|
|
|
จากหนังสือมัสเซิล แอนด์ฟิตเนสประจำเดือนพฤษภาคม
2552 |
(คุยกับ Webmaster ก่อนครับ - เท่าที่ศึกษาดูแล้ว การฝึกของดาราฮอลลีวู๊ดนั้น ตัวดาราเขาจะไม่ได้คิดท่าขึ้นเอง เขาจะมีครูฝึกมาฝึกเป็นการส่วนตัวให้ และแนวทางที่ใช้ก็เป็นแนวทางเดียวกับของอาจารย์ วินซ์ จิรอนด้า อย่างชัดเจน นั่นคือการบริหารที่เร็ว การพักระหว่างเซทที่น้อย และการใช้ท่าแปลกๆที่ไม่เคยมีในตำราเพาะกายฉบับต้นตำรับ โดยอาจารย์วินซ์ แกเหมาการฝึกให้ดารามาตั้งแต่ ปี ค.ศ.1970 อย่าง คลินซ์ อีสวู๊ด ,ปี ค.ศ.1980 จากหนังเรื่องแรมโบ้และ ร๊อคกี้ โดยเทคนิคการฝึกทุกอย่างเป็นความลับหมด จนกระทั่งอาจารย์วินซ์ ได้เสียชีวิตลงในปี ค.ศ.1997 จึงมีลูกศิษย์ เอาการฝึกของแกออกมาทำเป็นรูปแบบวีดีโอ ซึ่งมีเพียงสองชุดเท่านั้น ออกเผยแพร่ (ในเอ็กเมน ภาค 1 จะมีอยู่ฉากหนึ่งบนเฮลิคอปเตอร์ ตอนที่วุฒิสภาถูกลักพาตัวไปที่เกาะของแมกนีโต ผู้ชายคนที่นั่งตรงข้ามกับวุฒิสภา แล้วตอนหลังแปลงร่างเป็นมีสทีก (ตัวสีน้ำเงิน) นั้นคือ จัสติน โควเลย์ ที่เป็นตัวเดินเรื่องในเทปของอาจารย์วินซ์ จิรอนด้า (ดูภาพที่หน้าปกได้ที่ลิงค์ http://tuvayanon.net/v5205141208.html ดังนั้น จึงจะเห็นได้ว่ากลิ่นอายของอาจารย์วินซ์ ก็จะวนเวียนอยู่ในแวดวงดาราฮอลลีวู๊ด มาโดยตลอด) |
|
|
|
กันนาร์ ปีเตอสัน |
หลังจากยุคของอาจารย์วินซ์ฯ ที่เข้าไปครอบครองการฝึกของดาราฮอลลีวู๊ดแล้ว ต่อมาก็มีครูฝึกชื่อ กันนาร์ ปีเตอสัน มารับช่วงต่อ (ดูเวบไซท์ของเขาได้ที่ลิงค์ http://www.gunnarpeterson.com/) ซึ่งปีเตอสันมีชื่อเสียงโด่งดังจากการฝึกให้ดาราและบุคคลต่างๆในแวดวงฮอลลีวู๊ด - ไม่ว่าจะเป็นแองเจลินา โจลี่ ,เจนนิเฟอร์ โลเปซ ,ฮิวจ์ แจคแมน ,บรูซ วิลลิส ,แมททิว แมคคอนนาเฮย์ ,ซิลเวสเตอร์ สตาโลน ฯลฯ ปัญหาของทั้งอาจารย์วินซ์ และปีเตอสัน สำหรับลูกค้าของเขา (ดารา) ก็คือ มันยากที่จะทำลายกำแพงความคิดที่ว่า ถ้าฝึกแบบเดียวกับนักเพาะกายตัวใหญ่ๆที่เข้าประกวด ก็จะทำให้ตัวเขา (ดารา) ตัวใหญ่เทอะทะเกินไป และเพื่อแก้ปัญหานี้ ก็เลยคิดค้นท่าฝึกแปลกๆออกมา เพื่อเหตุผลทางการตลาดทำนองว่า ถ้าฝึกแบบใหม่นี้ คุณก็จะได้หุ่นที่ดี