(
ภาพบน )
ถ้าผมเป็นคนที่ตั้งใจจะหลอกขายสินค้าจริง
ผมคงไม่เอาอีเมลของคนที่ได้ตารางฝึกไปแล้วใช้ไม่ได้ผล
เอามาให้เพื่อนสมาชิกคนอื่นดูจริงไหมครับ (
เพราะมันจะส่งผลกระทบถึงยอดขายอาหารเสริม คือทำให้คนซื้อน้อยลง )
แต่เพราะผมไม่ได้สนใจว่าจะขายดีหรือไม่ ผมตั้งใจทำตารางฝึกทุกอัน
"อย่างเต็มที่" ใช้การเก็บสถิติจากการดูตารางฝึกมาเป็นพันๆแบบ
จากนักเพาะกายทั่วโลกหลายร้อยคน แล้วใช้สถิติ "กลั่น"
ออกมาว่าตารางฝึกที่ดีควรจะเป็นแบบไหน "ไม่ใช่นั่งเทียน"
คิดเอาเองว่ามันน่าจะเป็นแบบนั้น แบบนี้
ตอนนี้ขอแยกคำถามข้างบนออกเป็น 3 ข้อ
ดังนี้คือ
คำถาม - กว่าจะเห็นผล
ต้องใช้ระยะเวลาเท่าไร ขอเวลาที่แน่นอนหน่อยสิ?
คำตอบ - ที่ผ่านมา
ผมประสบปัญหาอย่างหนึ่งซึ่งไม่คิดว่าจะมีคนคิดแบบนี้
คือเขาคิดว่าเมื่อเสียเงินซื้ออาหารเสริมกับทางเวบแล้วได้ตารางฝึกจากผมไป
แล้วไอ้เจ้าตารางฝึกอันนี้ก็จะเหมือน "มีดหมอทำศัลยกรรม"
ที่เขาแค่นอนบนเตียงแล้วก็ให้มีดหมอทำงานไป แล้วพอเขาตื่นขึ้นมา
ก็มีรูปร่างใหม่สมดังใจหวังแล้ว
มุขแบบนี้เขามีไว้ "หลอกขายของ"
กัน เช่นรับปากว่าคุณจะมีกล้ามใหญ่ภายใน ...เดือน ,คุณจะลดไขมันได้ภายใน
... เดือน ,กินยาตัวนี้สิ กล้ามจะขึ้นภายใน .... เดือน
ถ้าคุณเจอโฆษณาแบบนี้ให้ระวังตัวไว้ครับ เขาจะหลอกเอาเงินในกระเป๋าคุณ
ผมอยู่ในวงการนี้ 36 ปี
แล้ว จึงมองภาพออกว่ามันไม่มีอยู่จริง หรือถ้ามีจริง
ก็ต้องใช้วิธีที่ผิดธรรมชาติ เช่นฉีดสเตอรอยด์ ,ให้อดอาหาร
ซึ่งมันจะทำไม่ได้นานเพราะมันผิดธรรมชาติ
ไม่สามารถทำให้มนุษย์อย่างคุณดำรงชีวิตอย่างปกติสุขได้
คุณจะได้อะไรที่ไม่ดีเป็นของแถมตามมาภายหลัง ไม่ว่าจะเป็น มะเร็ง
,ความเครียดที่เกิดจากการขาดน้ำตาล ,การกินแหลกเพราะอดอาหาร (
ในช่วงรีดไขมัน ) มานาน
ที่ถูกแล้ว
คุณต้องมองว่าตารางฝึกของผมเปรียบเป็น "แผนที่"
ให้คุณมากกว่า ( ไม่ใช่มีดหมอทำศัลยกรรม
) อีกทั้งยังให้ความปลอดภัยกับคุณ ทั้งให้เห็นเส้นทางลัดที่ตรงไปสู่จุดหมาย
ได้ดีที่สุด
การเพาะกายก็เหมือนการปลูกต้นไม้
ซึ่งต้องใช้ระยะเวลา ไม่ใช่มันจะโตให้คุณเห็นได้ในชั่วข้ามคืน (
แต่ความจริงน่ะมันโตอยู่ตลอดเวลา
แต่คุณไม่ได้สังเกตเท่านั้นเอง ) กล้ามเนื้อของคนเราก็เหมือนกัน
มันจะเปลี่ยนแปลงตั้งแต่อาทิตย์แรกที่คุณจับลูกเหล็กและบริหารอย่างถูกต้องตามตารางฝึกที่ผมบอกไว้
เพียงแต่การเติบโตจะค่อยเป็นค่อยไป
และเพราะการเติบโตมันค่อยเป็นค่อยไปนี่เอง ถ้าคุณไม่มีแผนที่ (
คือไม่มีตารางฝึกของผม )
คุณก็อาจเดินหลงทางไปซะ 3 ปี แล้วถึงพึ่งรู้ว่าเล่นมาผิดนี่หว่า!
