- หน้า 1 -



หน้าแรก  / ดัชนี-6  /  ดัชนี-ศัพท์เพาะกาย 

/  ดัชนี-ศัพท์เพาะกาย-เรียง-อักษร   

/  ดัชนี-อักษร-C-หลัก  /  อักษร-C-หลัก-01 

/  ดัชนี-ย่อย-ระดับ-หนึ่ง-01 

/  ดัชนี-ย่อย-ระดับ-สอง-01 

/  V-6bb-01-01-05-Q-650722-1504 

/  V-6bb-01-01-02-D-691130-1832 




Cortisol - คอร์ติซอล


( ข้างล่างนี้ )


 


Cortisol (คอร์ติซอล) หรือ Cortisol Hormone (คอร์ติซอล ฮอร์โมน)

       Cortisol หรือฮอร์โมนคอร์ติซอล เป็นฮอร์โมนประเภทสเตียรอยด์ (Steroid Hormone) ในกลุ่มกลูโคคอร์ติคอยด์ (Glucocorticoid) ซึ่งผลิตจากต่อมหมวกไต (Adrenal Glands) ที่ตั้งอยู่บริเวณด้านบนของไตทั้งสองข้าง โดยเฉพาะบริเวณชั้นนอกของต่อมหมวกไตที่เรียกว่า Adrenal Cortex

       คอร์ติซอลมักได้รับการขนานนามว่า Stress Hormone หรือฮอร์โมนแห่งความเครียด เนื่องจากร่างกายจะเพิ่มการหลั่งฮอร์โมนชนิดนี้เพื่อตอบสนองต่อความเครียดทั้งทางร่างกายและจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นความเครียดจากการทำงาน การอดนอน การเจ็บป่วย การรับประทานอาหารไม่เพียงพอ หรือการออกกำลังกายอย่างหนัก

       อย่างไรก็ตาม คอร์ติซอลไม่ได้เป็นฮอร์โมนที่มีผลเสียต่อร่างกายเสมอไป เพราะตามปกติแล้วฮอร์โมนชนิดนี้มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ช่วยควบคุมกระบวนการเผาผลาญพลังงาน รักษาระดับน้ำตาลในเลือด ควบคุมความดันโลหิต มีบทบาทในการควบคุมการอักเสบ และช่วยให้ร่างกายปรับตัวต่อสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดความเครียดได้อย่างเหมาะสม


คอร์ติซอลมีหน้าที่สำคัญอย่างไร?

       หน้าที่ประการหนึ่งของคอร์ติซอลคือการช่วยให้ร่างกายมีพลังงานเพียงพอในสถานการณ์ที่ต้องใช้พลังงานมากขึ้น โดยส่งเสริมกระบวนการสร้างกลูโคสจากสารอาหารบางชนิดที่เรียกว่า Gluconeogenesis และมีส่วนช่วยในการระดมพลังงานสำรองมาใช้

       นอกจากนี้ คอร์ติซอลยังมีบทบาทต่อระบบภูมิคุ้มกันและการอักเสบ ช่วยรักษาการตอบสนองของระบบไหลเวียนโลหิต และมีความสัมพันธ์กับวงจรการนอนหลับและการตื่น

       ระดับคอร์ติซอลตามธรรมชาติไม่ได้คงที่ตลอดทั้งวัน แต่เปลี่ยนแปลงตามจังหวะชีวภาพของร่างกาย โดยทั่วไปจะมีระดับค่อนข้างสูงในช่วงเช้า และค่อยๆ ลดลงในช่วงเย็นและกลางคืน สำหรับผู้ที่มีเวลานอนและตื่นตามปกติ




 


คอร์ติซอลเกี่ยวข้องกับการเพาะกายอย่างไร?

       ในวงการเพาะกาย คอร์ติซอลเป็นฮอร์โมนที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากมีความสัมพันธ์กับกระบวนการสลายโปรตีนของกล้ามเนื้อ หรือ Muscle Protein Breakdown

       คอร์ติซอลมีฤทธิ์ในทาง Catabolic ซึ่งหมายถึงการส่งเสริมกระบวนการสลายสารอาหารหรือเนื้อเยื่อบางชนิดเพื่อให้ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ โดยเมื่อคอร์ติซอลอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน อาจส่งเสริมการสลายโปรตีนและลดการสร้างโปรตีนของกล้ามเนื้อได้

       ด้วยเหตุนี้ นักเพาะกายจึงมักให้ความสำคัญกับการควบคุมความเครียด การรับประทานอาหารอย่างเพียงพอ และการพักฟื้นร่างกาย เพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ

       อย่างไรก็ตาม การที่ระดับคอร์ติซอลเพิ่มสูงขึ้นชั่วคราวระหว่างหรือหลังการออกกำลังกาย ไม่ได้หมายความว่ากล้ามเนื้อจะถูกทำลายจนไม่สามารถเจริญเติบโตได้ เพราะการออกกำลังกายเป็นสิ่งกระตุ้นทางสรีรวิทยาตามธรรมชาติ และการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในระยะสั้นเป็นส่วนหนึ่งของการตอบสนองต่อการฝึก

       การเพิ่มขนาดกล้ามเนื้อหรือ Muscle Hypertrophy ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างร่วมกัน ได้แก่ ความหนักและปริมาณการฝึก การเพิ่มภาระในการฝึกอย่างเหมาะสม การได้รับโปรตีนและพลังงานเพียงพอ ตลอดจนคุณภาพของการพักผ่อน


การฝึกเวทเทรนนิ่งทำให้คอร์ติซอลเพิ่มขึ้นหรือไม่?