โดยไม่ทำให้ตัวใหญ่เทอะทะเหมือนพวกที่เข้าประกวดเพาะกาย สำหรับการฝึกแบบเจาะลึกนั้น ผมจะหาเป็นรูปแบบวีดีโอมาเอาไว้ให้เพื่อนสมาชิกได้ศึกษาดู (ตอนนี้ของอาจารย์วินซ์มีแล้วที่ลิงค์ http://tuvayanon.net/v5205141208.html ส่วนของปีเตอสัน ผมกำลังตามล่าอยู่ เห็นอยู่เรื่องสองเรื่องแล้วครับ) เหตุก็เพราะมันเป็นเคล็ดลับการฝึกของครูฝึกสองท่านนี้ ที่ไม่ได้มีงานวิจัยมารองรับเหมือนกับการเพาะกายพื้นฐานที่ผมเอามาลงไว้ในเวบไซท์ของเราน่ะครับ จึงไม่กล้ารับรองผลการฝึกให้ว่าฝึกออกมาแล้วจะได้เหมือนอย่างพวกดาราบู๊ของฮอลลีวู๊ดจริงๆหรือเปล่า เพื่อนสมาชิกคงต้องตามศึกษาแบบเจาะลึกเอาจากวีดีโอเอง ในนิตยสารที่ผมแปลนี้ เขาใช้ Trick คือครูฝึกปีเตอสัน พูดถึงการฝึกของฮิวจ์เพียงหน้าเดียว ส่วนหน้าถัดไปครูฝึกก็สอนวิธีฝึกโดยใช้นายแบบคนอื่นแทน ทั้งนี้ก็เพื่อหลีกเลี่ยงข้อกฎหมายเรื่องการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับตัวดาราดังนั่นเอง และอีกส่วนหนึ่งที่อยากบอกไว้ก่อนก็คือว่า ด้วย "ความแปลกของท่า" ทำให้ผมไม่สามารถจัดหาลิงค์อธิบายท่าฝึก มาใส่ไว้ในบทความนี้ได้ แต่ก็พอมีรูปประกอบอยู่ในบทความทำให้มองภาพรวมออกได้บ้าง ก็ถือเสียว่าเป็นการเปิดหูเปิดตาให้เห็นการฝึกของพวกดาราฮอลลีวู๊ดเขาแล้วกันครับ ส่วนถ้าจะเอาเนื้อหาเจาะลึก ก็ต้องรอดูจากวีดีโอ ที่ผมจะตามค้นหามาให้แล้วกัน (เล็งไว้ก็มีเรื่อง Out of ball ของปีเตอสัน ,วีดีโอการฝึกของซิลเวสเตอร์ สตาโลน สมัยเล่นเรื่องแรมโบ้) และข้างล่างนี้ก็คือบทความหน้าเดียวที่พูดถึงการฝึกของฮิวจ์ครับ ส่วนหน้าสองและสามก็คือตารางฝึกที่ครูฝึกกันนาร์นำมาบอกให้รู้ครับ |
|
|
เมื่อดาราฮอลลีวู๊ดระดับแนวหน้า ต้องการเพิ่มมัดกล้ามสำหรับการเล่นหนังเรื่องต่อไปของเขา ผู้ที่ถูกเรียกตัวบ่อยๆเพื่อมาทำหน้าที่ครูฝึก ก็เห็นจะได้แก่ครูฝึกกันนาร์ ปีเตอสัน ผลงานของกันนาร์เป็นที่โด่งดังในการปั้นมัดกล้ามอันน่าตรึงใจให้แก่ ซิลเวสเตอร์ สตาโลเน่ ,บรูซ วิลลิส ,แมททิว แมคคอนนาเฮย์ และเหล่าดาราฮีโร่ระดับแนวหน้าของฮอลลีวู๊ดอีกหลายคน เพื่อจะได้ทำให้เขาเหล่านั้น กล้าพอที่จะโชว์หน้าท้อง Six pack ของตัวเองบนจอไอแม็กสูง 53 