- หน้า 1 -



หน้าแรก  /  ดัชนี-9  /  ดัชนี-แนวคิด 

/  ดัชนี-แนวคิด-เรียง-อักษร 

/  ดัชนี-อักษร-F-หลัก  /  อักษร-F-หลัก-01 

/  ดัชนี-ย่อย-ระดับ-หนึ่ง-01 

/  ดัชนี-ย่อย-ระดับ-สอง-01 

/  V-9bb-01-01-08-P-650824-0212 

/  V-9bb-01-01-01-Y-691030-0228 

/  V-9bb-01-01-01-Y-691030-0430 




อัตชีวประวัติของ Flex Wheeler


( ข้างล่างนี้ )





จากคลิปวีดีโอ Flex Wheeler – The Greatest That Never Was

เฟล็กซ์ วีลเลอร์ : หนึ่งในนักเพาะกายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ผู้ไม่เคยได้เป็น Mr. Olympia


       ครั้งนี้ผมจะพาเพื่อนสมาชิกมารู้จักเรื่องราวชีวิตของ เฟล็กซ์ วีลเลอร์ ( Flex Wheeler ) หรือชื่อเต็มว่า เคนเนธ เฟล็กซ์ วีลเลอร์ ( Kenneth Flex Wheeler ) นักเพาะกายระดับตำนานที่ได้รับการยกย่องจากนักเพาะกายร่วมยุคจำนวนมากว่าเป็นเจ้าของหนึ่งในรูปร่างที่สวยงาม สมส่วน และสมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่เคยปรากฏบนเวทีเพาะกาย

       เรื่องราวนี้ไม่ได้มีเฉพาะเรื่องการประกวดเท่านั้น เพราะชีวิตของเฟล็กซ์ผ่านทั้งความยากจนในวัยเด็ก ความสำเร็จระดับโลก อุบัติเหตุร้ายแรง โรคไต การปลูกถ่ายไต การสูญเสียขาบางส่วน รวมไปถึงการต่อสู้กับความรู้สึกภายในของตัวเอง

       เอาล่ะครับ เรามาเริ่มกันเลยครับ





britannica.com

ภาพของ LeBron James


       ( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 0.00 – 1.18 )

       ช่วงเปิดคลิปเป็นการรวบรวมคำพูดจากนักเพาะกายและบุคคลในวงการหลายคนที่พูดถึงรูปร่างของ เฟล็กซ์ วีลเลอร์ โดยหลายคนมองว่าเขามีหนึ่งในรูปร่างที่ดีที่สุดเท่าที่เคยขึ้นเวทีเพาะกาย

       จุดเด่นของเฟล็กซ์ไม่ใช่เพียงการมีกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ แต่เป็นการผสมผสานระหว่างมวลกล้ามเนื้อ รูปทรงกล้ามเนื้อ ความสมมาตร สัดส่วน เอวที่เล็ก ไหล่ที่กว้าง และเส้นสายของร่างกายที่สวยงาม

       มีผู้เปรียบเทียบเขาว่าเป็นเหมือน LeBron James แห่งวงการเพาะกาย ขณะที่คู่แข่งของเขาบางคนยอมรับว่า การต้องขึ้นเวทียืนเปรียบเทียบกับเฟล็กซ์เป็นสิ่งที่สร้างความกดดันอย่างมาก

       ในคลิปยังมีการกล่าวถึงช่วงที่เฟล็กซ์มีน้ำหนักประมาณ 124.7 กก. ( 275 ปอนด์ ) พร้อมกับระดับไขมันในร่างกายที่ต่ำมาก ซึ่งเป็นตัวอย่างว่าร่างกายของเขาสามารถสร้างทั้งขนาดและความคมชัดของกล้ามเนื้อได้ในระดับสูงเพียงใด

       อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังร่างกายที่ดูสมบูรณ์แบบนั้น กลับเป็นชีวิตของผู้ชายคนหนึ่งที่ต้องต่อสู้กับปัญหามาตั้งแต่วัยเด็ก




 


       ( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 1.18 – 3.41 )

       เคนเนธ เฟล็กซ์ วีลเลอร์ เกิดวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ.2508 ( August 23, 1965 ) ที่เมืองเฟรสโน รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา






       ( ภาพบน ) วัยเด็กของเขาไม่ได้สุขสบายเลย ครอบครัวมีฐานะยากจนและมีแม่เป็นผู้พยายามเลี้ยงดูครอบครัว เฟล็กซ์เล่าว่ามีช่วงหนึ่งที่ชีวิตลำบากถึงขั้นต้องเผชิญทั้งความหิว เสื้อผ้าที่ไม่สะอาด และสภาพบ้านที่มีหนูวิ่งอยู่ในห้องตอนกลางคืน

       นอกจากนี้เขายังมีปัญหา Dyslexia ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการอ่าน การเขียน และการสะกดคำ ในยุคที่เขายังเป็นเด็ก ความเข้าใจเกี่ยวกับ Dyslexia ยังไม่แพร่หลายเหมือนในปัจจุบัน เด็กที่มีปัญหาดังกล่าวจึงอาจถูกมองอย่างไม่ถูกต้องว่าเรียนไม่เก่ง

       เฟล็กซ์บอกว่าแม้เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว การอ่านอและการสะกดคำก็ยังเป็นเรื่องยากสำหรับเขา และปัญหานี้เคยทำให้เขาหลีกเลี่ยงโอกาสบางอย่าง เพราะไม่ต้องการให้คนอื่นเห็นว่าเขามีปัญหาในการอ่าน

