ( 1983 ) เขาเริ่มเข้าสู่การแข่งขันเพาะกายระดับอาชีพ ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์มิสเตอร์โอลิมเปียในปีถัดมา ลี ฮานีย์ มีส่วนสูงประมาณ 177.8 เซนติเมตร ( 5 ฟุต 10 นิ้ว ) โดยคลิประบุน้ำหนักในช่วงอาชีพไว้ที่ประมาณ 105.2–120.2 กก. ( 232–265 ปอนด์ ) ซึ่งเป็นตัวเลขจากผู้บรรยาย ไม่ใช่น้ำหนักที่ยืนยันสำหรับการแข่งขันทุกครั้ง |
![]() |
| |
( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 00:01:43 – 00:02:14 ) ภายใน พ.ศ.2527 ( 1984 ) ลี ฮานีย์ กลายเป็นหนึ่งในนักเพาะกายชั้นนำของสหรัฐอเมริกา ด้วยรูปร่างที่มีกล้ามเนื้อขนาดใหญ่และความคมชัดสูง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อหลัง ไหล่ แขน และต้นขา จุดเด่นอย่างหนึ่งของลี ฮานีย์ คือความกว้างของกล้ามหลังที่ทำให้ช่วงลำตัวส่วนบนมีลักษณะเป็นรูปตัววีอย่างเด่นชัด แม้ผู้บรรยายจะตั้งข้อสังเกตว่ากล้ามน่องของเขาไม่ได้โดดเด่นเท่ากับกล้ามเนื้อส่วนอื่นก็ตาม |
![]() |
| |
( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 00:02:14 – 00:02:46 ) หลังจากคว้าแชมป์มิสเตอร์โอลิมเปียสมัยที่ 8 ใน พ.ศ.2534 ( 1991 ) ลี ฮานีย์ ตัดสินใจอำลาการแข่งขันเพาะกายอาชีพ ต่อมา ดอเรียน เยทส์ ( Dorian Yates ) ได้ก้าวขึ้นมาครองตำแหน่งมิสเตอร์โอลิมเปียใน พ.ศ.2535 ( 1992 ) พร้อมกับแนวทางการพัฒนากล้ามเนื้อที่เน้นขนาดและความหนาแน่นมากขึ้น จนถูกมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของยุคนักเพาะกายรูปร่างมหึมา นอกจากการแข่งขันแล้ว ลี ฮานีย์ ยังมีผลงานด้านสื่อและหนังสือเกี่ยวกับการออกกำลังกาย รวมทั้งเคยดำเนินธุรกิจโรงยิมด้วย |
![]() |
| |
( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 00:02:46 – 00:03:15 ) ผู้บรรยายอธิบายว่า ลี ฮานีย์ มีทัศนคติต่อการเพาะกายแตกต่างจากอาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ โดยเขาไม่ได้มองการเพาะกายเป็นเพียงบันไดไปสู่ชื่อเสียงในวงการบันเทิง แต่มีความสุขกับการฝึก การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และการพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง |
![]() |
| |
( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 00:03:15 – 00:03:46 ) สำหรับเทคนิคการฝึกของลี ฮานีย์ ผู้บรรยายกล่าวถึงระบบ Pre-Exhaustion หรือการทำให้กล้ามเนื้อเป้าหมายเกิดความล้าก่อนด้วยท่าบริหารแบบแยกส่วน แล้วจึงตามด้วยท่าบริหารแบบ Compound Movement ที่ใช้กล้ามเนื้อหลายส่วนร่วมกัน |
![]() |
| |
![]() |
| |
( ภาพบน ) ตัวอย่างที่คลิปยกขึ้นมาคือการฝึกกล้ามขา โดยเริ่มจากท่า Leg Extension จำนวน 5 เซท และท่า Leg Curl อีก 5 เซท แต่ละเซทอาจทำได้ถึง 15 reps |
![]() |
| |
