- หน้า 1 -



หน้าแรก  /  ดัชนี-5  /  ดัชนี-ผู้สูงอายุ  /  ผู้สูงอายุ-01

ดัชนี-ผู้สูงอายุ-ย่อย-ระดับหนึ่ง-01 

ดัชนี-ผู้สูงอายุ-ย่อย-ระดับสอง-01 

V-5bb-01-01-01-A-670104-1214  

เรอัลมีร์ โรเจริโอ ดา ซิลวา จากชายหนัก 160 กิโลกรัม สู่นักเพาะกาย 





yandex.com/


อัลมีร์ โรเจริโอ ดา ซิลวา จากชายหนัก 160 กิโลกรัม สู่นักเพาะกายวัย 55 ปี

ชื่อภาษาไทย : อัลมีร์ โรเจริโอ ดา ซิลวา

ชื่อภาษาอังกฤษ : Almir Rogério da Silva

ชื่อที่ใช้ในโลกออนไลน์ : โวโว บอดีบิลเดอร์ ( Vovô Bodybuilder )

ชื่อเล่น : โรเจเรา ( Rogerão )

สัญชาติ : บราซิล

ภูมิลำเนา : เมืองบัมบุย รัฐมีนัสเชไรส์ ประเทศบราซิล

อาชีพในอดีต : เกษตรกร คนงานเตาเผาถ่าน คนงานไร่มันฝรั่ง คนขับรถบรรทุกนม เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และพนักงานรักษาความปลอดภัยกะกลางคืน

อาชีพในปัจจุบัน : นักเพาะกายและผู้สร้างเนื้อหาเกี่ยวกับการออกกำลังกายทางสื่อสังคมออนไลน์

อายุ : มีรายงานว่าอายุ 55 ปีในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2569

วันเดือนปีเกิด : ยังไม่พบการเปิดเผยวัน เดือน และปีเกิดที่แน่นอนจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ

ส่วนสูง : ยังไม่พบข้อมูลส่วนสูงที่ยืนยันได้อย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม เขาเคยแข่งขันในรุ่น Classic ไม่เกิน 175 เซนติเมตร จึงไม่ควรนำข้อมูลนี้ไปตีความว่าเขาสูง 175 เซนติเมตรอย่างแน่นอน

น้ำหนักในอดีต : ประมาณ 160 กก. ( 353 ปอนด์ ) ถึง 165 กก. ( 364 ปอนด์ )

น้ำหนักหลังการลดน้ำหนัก : ประมาณ 84 กก. ( 185 ปอนด์ ) ถึง 85 กก. ( 187 ปอนด์ )

น้ำหนักที่ลดลง : ประมาณ 75–80 กก. ( 165–176 ปอนด์ )

เปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย : มีรายงานว่าอยู่ระหว่างประมาณ 4–9 เปอร์เซ็นต์ในช่วงที่มีรูปร่างพร้อมสำหรับการแข่งขัน

ขนาดต้นแขน หน้าอก เอว ต้นขา และน่อง : ยังไม่พบข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากเจ้าตัวหรือแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ

สถานภาพครอบครัว : หย่าร้าง

บุตร : มีบุตร 4 คน





yandex.com


จุดเริ่มต้นของชีวิต

       อัลมีร์ โรเจริโอ ดา ซิลวา ( Almir Rogério da Silva ) เกิดและเติบโตในประเทศบราซิล เขาเริ่มทำงานหนักตั้งแต่อายุประมาณ 11 ปี โดยทำงานในพื้นที่เกษตรกรรม หลังจากนั้นจึงผ่านงานที่ต้องใช้แรงกายหลายประเภท ทั้งการทำงานในเตาเผาถ่าน การทำงานในไร่มันฝรั่ง การขับรถบรรทุกนม และการทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

       ประสบการณ์จากการใช้แรงงานมาเป็นเวลานานอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขามีพื้นฐานด้านความแข็งแรงของร่างกายอยู่แล้ว แต่ในช่วงหนึ่งของชีวิต น้ำหนักตัวของเขาเพิ่มขึ้นจนถึงประมาณ 160 กก. ( 353 ปอนด์ ) หรืออาจมากถึงประมาณ 165 กก. ( 364 ปอนด์ ) ตามตัวเลขที่ปรากฏแตกต่างกันในแต่ละแหล่งข่าว

       แม้ว่าเขาจะเคยฝึกยกน้ำหนักและเป็นคนที่มีพละกำลังมาก แต่การมีน้ำหนักตัวสูงมากทำให้สุขภาพของเขาเข้าสู่ภาวะอันตราย