       ประสบการณ์ต่างๆ ในวัยเด็กทำให้เขามีความรู้สึกไม่มั่นคงในตัวเองอย่างรุนแรง และสิ่งเหล่านี้ได้ติดตามเขาไปอีกหลายสิบปี แม้ในวันที่เขากลายเป็นหนึ่งในนักเพาะกายที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกแล้วก็ตาม



 


       ( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 3.41 – 5.18 )

       สิ่งหนึ่งที่ช่วยให้เฟล็กซ์ค้นพบเป้าหมายในวัยเด็กคือศิลปะการต่อสู้

       เขาเริ่มฝึกตั้งแต่อายุยังน้อย และมีความสามารถด้านการต่อสู้อย่างมาก เฟล็กซ์ถึงกับเล่าว่า ครูฝึกของเขาเคยบอกว่าเขาอาจมีความสามารถด้านการต่อสู้มากกว่าความสามารถด้านเพาะกายเสียอีก

       อย่างไรก็ตาม ในยุคนั้นเส้นทางอาชีพด้านศิลปะการต่อสู้ไม่ได้สร้างรายได้ให้เขามากนัก

       ในเวลาเดียวกัน เฟล็กซ์เป็นเด็กที่ผอมมากจนได้รับฉายาว่า “Skinny Kenny”




 

 


       ( ภาพบน ) เขาบอกว่าเริ่มออกกำลังกายด้วยน้ำหนักตั้งแต่อายุประมาณ 9 ปี โดยฝึกร่วมกับพี่น้องและเพื่อน อุปกรณ์และความรู้ในเวลานั้นยังมีไม่มาก การฝึกส่วนใหญ่จึงเป็นท่าง่ายๆ เช่น Bench Press, Biceps Curl และ Push-Up

       นี่คือจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของเด็กที่ภายหลังจะกลายเป็นหนึ่งในเจ้าของรูปร่างที่มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์เพาะกาย



 


       ( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 5.18 – 7.02 )

       เมื่ออายุประมาณ 15 ปี เฟล็กซ์ลองขึ้นประกวดเพาะกายระดับท้องถิ่น ทั้งที่แทบไม่มีความรู้เรื่องการประกวด ไม่มีโปรแกรมโพสท่าที่เตรียมมาอย่างจริงจัง และไม่มีแม้แต่กางเกงโพสสำหรับการแข่งขันโดยเฉพาะ

       เขายอมรับว่าในเวลานั้นแทบไม่รู้เรื่องการไดเอตสำหรับการประกวดเลยด้วยซ้ำ

       ต่อมาเมื่อเขาเริ่มพบกับคนในวงการมากขึ้น หลายคนบอกว่าเฟล็กซ์มีพันธุกรรมที่เหมาะกับการสร้างกล้ามเนื้ออย่างมาก เพราะร่างกายตอบสนองต่อการฝึกได้รวดเร็ว

       ในช่วงวัยรุ่นชีวิตของเขายังมีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้นอีก เพราะเขากลายเป็นพ่อคนตั้งแต่อายุยังน้อย

       เขายังอธิบายถึงบรรยากาศของวงการในยุคนั้นว่า ไม่มีอินเทอร์เน็ตให้ค้นข้อมูลเหมือนทุกวันนี้ ข้อมูลจำนวนมากจึงมาจากการพูดคุยกันระหว่างนักเพาะกาย






       ( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 7.02 – 9.09 )

       ชื่อ “Flex Wheeler” เริ่มติดตัวเขามาตั้งแต่วัยรุ่น เฟล็กซ์เล่าว่าเพื่อนๆ ชอบล้อว่าเขาชอบเดินเบ่งกล้าม หรือ Flex อยู่ตลอด จนท้ายที่สุดเขานำคำว่า Flex มาใช้เป็นชื่อของตัวเอง และชื่อนี้ก็ติดตัวเขามาจนกลายเป็นชื่อที่คนทั่วโลกรู้จัก







       ( ภาพบน ) ใน พ.ศ.2528 ( 1985 ) เขาเริ่มได้รับความสนใจจากการคว้าแชมป์ Teen America

       ต่อมาใน พ.ศ.2532 ( 1989 ) เขาประสบความสำเร็จในการแข่งขัน California Championships และในช่วงนี้รูปร่างของเขาเริ่มแสดงลักษณะเด่นที่ภายหลังจะกลายเป็นเอกลักษณ์ของ Flex Wheeler อย่างชัดเจน ทั้งรูปทรงกล้ามเนื้อ ความสมมาตร และโครงสร้างร่างกายที่สวยงาม







       ( ภาพบน ) แต่การเป็นนักเพาะกายในยุคนั้นต้องใช้เงินจำนวนมาก ทั้งค่าอาหาร อาหารเสริม การเดินทาง และเวลาในการเตรียมตัว

       เฟล็กซ์ซึ่งมาจากครอบครัวที่ยากจนจึงเคยตัดสินใจหยุดเพาะกาย และเข้าโรงเรียนตำรวจเพื่อหาอาชีพที่มั่นคงกว่า

       หลังจากเรียนจบ เขาเคยทำงานใน Fresno County Sheriff's Department และทำงานในเรือนจำอยู่ระยะหนึ่ง



 


       ( ภาพบน ) อย่างไรก็ตาม ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจกลับเข้าสู่วงการเพาะกายอีกครั้ง เพราะเชื่อว่านี่คือสิ่งที่เขาต้องการทำจริงๆ







       ( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 9.09 – 10.25 )

       ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 เฟล็กซ์เริ่มมีความเชื่อมั่นว่าหากสามารถเพิ่มน้ำหนักสำหรับการประกวดขึ้นไปอยู่ในระดับประมาณ 111 กก. ( 245 ปอนด์ ) พร้อมรักษาความสมมาตรและความคมชัดเอาไว้ได้ เขาจะสามารถต่อสู้กับนักเพาะกายระดับสูงได้




 


       ( ภาพบน ) ใน พ.ศ.2534 ( 1991 ) เขามีโอกาสได้พบกับ โจ วีเดอร์ ( Joe Weider ) บุคคลสำคัญอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์วงการเพาะกาย

       สำหรับนักเพาะกายในยุคนั้น การได้รับการยอมรับจาก Joe Weider และมีโอกาสเข้าไปอยู่ในเครือข่ายของ Weider ถือเป็นโอกาสสำคัญต่อเส้นทางอาชีพอย่างมาก






       ( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 10.25 – 12.49 )

       เส้นทางสู่การเป็นนักเพาะกายอาชีพของเฟล็กซ์ไม่ได้ราบรื่น

       ใน พ.ศ.2534 ( 1991 ) เขาพ่ายแพ้ให้กับ ไมค์ มาทาราซโซ ( Mike Matarazzo ) ในรายการ USA Championships



 


       ( ภาพบน ) จากนั้นเขายังต้องพบกับการแข่งขันที่เข้มข้นในรายการ Nationals ซึ่งมีนักเพาะกายระดับตำนานในอนาคตหลายคนเข้าร่วม เช่น เควิน เลโวรน ( Kevin Levrone ), รอนนี โคลแมน ( Ronnie Coleman ) และ คริส คอร์เมียร์ ( Chris Cormier )

       เฟล็กซ์เล่าว่าความพ่ายแพ้ในปีนั้นทำให้เขาเสียใจอย่างมาก แต่ในอีกด้านหนึ่งมันก็กลายเป็นแรงผลักดันให้เขากลับไปพัฒนาร่างกายอย่างจริงจัง








       ( ภาพบน ) ผลลัพธ์ปรากฏชัดใน พ.ศ.2535 ( 1992 )

       Flex Wheeler กลับมาที่ NPC USA Championships ด้วยร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ทั้งขนาดกล้ามเนื้อ ความคมชัด และความสมบูรณ์โดยรวม

       เขาคว้าแชมป์รุ่น Heavyweight และ Overall พร้อมได้รับ Pro Card ในวัยประมาณ 27 ปี

       จากจุดนี้เอง ชีวิตในฐานะนักเพาะกายอาชีพของ Flex Wheeler จึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเต็มตัว




 


       ( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 12.49 – 15.04 )

       พ.ศ.2536 ( 1993 ) กลายเป็นปีที่น่าจดจำที่สุดปีหนึ่งในชีวิตการแข่งขันของ Flex Wheeler

       เขาเริ่มต้นฤดูกาลนักเพาะกายอาชีพได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการคว้าแชมป์ Ironman Pro

       จากนั้นเพียงประมาณหนึ่งสัปดาห์ เขาก็ขึ้นเวที Arnold Classic และนำรูปร่างที่ภายหลังได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นหนึ่งใน Physique ที่สวยที่สุดในประวัติศาสตร์เพาะกายขึ้นสู่เวที



 


       ( ภาพบน ) ร่างกายของ Flex ใน Arnold Classic 1993 มีทั้งความหนาของกล้ามเนื้อ ความคมชัด ไหล่กลม เอวเล็ก แขนขนาดใหญ่ ขาที่ได้สัดส่วน และรายละเอียดของกล้ามเนื้อที่ชัดเจน

       นอกจากรูปร่างแล้ว เขายังมีความยืดหยุ่นสูงผิดจากนักเพาะกายร่างใหญ่ทั่วไป และสามารถนำท่าที่ต้องใช้ความยืดหยุ่นของร่างกายเข้ามาผสมกับการโพสได้อย่างโดดเด่น

       ผลการแข่งขันคือ Flex Wheeler คว้าแชมป์ Arnold Classic พ.ศ.2536 ( 1993 )

       ภายในช่วงเวลาสั้นๆ เขาจึงเปลี่ยนจากนักเพาะกายอาชีพหน้าใหม่มาเป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงที่น่ากลัวที่สุดในวงการ



 


       ( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 15.04 – 17.45 )

       หลังจากคว้าแชมป์รายการต่างๆ ในยุโรป เป้าหมายต่อไปของเฟล็กซ์คือการแข่งขัน Mr. Olympia พ.ศ.2536 ( 1993 )

       แต่เส้นทางไปสู่ตำแหน่ง Mr. Olympia มีอุปสรรคขนาดใหญ่ขวางอยู่ นั่นคือ ดอเรียน เยทส์ ( Dorian Yates )

       Olympia ปีนั้นมีนักเพาะกายระดับสูงจำนวนมาก ทั้ง Shawn Ray, Kevin Levrone, Lee Labrada และ Dorian Yates

       สำหรับ Flex นี่คือการขึ้นแข่งขัน Mr. Olympia เป็นครั้งแรก แต่เขากลับสามารถขึ้นไปต่อสู้กับแชมป์อย่าง Dorian ได้ทันที



 


       ( ภาพบน ) จุดเด่นของ Dorian คือมวลกล้ามเนื้อ ความหนา และความคมชัดในระดับสูงมาก ขณะที่ Flex มีจุดแข็งด้านรูปทรง สัดส่วน ความสมมาตร เส้นสาย และความสวยงามของร่างกาย