( ภาพบน ) หลังจากนั้นจึงบริหารท่า Squat ด้วยจำนวนประมาณ 6–8 reps ต่อเซท โดยใช้น้ำหนักประมาณ 102.1 กก. ( 225 ปอนด์ ) แม้น้ำหนักดังกล่าวจะน้อยกว่าที่เขาสามารถใช้ได้ตามปกติ แต่เนื่องจากกล้ามขาผ่านการฝึกมาก่อนแล้ว น้ำหนักจึงให้ความรู้สึกหนักขึ้นมาก ผู้บรรยายเปรียบเทียบว่าราวกับกำลังใช้น้ำหนัก 158.8 กก. ( 350 ปอนด์ ) ( อธิบาย - Webmaster การฝึกแบบ Pre-Exhaustion มีจุดประสงค์เพื่อทำให้กล้ามเนื้อเป้าหมายทำงานหนักขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องใช้น้ำหนักสูงสุด อย่างไรก็ตาม ความล้าจากท่าแรกอาจทำให้ความสามารถในการยกท่าถัดไปลดลงด้วย จึงควรเลือกน้ำหนักและควบคุมเทคนิคให้เหมาะสม ) |
![]() |
| |
( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 00:03:46 – 00:04:16 ) จากนั้นคลิปเข้าสู่คำถามสำคัญว่า ลี ฮานีย์ เคยใช้สเตียรอยด์หรือไม่ ผู้บรรยายอธิบายว่า มีข้อถกเถียงเกี่ยวกับเรื่องนี้มาเป็นเวลานาน บางคนเชื่อว่ารูปร่างที่ใหญ่โตและมีกล้ามเนื้อคมชัดของเขาเป็นผลจากการใช้สารเพิ่มสมรรถภาพ ขณะที่อีกฝ่ายเชื่อว่าเขาเป็นนักเพาะกายที่ไม่ได้ใช้สารดังกล่าว อย่างไรก็ตาม รูปร่างของนักกีฬาเพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานยืนยันการใช้สเตียรอยด์ได้ |
![]() |
| |
( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 00:04:16 – 00:04:44 ) ผู้บรรยายยกเหตุผลของฝ่ายที่เชื่อว่าลี ฮานีย์ ไม่ได้ใช้สเตียรอยด์ โดยกล่าวอ้างว่าเขาผ่านการตรวจสารต้องห้ามตลอดอาชีพ และมีบุคคลใกล้ชิดที่สนับสนุนภาพลักษณ์ดังกล่าว |
![]() |
| |
( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 00:04:44 – 00:05:14 ) คลิปกล่าวถึงการใช้อาหารเสริมของลี ฮานีย์ โดยเฉพาะ ครีเอทีน ( Creatine ) และ กลูตามีน ( Glutamine ) ซึ่งผู้บรรยายอ้างว่าเขาใช้ในช่วงเตรียมตัวแข่งขัน ครีเอทีนและกลูตามีนไม่ใช่สารสเตียรอยด์ ครีเอทีนเป็นสารที่เกี่ยวข้องกับระบบพลังงานของกล้ามเนื้อ ส่วนกลูตามีนเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่ร่างกายสามารถสร้างได้ |
![]() |
| |
( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 00:05:14 – 00:05:43 ) ผู้บรรยายย้อนกลับไปอธิบายสภาพแวดล้อมของวงการเพาะกายในช่วงปลายทศวรรษ 1980 ถึงต้นทศวรรษ 1990 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมายและการจำหน่ายสารสเตียรอยด์ คลิปกล่าวถึงการซื้อขายสารผ่านตลาดมืด และความเสี่ยงที่ผู้ซื้ออาจได้รับผลิตภัณฑ์ปลอม หรือสารที่ไม่ได้มาตรฐาน เนื่องจากไม่สามารถตรวจสอบแหล่งผลิตและส่วนประกอบได้อย่างน่าเชื่อถือ ( ช่วงเวลา 00:05:43 – 00:06:14 ) คลิปกล่าวถึงอันตรายจากการใช้สารที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น การติดเชื้อและการเกิดฝีบริเวณที่ฉีดสาร รวมถึงปัญหาการใช้ฮอร์โมนการเจริญเติบโตหรือ HGH จากแหล่งที่ไม่ปลอดภัยในอดีต ( อธิบาย - Webmaster การใช้สารเพิ่มสมรรถภาพโดยไม่มีการดูแลทางการแพทย์มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ และสารที่ซื้อจากแหล่งผิดกฎหมายอาจมีความเข้มข้นหรือส่วนประกอบไม่ตรงกับที่ระบุไว้ ) |