เหตุการณ์ที่ทำให้ตัดสินใจเปลี่ยนชีวิต

       ใน พ.ศ.2565 ขณะที่อัลมีร์มีอายุประมาณ 51–52 ปี เขามีน้ำหนักประมาณ 160 กก. ( 353 ปอนด์ ) และมีปัญหาสุขภาพหลายอย่าง ทั้งความดันโลหิตสูง ระดับน้ำตาลในเลือดสูง และคอเลสเตอรอลสูง

       คืนหนึ่ง ขณะที่เขากำลังทำงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยกะกลางคืน เขาเกิดอาการผิดปกติจนต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เมื่อแพทย์ตรวจวัดความดันโลหิต พบว่าความดันของเขาสูงถึงประมาณ 260/160 มิลลิเมตรปรอท

       ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นระดับที่อันตรายอย่างมาก และเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้อัลมีร์ตระหนักว่า หากยังคงใช้ชีวิตในรูปแบบเดิมต่อไป สุขภาพของเขาอาจทรุดหนักลงหรืออาจเกิดเหตุร้ายแรงขึ้นได้

       เขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตอย่างจริงจัง โดยเริ่มเข้ารับคำแนะนำจากนักโภชนาการและปรับเปลี่ยนอาหารที่รับประทานในแต่ละวัน


การลดน้ำหนักประมาณ 80 กิโลกรัม

       อัลมีร์สามารถลดน้ำหนักได้ประมาณ 80 กก. ( 176 ปอนด์ ) ภายในระยะเวลาน้อยกว่า 2 ปี แม้แหล่งข่าวบางแห่งจะกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงโดยรวมเป็นระยะเวลาประมาณ 3–4 ปีก็ตาม

       เขาระบุว่าไม่ได้ใช้ยาเพื่อลดน้ำหนัก ไม่ได้เข้ารับการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหาร และไม่ได้พึ่งพาวิธีลัดราคาแพง แต่ใช้การควบคุมอาหาร การฝึกเวต และการออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างสม่ำเสมอ

       หลังจากน้ำหนักลดลง กล้ามเนื้อที่เขาเคยสร้างไว้จากการฝึกและการทำงานหนักเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้น รูปร่างของเขาจึงไม่ได้เพียงแค่ผอมลง แต่ยังมีความหนาแน่นของกล้ามเนื้อและมีรูปร่างที่เหมาะสำหรับการแข่งขันเพาะกาย

       ฟาบิอาโน เตเลส ( Fabiano Teles ) นักโภชนาการที่ดูแลเขา มองเห็นศักยภาพทางร่างกายและเป็นผู้สนับสนุนให้อัลมีร์ลองเข้าร่วมการแข่งขันเพาะกาย

       จากการลดน้ำหนักเพื่อรักษาชีวิต จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตนักเพาะกายในวัยกว่า 50 ปี





youtube.com


การฝึกของอัลมีร์ โรเจริโอ ดา ซิลวา

       ข้อมูลที่ได้รับการเปิดเผยระบุว่า อัลมีร์ฝึกเวตประมาณ 5 วันต่อสัปดาห์ ครั้งละประมาณ 1 ชั่วโมง และออกกำลังกายแบบแอโรบิกวันละประมาณ 45 นาที

       ตารางการฝึกโดยละเอียด เช่น การแบ่งวันฝึกกล้ามเนื้อแต่ละส่วน จำนวนเซต จำนวนครั้ง และรายชื่อท่าฝึกทั้งหมด ยังไม่ได้รับการเผยแพร่อย่างเป็นทางการในรูปแบบที่สามารถยืนยันได้

       อย่างไรก็ตาม จากคลิปการฝึกของเขาในสื่อสังคมออนไลน์ จะเห็นว่าเขาใช้การฝึกที่ค่อนข้างหนักและจริงจัง โดยผสมผสานทั้งการฝึกเพื่อสร้างกล้ามเนื้อและการฝึกเพื่อพัฒนาความแข็งแรง

       เขาเคยปรากฏในคลิปขณะยกเดดลิฟต์ด้วยน้ำหนักประมาณ 220 กก. ( 485 ปอนด์ ) รวมถึงการฝึกดิพโดยใช้โซ่หนักเพิ่มแรงต้าน แสดงให้เห็นว่า แม้อายุจะมากกว่า 50 ปี เขายังคงรักษาระดับพละกำลังไว้ได้สูงมาก

