การเตรียมอาหารเมื่อต้องเดินทาง  

โดย Evan  Centopani


1  >  2  >  3  >  4

       Webmaster - คำแนะนำในครั้งนี้ เหมาะสำหรับนักเพาะกายที่ต้องเดินทางไปพักตามโรงแรม อันเนื่องมาจากการเดินทางไปประกวดที่ต่างจังหวัด ,หรือเดินทางไปท่องเที่ยวที่อื่นๆที่ต้องมีการพักที่โรงแรม หรือห้องเช่าหลายวัน

       แนวคิดของคุณ Evan ( ผู้ดำเนินรายการ ) ก็คือว่า นักเพาะกายสามารถประหยัดเงินได้หากจัดหาอาหารมาทำทานเองที่ห้องพักของโรงแรม   ซึ่งการประหยัดนี้จะเห็นได้ชัดเมื่อเราต้องพักโรงแรมที่มีราคาแพง เพราะโรงแรมที่คิดค่าพักแพง เวลาเราสั่งอาหาร  ค่าอาหารกก็จะแพงตามไปด้วย  

       ดังนั้น การทำอาหารทานเอง จึงเป็นการประหยัดได้มาก และยังควบคุมปริมาณสารอาหารโปรตีน และสารอาหารอื่นๆที่จำเป็นสำหรับนักเพาะกาย ให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม ( ไม่น้อยเกินไป ) ได้อีกด้วย

       การบ้านของเราก็คือว่า เราจะเตรียมอาหารให้ทานได้ 5 มื้อใน 1 วัน ( เพราะนักเพาะกายต้องทานอาหารวันละ 5 มื้อ เพื่อให้ร่างกายย่อยอาหารได้ทัน  เพราะถ้ากินแค่วันละ 3 มื้อใหญ่ๆ อาจจะย่อยอาหารไม่ทัน แล้วเหลือเป็นไขมันเกาะตามร่างกายได้ )  /  โดยในการดำเนินรายการในครั้งนี้ เป็นการออกเดินทางไปที่ร้านขายของชำ หรือตลาดที่อยู่ใกล้ๆกับโรงแรมที่พักนะครับ  /  และเป็นการเตรียมสำหรับการทานใน 1 วัน  เรามาดูกันว่าต้องซื้ออะไร และต้องปรุงอาหารอย่างไรใน 1 วันบ้าง

หมายเหตุ - เพื่อนสมาชิกบางคน อาจจะคิดว่าตัวเองไม่ได้เดินทางไปที่ไหน เพราะว่าตัวเองนั้นพักอาศัยอยู่ที่บ้าน หรือว่าพักอาศัยอยู่ที่หอพักนักศึกษาอยู่แล้ว  คงจะไม่ได้ประโยชน์จากการแนะนำในครั้งนี้  /  อย่าคิดเช่นนั้นเลยครับ  ความรู้ทุกอย่างที่ผมจัดหามานั้น มีประโยชน์สำหรับนักเพาะกายและผู้ที่สนใจการเพาะกายทุกท่านอยู่แล้ว  อย่างน้อยเมื่ออ่านบทความในครั้งนี้จบ เพื่อนสมาชิก ก็จะได้รู้ว่านักเพาะกายเขาต้องซื้ออะไรมาทานบ้างใน 1 วัน ,วิธีปรุงอาหารอย่างง่าย  และจะได้รู้ว่ามื้ออาหาร 5 มื้อใน 1 วันของนักเพาะกาย เขาทานอะไรกันบ้าง

* * * ที่สำคัญคือ นักเพาะกายที่มาดำเนินรายการคนนี้ ( คือคุณ Evan ) ก็มีดีกรีเป็นแชมป์เพาะกาย รายการของ IFBB ด้วยนะครับ
ไม่ใช่ นาย ก. นาย ข. จากที่ไหนก็ไม่รู้  ที่อยู่ๆอยากดัง ก็ทำ Youtube ออกมา /  และที่ผมเน้นก็คือว่า ต้องเป็นนักเพาะกายที่อยู่ในช่วงประกวด ด้วย ไม่ใช่แค่นักวิชาการ หรือเป็นนักเพาะกายที่เลิกประกวด ( เกษียณ ) ไปแล้่วอะไรแบบนั้น  /  เพราะคำแนะนำจากแชมป์พวกนี้ มันทำให้ตัวเขาเองมีกล้ามเนื้อที่มีคุณภาพ ในขณะที่ ถ้าเป็นคำแนะนำจากนักเพาะกายแบบ นาย ก. นาย ข. หรือที่เกษียณไปแล้ว การที่รูปร่างเขาใหญ่นั้น อาจจะมาจากสเตอรอยด์ก็ได้