       ท้ายที่สุด Dorian Yateอs เป็นผู้ชนะ ส่วน Flex Wheeler ได้อันดับ 2

       ลองคิดดูนะครับ นักเพาะกายที่เพิ่งขึ้น Mr. Olympia เป็นครั้งแรกในชีวิต สามารถคว้าอันดับ 2 ของโลกได้ทันที นั่นแสดงให้เห็นว่า Flex Wheeler ในเวลานั้นได้รับการยอมรับในระดับใด



 

 


       ( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 17.45 – 20.04 )

       อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จอย่างรวดเร็วก็สร้างปัญหาอีกด้านหนึ่ง

       เฟล็กซ์อธิบายว่าเขาเริ่มสร้างบุคลิกอีกด้านหนึ่งขึ้นมา ซึ่งเขาเรียกว่า “Flex Wheeler” แตกต่างจากตัวตนเดิมที่เป็น “Kenny Wheeler”

       ภาพภายนอกของ Flex คือชายที่ดูแข็งแกร่ง มั่นใจ และไม่กลัวใคร แต่ภายในนั้น Kenny ยังคงมีความไม่มั่นใจที่สะสมมาตั้งแต่วัยเด็ก

       ก่อนการแข่งขัน Mr. Olympia พ.ศ.2537 ( 1994 ) ชีวิตของเขาก็เปลี่ยนแปออลงอย่างรุนแรง

       เฟล็กซ์ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างหนัก รถเสียการควบคุมและหมุนจนเกิดการชน ส่งผลให้กระดูกบริเวณคอได้รับบาดเจ็บถึงสองตำแหน่ง

       เขาต้องนอนรักษาตัวและในช่วงหนึ่งไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะสามารถกลับมาเพาะกายได้อีกหรือไม่

       นอกจากปัญหาทางร่างกายแล้ว การไม่สามารถแข่งขันยังส่งผลต่อรายได้และสปอนเซอร์ จนชีวิตทางการเงินของเขาได้รับผลกระทบอย่างหนัก

       ในขณะที่คู่แข่งยังคงพัฒนาร่างกายและแข่งขันต่อไป เฟล็กซ์ต้องนั่งดูอยู่ข้างเวที พร้อมกับตั้งคำถามว่าตัวเองจะสามารถกลับไปยืนเคียงข้างคนเหล่านั้นได้อีกหรือไม่



 


       ( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 20.04 – 21.21 )

       แต่พันธุกรรมและความสามารถในการฟื้นร่างกายของ Flex Wheeler เป็นสิ่งที่คนรอบตัวพูดถึงอยู่เสมอ

       แม้แพทย์จะมีความกังวลต่อการกลับไปฝึกอย่างรวดเร็ว แต่เฟล็กซ์เริ่มกลับเข้ายิม และภายในเวลาไม่นานร่างกายของเขาก็เริ่มกลับมาอีกครั้ง






       ( ภาพบน ) ใน พ.ศ.2538 ( 1995 ) เขากลับมาคว้าแชมป์ Ironman Pro และประสบความสำเร็จบนเวทีอีกครั้ง




 


       ( ภาพบน ) จากนั้นเขาพยายามกลับไปคว้า Arnold Classic แต่ต้องพบกับคู่แข่งสำคัญหลายคน

       การแข่งขันเหล่านี้นำไปสู่ Rivalry หรือการแข่งขันระหว่าง Flex Wheeler กับ Kevin Levrone ซึ่งเป็นหนึ่งในคู่แข่งสำคัญแห่งยุค 1990

       แม้ทั้งคู่จะต่อสู้กันอย่างหนักบนเวทีและมีการพูดจาท้าทายกันผ่านสื่อ แต่ภายหลัง Flex อธิบายความสัมพันธ์นี้ในลักษณะของคู่แข่งที่มีความผูกพันและให้ความเคารพกันด้วย






       ( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 21.21 – 23.05 )

       นอกจาก Kevin Levrone แล้ว Flex ยังมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับ Shawn Ray

       ในยุคที่ยังไม่มี Social Media การแข่งขันและการตอบโต้ระหว่างนักเพาะกายมักเกิดขึ้นผ่านนิตยสาร บทสัมภาษณ์ และวิดีโอ

       สิ่งเหล่านี้ทำให้การแข่งขันไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะบนเวที แต่ยังมีเรื่องของบุคลิก ความมั่นใจ และศักดิ์ศรีเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

       เมื่อมองจากภายนอก Flex Wheeler ดูเป็นคนมั่นใจอย่างมาก แต่เมื่อฟังเขาเล่าชีวิตของตัวเองในภายหลัง จะพบว่าภาพที่คนภายนอกเห็นกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายในจิตใจของเขานั้นแตกต่างกันมาก



 


       ( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 23.05 – 24.06 )

       ในส่วนนี้คลิปกลับมาเน้นถึงความพิเศษทางพันธุกรรมของ Flex Wheeler อีกครั้ง

       นักเพาะกายหลายคนกล่าวถึงรูปทรงกล้ามเนื้อที่กลมเต็ม ไหล่ แขน หลัง และสัดส่วนทั่วร่างกายของเขา

       แม้ในวันที่ Flex ไม่ได้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุด รูปร่างของเขาก็ยังดีพอที่จะต่อสู้กับนักเพาะกายระดับแนวหน้าได้