หลักการฝึกที่เห็นได้จากแนวทางของเขา ได้แก่

       1. ฝึกอย่างสม่ำเสมอมากกว่ารอให้มีแรงจูงใจ

       อัลมีร์ให้ความสำคัญกับวินัย เขาอธิบายโดยสรุปว่า คนเราต้องทำตามแผนอย่างเต็มที่ แม้ในวันที่ไม่มีแรงจูงใจ เพราะแรงจูงใจสามารถหายไปได้ แต่วินัยจะช่วยให้เราทำสิ่งที่จำเป็นต่อไป

       2. ค่อยๆ เพิ่มระดับการฝึก

       การเปลี่ยนแปลงของเขาไม่ได้เกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ แต่เป็นกระบวนการต่อเนื่องหลายปี การฝึกควรเริ่มจากระดับที่ร่างกายรับได้ และเพิ่มน้ำหนักหรือปริมาณงานตามความแข็งแรงที่พัฒนาขึ้น

       3. ผสมผสานการฝึกเวตกับแอโรบิก

       การฝึกเวตช่วยรักษาและสร้างมวลกล้ามเนื้อ ในขณะที่การออกกำลังกายแบบแอโรบิกช่วยเพิ่มการใช้พลังงานและส่งเสริมสุขภาพของหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิต

       4. ให้ความสำคัญกับสุขภาพก่อนรูปร่าง

       จุดประสงค์แรกของอัลมีร์ไม่ใช่การขึ้นประกวด แต่เป็นการควบคุมน้ำหนัก ความดันโลหิต ระดับน้ำตาล และคอเลสเตอรอล รูปร่างแบบนักเพาะกายเป็นผลที่เกิดขึ้นภายหลังจากการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพ

       5. ไม่พอใจกับผลงานเดิมง่ายเกินไป

       จากคำพูดในคลิปการฝึกของเขา อัลมีร์มีแนวคิดว่า เมื่อทำท่าฝึกหนึ่งได้แล้ว เขาจะพิจารณาว่ายังสามารถพัฒนาคุณภาพการฝึก น้ำหนัก หรือสมรรถภาพให้ดีขึ้นได้อีกหรือไม่ แนวคิดนี้สะท้อนหลักการเพิ่มความก้าวหน้าในการฝึกอย่างต่อเนื่อง


ตัวอย่างอาหารประจำวัน

       อัลมีร์กล่าวว่า ในช่วงที่มีน้ำหนักมาก เขารับประทานอาหารโดยไม่มีการควบคุม อาหารมื้อเช้าอาจประกอบด้วยไข่ถึง 8 ฟอง เบคอน และนมช็อกโกแลต นอกจากนี้ยังรับประทานอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูงเป็นจำนวนมาก

       หลังเริ่มลดน้ำหนัก เขาเปลี่ยนมาเลือกรับประทานอาหารธรรมดาที่มีราคาไม่แพง เนื่องจากไม่มีงบประมาณสำหรับอาหารพิเศษราคาแพง


       ตัวอย่างอาหารที่เขารับประทานมีดังนี้


อาหารเช้า

       ขนมปังโฮลวีต 2 แผ่น

       ไข่ 3 ฟอง

       มะละกอ 200 กรัม


อาหารกลางวัน

       ข้าว 200 กรัม

       เนื้อไก่ 150 กรัม


อาหารว่าง

       ข้าว 200 กรัม

       เนื้อไก่ 150 กรัม


อาหารเย็น

       ข้าว 200 กรัม

       เนื้อไก่ 150 กรัม


อาหารก่อนนอน

       โยเกิร์ตทำเอง 250 กรัม

       เวย์โปรตีน 30 กรัม

       ข้าวโอ๊ต 50 กรัม

       กล้วย 1 ผล


       อาหารชนิดอื่นที่ปรากฏในแนวทางโภชนาการของเขา ได้แก่ ผักต่างๆ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ ข้าว และผลไม้

       จุดเด่นของอาหารไม่ได้อยู่ที่วัตถุดิบราคาแพง แต่เป็นการกำหนดปริมาณอาหารให้เหมาะสม รับประทานอย่างเป็นเวลา และหลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูงกับน้ำตาลจำนวนมากที่เคยรับประทานในอดีต

       อย่างไรก็ตาม ปริมาณอาหารข้างต้นเป็นข้อมูลจากช่วงหนึ่งของการควบคุมอาหารของอัลมีร์ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนควรนำไปใช้โดยไม่ปรับเปลี่ยน เพราะความต้องการพลังงานของแต่ละคนแตกต่างกันตามน้ำหนักตัว อายุ สุขภาพ และระดับกิจกรรม


