|
|
|
|
ก่อนอื่นผมขอลอกส่วนหนึ่ง
ของการออกกำลังกายแบบแอโรบิค มาให้คุณทราบสักเล็กน้อยนะครับ
เขาเขียนไว้อย่างนี้ครับ " ก่อนจะเริ่มบริหารร่างกาย ต้องทำการวอร์มอัพก่อน
ด้วยการกระโดดเชือก ถีบจักรยานอยู่กับที่ หรือกรรเชียงบก การวอร์มอัพ
จะทำให้กล้ามเนื้อเตรียมพร้อม เนื่องจากได้รับออกซิเจนมากขึ้น
ความดันโลหิตสูงขึ้น และอัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้น คุณจำเป็นต้องวอร์มอัพ
เป็นเวลา 3 - 5 นาทีก่อน จากนั้นจึงทำการยืดเส้นยืดสาย
ซึ่งการยืดเส้นยืดสาย (Stretching) จะช่วยให้ร่างกาย
ยืดหยุ่นและคล่องตัว กล้ามเนื้อสามารถยืดหรือ หดตัวได้อย่างเต็มที่ "
|
|
|
|
การยืดตัวและวอร์มในวิธีของผม
ถ้าพวกนักฟิตเนสมาเห็น
คงจะพากันต่อว่าว่า
ไม่อ่อนช้อยสวยงามเหมือนพวกเขา
แถมยังผิดหลักตรงที่
ดันยืดกล้ามเนื้อก่อนแล้วค่อยวอร์ม
ซึ่งตามหลักแอโรบิค เขาวอร์มก่อนแล้วยืดกล้ามเนื้อ
แต่ผมก็ใช้วิธีของผมมาหลายปี
และกล้าท้าได้เลยว่า
สามารถยกน้ำหนักได้มากกว่าพวกเขาด้วย
ตอนนี้เรามาเริ่มดูวิธียืดกล้ามเนื้อ
และวอร์มของผม
ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่การเดินเข้ามาในโรงยิมเลย กล้ามต้นขา |
|
|
|
เนื่องจากการบริหารของผม
จะแบ่งเป็นเช้าและเย็น
เล่นกล้ามเนื้อแค่หนึ่งส่วนต่อหนึ่งช่วง สมมิตว่าช่วงเช้านี้
ผมจะบริหารต้นขา
สิ่งที่ผมจะทำเป็นสิ่งแรกคือ
ยืดกล้ามเนื้อด้วยท่าข้างบนนี้
โดยค้างไว้ในท่านี้ประมาณ
30 วินาที จากนั้นก็เปลี่ยนขา
ค้างไว้ 30 วินาทีเช่นกัน
นับเป็น 1 รอบ พัก 10 วินาที จากนั้นก็สลับมาขาเดิม
ทำเช่นนี้อีก 2 รอบ (รวมเป็น
3 รอบ)
ก็เป็นการเสร็จสิ้นการยืดกล้ามเนื้อ
จากนั้นผมก็เริ่มวอร์ม
ซึ่งตามปกติผมจะบริหารท่า
SQUAT
เป็นท่าแรกเสมอ
ดังนั้นผมจึงวอร์มด้วยท่านี้
โดยการทำท่า
SQUAT
โดยใช้คานเปล่า เป็นจำนวน 6
เซท (ไม่ต่ำกว่านี้)
จากนั้น
จึงเริ่มใส่แผ่นน้ำหนักขนาดเบาๆ
คือแผ่นละ 20 ปอนด์ ข้างละ 1
แผ่น
บริหาร 2 เซท
แล้วจึงเข้าสู่น้ำหนักจริง
80 กก.บริหาร 4 เซท - จะสังเกตุได้ว่าถ้าตามหลักวิชาการของแอโรบิค
จะต้องวอร์มก่อน
แล้วจึงยืดกล้ามเนื้อ
แต่ในส่วนของผม
จะใช้การยืดกล้ามเนื้อก่อน
ส่วนการวอร์ม
จะใช้ท่าที่บริหารนั่นแหละเป็นท่าวอร์ม
ซึ่งถ้าเป็นแอโรบิค
จะต้องออกไปวิ่ง
ออกไปกระโดดเชือก
ซึ่งผมคิดว่าเสียเวลา หน้าอก |
|
|
|
ถ้าช่วงเย็น
ผมต้องบริหารหน้าอก
เมื่อถึงยิมแล้ว
ผมจะทำท่านี้ก่อน
โดยไปยืนเกาะขอบประตู
แล้วแอ่นตัวไปข้างหน้าตามภาพข้างบนนี้
แอ่นตัวให้สุดเหยียด
แล้วค้างอยู่ในจังหวะนี้ 10 วินาที หรือมากกว่าก็ได้