       เอาล่ะ เรามาเริ่มกันเลยครับ ( สำหรับการเขียนเวบในครั้งนี้ ถ้าเขียนว่า "ผม" ในที่นี้ ก็หมายถึงตัวคุณ Evan ผู้ดำเนินรายการ เป็นผู้พูดนะครับ )


* * * หากภาพในหน้าเวบนี้ขึ้นไม่ครบ กรุณาคลิ๊กที่ปุ่ม "Reload this page" นะครับ / ถ้าหาปุ่มนี้ไม่เจอ ให้ดูที่ลิงค์นี้ครับ  http://www.tuvagroup.com/7fvhp-A-03-Q-591211-1724.html 



 

       ( ภาพบน )  ตอนนี้ ผมกำลังอยู่ในช่วงเดินทาง ( Webmaster - เช่นการเดินทางไปประกวด ตามที่ต่างๆ ตามรัฐต่างๆ ) และผมก็พักอยู่ที่โรงแรมขนาดเล็ก  ซึ่งเมื่อพูดถึงเรื่องการรับประทานอาหารแล้ว สิ่งที่ผมมีอยู่ที่โรงแรมในตอนนี้ก็คือ เตาไมโครเวบ ,ชาม ,อ่างล้างจาน  นอกนั้น ก็เป็นร้านขายของชำ หรือตลาด ( Market ) ที่อยู่ใกล้ๆที่พัก เหมือนที่เห็นในภาพข้างบนนี้   

       ในมื้ออาหาร 5 มื้อ ( ใน 1 วัน ) นั้น จะต้องมีโอ๊ตมีล และไข่ไก่ เป็น 2 มื้อหลัก  /  ส่วนอาหารที่จะจัดหาสำหรับมื้ออื่นๆ ( ที่ไม่ใช่ 2 มื้อหลักที่ว่านี้ )  ก็จะดูไปตามสถานการณ์  โดยครั้งนี้ ผมจะเลือกสิ่งที่ตลาดทุกที่จะต้องมีแน่ๆ ( Webmaster - หมายถึงว่า คุณ Evan จะเลือกซื้อแต่อาหารพื้นฐานที่ตลาดทุกๆที่จะต้องมีขาย ) อันได้แก่ ไก่ที่ปรุงเอาไว้เรียบร้อยแล้ว , และก็มีข้าวขาวที่อุ่นด้วยเตาไมโครเวฟแล้วทานได้เลย ,และมันฝร่งสด ,ส่วนผัก ก็ใช้ผักคะน้า ( Collards ) แบบหั่นไว้เรียบร้อยแล้ว และอยู่ในสภาพแช่แข็งมา ( Webmaster - ตอนนี้ เพื่อนสมาชิกอาจนึกภาพอาหารแต่ละชนิดที่คุณ Evan พูดถึง ไม่ออก ก็ไม่ต้องกังวลครับ เดี๋ยวดูในหน้าเวบนี้ไปเรื่้อยๆ ก็จะมีภาพของอาหารแต่ละชนิดที่ Evan พูดถึง ให้ดูครับ



( ภาพบนไก่ที่ทางร้าน ปรุงไว้เรียบร้อยแล้ว



( ภาพบนเราซื้อมาแค่ 1.62 ปอนด์ ( 0.73 กก. ) ก็พอสำหรับการทานใน 1 วัน 
เพราะเดี๋ยวมันจะมีอาหารโปรตีนอย่างอื่นร่วมด้วย