เรื่องการใช้ฮอร์โมน

       อัลมีร์เปิดเผยว่า ในระหว่างกระบวนการลดน้ำหนักประมาณ 80 กก. ( 176 ปอนด์ ) เขาไม่ได้ใช้ฮอร์โมนเพื่อช่วยลดน้ำหนัก

       หลังจากลดน้ำหนักแล้ว ผลการตรวจพบว่าระดับเทสโทสเตอโรนของเขาต่ำกว่าระดับที่เหมาะสม แพทย์จึงแนะนำให้เขาเข้ารับการบำบัดทดแทนฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน โดยเฉพาะเมื่อเขาเริ่มเข้าสู่การฝึกและการแข่งขันเพาะกาย

       ข้อมูลนี้ควรแยกให้ออกระหว่างการบำบัดทดแทนฮอร์โมนภายใต้การดูแลของแพทย์ กับการใช้สารเพิ่มสมรรถภาพด้วยตนเอง ผู้ที่มีอายุมากหรือสงสัยว่ามีระดับฮอร์โมนต่ำควรเข้ารับการตรวจเลือดและปรึกษาแพทย์ ไม่ควรซื้อฮอร์โมนมาใช้เอง


การเข้าสู่การแข่งขันเพาะกาย

       หลังจากประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนัก นักโภชนาการของเขาเห็นว่าร่างกายของอัลมีร์มีโครงสร้างและมวลกล้ามเนื้อที่เหมาะสำหรับการแข่งขัน จึงสนับสนุนให้เขาลองเตรียมตัวขึ้นเวที

       ใน พ.ศ.2567 ( 2024 ) เขาเริ่มเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันเพาะกายอย่างจริงจัง โดยมีช่วงเตรียมตัวประมาณ 12 สัปดาห์

       เขาเข้าร่วมการแข่งขันในงานอาร์โนลด์คลาสสิก พ.ศ.2567 ( 2024 Arnold Classic ) และได้รับอันดับ 3 ในรุ่น Classic สำหรับผู้แข่งขันในกลุ่มความสูงไม่เกิน 175 เซนติเมตร

       การแข่งขันดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญ เพราะก่อนหน้านั้นเพียงประมาณ 2 ปี เขายังเป็นชายที่มีน้ำหนักประมาณ 160 กก. ( 353 ปอนด์ ) และมีปัญหาสุขภาพรุนแรง

       มีข้อมูลเพิ่มเติมว่าในเวลาต่อมาเขาได้พยายามเข้าแข่งขันในรายการระดับมาสเตอร์ของบราซิล เพื่อไล่ตามเป้าหมายในการได้รับสถานะนักกีฬาอาชีพ แต่ยังไม่พบผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการที่ครบถ้วนเพียงพอ จึงไม่ควรระบุว่าเขาได้รับโปรการ์ดแล้ว


ชีวิตครอบครัว

       อัลมีร์เป็นชายที่หย่าร้างและมีบุตร 4 คน การที่เขาใช้ชื่อว่า โวโว บอดีบิลเดอร์ ( Vovô Bodybuilder ) ซึ่งแปลได้ว่า คุณปู่นักเพาะกาย หรือคุณตานักเพาะกาย ทำให้ผู้ชมจดจำเขาได้ง่าย

       หลังจากมีชื่อเสียงในโลกออนไลน์ เขามีผู้ติดตามในอินสตาแกรมมากกว่า 1 ล้านบัญชี และได้รับข้อความจากผู้ติดตามจำนวนมาก ทั้งข้อความให้กำลังใจและข้อความเชิงชื่นชมรูปร่าง

       เขากล่าวว่าเขาพยายามปฏิบัติต่อผู้ติดตามทุกกลุ่มด้วยความเคารพ แต่หากพบข้อความที่มีเจตนาไม่ดี เขาจะเลือกไม่ตอบโต้





youtube.com


เป้าหมายส่วนตัวนอกเหนือจากเพาะกาย

       แม้จะกลายเป็นบุคคลที่มีผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านบัญชี แต่อัลมีร์เปิดเผยว่าเขายังมีความฝันส่วนตัวง่ายๆ ที่ไม่เคยได้ทำ ได้แก่ การได้เห็นทะเลด้วยตาตนเองและการได้นั่งเครื่องบินเป็นครั้งแรก

       เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นภูมิหลังของเขาว่าเป็นคนทำงานธรรมดาจากพื้นที่ชนบท ผู้ผ่านการทำงานหนักมาตั้งแต่วัยเด็ก ก่อนจะมีชื่อเสียงจากการเปลี่ยนแปลงสุขภาพและรูปร่างในช่วงหลังของชีวิต


