- หน้า 1 -



หน้าแรก  / ดัชนี-6  /  ดัชนี-ศัพท์เพาะกาย 

/  ดัชนี-ศัพท์เพาะกาย-เรียง-อักษร   

/  ดัชนี-อักษร-G-หลัก  /  อักษร-G-หลัก-01 

/  ดัชนี-ย่อย-ระดับ-หนึ่ง-01 

/  ดัชนี-ย่อย-ระดับ-สอง-01 

/  V-6bb-01-01-06-A-650722-2209 

/  V-6bb-01-01-02-D-691130-1834 




Gynecomastia (ไกนีโคแมสเทีย)


( ข้างล่างนี้ )


 en.wikipedia.org


Gynecomastia (ไกนีโคแมสเทีย) หรือภาวะเต้านมโตในผู้ชาย

       Gynecomastia เป็นศัพท์ทางการแพทย์ที่หมายถึงภาวะที่เนื้อเยื่อต่อมน้ำนม (Glandular Breast Tissue) ของผู้ชายมีการเจริญเติบโตมากกว่าปกติ ทำให้บริเวณหน้าอก โดยเฉพาะรอบหัวนมและใต้หัวนม มีลักษณะนูนหรือขยายใหญ่ขึ้นคล้ายเต้านมของผู้หญิง

       ในวงการเพาะกาย ภาวะนี้มักถูกเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า Gyno (ไกโน) และเป็นหนึ่งในผลข้างเคียงที่นักเพาะกายบางคนอาจประสบจากการใช้สารอนาบอลิกสเตียรอยด์ (Anabolic-Androgenic Steroids หรือ AAS) เพื่อเพิ่มมวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรง

       อย่างไรก็ตาม Gynecomastia ไม่ได้เกิดจากการใช้สเตียรอยด์เพียงอย่างเดียว เพราะสามารถเกิดขึ้นตามธรรมชาติในวัยรุ่น ผู้สูงอายุ หรือเกิดจากโรคและยาบางชนิดได้เช่นกัน


สาเหตุที่สเตียรอยด์ทำให้เกิด Gynecomastia

       ร่างกายของผู้ชายมีทั้งฮอร์โมนเพศชายและฮอร์โมนเพศหญิงอยู่ตามธรรมชาติ โดยฮอร์โมนที่สำคัญคือ Testosterone (เทสโทสเตอโรน) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชาย และ Estrogen (เอสโตรเจน) ซึ่งเป็นกลุ่มฮอร์โมนที่มีบทบาทสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อเต้านม

       แม้ผู้ชายจะมีฮอร์โมนเอสโตรเจนในปริมาณน้อยกว่าผู้หญิง แต่ฮอร์โมนชนิดนี้ก็มีความสำคัญต่อการทำงานของร่างกายเช่นกัน

       โดยปกติแล้ว การเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อเต้านมจะถูกควบคุมส่วนหนึ่งด้วยความสมดุลระหว่างฤทธิ์ของฮอร์โมนเอสโตรเจนและฮอร์โมนแอนโดรเจน

       เมื่อสมดุลนี้เปลี่ยนแปลงไปในลักษณะที่ฤทธิ์ของเอสโตรเจนเด่นขึ้นเมื่อเทียบกับแอนโดรเจน เนื้อเยื่อต่อมน้ำนมของผู้ชายอาจได้รับการกระตุ้นให้เจริญเติบโตมากขึ้น

       สารอนาบอลิกสเตียรอยด์บางชนิดสามารถเปลี่ยนเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจนได้ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า Aromatization (อะโรมาไทเซชัน)

       กระบวนการดังกล่าวอาศัยเอนไซม์ Aromatase (อะโรมาเทส) ซึ่งทำหน้าที่เปลี่ยนฮอร์โมนแอนโดรเจนบางชนิดให้กลายเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจน

       ตัวอย่างเช่น Testosterone สามารถถูกเปลี่ยนเป็น Estradiol (เอสตราไดออล) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจนชนิดหนึ่งได้

       เมื่อมีการใช้สารแอนโดรเจนจากภายนอกในปริมาณสูง อาจทำให้ระดับเอสโตรเจนเพิ่มขึ้น และส่งผลให้เกิดการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อต่อมน้ำนม

       นอกจากนี้ การใช้สารอนาบอลิกสเตียรอยด์ยังอาจกดการผลิตฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนตามธรรมชาติของร่างกาย เมื่อระดับฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะหลังหยุดใช้สาร ก็อาจทำให้สมดุลระหว่างเอสโตรเจนกับแอนโดรเจนผิดปกติได้

       อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่สเตียรอยด์ทุกชนิดจะเปลี่ยนเป็นเอสโตรเจนได้โดยตรง และไม่ใช่ผู้ใช้สเตียรอยด์ทุกคนจะเกิด Gynecomastia

       ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับชนิดของสาร ปริมาณและระยะเวลาที่ได้รับ ความไวของเนื้อเยื่อเต้านม ตลอดจนสภาวะฮอร์โมนของแต่ละบุคคล


Dianabol กับการเกิด Gynecomastia

       Dianabol (ไดอะนาบอล) หรือ Methandienone (เมธานไดอีโนน) เป็นสารอนาบอลิกสเตียรอยด์ที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในวงการเพาะกาย

       สารชนิดนี้มีคุณสมบัติที่สามารถเกิดกระบวนการ Aromatization และก่อให้เกิดสารที่มีฤทธิ์เอสโตรเจนได้ จึงมีความเกี่ยวข้องกับผลข้างเคียงประเภทเต้านมโตในผู้ชาย

       นักเพาะกายที่ใช้ Dianabol หรือสารอนาบอลิกสเตียรอยด์ชนิดอื่นอาจสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงบริเวณหัวนม เช่น มีอาการเจ็บหรือไวต่อการสัมผัส หัวนมดูนูนขึ้น หรือคลำพบเนื้อเยื่อใต้หัวนม

       แต่การเกิดอาการเหล่านี้ไม่ได้ยืนยันว่ามีสาเหตุจาก Dianabol เสมอไป จำเป็นต้องพิจารณาประวัติการใช้สารและตรวจร่างกายร่วมด้วย


อาการของ Gynecomastia

       อาการของภาวะเต้านมโตในผู้ชายอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน

       ในระยะแรก ผู้ป่วยบางรายอาจรู้สึกเจ็บหรือระคายเคืองบริเวณหัวนม โดยเฉพาะเมื่อมีการสัมผัสหรือมีแรงกดจากเสื้อผ้า

       บางรายอาจรู้สึกว่าหัวนมไวต่อการสัมผัสมากกว่าปกติ หรือมีความรู้สึกตึงบริเวณหน้าอก

       เมื่อเนื้อเยื่อต่อมน้ำนมขยายตัวมากขึ้น อาจคลำพบก้อนเนื้อที่มีลักษณะค่อนข้างแน่นหรือคล้ายแผ่นยางอยู่บริเวณใต้หัวนม

       ลักษณะดังกล่าวอาจเกิดขึ้นที่หน้าอกเพียงข้างเดียว หรือเกิดขึ้นทั้งสองข้างก็ได้ และขนาดของเนื้อเยื่อที่ขยายตัวอาจไม่เท่ากัน

       ในบางกรณี หน้าอกจะมีลักษณะนูนออกมาอย่างเห็นได้ชัด แม้ผู้ป่วยจะมีไขมันในร่างกายไม่มากก็ตาม
      

Gynecomastia แตกต่างจากไขมันสะสมบริเวณหน้าอกอย่างไร

       สิ่งที่นักเพาะกายควรเข้าใจคือ หน้าอกที่ดูใหญ่หรือหย่อนคล้อยไม่ได้หมายความว่าเป็น Gynecomastia เสมอไป

       ภาวะที่หน้าอกขยายใหญ่จากการสะสมของไขมันโดยไม่มีการเพิ่มขึ้นของเนื้อเยื่อต่อมน้ำนม เรียกว่า Pseudogynecomastia (ซูโดไกนีโคแมสเทีย) หรือภาวะเต้านมโตเทียม

       ความแตกต่างสำคัญคือ Gynecomastia เกิดจากการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อต่อมน้ำนม ขณะที่ Pseudogynecomastia เกิดจากการสะสมของเนื้อเยื่อไขมันเป็นหลัก

       ผู้ที่มี Pseudogynecomastia อาจเห็นขนาดหน้าอกลดลงเมื่อสามารถลดไขมันในร่างกายได้

       แต่หากเป็น Gynecomastia ที่มีเนื้อเยื่อต่อมน้ำนมขยายตัวจริง การลดไขมันเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถทำให้เนื้อเยื่อดังกล่าวหายไปได้

       อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยบางรายอาจมีทั้งไขมันสะสมและเนื้อเยื่อต่อมน้ำนมขยายตัวร่วมกัน จึงไม่สามารถวินิจฉัยจากรูปร่างหน้าอกเพียงอย่างเดียวได้