( ภาพบนปริมาณของไก่ ที่เราซื้อมา


       ( ภาพบน )  จากประสบการณ์ของผมก็คือว่า เวลาที่เราต้องเดินทางข้ามประเทศ ยกตัวอย่างเช่น การเดินทางไปเยอรมัน  การที่เราปรุงอาหารใส่ทัปเปอร์แวร์แล้วผ่านด่านตรวจที่สนามบิน  "ไม่สามารถทำได้" เพราะว่า ทางเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากร ( ที่เยอรมัน ) จะไม่ยอมให้ผ่านด่านของเขา  /  อีกทั้ง เมื่อเราถึงที่พัก และต้องการหาซื้ออาหารประเภทไก่ ในเยอรมัน  เราก็จะมีตัวเลือกไม่มากนัก ดังนั้น จึงเป็นการดี ถ้าคุณจะทำความคุ้นเคยกับอาหารประเภทไก่ที่ทำสำเร็จรูปในรูปแบบง่ายๆเหมือนที่เห็นในภาพข้างบนนี้ ( Webmaster - คือให้ทำตัวให้เป็นคนกินง่าย อย่าเรื่องมาก ว่ายังงั้นเถอะ  /  เราไม่ควรซื้อไก่ดิบมาปรุงเอง เพราะว่ามันยุ่งยาก และต้องใช้อุปกรณ์หลายอย่างที่ทางโรงแรมอาจจะไม่มีจัดไว้ในห้องพักให้เรา / ดังนั้น การซื้อไก่ปรุงสำเร็จรูปมาแล้ว จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด )  



 

 
( ภาพบน ) จากนั้น ก็ซื้อไข่ไก่ขนาดใหญ่ ( Jumbo Eggs ) จำนวน 12 ใบ



 

 
( ภาพบนจากนั้นก็ซื้อปลาทูน่า 1 กระป๋อง ( ขนาด 340 กรัม )




 


       ( ภาพบน ) จากนั้นก็ซื้อข้าวสวยแบบที่ใช้เวฟด้วยเตาไมโครเวฟได้ ( Microwaveable )  /  ให้ซื้อ 1 แพ็ค เป็นแพ็คแบบมี 2 ถ้วย ถ้วยละ 125 กรัม /  ใน 1 ถ้วยให้คาร์โบไฮเดรต 40 กรัม

       ข้าวขาวให้คาร์โบไฮเดรต ,มันฝรั่งก็ให้คาร์โบไฮเดรต และข้าวโอ๊ตก็ให้คาร์โบไฮเดรต  ซึ่งเราควรทานคาร์โบไฮเดรตทั้งสามรูปแบบเลยใน 1 วัน ( คือทานทั้งข้าวขาว ,มันฝรั่ง และข้าวโอ๊ต )

       ข้าวขาว เราจะเอาไว้ทานร่วมกับปลาทูน่ากระป๋อง ที่พึ่งเลือกซื้อไปเมื่อสักครู่นี้




 

 

       ( ภาพบน ) จะมีอยู่ 2 มื้อที่เราจะต้องทานมันฝรั่ง ดังนั้น ให้เราซื้อมันฝรั่งไป 4 หัว เพราะเราจะต้องทานมื้อละ 2 หัว

      
โดยมันฝรั่งที่เราเลือกนั้น ให้เลือกแบบ Cheft Potatoes ไม่ใช่ Sweet Potatoes





       ( ภาพบน ) ให้ซื้อโอ๊ตมีล แบบ Old fashioned ขนาด 510 กรัม จำนวน 1 กระป๋อง ( คืออันที่เห็นอยู่ในภาพข้างบนนี้ )  




       ( ภาพบน ) จากนั้น ก็ซื้อน้ำมันมะกอกยี่ห้อ SCLAFANI ขนาด 250 มิลลิลิตร จำนวน 1 ขวด ในราคา 3.69 เหรียญ  /  ให้เราซื้อขวดเล็กๆก็พอ ( คือขนาดที่เห็นในภาพข้างบนนี้ )  เพราะเราจะใช้แค่วันต่อวัน  คือใช้ให้หมดไปเลยใน 1 วัน โดยไม่ต้องตุนไว้ใช้วันอื่น เพราะวันรุ่งขึ้น เราอาจต้องเดินทาง ( เปลี่ยนที่พักไปที่อื่นอีก )



 

walmart.com


       ( ภาพบน )  จากนั้นก็ซื้อน้ำส้มสายชู ( Vingar ) ยี่ห้อที่เห็นในภาพข้างบนนี้ ราคา 2.29 เหรียญ  

       น้ำส้มสายชูมีความสำคัญตรงที่ว่า เวลาเอาไปเหยาะสักเล็กน้อย กับทูน่ากระป๋อง มันจะช่วยปรุงแต่งรสชาติอาหารให้อร่อยยิ่งขึ้น และเป็นแหล่งให้ไขมันที่ดีอย่างหนึ่งด้วย



 

 
themeatking.com




       ( ภาพบน )  หยิบผักคะน้าแบบหั่นแล้ว ( Chopped Collards )  และแช่เย็น ขนาด 1.36 กก.จำนวน 1 ถุง ใส่รถเข็น