ฟุตได้สบายๆ มาถึงคิวของ ฮิวจ์ แจ็คแมน ที่ต้องเตรียมตัวสำหรับหนังใหม่ของเขาเรื่อง เอ็กซ์เมน ออริจินัล เพราะบทวูลฟ์เวอรีน ต้องการหุ่นสวยๆให้สมกับเป็นซูเปอร์ฮีโร่ จึงเป็นหน้าที่ของปีเตอสัน มาฝึกให้กับฮิวจ์ เพื่อให้ได้ดังสิ่งที่บทนั้นต้องการ และบทความข้างล่างนี้คือคำสัมภาษณ์เรื่องการฝึกของฮิวจ์ |
ทีมงานมัสเซิลแอนด์ฟิตเนส : เมื่อพูดถึงการฝึกของฮิวจ์ คุณจะนึกถึงอะไร? กันนาร์ ปีเตอสัน : ตอนที่ฮิวจ์ฝึกในโรงยิมของผม ผมจะให้ความสำคัญกับ "ความสมส่วน" เป็นอันดับแรก โดยเราจะต้องจัดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นขนาดน้ำหนักที่ใช้ ,จำนวนเซท ,จำนวนครั้งในเซท ไปเพื่อจุดมุ่งหมายเดียวคือสร้างคุณภาพของมัดกล้ามให้กับฮิวจ์ ผลลัพธ์ของการฝึกที่ฮิวจ์ต้องการคือรูปร่างที่คงความกระฉับกระเฉง ปราดเปรียว และที่สำคัญคือต้องดูตารางเวลาของเขาในแต่ละวันด้วย (คือไม่ให้ฝึกนานจนไปขัดตารางเวลาถ่ายหนังนั่นเอง) ฮิวจ์ เป็นคนที่บริหารด้วยหนักที่หนักมาก บริหารด้วยจังหวะที่เร็ว - คำว่าเร็วในที่นี้ มีสองประการ ประการที่หนึ่ง "เร็วในจังหวะที่ฝึก" หมายถึงมีการ ระเบิดจังหวะ (Webmaster - การระเบิดจังหวะ ศัพท์เขาคือ explosive movements คือแทนที่จะบริหารเนิบๆธรรมดาๆ เขาจะมีการ "กระชาก" จังหวะเข้ามาร่วมด้วย ยกตัวอย่างเช่นท่า ดึงข้อแบบปล่อยมือ ซึ่งจะได้ดูในหน้าถัดไปนะครับ ตอนนี้อ่านในหน้านี้ไปก่อน) ประโยชน์ของการระเบิดจังหวะคือการทำให้เส้นใยกล้ามเนื้อสีแดง ได้ออกมาทำงานมากขึ้น (นักเพาะกายแบบ Hardcore จะเน้นสร้างเส้นใยกล้ามเนื้อสีขาว) สำหรับประการที่สองคือ "เร็วในการพัก" คือฮิวจ์จะพักด้วยเวลาที่สั้นมากๆ และเวลาพักเซทนั้น ฮิวจ์ก็ไม่ได้สวมบทวูลฟ์เวอรีน เดินเต๊ะเท่ในโรงยิมด้วย (Webmaster - ขออนุญาตนอกเรื่องนิดนึงครับ คือผมพอจะดูออกว่านายปีเตอสันนี่ ค่อนข้างเป็นคนรักร่วมเพศ คือดูจากคำพูดคำจาจากต้นฉบับของเขานั่นแหละ แต่ก็ต้องยอมรับหล่ะว่าในแวดวงฮอลลีวู๊ดนั้นยอมรับในความสามารถของปีเตอสันจริงๆ และในวงการนี้ เขาก็ไม่ได้ถือเรื่องส่วนตัวพวกนี้แต่อย่างใด ขอให้คุณเก่งสมกับคำกล่าวอ้างก็พอ) ทีมงานมัสเซิลแอนด์ฟิตเนส : ในโรงยิม ถือได้ว่าฮิวจ์ แข็งแกร่งไหมครับ? กันนาร์ ปีเตอสัน : แน่นอนครับ เทียบกันปอน์ต่อปอนด์แล้ว ผมกล้ารับประกันได้เลยว่าฮิวจ์สามารถชนกับใครก็ได้ที่มาท้าประลองกับเขา (หมายถึงว่ามาท้าความแข็งแกร่งด้วยการยกน้ำหนัก แข่งกัน) ดูจากแรงขับเคลื่อนและการตั้งเป้าหมายแล้ว ฮิวจ์มีจิตใจทุ่มเทให้กับการฝึกเหมือนนักกีฬาระดับโปรจริงๆ เขาไม่เคยปฏิเสธตารางฝึกที่ไปขัดกับตารางเวลาส่วนตัวของเขาเลย ยกตัวอย่างเช่น ทันทีที่ทำงานเสร็จ แล้วตรงกับวันที่ต้องฝึก เขาจะรีบบินมาลอสแอนเจนลิส แล้วเดินทางตรงจากสนามบิน มาที่โรงยิมเพื่อฝึกภายใต้การดูแลของผมทันที และถึงจะเหนื่อยมาก่อนขนาดไหน เขาก็ยังเพิ่มจำนวนครั้งในแต่ละเซทเข้าไปอีกด้วย เรียกได้ว่าแทนที่จะฝึกแบบ Train to Failure แต่เขาฝึกแบบ Train to Success (Webmaster - เล่นสำบักสำนวนจริงๆครับ คือคำว่า Train to Failure หมายถึงว่า เล่นไปจนกว่าจะหมดแรงในแต่ละเซทนั้น แต่ปีเตอสันเล่นสำนวนสลับคำว่า Failure (ล้มเหลว) กับคำว่า Success (สำเร็จ) ครูฝึกคนนี้มีพรสวรรค์ในการพูด "กัด" และพูดแบบมีมุขให้ต้องหยุดคิดด้วย) ทีมงานมัสเซิลแอนด์ฟิตเนส : ระยะเวลาในแต่ละคาบฝึกของ ฮิวจ์ ? กันนาร์ ปีเตอสัน : โดยปกติแล้วจะอยู่ระหว่าง 60 - 90 นาที ฮิวจ์ทำตัวแบบคนที่ถูกเซทตารางเวลามาเรียบร้อยแล้ว เดินเข้าโรงยิม ,อัดกับลูกเหล็ก เสร็จแล้วก็เดินออกไป ไม่มีอะไรนอกลู่นอกทาง แต่เขาก็ไม่ได้แสดงความเคร่งเครียดอะไรนะครับ คงจะชินกับรูปแบบการดำเนินชีวิตแบบนี้แล้ว (ที่ถูกเซทเวลาว่าจะต้องทำอะไรบ้าง ไปไหนต่อ ฯลฯ) ทีมงานมัสเซิลแอนด์ฟิตเนส : เทคนิคการฝึกที่คุณจัดให้กับฮิวจ์ละครับ? กันนาร์ ปีเตอสัน : ผมจัดให้ฮิวจ์ฝึกแบบ DROP SETS (คลิ๊กเพื่ออ่านคำอธิบาย) โดยในการดรอปเซทครั้งสุดท้าย จะจบลงที่เซทละ 6 ครั้ง นั่นคือ ในหนึ่งดรอปเซท ฮิวจ์จะเรียงลำดับดังนี้คือ 10 ครั้ง ,8 ครั้ง และจบลงที่ 6 ครั้ง (Webmaster-หมายความว่า ในหนึ่งดรอปเซท จะประกอบไปด้วยเซทย่อยๆสามเซท โดยบริหารติดต่อกันโดยไม่พักเลยจนครบทั้งสามเซทย่อยนั้น ถึงจะถือว่าเป็นหนึ่งดรอปเซท โดยในเซทย่อยเซทแรก ฮิวจ์จะใช้น้ำหนักที่บริหาร 10 ครั้งแล้วหมดแรงพอดี