การฝึกกล้ามเนื้อหน้าอกช่วยรักษา Gynecomastia ได้หรือไม่

       ในวงการเพาะกาย บางคนอาจเข้าใจว่าการฝึกกล้ามเนื้อหน้าอกให้ใหญ่ขึ้น หรือการฝึกท่า Bench Press (เบนช์เพรส), Incline Press (อินไคลน์เพรส) และ Dumbbell Fly (ดัมเบลล์ฟลาย) จะช่วยแก้ปัญหา Gynecomastia ได้

       ความเข้าใจดังกล่าวไม่ถูกต้องทั้งหมด

       การฝึกด้วยน้ำหนักสามารถเพิ่มขนาดและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหน้าอกส่วน Pectoralis Major (เพคทอราลิส เมเจอร์) ได้ แต่ไม่สามารถทำให้เนื้อเยื่อต่อมน้ำนมที่ขยายตัวหายไปโดยตรง

       ในบางคน การพัฒนากล้ามเนื้อหน้าอกอาจช่วยเปลี่ยนรูปลักษณ์โดยรวมของหน้าอกได้ แต่ไม่ได้เป็นการรักษาสาเหตุของ Gynecomastia

       หากเนื้อเยื่อต่อมน้ำนมมีขนาดใหญ่หรือยื่นนูนออกมาอย่างชัดเจน การมีกล้ามเนื้อหน้าอกขนาดใหญ่ก็ไม่ได้รับประกันว่าจะทำให้ความผิดปกตินั้นมองไม่เห็น



instagram.com


Gynecomastia สามารถหายเองได้หรือไม่

       คำตอบคือสามารถหายเองได้ในบางกรณี แต่ขึ้นอยู่กับสาเหตุและระยะเวลาที่เกิดภาวะดังกล่าว

       ตัวอย่างเช่น Gynecomastia ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในช่วงวัยรุ่นจำนวนมากสามารถลดลงหรือหายไปได้เมื่อระดับฮอร์โมนเข้าสู่สมดุล

       ส่วนภาวะที่เกิดจากยาหรือสารบางชนิด อาจดีขึ้นหลังหยุดได้รับสารที่เป็นสาเหตุ ภายใต้การประเมินและดูแลของแพทย์

       อย่างไรก็ตาม Gynecomastia ที่เกี่ยวข้องกับการใช้อนาบอลิกสเตียรอยด์อาจไม่หายไปทั้งหมดหลังหยุดใช้สาร

       โดยเฉพาะในรายที่มีการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อต่อมน้ำนมมาเป็นเวลานาน เนื้อเยื่ออาจเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นพังผืด ทำให้ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาได้น้อยลง


การรักษา Gynecomastia

       การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุ ระยะเวลาที่เป็น ความรุนแรงของอาการ และผลกระทบต่อผู้ป่วย

       ขั้นตอนสำคัญที่สุดคือการตรวจหาสาเหตุว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน การใช้ยา การใช้สารอนาบอลิกสเตียรอยด์ หรือโรคประจำตัวบางชนิด

       แพทย์อาจพิจารณาตรวจระดับฮอร์โมน เช่น Testosterone, Estradiol, LH, FSH และฮอร์โมนอื่นตามความเหมาะสม

       หากสงสัยความผิดปกติของอวัยวะภายใน อาจมีการตรวจการทำงานของตับ ไต ต่อมไทรอยด์ หรือการตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุ

       สำหรับผู้ที่มีอาการไม่มากและเพิ่งเริ่มเป็น แพทย์อาจพิจารณาติดตามอาการหรือรักษาสาเหตุที่ทำให้เกิดความผิดปกติ

       ในบางกรณี แพทย์อาจใช้ยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบฮอร์โมน เช่น Tamoxifen (ทาม็อกซิเฟน) ซึ่งเป็นยาในกลุ่ม Selective Estrogen Receptor Modulators (SERMs) เพื่อช่วยลดอาการหรือการขยายตัวของเนื้อเยื่อเต้านมในผู้ป่วยที่เหมาะสม

       อย่างไรก็ตาม การใช้ยาดังกล่าวเพื่อรักษา Gynecomastia ไม่ใช่การรักษาที่ได้ผลแน่นอนในทุกคน และอาจเป็นการใช้นอกข้อบ่งใช้ที่ได้รับอนุมัติ จึงต้องอยู่ภายใต้การพิจารณาของแพทย์

       ไม่ควรซื้อยาปรับฮอร์โมนมาใช้เองเพื่อป้องกันหรือรักษาผลข้างเคียงจากสเตียรอยด์ เพราะยาเหล่านี้มีความเสี่ยงและอาจทำให้ระบบฮอร์โมนผิดปกติมากขึ้น