แล้วต้องมาเริ่มต้นกันใหม่
ผมก็เลยเตือนว่าการเล่นกล้ามให้สำเร็จนั้น "เงินซื้อไม่ได้"
ไม่อยากให้คิดเหมือนการซื้อคอร์สลดน้ำหนัก หรือซื้อคอร์สฟิตเนส
ที่หลับหูหลับตาซื้อแล้วก็ต้องเป็นเหยื่อของสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพแต่มีรูปแบบกล่องภายนอกที่สวยหรูเท่านั้น
ขอให้คุณคิดว่ามาเอา "แผนที่"
การเล่นกล้ามจากผมไปดีกว่า
ดีกว่าที่จะต้องไปเสียเวลารังวัดทำแผนที่ด้วยตัวเองอีก 20 ปี /
แล้วท้ายที่สุดก็ต้องกลับมายอมรับว่า รู้งี้เชื่อ Webmaster
ตั้งแต่แรกดีกว่า
หมายเหตุ - อ่านตรงนี้ ผมอาจทำให้คุณผิดหวังบ้าง
ผมเข้าใจดีว่า คุณต้องการให้ผมรับปากว่าหลังจากได้ตารางฝึกจากผมไปแล้ว
คุณจะสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ภายในกรอบระยะเวลาที่มองเห็นได้
แต่ผมก็ไม่อยากหลอกขายของคุณ
มันไม่ยากหรอกครับที่จะให้ความหวังเพื่อนสมาชิกเพียงเพื่อจะให้ขายอาหารเสริมหรือตารางฝึกของผมไปได้
เพียงแต่ผมไม่ใช่คนอย่างนั้น
แล้วถ้าคุณยังถามอีกว่า
"ยังงี้ก็เหมือนให้ออกกำลังหลักลอยไปเรื่อยๆสิ" ไม่ใช่ครับ
ถึงแม้ไม่มีกรอบเวลา แต่ความเปลี่ยนแปลงบนร่างกายคุณ
มันจะเปลี่ยนตั้งแต่อาทิตย์แรกที่คุณจับลูกเหล็กแล้วครับ อันนี้ผม Confirm
มันจะขึ้นอยู่กับว่าคุณจะดูตัวเองตอนไหนต่างหาก
ก็ในเมื่อคุณอยู่หน้ากระจกทุกวัน คุณเลยไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวเอง
เหมือนกับต้นไม้ที่ค่อยๆโตนั่นแหละ
ลองทิ้งไว้สองเดือนแล้วให้เพื่อนที่ไม่ได้เจอหน้าเจอตากัน มาเห็นคุณเข้า
รับรองต้องร้องทักทุกรายครับผม
การนำเสนอตารางฝึกให้คุณนั้น
ผมนำเสนอเป็นลิงก์ ( แปลว่าคลิ๊กเข้าไปดูได้
) ไม่ได้นำเสนอเป็นเอกสารเป็นแผ่นๆ แต่ละลิงก์จะใช้หลักการเดิมคือ
แยกด้วยหมวดหมู่ของอุปกรณ์
ตารางเพาะกายนี้
แต่ละคนก็จะไม่เหมือนกัน โดยจะถูกแยกด้วยรูปแบบอุปกรณ์ที่คุณมี (
ซึ่งตอนนี้ผมทำให้เพื่อนสมาชิกไว้เกือบ 800
แบบแล้ว ไม่ซ้ำกันเลย ) นั่นคือคนที่เข้าไปในลิงก์นั้นได้
ก็จะมีแต่คุณเท่านั้น ไม่ได้เป็นลิงก์เปิดที่ใครๆก็เข้าไปได้
ต้องบอกไว้ก่อนเดี๋ยวพอเห็นว่าผมส่งเป็นลิงก์ไปให้แล้วจะเข้าใจว่าเหมือนตอนอ่านเนื้อหาในเวบ
ที่ใครๆก็คลิ๊กเข้าไปดูได้ ไม่ใช่อย่างที่คิดครับ การนำเสนอเป็นลิงก์
มันจะทำให้อธิบายท่าฝึกได้ง่ายกว่ากัน
เพราะเพียงแค่คุณคลิ๊กไปที่ชื่อท่าฝึก มันก็จะเกิดภาพเด้งขึ้นมาให้ดูเลย (
ในขณะที่การนำเสนอเป็นแผ่นกระดาษ ทำไม่ได้
) ทำให้ง่ายต่อความเข้าใจน่ะครับ
เมื่ออ่านที่ผมเขียนมาเกี่ยวกับตารางฝึกนี้แล้ว
ก็ให้กลับไปคิดใหม่อีกทีนะครับ ว่ายังยินดีให้ผมทำตารางฝึกให้หรือเปล่า
และตารางฝึกของผม เมื่อได้ไปแล้ว คุณก็สามารถใช้ได้ตลอดไปด้วย
ไม่ว่าจะหยุดเล่นไปอีกปีสองปี
ก็ยังกลับมาเริ่มใหม่ในตารางฝึกเดียวกันนี้ได้เสมอครับ
คำถาม -
ออกแบบตารางฝึกเฉพาะคนหรือเปล่า? ,ทำไมต้องวัดขนาดร่างกายก่อน ?
