- หน้า 2 -


             หลังจากได้เป็นนักเพาะกายอาชีพสองปี ผมถึงพึ่งรู้ตัวเองว่า กล้ามขาของผมเป็นจุดอ่อนแอที่สุดในร่างกาย ด้วยเพราะเหตุผลสองประการคือ หนึ่ง ผมมีโครงสร้างร่างกายที่ห่วยมาตั้งแต่เกิด และสอง การฝึกกล้ามขาเป็นอะไรที่เหนื่อยยากกว่าทั้งหมด ทำให้ผมเกลียดการฝึกขา  ผมเคยบริหารขาสองครั้งในหนึ่งอาทิตย์  บริหารด้วยท่า SQUAT 5 เซท และต่อด้วย LEG EXTENSION 5 เซท สำหรับต้นขาด้านหน้า ตามด้วยท่า LYING LEG CURL 5 เซท สำหรับต้นขาด้านหลัง ทุกๆเซทจะทำ 8 - 12 ครั้ง  แต่ทั้งหมดนี้ไม่หนักพอที่จะได้กล้ามขาสวยๆได้

munzerleg21.jpg

             ผมมีข้อแนะนำนักกล้ามหน้าใหม่ ว่าอย่าพึ่งฝึกต้นขาอย่างหนักด้วยบาร์เบลล์ อันได้แก่ท่า SQUAT คุณควรใช้อุปกรณ์ (Machine) ต่างๆไไปก่อน เพื่อจะได้เรียนรู้วิธีควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ จวบจนทักษะของคุณก้าวหน้าเพียงพอแล้ว จึงค่อยหันไปจับคานบาร์เบลล์
             เป็นเวลากว่า 10 ปีที่ตารางฝึกผมไม่เคยเปลี่ยน ผมบริหาร 6 วันต่อสัปดาห์ ดังนี้

 

ตารางฝึก

จันทร์ อก ,บ่า ,น่อง
อังคาร ไบเซบ ,ปีก ,กล้ามท้อง
พุธ ไทรเซบ ,ต้นขา
พฤหัส (เหมือนวันจันทร์)
ศุกร์ (เหมือนวันอังคาร)
เสาร์ (เหมือนวันพุธ)
อาทิตย์ พัก

 

 

             การเล่นกล้ามขาของผม เปลี่ยนไปบ้างเมื่อผมย้ายมาทำงานที่เยอรมัน ผมทำงานเป็นที่ปรึกษา อยู่ที่ศูนย์กีฬา Busek's Sportcenter ที่เมืองมูนิค ในเยอรมัน ทำให้ผมมีเวลาบริหารได้ทั้งวัน ผมมีเวลาในการฝึกมากขึ้น ดังนั้นผมจึงขยายคาบเวลาการฝึกออกไป

 

ฝึกขาก่อนอย่างอื่น

         คุณต้องยอมรับความจริงก่อนว่า กล้ามขาคือส่วนที่บริหารยากที่สุด และต้องใช้พละกำลังมหาศาล ดังนั้น ถ้าต้องการบริหารต้นขาให้ได้ผลดีที่สุด คุณจะต้องนำมันมาบริหาร ก่อนกล้ามเนื้อส่วนอื่นในตารางฝึก 
         จะบริหารกล้ามขาให้ได้ผลดีที่สุด  คุณต้องมีความพร้อมในด้านจิตใจ และความสดในร่างกาย   และต้องยึดหลักว่า ต้องใส่ความเข้มข้นในการบริหารขา ให้มากที่สุดเท่าที่จะให้ได้ อัตราเร่งในการเติบโตของกล้ามขา ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นที่ใส่เข้าไป

 


 

หน้าถัดไป


 

1  <  2  >  3  >  4