 
( ภาพบนซื้อกล้วยหอมสุก ไป "2 ผล" 


       ( ภาพบน ) ผมเป็นคนไม่ชอบทานโอ้ทมีลล์แบบเปล่าๆ  คือถ้าเป็นช่วงนอกฤดูการแข่งขัน ผมจะใช้ น้ำผึ้ง หรือไม่ก็ผงน้ำตาลเทียม ใส่ลงไปในโอ้ทมีลล์  แต่เนื่องจาก ตอนนี้เป็นช่วงประกวดผมจึงทานน้ำผื้ง และน้ำตาลเทียมไม่ได้  ดังนั้น ผมจึงใช้กล้วยหอมสำหรับการเพิ่มความหวานให้กับโอ๊ตมีลของผม  /  โดยผมจะซื้อไป 2 ผล

       ( Webmaster - ตอนที่ผมดูวีดีโออันนี้ในช่วงประกอบอาหาร ผมเห็นคุณ Evan เขาใช้กล้วยหอมในภาพข้างบนนี้เลย ซึ่งดูแล้วมันยังดิบ ตอนแรกผมเข้าใจว่าการใช้กล้วยหอมดิบ อาจเป็นเคล็ดลับการทานอย่างหนึ่ง  แต่ปรากฏว่า "ไม่ใช่"

       ที่ว่า "ไม่ใช่" ก็เพราะว่า เพื่อนสมาชิกลองดูในภาพข้างบนนี้ เขาเขียนว่า Ripe Bananas ซึ่งแปลว่า กล้วยหอม "สุก" ( Ripe ) ( คำว่า Banana ของฝรั่ง ก็คือกล้วยหอมนะครับ )

       นั่นก็หมายความว่า คุณ Evan เขาก็ทานกล้วยหอม "สุก" นั่นแหละ ( Ripe Bananas ) เพียงแต่ว่า ฝรั่งเขาออาจะมองว่า ไอ้กล้วยที่เขียวๆเหลืองๆปนกันแบบในภาพข้างบนนี้ คือกล้วยหอม "สุก" แล้วน่ะครับ )




 

       ( ภาพบน ) ( Webmaster - ขณะกำลังจะเดินไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์  ปรากฏว่า Evan ก็ฉุกคิดขึ้มาได้ว่าเขาลืมซื้อสิ่งสำคัญ อย่างหนึ่งไป ) 






       ( ภาพบน ) สิ่งสำคัญที่ Evan บอกว่าเกือบลืมซื้อไป นั่นก็คือ Lemon จำนวน "2 ลูก" เหมือนที่เห็นในภาพข้างบนนี้นี่เอง

       ( Webmaster - ที่ผมเอามาให้ดู 2 ภาพนั้น ก็เนื่องจากว่าในวีดีโอ มันไม่ได้บอกว่า เลมอน สองลูกนี้หนักเท่าไร ดังนั้น ผมจึงใช้วิธีเอามาให้ดูสองภาพ เพื่อเปรียบเทียบขนาดของผลเลมอน กับขนาดมือของ Evan  /  ซึ่ง Evan สูง 182 ซม. ( 5 ฟุต 11.5 นิ้ว )  เพื่อนสมาชิกก็ลองนึกภาพคนสูง 182 ซม.ว่าจะมีขนาดฝ่ามือประมาณเท่าใด แล้วก็เอามาเทียบกับในภาพข้างบนนี้ ที่ถือเลมอนไว้ 2 ลูก  เพื่อนสมาชิกก็จะกะขนาดของเลมอนได้นะครับ )



( ภาพบนหลังจากชำระเงินเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เดินทางกลับโรงแรมกัน  






       ( ภาพบน ) ณ.ตอนนี้ เรากลับมาที่โรงแรมที่พักของเราแล้ว  เดี๋ยวเรามาดูกันว่าจะประกอบอาหารด้วยไมโครเวฟกันอย่างไร ( Webmaster - ถ้าเพื่อนสมาชิกจะทานเลียนแบบคุณ Evan  ก็ลองตรวจสอบของบนโต๊ะดูนะครับ ว่ามีครบทุกอย่างตามที่เห็นวางอยู่บนโต๊ะในภาพข้างบนนี้หรือเปล่า  /  ถ้ามีครบแล้ว เดี๋ยวเราไปดูวิธีประกอบอาหารในหน้าถัดไปกันเลยครับ )



หน้าถัดไป

1  >  2  >  3  >  4