คำตอบ - บางที ตรงนี้อาจจะคลาดเคลื่อนในบางประเด็น
เพราะเพื่อนสมาชิก เห็นว่าผมให้วัดตัวก่อนทำตารางฝึกให้ ก็เลยเข้าใจว่า
ผมจะแบ่งหมวดหมู่การทำตารางฝึกเป็น เอ็คโตมอร์ฟ ,เมโซมอร์ฟ ,เอ็นโดมอร์ฟ
ตามบทความที่หน้า
http://www.tuvayanon.net/2-book-A-01-J-600602-0846.html
ซึ่งความจริง ไม่ใช่ครับ เพราะหลักสากลนั้น คุณจะบอกไม่ได้ว่าเขาเป็น
เอ็คโตมอร์ฟ ,เมโซมอร์ฟ ,เอ็นโดมอร์ฟ จนกว่าจะเริ่มบริหารไปสักสองปีแล้ว
ดังนั้น การแบ่งหมวดหมู่ตารางฝึกของผม
จะไม่ใช่การแบ่งด้วยรูปร่างของเพื่อนสมาชิกแต่อย่างใด
และหลักการออกแบบตารางฝึกคือ ต้องสร้างกล้ามเนื้อพื้นฐานก่อน โดยไม่สนใจว่า
เพื่อนสมาชิกจะเป็นคนอ้วน ,อ้วนมาก ,ผอม ,ผอมมาก ,สูง ,สูงมาก ,สูงน้อย
นั่นคือทุกคนจะต้องใช้ตารางฝึกอันเดียวกันหมด
แต่จะถูกแยกหมวดหมู่ด้วยอุปกรณ์ที่บริหารเท่านั้น
แล้วทุกคนก็จะก่อเกิดกล้ามเนื้อพื้นฐาน และความสมดุลในร่างกายขึ้นมาเอง
คนอ้วน ก็จะลดน้ำหนักลง ,คนผอม ก็จะเพิ่มน้ำหนักขึ้น
ซึ่งตารางฝึกสากลก็จะเป็นเช่นนี้ทั้งนั้น
จากนั้น เมื่อเวลาผ่านไป
จนเพื่อนสมาชิกมีปีกขากล้าแกร่ง สามารถสร้างตารางฝึกเองได้
ก็อาจจะเริ่มแตกแขนงการฝึกของตัวเอง ให้แตกต่างออกไปตามลักษณะร่างกาย
ตามที่แนะนำไว้ที่หน้า
http://www.tuvayanon.net/2-book-A-01-J-600602-0846.html
ได้
และผมขอยืนยันว่า จงอย่าไปขวนขวาย
หาตารางฝึกสำหรับคนอ้วนเพื่อจะลดน้ำหนักเลยครับ ไม่อย่างนั้น
ก็จะต้องโดนหลอกเข้าสักวัน ถ้าเขาโยนตารางฝึกอันนึงให้คุณแล้วบอกว่า "นี่ไง
ตารางฝึกเพาะกายสำหรับคนอ้วน" ผมยืนยันครับว่า "ไม่มี"
ดังนั้น คำว่าออกแบบให้เฉพาะคนในที่นี้ จึงหมายถึง
การที่คุณมีอุปกรณ์ไม่เหมือนคนอื่น ก็นั่นแหละ
คือตารางฝึกที่มีคุณใช้อยู่เพียงคนเดียว คนอื่นมาใช้ร่วมไม่ได้ (
เพราะไม่ได้มีอุปกรณ์เหมือนคุณ )
ส่วนที่ว่าทำไมต้องวัดร่างกายก่อน คำตอบส่วนหนึ่งก็คือตามที่บอกไปแล้วเบื้องต้นว่า "ไม่เกี่ยว"
กับการบอกมาว่าคุณเป็น เอ็คโตมอร์ฟ ,เมโซมอร์ฟ ,เอ็นโดมอร์ฟ แต่อย่างใด
คำตอบอีกส่วนก็คือ การวัดนั้น ก็เพื่อเก็บไว้เป็นข้อมูล
เพื่อตรวจสอบภายหลังว่ากล้ามเนื้อส่วนไหนของคุณพัฒนาได้เร็วกว่าส่วนอื่น
,ส่วนไหนช้ากว่าส่วนอื่น ,มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง ,ช้า หรือเร็ว
เพื่อจะได้มาปรึกษาผมในภายหลังได้ ซึ่งคนที่จะบอกได้ดีที่สุดก็คือตัวคุณเอง
เพราะคุณเป็นผู้วัดร่างกายมากับมือ และเรื่องการวัดร่างกายก่อนฝึก
ก็เป็นเรื่องสากล ( ตามปกติจะต้องถ่ายภาพ
โดยถือหนังสือพิมพ์รายวันที่พึ่งซื้อมาในวันนั้น ไว้ในมือด้วย
เพราะหนังสือพิมพ์จะเป็นสิ่งยืนยันว่า ภาพที่ถ่ายนั้น ถ่ายวันที่เท่าไร
โดยดูจากตัวหนังสือพาดหัวตัวโตๆในหน้าแรกนั่นเอง )
|