       การฝึกเวทเทรนนิ่ง (Resistance Training) สามารถกระตุ้นให้ระดับคอร์ติซอลในเลือดเพิ่มขึ้นชั่วคราวได้ โดยเฉพาะการฝึกที่มีปริมาณงานมาก ใช้กล้ามเนื้อหลายมัด มีความเข้มข้นสูง หรือมีระยะเวลาพักระหว่างเซทค่อนข้างสั้น

       ตัวอย่างเช่น การฝึกกล้ามเนื้อขาด้วยท่า Squat หลายเซท การฝึกแบบใช้ท่าหลายข้อต่อ หรือการฝึกที่มีจำนวนเซทสะสมมาก อาจทำให้ร่างกายเกิดการตอบสนองต่อความเครียดจากการออกกำลังกายอย่างชัดเจน

       แต่การเพิ่มขึ้นของคอร์ติซอลในลักษณะนี้มักเป็นเพียงชั่วคราว และระดับฮอร์โมนจะค่อยๆ กลับเข้าสู่ระดับปกติภายหลังการฝึก

       จึงไม่ควรสรุปว่าการฝึกเวทเทรนนิ่งที่ทำให้คอร์ติซอลเพิ่มขึ้นเป็นสิ่งไม่ดี หรือจำเป็นต้องหยุดฝึกทันทีเมื่อออกกำลังกายครบ 45 นาที หรือ 60 นาที เพราะไม่มีเกณฑ์เวลาตายตัวดังกล่าวที่ใช้ได้กับทุกคน

       สิ่งที่สำคัญกว่าคือการพิจารณาความสามารถในการฟื้นตัวของร่างกาย ปริมาณการฝึกทั้งหมด ความหนักของการฝึก และความก้าวหน้าในการเพิ่มความแข็งแรงหรือขนาดกล้ามเนื้อ


ความสัมพันธ์ระหว่างคอร์ติซอลกับการฝึกหนักเกินไป

       การฝึกหนักเกินไปโดยไม่มีเวลาพักฟื้นเพียงพอ อาจทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า Overreaching หรือในกรณีที่รุนแรงและยืดเยื้ออาจนำไปสู่ Overtraining Syndrome

       ผู้ที่มีปัญหาดังกล่าวอาจพบว่าความสามารถในการฝึกลดลง รู้สึกอ่อนเพลียต่อเนื่อง นอนหลับไม่ดี หรือใช้เวลาฟื้นตัวจากการฝึกนานกว่าปกติ

       อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถใช้ระดับคอร์ติซอลจากการตรวจเลือดเพียงครั้งเดียวเป็นตัวตัดสินว่าบุคคลนั้นกำลังอยู่ในภาวะ Overtraining ได้ เนื่องจากระดับฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงตามเวลา ความเครียด การนอนหลับ และปัจจัยอื่นๆ อีกหลายประการ

       นักเพาะกายจึงควรติดตามผลการฝึกและสภาพร่างกายโดยรวมมากกว่าพิจารณาคอร์ติซอลเพียงอย่างเดียว


คอร์ติซอลกับการรับประทานอาหารหลังออกกำลังกาย

       การได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอมีความสำคัญต่อการฟื้นตัวและการเพิ่มขนาดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะโปรตีนซึ่งเป็นแหล่งกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อกระบวนการสร้างโปรตีนของกล้ามเนื้อ

       ส่วนคาร์โบไฮเดรตมีบทบาทในการเติมไกลโคเจน (Glycogen) ซึ่งเป็นพลังงานสำรองภายในกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ฝึกหนัก มีปริมาณการฝึกมาก หรือจำเป็นต้องออกกำลังกายอีกครั้งภายในระยะเวลาไม่นาน

       อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องรับประทานโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตทันทีหลังวางดัมเบลล์หรือบาร์เบลล์ทุกครั้งเพื่อป้องกันคอร์ติซอล เพราะร่างกายไม่ได้เริ่มสูญเสียกล้ามเนื้ออย่างรุนแรงทันทีเมื่อจบการฝึก

       สิ่งสำคัญคือการได้รับพลังงานและโปรตีนรวมตลอดทั้งวันอย่างเพียงพอ และจัดช่วงเวลารับประทานอาหารให้เหมาะสมกับตารางการฝึกของแต่ละคน