บริหารให้ครบ 10 ครั้ง จากนั้น (โดยไม่หยุดพัก) ก็เปลี่ยนไปใช้น้ำหนักที่น้อยลง แล้วบริหาร 8 ครั้ง จากนั้น ก็ลดน้ำหนักให้น้อยลงอีกแล้วบริหารต่ออีก 6 ครั้ง) หรือบางครั้งผมก็กลับหัวกลับหางให้ฮิวจ์ ด้วยการให้เรียงลำดับใหม่เป็น 6 ครั้ง ,8 ครั้ง และจบลงที่ 10 ครั้ง โดยช่วงเวลาพักระหว่างเซทย่อยเหล่านี้ ก็คือช่วงเวลาที่ผมเดินไปเพิ่มหรือลดแผ่นน้ำหนักให้ฮิวจ์เท่านั้นเอง แต่จำนวนครั้งในแต่ละเซทที่ผมพูดถึงนี้ ก็ขึ้นอยู่กับ "ท่าบริหาร" เหมือนกันว่าเป็นท่าไหน บางท่าก็นับยากเหมือนกัน ยกตัวอย่างท่าที่คิดค้นขึ้นมา คือเอาท่า DUMBBELLS LUNGE มาผสมกับท่า SIDE LATERAL RAISE โดยเมื่อฮิวจ์ก้าวเท้าไปข้างหน้าในท่าลันจ์ แล้วยืนตัวตรงขึ้นมาเพื่อทำท่า ไซด์แลทเทอรอล 1 ครั้ง ก็จะกลายเป็นว่าพอหมดเซทแล้ว ฮิวจ์จะบริหารขาแต่ละข้างได้เพียง 6 ครั้ง แต่ว่าสำหรับท่าไซด์แลทเทอรอล ทำไปได้ 12 ครั้งแล้ว |
|
|
ทีมงานมัสเซิลแอนด์ฟิตเนส : คุณคิดค้นรูปแบบการฝึกแบบเฉพาะกิจ สำหรับบทวูล์ฟเวอรีน ซึ่งต้องมีความปราดเปรียวหรือเปล่าครับ? กันนาร์ ปีเตอสัน : มองในบางแง่ก็ใช่ แต่มองในบางแง่ก็ไม่ใช่ หมายความว่า ผมมีสูตรการออกกำลังที่ใช้ได้ผลดีกับทุกคนอยู่แล้ว เพียงแต่ท่าที่ให้ฮิวจ์ใช้ บางท่าไม่เหมือนกับท่าที่ผมให้คนอื่นบริหาร นั่นไม่ได้หมายความว่าผมมีสูตร"เฉพาะกิจ" สำหรับบทภาพยนตร์ของฮิวจน์นี้ เพื่อไม่ให้สับสน สมมติว่าสิ่งที่คุณต้องการทำคือทำคาร์ดิโอ แบบเพิ่มการต้านทาน (Webmaster - หมายความว่า แทนที่จะวิ่งเฉยๆ ก็ให้ใส่น้ำหนักไว้ที่ข้อเท้าด้วย) ผมก็จะออกแบบให้ลูกศิษย์ของผม บางคนก็ใส่ถุงทรายไว้ที่ข้อเท้า บางคนก็วิ่งบนสายพานแต่เพิ่มความหนืดไปที่สายพาน ,หรือแทนที่จะให้ปั่นจักรยานอยู่กับที่แบบธรรมดา ผมก็จะให้ปั่นแบบถอยหลัง (backpedal) แทนโดยอาจให้ถือลูกบอลใหญ่ๆไว้ในมือด้วย คือผลที่ออกมาเหมือนกันคือเป็นการทำคาร์ดิโอแบบเพิ่มการต้านทาน เพียงแต่รูปแบบที่ทำ มันมีหลากหลายให้สร้างสรรค์เท่านั้น ทีมงานมัสเซิลแอนด์ฟิตเนส : โภชนาการของฮิวจ์ระหว่างฝึกล่ะครับ? กันนาร์ ปีเตอสัน : เรื่องโภชนาการ จะมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านแยกไปรับผิดชอบต่างหาก