       นี่เป็นทั้งพรและปัญหาของเขา

       เพราะเมื่อร่างกายตอบสนองได้ง่ายกว่าคนทั่วไป ความจำเป็นที่จะต้องผลักดันตัวเองอย่างสุดขีดอาจไม่ชัดเจนเท่ากับนักเพาะกายที่ต้องต่อสู้อย่างหนักเพื่อสร้างทุกกิโลกรัมของกล้ามเนื้อขึ้นมา








       ( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 24.06 – 28.03 )

       เมื่อชื่อเสียงและเงินทองเพิ่มขึ้น ชีวิตของ Flex ก็เข้าสู่อีกด้านหนึ่ง

       เขามีรถราคาแพง บ้านหลังใหญ่ และใช้ชีวิตอย่างหรูหรา เฟล็กซ์ยอมรับภายหลังว่าตัวเองใช้เงินอย่างรวดเร็ว และครั้งหนึ่งถึงกับรู้สึกว่าต้องพกเงินสดจำนวนมากติดตัวเพื่อทำให้ตัวเองรู้สึกมีคุณค่า

       แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ยิ่ง Flex Wheeler ภายนอกดูมั่นใจมากเท่าไร Kenny Wheeler ที่อยู่ภายในกลับยิ่งรู้สึกไม่มั่นคง

       เฟล็กซ์ยอมรับในภายหลังว่า บุคลิกที่ดูหยิ่ง มั่นใจ และแข็งกร้าวนั้นส่วนหนึ่งเป็นเหมือนเกราะป้องกันตัวเอง

       แม้แต่ตอนที่เขาชนะ Arnold Classic และได้รับถ้วยรางวัล เขายังเคยคิดว่ากรรมการอาจตัดสินผิด

       เขาไม่สามารถยอมรับคำชมได้อย่างเต็มที่ และไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองดีพอ

       นี่จึงเป็นจุดสำคัญของเรื่องราว Flex Wheeler เพราะคู่ต่อสู้ที่หนักที่สุดของเขาอาจไม่ได้ยืนอยู่ข้างๆ บนเวที แต่กลับอยู่ภายในความคิดของเขาเอง



 


       ( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 28.03 – 30.24 )

       ที่ Gold's Gym Venice ในยุคนั้น มีเพื่อนนักเพาะกายกลุ่มหนึ่งที่สนิทกันมาก ได้แก่ Flex Wheeler, Chris Cormier และ Rico McClinton

       ทั้งสามใช้ชีวิตและทำกิจกรรมหลายอย่างร่วมกัน ขณะเดียวกันก็ผลักดันกันในการฝึก

       แต่ชีวิตนอกยิมของกลุ่มนี้ก็เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทั้งงานสังคม ปาร์ตี้ และการแข่งขันกันเอง

       ในวงการยังมีเรื่องเล่ามานานว่า นักเพาะกายบางคนในกลุ่มนี้ไม่ได้เคร่งครัดกับการฝึกและการไดเอตเท่ากับนักเพาะกายอย่าง Ronnie Coleman

       Flex เองก็ยอมรับว่าพันธุกรรมทำให้หลายอย่างเกิดขึ้นกับเขาได้ค่อนข้างง่าย

       นี่เป็นประเด็นที่น่าสนใจมาก เพราะความสามารถตามธรรมชาติที่ยอดเยี่ยมสามารถพาคนคนหนึ่งไปได้ไกล แต่ในการแข่งขันระดับสูงสุด เมื่อทุกคนมีพรสวรรค์อยู่แล้ว ความสม่ำเสมอและวินัยอาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่แยกผู้ชนะออกจากผู้ท้าชิง




 


       ( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 30.24 – 31.46 )

       พ.ศ.2540 ( 1997 ) ดูเหมือนทุกอย่างกำลังกลับมาเข้าที่สำหรับ Flex Wheeler

       ในเดือนมีนาคมปีนั้น เขาคว้าแชมป์ Arnold Classic เป็นครั้งที่สอง

       ชีวิตนอกเวทีก็ดูมั่นคงขึ้น เขาแต่งงานและมีครอบครัวที่ใหญ่ขึ้น

       ในเวลาเดียวกัน Dorian Yates ซึ่งครองตำแหน่ง Mr. Olympia อยู่กำลังเผชิญกับอาการบาดเจ็บ

       หลายคนจึงมองว่า Mr. Olympia พ.ศ.2540 ( 1997 ) อาจเป็นโอกาสสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของ Flex ที่จะคว้าตำแหน่ง Mr. Olympia






       ( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 31.46 – 33.36 )

       แต่ก่อนการแข่งขันเพียงไม่นาน Flex ปรากฏตัวพร้อมอาการบาดเจ็บที่แขนและมือ และถอนตัวจากการแข่งขัน

       เขาอธิบายในเวลานั้นว่าได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์พยายามชิงรถ หรือ Carjacking ซึ่งนำไปสู่การต่อสู้กับผู้ก่อเหตุ

       เรื่องดังกล่าวกลายเป็นประเด็นถกเถียงในวงการเพาะกาย และมีผู้คนจำนวนหนึ่งไม่เชื่อคำอธิบายของเขา

       ในคลิปจึงนำเสนอทั้งคำอธิบายของ Flex เองและข้อสงสัยจากคนในวงการ โดยไม่ได้มีหลักฐานในคลิปที่จะสามารถตัดสินอย่างเด็ดขาดได้ว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างไร