![]() |
| |
( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 00:06:14 – 00:06:46 ) ผู้บรรยายตั้งข้อสันนิษฐานว่า ในยุคที่นักเพาะกายระดับอาชีพจำนวนหนึ่งใช้สารเพิ่มสมรรถภาพ ลี ฮานีย์ อาจจำเป็นต้องใช้สารบางชนิดเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน คลิปกล่าวถึงสารอย่าง Deca-Durabolin และ Dianabol ซึ่งเคยเป็นที่รู้จักในวงการเพาะกาย แต่ไม่มีหลักฐานว่าลี ฮานีย์ ใช้สารเหล่านี้ |
![]() |
| |
( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 00:06:46 – 00:07:18 ) ผู้บรรยายกล่าวว่า ลี ฮานีย์ ไม่ได้แสดงลักษณะบางอย่างที่มักถูกเชื่อมโยงกับผลข้างเคียงจากการใช้สเตียรอยด์ เช่น ภาวะเต้านมโตในผู้ชาย หรือ Gynecomastia ท้ายที่สุด ผู้บรรยายยอมรับว่าเรื่องการใช้สเตียรอยด์ของลี ฮานีย์ ยังคงเป็นประเด็นที่ไม่สามารถสรุปได้อย่างแน่นอนจากข้อมูลที่นำเสนอในคลิป |
![]() |
| |
|
( ช่วงเวลา 00:07:18 – 00:07:50 ) นอกจากความสำเร็จในการแข่งขันแล้ว ลี ฮานีย์ ยังเป็นบุคคลที่ให้ความสำคัญกับศรัทธาทางศาสนาและการใช้ชีวิตหลังอำลาวงการเพาะกาย ผู้บรรยายมองว่าเขาเป็นตัวอย่างของนักกีฬาที่ไม่จำเป็นต้องประชาสัมพันธ์ตัวเองอย่างต่อเนื่อง แต่สามารถสร้างคุณค่าผ่านการกระทำและผลงานได้ |
![]() |
| |
( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 00:07:50 – 00:08:27 ) ในช่วงท้าย คลิปสรุปว่าความสำเร็จในการเพาะกายไม่ได้ขึ้นอยู่กับสารเพิ่มสมรรถภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยความรู้เรื่องโภชนาการ การรับประทานโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันในสัดส่วนที่เหมาะสม ตลอดจนการฝึกด้วยหลักการที่ถูกต้อง สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือความมีวินัย ความสม่ำเสมอ และแรงจูงใจในการพัฒนาตัวเอง สำหรับคำถามว่าลี ฮานีย์ เคยใช้สเตียรอยด์หรือไม่ คลิปนี้ไม่ได้ให้หลักฐานเพียงพอที่จะสรุปได้ทั้งสองทาง ( อธิบาย - Webmaster ผมคิดว่าบทเรียนสำคัญจากเรื่องนี้คือ เราไม่ควรตัดสินว่านักเพาะกายคนใดใช้หรือไม่ใช้สเตียรอยด์เพียงเพราะเห็นรูปร่างของเขา สิ่งที่เราสามารถนำมาศึกษาและใช้ประโยชน์ได้จริง คือหลักการฝึก การวางแผนโภชนาการ และความมีวินัยที่ช่วยให้นักกีฬาประสบความสำเร็จ ) ที่มาของบทความ : YouTube – Lee Haney About His STEROIDS ADDICTION! https://www.youtube.com/watch?v=ZsStasG9v-s |
|
Lee Haney About His STEROIDS ADDICTION! โดย : Bodybuilding Legends วิธีใช้วีดีโอ / วิธีแจ้งวีดีโอลิงก์ขาด |
- จบ - |
|
|