เขาอยู่กับผมเพียง 1 ชั่วโมง ส่วนอีก 23 ชั่วโมงที่เหลือ เขาอยู่นอกโรงยิม ผมจึงไม่รู้รายละเอียดในการทานของเขา แต่สิ่งที่ผมรู้แน่ๆก็คือรับรองได้ว่าไม่ใช่การอดอาหารเพื่อลดไขมันแน่ๆ เพราะ 1 ชั่วโมงในโรงยิมตอนที่อยู่กับผมนั้น พละกำลังเขาเหลือเฟือจริงๆ นั่นแสดงว่าเขาได้สะสมพลังงานมาจากการทานได้ครบถ้วน (Webmaster - ผมแกะรอยการทานตรงนี้ให้ครับ คือตามปกติถ้าพูดถึงการฝึกเพื่อความชัดเพื่อจะโชว์ Sixpack นั้น เขาจะนิยมลดคาร์โบไฮเดรต (ข้าว ,น้ำตาล) กัน ผลที่ตามมาก็คือเรี่ยวแรงก็จะลดไปด้วย แต่ในกรณีของฮิวจ์นี้ แม้ว่าปีเตอสันจะไม่รู้ว่าฮิวจ์กินอะไรมาบ้าง แต่จากประสบการณ์ก็คือไม่ใช่การลดคาร์โบไฮเดรตแน่ๆ เพราะฮิวจ์เล่นท่า Benchpress ด้วยน้ำหนัก 300 ปอนด์ (136 กก.) หลายครั้งในหนึ่งเซท และยังมีความตื่นตัวในการฝึกได้ตลอด 1 ชั่วโมงด้วย) ทีมงานมัสเซิลแอนด์ฟิตเนส : อยากให้ลองเปรียบเทียบการฝึกของฮิวจ์ กับการฝึกของนักกีฬาอาชีพจริงๆ (ที่ไม่ได้ฝึกเพื่อเล่นหนัง แต่ฝึกเพื่อแข่งขันในกีฬานั้นๆ) ว่าแตกต่างกันอย่างไร? กันนาร์ ปีเตอสัน : เชื่อหรือไม่ว่า ดาราดังระดับโลกได้แก่ฮิวจ์ ,ซิลเวสเตอร์ สตาโรนเน่ ,บรูซ วิลลิซ เขาจริงจังในการฝึกอย่างมากๆ โดยระดับสมาธิและความมุ่งมั่นในการฝึกของคนเหล่านี้ มีในระดับเดียวกับที่นักกีฬาอาชีพ (พวกบริหารเพื่อการประกวด) มีในระหว่างเข้าสู่ฤดูแข่งขันจริงๆ และนักกีฬาที่มีความมุ่งมั่นขนาดนี้ ก็มักจะมีชื่ออยู่ในหอเกียรติยศ (Hall of Fames) ในสาขากีฬาของตัวเองเสมอๆ ทิ้งท้าย จากทีมงานมัสเซิลแอนด์ฟิตเนส - เมื่อคุณได้อ่านบทความเกี่ยวกับฮิวจ์ที่ผ่านมานี้ คุณก็จะได้รู้ว่าไม่ว่าจะเป็นดาราฮอลลีวู๊ด หรือนักกีฬาระดับแข่งขันที่มีรูปร่างสวยงามและมีพละกำลังนั้น ล้วนมาจากการฝึกและการรักษาวินัยมาตลอดปี ถ้าคุณเป็นคนหน้าใหม่ในวงการกีฬานั้นๆ หรือเป็นคนที่เข้าไปดูพระเอกในโรงหนัง คุณอาจจะพูดว่า "เขาไปกินอะไรมา ถึงดูดีขนาดนั้น?" คำพูดแบบนี้ แสดงว่าคุณไม่รู้อะไรเลย เพราะการที่เขาจะดูดีได้ มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ถ้าคุณมีโอกาสได้เข้าไปเห็นว่าเขาทุ่มเทให้กับวินัยในการฝึกได้ขนาดไหน