       สิ่งที่แน่นอนก็คือ Flex ไม่ได้ขึ้นแข่งขัน Mr. Olympia ในปีนั้น และ Dorian Yates คว้าแชมป์ก่อนประกาศอำลาการแข่งขัน

       นั่นหมายความว่าในปีถัดไป โลกจะได้แชมป์ Mr. Olympia คนใหม่อย่างแน่นอน







       ( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 33.36 – 36.16 )

       พ.ศ.2541 ( 1998 ) จึงเป็นปีที่หลายคนจับตามอง Flex Wheeler

       Dorian Yates เลิกแข่งขันแล้ว และ Flex มีทั้งประสบการณ์ รูปร่าง และชื่อเสียงในฐานะหนึ่งในผู้ท้าชิงสำคัญ

       แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้นกลับเปลี่ยนประวัติศาสตร์เพาะกาย

       ชายที่ชื่อ รอนนี โคลแมน ( Ronnie Coleman ) ซึ่งปีที่แล้วได้เพียงอันดับ 9 กลับนำร่างกายที่พัฒนาขึ้นอย่างมหาศาลขึ้นมาบนเวที

       ในช่วงการเปรียบเทียบ โดยเฉพาะเมื่อมองกล้ามหลังของ Ronnie หลายคนเริ่มเห็นว่านักเพาะกายคนนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

       การแข่งขันสูสี และตามคำบอกเล่าในคลิป Flex ยังอยู่ในสถานการณ์ที่ดีระหว่างการแข่งขันหลายช่วง

       แต่เมื่อการแข่งขันสิ้นสุดลง ชื่อผู้ชนะ Mr. Olympia พ.ศ.2541 ( 1998 ) คือ Ronnie Coleman

       ส่วน Flex Wheeler ได้อันดับ 2

       ผลการแข่งขันครั้งนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของยุค Ronnie Coleman ซึ่งต่อมาจะครองตำแหน่ง Mr. Olympia ติดต่อกันหลายปี




 


       ( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 36.16 – 37.17 )

       สิ่งที่น่าสนใจคือ ก่อนที่ Ronnie จะขึ้นมาชนะ Flex นั้น ทั้งสองเคยมีความสัมพันธ์ในลักษณะที่ Flex เป็นนักเพาะกายที่มีประสบการณ์มากกว่า และ Ronnie เคยพยายามเรียนรู้รายละเอียดเกี่ยวกับการเตรียมตัวจากเขา

       ดังนั้นเรื่องราวจึงมีลักษณะคล้ายกับ “ศิษย์ขึ้นมาต่อสู้กับผู้ที่เคยให้คำแนะนำ”

       แต่สำหรับ Flex ความพ่ายแพ้ในปี 1998 ยังทิ้งความรู้สึกค้างคา เพราะเขายอมรับในภายหลังว่า ตัวเองไม่ได้เตรียมตัวอย่างดีที่สุด

       เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นฝ่ายทำให้โอกาสหลุดมือไป



 


       ( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 37.17 – 39.46 )

       พ.ศ.2542 ( 1999 ) จึงกลายเป็นปีแห่งการแก้ตัว

       ครั้งนี้ Flex Wheeler บอกว่าเขาเตรียมตัวอย่างจริงจัง มีวินัยมากขึ้น และเป็นครั้งแรกๆ ที่เชื่ออย่างแท้จริงว่าตัวเองสามารถเป็นหมายเลขหนึ่งได้

       Mr. Olympia ปีนั้นมีรายชื่อนักเพาะกายระดับตำนานจำนวนมาก เช่น Ronnie Coleman, Kevin Levrone, Shawn Ray, Chris Cormier, Nasser El Sonbatyy, Paul Dillett, Lee Priest, Markus Rühl, Jay Cutler และ Dexter Jackson




 


       ( ภาพบน ) Flex ขึ้นเวทีด้วยร่างกายที่ใหญ่ขึ้นและอยู่ในสภาพที่ยอดเยี่ยม

       นี่คือ Rematch ระหว่าง Flex Wheeler กับ Ronnie Coleman

       แต่เมื่อประกาศผล ผู้ชนะยังคงเป็น Ronnie Coleman และ Flex Wheeler ได้อันดับ 2 อีกครั้ง

       คราวนี้ความผิดหวังรุนแรงกว่าเดิม เพราะ Flex รู้สึกว่าเขาทำทุกอย่างที่ควรทำแล้ว

       เขาแสดงความรู้สึกชัดเจนว่า ในใจของเขา เขาไม่คิดว่าตัวเองเป็นหมายเลขสอง

       อย่างไรก็ตาม การตัดสินเพาะกายเป็นการพิจารณาโดยคณะกรรมการ และผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการยังคงให้ Ronnie Coleman เป็นแชมป์




 


       ( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 39.46 – 41.14 )

       หลัง Mr. Olympia นักเพาะกายระดับสูงหลายคนเดินทางไปแข่งขัน British Grand Prix พ.ศ.2542 ( 1999 )

       ภาพจากการแข่งขันรายการนี้กลายเป็นหนึ่งในภาพที่แฟนเพาะกายยุค 1990 ยังคงพูดถึง เพราะนักเพาะกายหลายคนอยู่ในสภาพร่างกายระดับสูงมาก

       โดยเฉพาะ Ronnie Coleman ซึ่งพัฒนาขนาดและความคมชัดขึ้นไปอีกระดับ

       เมื่อ Flex มองย้อนกลับไป เขายอมรับถึงความพิเศษของ Ronnie และความห่างที่เกิดขึ้นในเวลาต่อมา