แล้วพักสัก 10 วินาที
แล้วทำเช่นนี้อีก 3 ครั้ง
(รวมเป็น 4 ครั้ง) จากนั้นก็จะบริหารท่าแรกคือท่า
BENCH PRESS
โดยใช้คานเปล่า 5 เซท
แล้วจึงใส่แผ่นน้ำหนักขนาดเบา
คือแผ่นละ 11 ปอนด์ , 16 ปอนด์
แล้วจึงวิ่งไปใช้น้ำหนักมากที่สุด
บริหารจริงๆ 4 เซท กล้ามปีก |
|
|
|
สมมติว่าช่วงเช้า
ผมบริหารกล้ามปีก
ท่าแรกที่ผมทำคือท่านี้
เพื่อยืดกล้ามปีก
ค้างอยู่จังหวะภาพใหญ่ 30 วินาที
แล้วพัก 10 วินาที
ทำเช่นนี้อีก 4 ครั้ง
แล้วเริ่มบริหาร
สมมติว่าจะบริหารท่า
PULL DOWN TO
BACK ผมก็จะใช้แผ่นน้ำหนัก 16
ปอนด์ บริหาร 3 เซท ,35 ปอนด์
บริหาร 2 เซท
แล้วจึงใช้น้ำหนักที่หนักที่สุด
บริหารจริงๆ 4 เซท
และพิเศษสำหรับกล้ามเนื้อปีกข้างที่เล็กกว่าอีกข้างหนึ่ง
ให้ใช้วิธีแก้คือ
ทันทีที่ทำแต่ละเซทเสร็จ
ให้ทำท่าข้างบนนี้
แต่ให้ทำแขนเดียว
โดยใช้แขนข้างที่กล้ามปีกเล็กกว่าอีกข้างหนึ่งทำ
ยกตัวอย่างเช่น
ผมเห็นว่ากล้ามปีกด้านซ้ายของผม
เล็กกว่าด้านขวา
ผมก็จะยืดกล้ามเนื้อตอนพักเซท
โดยใช้แขนข้างซ้ายดึงที่ยึดไว้
แล้วทิ้งน้ำหนักตัวลงเหมือนในภาพข้างบน กล้ามบ่า |
|
|
|
วิธีทำคือ
เอามือยื่นไปข้างหน้าทั้งสองข้าง
แล้วเอามือวางบนโต๊ะตัวสูงๆ
จากนั้นก็ก้มลำตัวลง
จนกระทั่งศีรษะอยู่ต่ำกว่าระดับของมือ
ค้างอยู่จังหวะนี้ประมาณ 30 วินาที พัก 10 วินาที ทำอย่างนี้ 3 รอบ
จากนั้นก็บริหารท่าบริหารบ่าด้วยท่า
PRESS BEHIND THE
NECK โดยใช้คานเปล่า
เป็นจำนวน 6 เซท
แล้วเริ่มใช้แผ่นน้ำหนัก
ข้างละ 11 ปอนด์ 2 เซท ,16 ปอนด์ 2
เซท
แล้วจึงใช้น้ำหนักที่หนักที่สุด
บริหารจริง 4 เซท นอกเหนือจากกล้ามเนื้อสี่ชิ้นที่พูดมานี้ ผมจะไม่ใช้การยืดตัวสำหรับกล้ามเนื้อชิ้นอื่นเลย แต่จะใช้การวอร์ม โดยมีหลักว่า ให้เอาท่าแรกที่จะบริหารสำหรับกล้ามเนื้อชิ้นนั้น เช่น เวลาที่ผมจะเล่นไบเซบ ผมจะวอร์มด้วยการทำ STANDING ALTERNATE DUMBBELL CURL โดยใช้ดัมเบลล์ลูกละ 2.5 ปอนด์ บริหาร 6 เซทเพื่อเป็นการวอร์ม แล้ววอร์มด้วยน้ำหนักเบาอีก 2 เซท แล้วจึงใช้น้ำหนักจริง 3 เซท ถ้าเป็นไทรเซบ ผมจะวอร์มด้วยท่า OVERHEAD ONE - ARM DUMBBELL EXTENSION โดยใช้ดัมเบลล์ลูกละ 2.5 ปอนด์ บริหาร 6 เซทเพื่อเป็นการวอร์ม แล้ววอร์มด้วยน้ำหนักเบาอีก 2 เซท แล้วจึงใช้น้ำหนักจริง 3 เซท ความจริง สูตรการยืดตัวและวอร์มแบบนี้ มันไม่ได้บอกไว้ในตำราเล่มใดเล่มหนึ่ง แต่ผมเรียกว่าเป็น "ผลึก" ที่ตกตะกอนมาจากความรู้ที่สั่งสมมา ผมจึงไม่สามารถบอกได้เหมือนกันว่ามาจากเล่มไหน ใครเขียน แต่ที่แน่ๆคือ ผมใช้เทคนิคนี้มาตลอด และไม่เคยบาดเจ็บเมื่อใช้ลูกน้ำหนักที่หนักมากๆเลย |
|
| - END - |