เหตุผลที่อัลมีร์ได้รับความสนใจในโลกออนไลน์

       ความน่าสนใจของอัลมีร์ไม่ได้อยู่เพียงแค่กล้ามเนื้อหรือความแข็งแรง แต่เป็นความแตกต่างระหว่างสภาพร่างกายในอดีตกับปัจจุบัน

       เขาเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงขณะมีอายุมากกว่า 50 ปี มีน้ำหนักประมาณ 160 กก. ( 353 ปอนด์ ) มีความดันโลหิตสูง ระดับน้ำตาลและคอเลสเตอรอลผิดปกติ แต่สามารถลดน้ำหนักได้ประมาณ 80 กก. ( 176 ปอนด์ ) และขึ้นแข่งขันเพาะกายได้สำเร็จ

       เรื่องราวของเขาจึงตรงข้ามกับความเชื่อที่ว่า ผู้ที่มีอายุมากแล้วไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่างหรือเริ่มต้นออกกำลังกายอย่างจริงจังได้


แนวคิดสำคัญของอัลมีร์

       อัลมีร์กล่าวให้กำลังใจผู้ที่มีอายุมาก มีน้ำหนักเกิน หรือไม่ได้ออกกำลังกายว่า ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการเริ่มต้น

       เขาเริ่มเปลี่ยนแปลงตนเองขณะมีอายุประมาณ 51 ปี และมีน้ำหนักประมาณ 160 กก. ( 353 ปอนด์ ) ในช่วงแรกมีคนจำนวนมากไม่เชื่อว่าเขาจะทำได้ แต่เขายังคงทำตามแผนอย่างจริงจัง

       เขาย้ำว่าไม่มีทางลัด สิ่งสำคัญคือการลงมือทำอย่างเต็มที่ แม้ในวันที่ไม่มีแรงจูงใจ การเริ่มดูแลตนเองในวันนี้ย่อมดีกว่าการรอจนมีอายุ 70 หรือ 80 ปี และไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะสวมเสื้อผ้าหรืออาบน้ำด้วยตนเอง


บทเรียนจากเรื่องราวของอัลมีร์ โรเจริโอ ดา ซิลวา

       เรื่องราวของอัลมีร์แสดงให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงรูปร่างครั้งใหญ่ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเป้าหมายที่จะเป็นนักเพาะกายเสมอไป

       เป้าหมายแรกของเขาคือการมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างมีสุขภาพดี เขาเริ่มจากการควบคุมอาหารธรรมดา ฝึกเวต ออกกำลังกายแบบแอโรบิก และเข้ารับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญ

       เมื่อสุขภาพดีขึ้น น้ำหนักลดลง และกล้ามเนื้อเริ่มปรากฏชัด เป้าหมายของเขาจึงพัฒนาจากการลดน้ำหนักไปสู่การแข่งขันเพาะกาย

       ความสำเร็จของอัลมีร์ไม่ได้เกิดจากอายุที่เหมาะสม พันธุกรรมเพียงอย่างเดียว หรือวิธีลัด แต่เกิดจากการยอมรับปัญหาสุขภาพ การเปลี่ยนพฤติกรรม และการทำสิ่งเดิมที่จำเป็นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี


หมายเหตุเกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูล

       ปัจจุบันยังไม่พบแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือซึ่งเปิดเผยวันเดือนปีเกิด ส่วนสูงที่แน่นอน รวมถึงขนาดต้นแขน หน้าอก เอว ต้นขา และน่องของอัลมีร์ โรเจริโอ ดา ซิลวา

       ตัวเลขน้ำหนักเริ่มต้นมีความแตกต่างกันเล็กน้อย โดยบางแหล่งระบุ 160 กก. ( 353 ปอนด์ ) ขณะที่บางแหล่งระบุ 165 กก. ( 364 ปอนด์ ) ส่วนข้อมูลในประวัติอินสตาแกรมของเขาระบุการเปลี่ยนแปลงจาก 160 กก. ( 353 ปอนด์ ) เหลือ 84 กก. ( 185 ปอนด์ )

       เพื่อหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลผิด จึงควรใช้คำว่า ประมาณ เมื่อต้องกล่าวถึงน้ำหนักเริ่มต้น น้ำหนักปัจจุบัน เปอร์เซ็นต์ไขมัน และระยะเวลาที่ใช้ในการเปลี่ยนแปลงร่างกาย





- จบ -