       ช่วงปลายทศวรรษ 1990 จึงเหมือนเป็นการปิดฉากยุคหนึ่งของเพาะกาย ยุคที่ Flex Wheeler, Kevin Levrone, Shawn Ray, Chris Cormier, Nasser El Sonbaty และนักเพาะกายชื่อดังอีกหลายคนแข่งขันกันอยู่เป็นประจำ

       สำหรับแฟนเพาะกายจำนวนมาก นี่คือหนึ่งในยุคทองของกีฬาเพาะกาย 




 


       ( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 41.14 – 42.59 )

       Flex ยังคงแข่งขันต่อและสามารถคว้า Arnold Classic เพิ่มอีกสองครั้ง

       เมื่อรวมทั้งหมด เขาเป็นแชมป์ Arnold Classic 4 สมัย ได้แก่ พ.ศ.2536, พ.ศ.2540, พ.ศ.2541 และ พ.ศ.2543 ( 1993, 1997, 1998 และ 2000 )



 


       ( ภาพบน ) แต่ใน พ.ศ.2543 ( 2000 ) ขณะที่มีอายุประมาณ 35 ปี ปัญหาที่ใหญ่กว่าการแข่งขันเริ่มปรากฏขึ้น

       เขาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคไตชนิด Focal Segmental Glomerulosclerosis หรือ FSGS ซึ่งเป็นโรคที่สร้างความเสียหายต่อหน่วยกรองของไต

       Flex กล่าวในคลิปว่าเขาตระหนักว่าพฤติกรรมบางอย่างในชีวิตอาจทำให้ไตของเขาเสื่อมเร็วขึ้น

       จากคนที่เคยคิดถึงชัยชนะ เงิน และชื่อเสียง เป้าหมายของชีวิตเริ่มเปลี่ยนไปเป็นเรื่องพื้นฐานที่สุด นั่นคือการมีชีวิตอยู่ต่อไป







       ( ภาพบน ) ต่อมาใน พ.ศ.2546 ( 2003 ) ภาวะไตล้มเหลวทำให้เขาต้องได้รับการปลูกถ่ายไต

       หลังจากผ่านเรื่องราวเหล่านี้ Flex ยังกลับไปฝึกศิลปะการต่อสู้อีกครั้ง




 


Chris Bumstead คือคนทางซ้ายของภาพครับ



       ( ภาพบน ) และใน พ.ศ.2560 ( 2017 ) เมื่อมีอายุประมาณ 52 ปี เขาทำสิ่งที่หลายคนไม่คิดว่าจะได้เห็นอีก นั่นคือกลับขึ้นเวที Olympia อีกครั้งในประเภท Classic Physique

       บนเวทีครั้งนั้นยังมีนักเพาะกายรุ่นใหม่อย่าง คริส บัมสเตด ( Chris Bumstead หรือ Christopher Adam Bumstead ) ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเส้นทาง Olympia ของตัวเอง

       ภาพของนักเพาะกายสองยุคที่ยืนอยู่บนเวทีเดียวกันจึงเป็นภาพที่น่าสนใจอย่างมาก






 


       ( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 44.12 – 45.34 )

       แต่ชีวิตยังมีบททดสอบรอ Flex อยู่อีก

       ในเดือนตุลาคม พ.ศ.2562 ( October 2019 ) เขาต้องเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉินจากปัญหาระบบไหลเวียนเลือดบริเวณขา

       ท้ายที่สุดแพทย์จำเป็นต้องตัดขาขวาส่วนล่างของเขาออก

       สำหรับคนที่สร้างชื่อเสียงจากร่างกาย และใช้ขาทั้งสองข้างยืนโพสบนเวทีต่อหน้าผู้ชมทั่วโลก การตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าส่วนหนึ่งของขาหายไปย่อมเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของชีวิต

       Flex เล่าถึงช่วงเวลาที่บางครั้งยังเผลอจะลุกจากเตียงโดยใช้ขาขวาตามความเคยชิน ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าขาส่วนนั้นไม่มีอยู่อีกแล้ว

       เขายังต้องเผชิญกับอาการเจ็บปวดอย่างต่อเนื่อง

       แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนประทับใจคือ แม้เผชิญเหตุการณ์เหล่านี้ Flex ยังคงพยายามดำเนินชีวิตต่อ และต่อมาเริ่มฝึกใช้ขาเทียม



 

 


       ( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 45.34 – 46.31 )

       นอกจากปัญหาสุขภาพแล้ว Flex ยังพูดถึงความผิดพลาดด้านการเงินในอดีต

       เมื่อมองย้อนกลับไป เขาเสียดายที่ช่วงที่ตัวเองอยู่บนจุดสูงสุดไม่ได้สร้างธุรกิจของตัวเองอย่างจริงจัง แต่พึ่งพารายได้จากบริษัทและสปอนเซอร์เป็นหลัก

       เมื่อความต้องการของบริษัทที่มีต่อตัวนักกีฬาเปลี่ยนไป รายได้เหล่านั้นก็สามารถหายไปได้

       ภายหลัง Flex จึงเริ่มสร้างธุรกิจของตัวเอง ทำงานด้านการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง และมีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมของตัวเอง






       ( ภาพบน ) ใน พ.ศ.2562 ( 2019 ) เขายังได้รับ Arnold Lifetime Achievement Award เพื่อยกย่องผลงานและอิทธิพลที่มีต่อวงการเพาะกาย



 


       ( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 46.31 – 47.31 )

