- หน้า 2 -


1  2  >  3  >  4  >  5


รากฐานการเพาะกายของเมรัล
            ในครั้งแรกเมรัลเริ่มด้วยการเป็นครูสอนแอโรบิคส่วนตัว จนกระทั่งต่อมาเธอพบว่ามีปัญหาเกี่ยวกับข้อเข่าอักเสบ เมรัลพูดถึงเรื่องนี้ว่า "การทำแอโรบิคสร้างปัญหาให้กับฉันมากในช่วงนั้น เวลาทำแอโรบิค ดิฉันต้องเอาเทปพันหัวเข่าไว้ด้วยกันเลย   ต่อมาเมื่อปรึกษาแพทย์ คุณหมอบอกว่า มันอาจพัฒนาเป็นข้อต่ออักเสบในอนาคตได้ "
            หลังจากได้รับคำแนะนำจากหมอ เมรัลก็เริ่มบริหารด้วยลูกน้ำหนักกับแฟนของเธอที่โรงยิมใกล้ๆบ้าน ซึ่งต่อมาก็พัฒนา จากการยกน้ำหนักธรรมดา มาเป็นการเพาะกาย หลังจากนั้นอีก 9 เดือนก็เข้าแข่งในรายการ มิสเวอร์จิเนีย เป็นรายการแรกในชีวิต และได้ตำแหน่งที่สอง  หลังจากนั้นหนึ่งเดือนก็เข้าแข่งในรายการกรังปรีที่วอชิงตันดีซี ในรุ่นนักเพาะกายหน้าใหม่ เมื่อผ่านเข้ารุ่นเปิด (Open class) ก็เอาชนะมาได้ 1 รางวัล
            จากนั้นเมรัลก็ไม่เข้าแข่งรายการใดๆอีกเป็นเวลา 2 ปีเพื่อเตรียมตัวเข้าแข่งรายการ The Junior Nationals ซึ่งเมื่อถึงรายการนี้ เธอได้ที่สาม เป็นรองจากอันดับสองแค่แต้มเดียว ในตอนแข่งนั้น น้ำหนักเธอคือ 50 กก. (ตอนเพาะกายครั้งแรกหนัก 42 กก.) จากนั้นเธอก็ไม่แข่งรายการใดๆอีก 1 ปีเพื่อเตรียมตัวเข้ารายการที่ใหญ่กว่า คือรายการระดับนานาชาติ ซึ่งในรุ่นน้ำหนักของเธอมีนักเพาะกายรูปร่างดีเข้ารอบถึง 28 คน และเธอก็ได้แชมป์สมความปรารถนา
ปรัชญาการบริหาร
            เมรัลตั้งใจไว้แต่แรกแล้วว่า จะไม่เล่นเกมส์ "กล้ามเนื้อ" (หมายความว่า ไม่เน้นเรื่องการสร้างปริมาณมัดกล้าม -  webmaster) เมรัลกล่าวว่า "ดิฉันจะไม่บริหารเพื่อความใหญ่และหนา เพราะดิฉันยังคิดว่าผู้หญิงก็ควรจะเป็นผู้หญิง ไม่ยกเว้นกระทั่งการเป็นนักเพาะกาย ดิฉันต้องการมัดกล้ามเหมือนกัน แต่ต้องไม่มากจนเกินตัว ดิฉันพยายามขึ้นเวทีด้วยรูปร่างที่ดีที่สุด และมีกล้ามเนื้อมากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ แต่ปราศจากคำว่า "ใหญ่เหมือนผู้ชาย"
            "ดิฉันไม่ใช้ท่าที่ต้องออกแรงมากๆ เพราะมันจะทำให้กล้ามเนื้อใหญ่เกินไป ดิฉันสูงแค่ 155 เซนติเมตร ดังนั้นความใหญ่แบบไมค์  ฟรานโคส จึงไม่ใช่วัตถุประสงค์ของดิฉัน" เมรัลบริหารร่างกายอาทิตย์ละ 4 - 5 ครั้ง บริหารกล้ามเนื้อวันละ 1 - 2 ส่วน แต่เมื่อเข้าฤดูการแข่งขัน (13 อาทิตย์ก่อนแข่ง) จะเพิ่มเป็นบริหารวันละ 3 - 4 ส่วน รวมทั้งทำแอโรบิควันละ 1 - 2 ชั่วโมง ด้วย STAIR CLIMBBER และ BIKE
            ดิฉันจะใช้เครื่อง Stair Climbber โดยตั้งความฝืดไว้ระหว่างระดับ 9 ถึง 11 เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง จากนั้นก็เปลี่ยนไปปั่นจักรยานอยู่กับที่ โดยตั้งความฝืดไว้ที่ระดับ 5 อีกหนึ่งชั่วโมง ดิฉันยอมรับว่า มันโหดเอาการและน่าเบื่ออีกด้วย แต่ก็มีแต่วิธีนี้แหละที่จะทำให้ไขมันในร่างกายกระเด็นออกไป
            ทุกวันนี้ปรัชญาการบริหารของดิฉันก็ไม่เคยเปลี่ยน ฉันต้องการหุ่นดูเพรียว และคมเหมือนรูปแกะสลัก ตอนนี้ดิฉันหนัก 63 กก. แต่เมื่อจะเข้าประกวดในปีนี้ ดิฉันจะตัดลงให้เหลือ 57 กก. ซึ่งเป็นน้ำหนักที่หนักที่สุด ตั้งแต่เคยขึ้นประกวดมาค่ะ"



BENCH PRESS

(รูปอยู่ด้านล่าง)

            นี่เป็นท่าพื้นฐานตามตำรา และก็ดีที่สุดในการสร้างร่างกายท่อนบนด้วย เริ่มด้วยการนอนบนเตียง จับบาร์ให้กว้างกว่าหัวไหล่ข้างละ 3 - 5 นิ้ว ค่อยๆลดบาร์ลงมา จนกระทั่งแตะหน้าอกส่วนกลางเบาๆ ประมาณ 2 นิ้วสูงขึ้นมาจากอกส่วนล่าง จากนั้นค่อยๆใช้ดันบาร์กลับ โดยไม่ใช้การกระเด้งบาร์จากหน้าอก นักเพาะกายบางคนก็ใช้เครื่อง Smith machine เพราะบาร์จะเคลื่อนที่ขึ้นและลงในทิศทางที่ตั้งไว้ ทำให้พวกเขาเพ่งสมาธิไปที่กล้ามเนื้อหน้าอกได้เต็มที่ ไม่ต้องห่วงเรื่องรักษาแนวเคลื่อนที่ของบาร์ ส่วนดิฉัน บางครั้งก็จะเปลี่ยนมาใช้ดัมเบลล์ เพราะเปิดโอกาสให้เคลื่อนที่ได้เต็มรูปแบบ (Full range of motion) และสามารถเกร็งกล้ามเนื้อเมื่อชูแขนขึ้นสูงสุดได้ด้วย ซึ่งการใช้บาร์เบลล์ทำไม่ได้

 

meral21.jpg


 

หน้าถัดไป


 

1  2  >  3  >  4  >  5