       ในกรณีที่เนื้อเยื่อต่อมน้ำนมขยายตัวอย่างถาวร หรือมีผลกระทบต่อรูปลักษณ์และคุณภาพชีวิตอย่างมาก แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดเอาเนื้อเยื่อต่อมน้ำนมส่วนเกินออก

       การผ่าตัดอาจทำร่วมกับการดูดไขมันในรายที่มีไขมันสะสมบริเวณหน้าอกด้วย


เหตุใดนักเพาะกายจึงให้ความสำคัญกับ Gynecomastia

       สำหรับนักเพาะกาย รูปร่างของกล้ามเนื้อหน้าอกมีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะในการแข่งขันที่มีการประเมินความสมมาตร ความสมส่วน และรายละเอียดของกล้ามเนื้อ

       แม้นักเพาะกายจะสามารถพัฒนากล้ามเนื้อหน้าอกให้มีขนาดใหญ่และมีความคมชัดได้ แต่หากเกิด Gynecomastia ก็อาจทำให้บริเวณหัวนมดูนูนหรือผิดไปจากรูปทรงของกล้ามเนื้อหน้าอกตามธรรมชาติ

       เมื่อระดับไขมันในร่างกายลดต่ำลงในช่วงเตรียมตัวประกวด ความนูนของเนื้อเยื่อต่อมน้ำนมอาจยิ่งสังเกตเห็นได้ชัดเจนขึ้น เพราะมีชั้นไขมันบริเวณหน้าอกน้อยลง

       ด้วยเหตุนี้ Gynecomastia จึงไม่ได้เป็นเพียงปัญหาทางสุขภาพเท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลต่อความมั่นใจและรูปลักษณ์ของนักเพาะกายด้วย


ข้อควรระวัง

       ผู้ชายที่พบก้อนเนื้อบริเวณหน้าอกไม่ควรสรุปด้วยตนเองทันทีว่าเป็น Gynecomastia จากสเตียรอยด์

       หากพบก้อนแข็งที่ไม่ได้อยู่ตรงใต้หัวนม มีการเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง หัวนมบุ๋ม มีของเหลวหรือเลือดออกจากหัวนม หรือคลำพบก้อนบริเวณรักแร้ ควรพบแพทย์โดยเร็ว เพราะอาจมีสาเหตุอื่นที่ต้องตรวจวินิจฉัย รวมถึงมะเร็งเต้านมในผู้ชายซึ่งพบได้แม้จะไม่บ่อยก็ตาม


สรุป

       Gynecomastia หรือภาวะเต้านมโตในผู้ชาย เป็นภาวะที่เนื้อเยื่อต่อมน้ำนมมีการเจริญเติบโตมากกว่าปกติ โดยมีสาเหตุสำคัญจากความเปลี่ยนแปลงของสมดุลระหว่างฤทธิ์ของฮอร์โมนเอสโตรเจนและแอนโดรเจน

       การใช้สารอนาบอลิกสเตียรอยด์บางชนิดอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะนี้ โดยเฉพาะสารที่สามารถเปลี่ยนเป็นฮอร์โมนที่มีฤทธิ์เอสโตรเจน หรือสารที่ส่งผลให้ระบบการผลิตฮอร์โมนตามธรรมชาติของร่างกายเปลี่ยนแปลงไป

       แม้การฝึกด้วยน้ำหนักจะช่วยพัฒนากล้ามเนื้อหน้าอกได้ แต่ไม่สามารถใช้แทนการรักษาเนื้อเยื่อต่อมน้ำนมที่ขยายตัวได้

       ดังนั้น นักเพาะกายจึงควรทำความเข้าใจว่า Gynecomastia เป็นความผิดปกติของเนื้อเยื่อและระบบฮอร์โมน ไม่ใช่เพียงปัญหาไขมันสะสมบริเวณหน้าอก และควรได้รับการประเมินทางการแพทย์หากมีอาการผิดปกติ


แหล่งอ้างอิง

1. Endotext, National Center for Biotechnology Information (NCBI).
Gynecomastia: Etiology, Diagnosis, and Treatment.
https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK279105/

2. Merck Manual Professional Edition.
Gynecomastia.
https://www.merckmanuals.com/professional/endocrine-and-metabolic-disorders/male-reproductive-endocrinology-and-related-disorders/gynecomastia

3. Merck Manual Professional Edition.
Anabolic-Androgenic Steroids.
https://www.merckmanuals.com/professional/endocrine-and-metabolic-disorders/male-reproductive-endocrinology-and-related-disorders/anabolic-androgenic-steroids

4. Swerdloff R.S. และ Ng J.C.M.
Gynecomastia: Etiology, Diagnosis, and Treatment.
Endotext, 2023.
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/25905330/




- จบ -