       ช่วงท้ายของคลิปเปลี่ยนจากเรื่องการแข่งขันมาเป็นเรื่องการยอมรับตัวเอง

       คลิประบุว่า Flex ยังคงเผชิญปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับไตและระบบไหลเวียนเลือด และแพทย์ได้เตือนถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพเพิ่มเติม

       แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปจาก Flex Wheeler ในวัยหนุ่มคือ วิธีที่เขามองคุณค่าของตัวเอง

       ครั้งหนึ่งเขาเคยต้องการรถราคาแพง บ้านใหญ่ เงินสด และสิ่งต่างๆ เพื่อทำให้ตัวเองรู้สึกว่ามีคุณค่า

       แต่เมื่อผ่านทั้งความสำเร็จและความสูญเสีย เขากลับบอกว่าคุณค่าของตัวเองไม่ได้ขึ้นอยู่กับรถที่ขับ หรือสิ่งที่คนอื่นมองเห็นอีกต่อไป

       เขาเริ่มยอมรับ Kenny Wheeler ซึ่งเป็นตัวตนที่อยู่เบื้องหลังชื่อ Flex Wheeler ได้มากขึ้น



 


       ( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 47.31 – 48.24 )

       แม้เวลาจะผ่านมาหลายสิบปี ชื่อ Flex Wheeler ยังคงถูกใช้เป็นมาตรฐานเปรียบเทียบกับนักเพาะกายรุ่นใหม่ที่มีรูปร่างสวยงามและสมส่วน

       เมื่อมีนักเพาะกายคนใหม่ที่มีเอวเล็ก ไหล่กว้าง กล้ามเนื้อกลมเต็ม และมีสัดส่วนสวยงาม เรามักได้ยินคำเปรียบเทียบว่าเป็น “Flex Wheeler คนใหม่”

       แต่สำหรับคนที่ติดตามยุค 1990 มา ย่อมรู้ว่ามี Flex Wheeler ต้นฉบับเพียงคนเดียว

       แม้เขาจะไม่เคยคว้าตำแหน่ง Mr. Olympia แต่การไม่ได้ถ้วย Sandow ไม่ได้ทำให้คุณค่าของรูปร่างที่เขาเคยนำขึ้นเวทีหายไป

       เพื่อนร่วมอาชีพและแฟนเพาะกายจำนวนมากยังคงพูดถึงเขาในฐานะหนึ่งในนักเพาะกายที่มี Physique สวยงามที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์




 


       ( ภาพบน ) ( ช่วงเวลา 48.24 – 49.20 )

       ในช่วงสุดท้าย Flex ถูกถามว่า หากสามารถย้อนเวลากลับไปพูดกับตัวเองในวัยเด็กได้ เขาจะพูดอะไร

       คำตอบของเขาไม่ได้เกี่ยวกับการฝึกให้หนักขึ้น ไม่ได้เกี่ยวกับการกินให้เคร่งครัดขึ้น และไม่ได้เกี่ยวกับการคว้า Mr. Olympia

       สิ่งที่เขาอยากบอกเด็กคนนั้นคือ ให้รักตัวเอง ให้สนุกกับชีวิต และให้รู้ว่าตัวเองคู่ควรที่จะอยู่ตรงนั้น

       นี่อาจเป็นบทสรุปที่สำคัญที่สุดของเรื่องราวทั้งหมด

       ชายที่ครั้งหนึ่งมีร่างกายซึ่งคนทั่วโลกชื่นชม กลับใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตโดยไม่สามารถมองตัวเองในแบบเดียวกับที่คนอื่นมองเขาได้

       เขาสร้าง “Flex Wheeler” ขึ้นมาให้เป็นคนแข็งแกร่ง มั่นใจ และไม่มีใครทำร้ายได้ เพื่อปกป้อง “Kenny Wheeler” เด็กที่เคยยากจน ถูกดูถูก และไม่มั่นใจในตัวเอง

       สุดท้าย หลังจากผ่านการแข่งขัน ความพ่ายแพ้ อุบัติเหตุ โรคไต การผ่าตัด และการสูญเสียขาบางส่วน สิ่งที่เขาค้นพบกลับไม่ใช่ถ้วยรางวัลใบใหม่ แต่เป็นการยอมรับตัวเอง

       Flex Wheeler ไม่เคยเป็น Mr. Olympia

       แต่ชื่อของเขายังคงอยู่ในประวัติศาสตร์เพาะกาย และเมื่อมีการพูดถึงนักเพาะกายที่มีความสมมาตร รูปทรง และความสวยงามของกล้ามเนื้อระดับสูงที่สุด ชื่อ Flex Wheeler ก็ยังคงถูกกล่าวถึงอยู่เสมอ

       บางทีคำว่า “The Greatest That Never Was” จึงไม่ได้หมายความว่าเขาไม่เคยยิ่งใหญ่

       แต่มันหมายถึงนักเพาะกายผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งที่เข้าใกล้ตำแหน่งสูงสุดของวงการอย่างมาก แต่ไม่เคยได้รับตำแหน่ง Mr. Olympia เท่านั้นเอง

       และเมื่อมองย้อนกลับไปตลอดชีวิตของ Kenneth “Flex” Wheeler เรื่องราวที่น่าจดจำอาจไม่ใช่ว่าเขาได้ถ้วยรางวัลมากเท่าไร

       แต่อยู่ที่ว่า หลังจากถูกชีวิตทดสอบครั้งแล้วครั้งเล่า เขายังคงลุกขึ้นมาเดินหน้าต่อได้เสมอ




- จบ -