คุณก็จะคิดไปอีกแบบหนึ่งเลยว่า "โอเค มันสมเหตุสมผลแล้วที่เขาดูดีได้ขนาดนี้" ทิ้งท้ายจาก Webmaster - หนังสือมัสเซิลแอนด์ฟิตเนส เล่มนี้ ราคา 475 บาทแต่มีเนื้อความของฮิวจ์แค่เท่าที่อ่านมาข้างบนนี้ เรียกได้ว่าถ้าเป็นคนทั่วไป คงต้องคิดหนักแน่เพื่อจะแลก 475 บาทกับความรู้สั้นๆแค่นี้ ถ้าเป็นสมัยก่อน ผมคงไปหลบยืนอ่านที่ร้านเอาความรู้เข้าสมอง แต่เอามาถ่ายทอดลงเวบไม่ได้ แต่มาตอนนี้ ผมได้กำลังทรัพย์มาจากเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่ช่วยกันสนับสนุนสินค้าในเวบ มันจึงทำให้กล้าทุ่มทุนสร้างได้ ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Win - Win คือดีต่อกันทั้งสองฝ่าย แทนที่จะเอาเงินมาบริจาค ก็เปลี่ยนเป็นซื้อสินค้าจากทางเวบแทน สิ่งที่ตอบแทนคือคุณไม่ต้องไปเสียเงิน 475 บาทเพื่อให้ได้ความรู้สั้นๆ (แต่มีประโยชน์) นี้ แต่ให้มาเอาความรู้นั้นไปจากผมแทน เสียงตอบรับสำหรับวิธีเพาะกายสไตล์ดาราฮอลลีวู๊ดดีมากเลยครับ (ดูจากทางเมลล์ที่มาหาผม) ตอนนี้ก็เลยจะดำเนินการขั้นต่อไป โดยผมเล็งดาราอีกคนไว้ ที่เล่นเรื่องทรานสปอตเตอร์ เห็นขึ้นหน้าปก men fitness อยู่ กำลังจะตามล่ามาอีกเล่ม เพื่อสกัดวิธีการฝึกของเขาออกมาให้อ่านกัน ใครเห็นก็บอกด้วยนะครับ |
|
|
|
แจ็คแมน (อายุ 42 ปี เกิด 12 ต.ค.2511) จากออสเตรเลีย ดาราผู้มากความสามารถ เขาทำได้ดีสุดยอดในสามสาขาพร้อมกัน คือ ร้องเพลง ,เต้นรำ และเป็นนักแสดง รูปร่างของเขากลายเป็นจุดขาย ของภาพยนตร์ เอ็กเม็นทั้งสามภาค (ปี 2000 ,2003 และ 2006) นักแสดงที่สูง 186.25 ซม. (6ฟุตกับอีก 2 นิ้วครึ่ง) และเต็มไปมัดกล้ามผู้นี้ ไม่เพียงแต่จะแข็งแกร่งในบทภาพยนตร์ที่ต้องใช้กรงเล็บเหล็กฆ่าศัตรูเท่านั้น ในชีวิตจริงเขาเต็มไปด้วยความแข็งแกร่งจริงๆอีกด้วย ดังจะเห็นได้จากการเลือกน้ำหนัก 300 ปอนด์ (136 กิโลกรัม) มาบริหารในท่า Benchpress ของเขา จริงๆแล้วฮิวจ์ถูกวางตัวไว้ว่าจะต้องเป็นสายลับ 007 เจมส์ บอนด์ คนต่อไป แต่เอาล่ะ แม้จะพลาดโอกาสนั้นไป แต่เอกซ์เมนเดอะออริจินอล ปี 2009 นี้ ก็ทำให้ฮิวจ์มีโอกาสโชว์รูปร่าง "ที่ไม่ธรรมดา" ของเขาอย่างเต็มๆ |
|