 


การควบคุมคอร์ติซอลสำหรับนักเพาะกาย

       การดูแลระดับคอร์ติซอลให้เป็นไปตามการทำงานตามธรรมชาติของร่างกาย ไม่ได้หมายถึงการพยายามลดฮอร์โมนชนิดนี้ให้ต่ำที่สุด แต่หมายถึงการจัดการความเครียดและสนับสนุนการฟื้นตัวอย่างเหมาะสม

       แนวทางสำคัญ ได้แก่ การนอนหลับให้เพียงพอ การจัดโปรแกรมฝึกให้เหมาะสมกับความสามารถของร่างกาย การรับประทานอาหารให้ได้รับพลังงานและสารอาหารครบถ้วน และการหลีกเลี่ยงภาวะขาดพลังงานอย่างรุนแรงติดต่อกันเป็นเวลานาน

       สำหรับนักเพาะกายที่อยู่ในช่วงลดไขมันก่อนการแข่งขัน หรือ Contest Preparation การควบคุมพลังงานอาหารและเพิ่มปริมาณการออกกำลังกายอาจสร้างความเครียดต่อร่างกายมากขึ้น จึงควรให้ความสำคัญกับการรักษาคุณภาพการนอนหลับ การได้รับโปรตีนเพียงพอ และการปรับปริมาณการฝึกตามสภาพการฟื้นตัว

       การผ่อนคลายความเครียดด้วยกิจกรรมที่เหมาะสม เช่น การเดิน การทำสมาธิ หรือการออกกำลังกายเบาๆ ก็อาจช่วยสนับสนุนสุขภาพโดยรวมได้เช่นกัน


ระดับคอร์ติซอลที่ผิดปกติ

       หากร่างกายมีระดับคอร์ติซอลสูงผิดปกติเป็นเวลานานจากโรคบางชนิด เช่น Cushing's Syndrome อาจเกิดปัญหาสุขภาพ ได้แก่ การสะสมไขมันบริเวณลำตัว ความดันโลหิตสูง ระดับน้ำตาลในเลือดสูง กล้ามเนื้ออ่อนแรง และความผิดปกติของผิวหนัง

       ในทางกลับกัน หากร่างกายผลิตคอร์ติซอลไม่เพียงพอจากภาวะต่อมหมวกไตทำงานบกพร่อง อาจมีอาการอ่อนเพลีย น้ำหนักลด ความดันโลหิตต่ำ หรืออาการผิดปกติอื่นๆ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์

       ดังนั้น คอร์ติซอลจึงไม่ใช่ฮอร์โมนที่ควรถูกกำจัดหรือกดให้ต่ำที่สุด เพราะทั้งระดับที่สูงผิดปกติและต่ำผิดปกติล้วนส่งผลเสียต่อสุขภาพได้


สรุป

       Cortisol เป็นฮอร์โมนสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายรับมือกับความเครียด ควบคุมการใช้พลังงาน และรักษาการทำงานของระบบต่างๆ ให้อยู่ในภาวะสมดุล

       สำหรับนักเพาะกาย คอร์ติซอลมีความเกี่ยวข้องกับการสลายโปรตีนของกล้ามเนื้อ แต่การเพิ่มขึ้นของคอร์ติซอลชั่วคราวจากการฝึกเวทเทรนนิ่งไม่ได้หมายความว่าการฝึกนั้นจะทำให้สูญเสียกล้ามเนื้อเสมอไป

       เป้าหมายของนักเพาะกายจึงไม่ใช่การทำให้คอร์ติซอลต่ำที่สุด แต่เป็นการฝึกอย่างมีระบบ รับประทานอาหารให้เพียงพอ พักผ่อนให้เหมาะสม และรักษาสมดุลระหว่างการกระตุ้นกล้ามเนื้อกับการฟื้นตัว เพื่อให้ร่างกายสามารถพัฒนาความแข็งแรงและขนาดกล้ามเนื้อได้อย่างต่อเนื่อง


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

1. Cleveland Clinic - Cortisol: What It Is, Function, Symptoms & Levels
https://my.clevelandclinic.org/health/body/22187-cortisol

2. Endocrine Society - Adrenal Hormones
https://www.endocrine.org/patient-engagement/endocrine-library/hormones-and-endocrine-function/adrenal-hormones

3. American Physiological Society - Molecular Responses to Acute Exercise and Their Relevance for Adaptations in Skeletal Muscle to Exercise Training
https://doi.org/10.1152/physrev.00054.2021

4. Reviews in Endocrine and Metabolic Disorders - Endocrine Responses of the Stress System to Different Types of Exercise
https://link.springer.com/article/10.1007/s11154-022-09758-1

5. PubMed - Hormonal Aspects of Overtraining Syndrome: A Systematic Review
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/28785411/




- จบ -