- หน้า 2 -


ขนาดร่างกายที่ใหญ่ขึ้น
         แปดเดือนหลังจากรายการโอลิมเปียปีที่แล้ว ผมทดลองบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องขนาดของผม โดยการเพิ่มน้ำหนักตัวในช่วงนอกฤดูการแข่งขัน ให้สูงถึง 141 กก. ทำได้อย่างไรน่ะหรือ? คำตอบคือ โปรตีน ครับ ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ผมจะรับโปรตีนสูงสุดวันละ 300 กรัมต่อวัน แต่มาปีนี้ ผมเพิ่มเป็น 2 เท่าตัว คือ 600 กรัมต่อวันเลยทีเดียว (อะมิโนแอซิด 1 เม็ด มีโปรตีน 1.6 กรัม ก็ตกวันละ 375 เม็ด - webmaster) ไม่ใช่ทานแค่นอกฤดูการแข่งขันเท่านั้น  ผมยังทานปริมาณเท่ากันนี้ในช่วงเก็บตัวแข่งด้วย คุณอาจคิดว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แต่ไม่ใช่เลย เพราะตอนที่ผมชนะรายการ Houston น้ำหนักผมลดลงเหลือ 122 กก. และอีกสามอาทิตย์จากนั้น เมื่อชนะรายการ NOC เอวผมเล็กลงไปมาก และน้ำหนักก็ลดลงอีก เหลือ 120 กก. ทั้งๆที่ผมทานโปรตีนเท่าเดิมตลอด
         อีกอย่างหนึ่งที่ผมเปลี่ยน ก็คือระยะเวลากดดันอาหาร (diet) ในช่วงเก็บตัว ซึ่งในสมัยก่อนผมเคยใช้แบบ 15 อาทิตย์บ้าง หรือไม่ก็ 9 อาทิตย์บ้าง ผลออกมาคือผมสูญเสีย ความเต่งตึงของกล้ามเนื้อ ตอนที่ขึ้นประกวดไปเลย ดังนั้นในปีนี้ผมจึงยึดทางสายกลาง คือใช้แบบ 12 อาทิตย์แทน ซึ่งมันได้ผลดีมาก เพราะผมไม่สูญเสียเซลล์กล้ามเนื้อไป อีกทั้งยังมีเวลาเหลือพอ ที่จะบริหารเพื่อแต่งกล้ามเนื้อให้คมขึ้นด้วย
         แม้ว่าผมจะทานโปรตีนมาก แต่เมื่อคำนวณรวมแคลอรี่กับอาหารตัวอื่นแล้ว ก็ได้เพียง 3,800 แครอลี่เท่านั้น ในขณะที่นักเพาะกายส่วนมาก จะรับถึงวันละ 6,500 แคลอรี่ และเมื่อพูดถึงโปรตีนแล้ว บอกได้เลยว่าการรับเข้าไป ก็เป็นเรื่องที่หนักหนาเหมือนกัน เพราะแหล่งโปรตีนพื้นฐานของผมก็คือ หน้าอกไก่ และอย่างที่ผมพูดไว้ข้างต้นว่า ผมทานโปรตีนวันละ 600 กรัม นั่นหมายความว่า เรากำลังพูดถึงปริมาณหน้าอกไก่มหาศาลเลย   หน้าอกไก่เป็นอาหารมื้อเช้า หน้าอกไก่เป็นอาหารกลางวัน หน้าอกไก่เป็นอาหารบ่าย  หน้าอกไก่เป็นอาหารเย็น การทานอย่างนี้ ก็ต้องมีบ้างล่ะที่ต้องเอียน จนต้องสาบานกับตัวเองว่า ในชีวิตที่เหลืออยู่นี้ จะไม่ทานหน้าอกไก่อีกต่อไปแล้ว  แต่พอผมเดินผ่านกระจกในบ้าน แล้วเห็นว่าหน้าอกไก่มันทำอะไรกับกล้ามเนื้อผม ก็ต้องขอยอมผิดคำสาบานกันล่ะ

nasser21.jpg

คุณสามารถชนะด้วยกล้ามที่คมแต่เล็ก หรือคุณอาจชนะด้วยกล้ามที่คมและใหญ่ ผมขอเลือกอย่างหลัง

         บางทีแล้ว เพื่อลองเปลี่ยนรสขาติ ผมก็หันไปทานปลาซัลมอนด์ สองครั้งต่ออาทิตย์ แล้วก็สเต๊กสองครั้งต่ออาทิตย์แทน แต่ว่าท้ายที่สุด ผลเป็นยังไงคุณก็คงรู้นะครับ (แนสเซอร์ก็หันกลับไปทานหน้าอกไก่เหมือนเดิม - webmaster) 
         ในอดีต ผมไม่เคยทานโปรตีนเกินวันละ 100 กรัมเลย แล้วพอเข้าช่วงฤดูการแข่งขัน ที่ต้องมีการกดดันอาหาร (diet) ผมลดคาร์โบไฮเดรตลง แต่ไม่ได้เพิ่มโปรตีนขึ้นเลย ผลก็คือกล้ามเนื้อฝ่อ และต้องถูกเขี่ยลงจากเวทีเป็นประจำ แต่มาถึงทุกวันนี้ ผมใช้โปรแกรมเก็บตัวก่อนแข่ง 12 อาทิตย์ แบ่งเป็น 3 ชุด ชุดละ 4 อาทิตย์ การเปลี่ยนแปลงจากชุดหนึ่ง ไปสู่ชุดหนึ่ง ก็คือการลดคาร์โบไฮเดรต แต่เพิ่มโปรตีน ,แครอลี่ และไขมันแทน การทำเช่นนี้ ทำให้กล้ามเนื้อคงสภาพความสด และเต่งตึง ไว้ได้ตลอดเวลา 

nasser22.jpg

         อาทิตย์แรก เป้าหมายของผม ต้องตัดคาร์โบไฮเดรต 150 กรัมให้ได้ภายใน 3 วัน เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ จันทร์ อังคาร การตัดคาร์โบไฮเดรตในระยะเวลาสั้นๆแบบนี้ จะทำให้ระบบอีเลคโตรไลต์ ในร่างกายผมทำงานเต็มร้อยได้อยู่ ทำให้กล้ามเนื้อดูดเอาโปรตีนไปใช้งานได้เหมือนเดิม
         มาพูดถึงเรื่องการตัดโซเดียม(เกลือ) กันบ้าง  ในอดีตนั้น ผมจะตัดโซเดียมถึง 4 อาทิตย์ก่อนแข่งเลย แต่มาเดี๋ยวนี้ ผมทำแค่ 3 วันก่อนแข่งเท่านั้นแหละครับ ส่วนเรื่องอาหารเสริมตัวอื่น ที่ขาดไม่ได้ และต้องทานเป็นปริมาณมากๆก็คือ แมกนีเซียม ,เกลือแร่ ,วิตะมินบีคอมเพล็กซ์ และวิตะมินซี  แต่ผมจะไม่ทานโปรตีนปั่น เพราะมันเป็นของเหลว ซึ่งจะต้องมาเสียเวลารีดออกก่อนแข่งอีก


 

หน้าถัดไป


 

1  <  2  >  3  >  4  >  5