|
- หน้า 3 - |
|
หลังจากนั้น
โรบินสันก็กวาดทุกรางวัลในรุ่นสมัครเล่น
ในทุกรายการที่จัดให้มีการประกวด
เขารวบรวมรางวัลที่หนึ่ง
ไว้ได้ถึง 300 รายการด้วยกัน
ครั้งหลังสุดในรุ่นสมัครเล่น
โรบินสันเข้าแข่งในรายการ
The Ameteur Culver City
ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย
เขาได้ที่ 5
แต่ได้รางวัลบุคคลที่ทำท่า
โชว์กล้ามเนื้อทั่วร่าง (Most
Muscular) สวยที่สุด
หลังจากวันนั้น
โรบินสันคิดจะเปลี่ยนเข็มแล้ว
ไม่ใช่ว่าจะเลิกรา
แต่เขาต้องการจะเป็นด่าวเด่นในวงการนี้อย่างแท้จริง เมื่อคิดดังนั้น โรบินสันจึงหันไปประกวดนานาชาติบ้าง แนวทางการสร้างตัวเองให้เป็นดาวของเขา และเขาก็ทำได้สำเร็จคือ การได้เป็นมิสเตอร์อเมริกา มิสเตอร์ยูนิเวอร์ส และมิสเตอร์เวิร์ล ติดต่อกัน ซึ่งทำให้เขากลายเป็นนักเพาะกายอาชีพผู้เกรียงไกร โจ ไวเดอร์ ชักชวนให้โรบินสันมาบริหารที่แคลิฟอร์เนีย และเขาก็ยินดี เพราะเมื่อมาอยู่ที่นี่ เขาได้บริหารร่วมกับดาวเด่นนักเพาะกายจากที่ต่างๆทั่วโลก รวมถึง อาโนลด์ ชวาลเซเนกเกอร์ ด้วย โรบินสันขึ้นประกวดเรื่อยมา และร่ำลาเวทีไป แต่กลับมาประกวดอีกเมื่อเขาอายุ 45 ปี เขากล่าวว่า "จุดประสงค์ในการกลับมาของผม ก็ต่อกรกับคำท้าทายว่า ชื่อเสียงของผมถูกลบเลือนไป และไม่สามารถเอาชนะคนหนุ่มๆได้ "โรบินสันกล่าวต่อว่า "การได้ตำแหน่งที่สาม ในรายการใหญ่ 2 รายการ คือ Night of Champions และ Ironman และเอาชนะคนที่หนุ่มกว่าลงได้มากมาย เป็นการพิสูจน์ได้ชัดเจนว่า คำท้าทายนั้นเป็นเรื่องไร้สาระ" เมื่อพิสูจน์ตัวเองได้แล้ว โรบินสันก็อำลาชิวิตการประกวดเพาะกายของเขา โดยไม่เข้าแข่งขันรายการใดๆเลยหลังจากนั้น จนกระทั่งมีรายการมาสเตอร์โอลิมเปียขึ้นมา เขาพูดทำนองยอมรับว่า "โอเค ทั้งๆที่ผมรู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง แต่สังขารมันก็ถดถอยไปบ้าง เพราะผมสังเกตุได้จากการที่ผมต้องพักระหว่างเซท พักระหว่างการฝึก นานขึ้นกว่าแต่ก่อน" |
|
|
|
|
|
|
|
|