|
- หน้า 2 - |
จะเริ่มต้นอย่างไร? การเพาะกาย มีโอกาสเสี่ยงในการทำให้เยื่อบางๆ ตามข้อต่อชอกช้ำ และได้รับบาดเจ็บมากกว่ากีฬาชนิดอื่น นั่นเป็นเพราะ เมื่อพูดถึงการเพาะกาย เรากำลังพูดถึง การเพิ่มจำนวนแผ่นน้ำหนักเข้าไปให้หนักที่สุด เท่าที่จะยกได้ ดังนั้นนักเพาะกาย จำเป็นจะต้องวอร์มร่างกายทั่วร่างทุกครั้งก่อนบริหาร มันทำให้ ประสิทธิภาพการทำงานของกล้ามเนื้อดีขึ้น และทำให้การบริหารร่างกายคราวนั้น ได้รับประโยชน์สูงสุด และดีที่สุดคือ มันลดความเสี่ยงในการได้รับบาดเจ็บลงอย่างมาก เมื่อถึงคราวที่จะเริ่มเพาะกาย การวอร์มร่างกายของคุณ จะต้องมีสิ่งเหล่านี้ครบ 3 ประการคือ |
|
|
1.บริหารด้วยวิธีแอโรบิคแบบเบาๆ - วิ่งอยู่กับที่ ,ปั่นจักรยานอยู่กับที่ หรือใช้เครื่อง TREADMILL เป็นเวลา 4 - 7 นาที จากนั้นต่อด้วย |
|
|
2.ยืดตัว(stretch) - ยืดกล้ามเนื้อชิ้นใหญ่ๆทั้งตัว เช่น อก ปีก ต้นขา และให้เน้นเป็นพิเศษ คือกล้ามเนื้อส่วนที่กำลังจะบริหารในคาบนั้น จากนั้นต่อด้วย |
|
|
3.วอร์มด้วยลูกน้ำหนัก - ดูว่าน้ำหนักที่คุณเคยใช้มากสุด ในตอนที่บริหารคราวก่อนสำหรับท่านี้เป็นเท่าไร ให้ตัดเหลือ 25 เปอร์เซ็นต์ของอันนั้น แล้วน้ำหนัก 25 เปอร์เซ็นต์นี้ ให้คุณนำมาใช้วอร์มในเซทแรกเลย จากนั้นเซทต่อๆไปค่อยๆเพิ่มน้ำหนักไปเรื่อยๆ จนถึงน้ำหนักที่หนักที่สุดที่ใช้ได้ การวอร์มร่างกายสำหรับผู้จะบริหารด้วยแอโรบิค จะต่างกับนักเพาะกายนิดหน่อย เพราะจุดประสงค์ในการวอร์ม สำหรับผู้ฝึกแอโรบิคคือ ต้องการเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ ,ความดันเลือด ,การเผาผลาญออกซิเจน (นักแอโรบิค จะเอาออกซิเจนมาเผาเป็นพลังงาน แต่นักเพาะกายจะเอาไขมันในร่างกาย มาสันดาปเป็นพลังงาน - webmaster) ,การขยายเส้นหลอดเลือด ,การยืดหยุ่นของข้อต่อ ดังนั้นการวอร์ม จะต้องผ่าน 2 ข้อนี้ตามลำดับคือ 1.แอโรบิคแบบเบาๆ - หลักการคือใช้กล้ามเนื้อที่คุณจะทำแอโรบิคนั่นแหละ มาทำแอโรบิคเพื่อการวอร์ม เช่นถ้าคุณจะวิ่งไกล คุณก็ทำแอโรบิคด้วยการ วิ่งอยู่กับที่ ถ้าคุณจะปั่นจักรยานขึ้นภูเขา คุณก็ทำแอโรบิคด้วยการปั่นจักรยานอยู่กับที่ จากนั้นให้ต่อด้วย... |
|
|
2.ยืดกล้ามเนื้อ (stretch) - ให้ยืดกล้ามเนื้อชิ้นใหญ่ๆ เน้นที่กล้ามเนื้อส่วนล่างเป็นพิเศษ (คำว่าส่วนล่าง หมายถึงไล่ตั้งแต่ใต้สะดือลงไป - webmaster) |