|
TUVA ตอบปัญหา |
|
|
|
ถาม ที่ในเวบ บอกว่ามีการขอตารางฝึกได้นั้น ผมขอทราบเกี่ยวกับวิธีการทำตารางฝึกของ webmaster ครับ |
ตอบ ขั้นตอนการทำตารางฝึกมีดังนี้ครับ คือ 1.ดูก่อนว่าข้อมูลที่ส่งมาให้นั้น สมาชิกใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง ถ้ามีแค่ดัมเบลล์ 2 ลูก ผมก็ต้องแนะนำให้ซื้ออุปกรณ์พื้นฐานเพิ่มก่อน เช่นบาร์เบลล์และเตียง แล้วค่อยให้ส่งข้อมูลมาใหม่ครับ เพราะถ้าออกแบบไปให้เลย แล้วไม่มีอุปกรณ์ ก็ไม่มีความหมายอะไรครับ 2.เริ่มเขียนตาราง โดยใช้การปฏิบัติจริง ซึ่งปัญหานี้ผมพึ่งค้นพบภายหลังว่า ก่อนหน้านี้ตอนผมเคยทำตารางฝึกมานั้น ผมทำในตอนที่ร่างกายฟิตสมบูรณ์ พอระบุการใช้น้ำหนักลงไปในตารางฝึกตามที่ผมใช้จริง ปรากฏว่าเพื่อนสมาชิกทำตามไม่ไหว บางคนก็ท้อแท้จนเลิกไปเลย ผมเลยต้องทดลองด้วยตัวเอง โดยการหยุดเล่นสัก 5 เดือน ทำให้ร่างกายเหมือนคนไม่เคยเล่นมาก่อน แล้วทดลองเล่นแบบเริ่มต้น แล้วจดการใช้น้ำหนักจริงๆ ซึ่งเรื่องแบบนี้ผมค่อนข้างจริงจัง อย่างเช่นเมื่อหลายปีก่อนนั้น มีคนเมลล์มาถามว่าอยากเพิ่มน้ำหนักอย่างเร่งด่วน ต้องทำอย่างไร ผมก็ทดลองด้วยตัวเองทันที โดยทานไข่ลวกประมาณ 18 ใบต่อวัน พร้อมกับการบริหารอย่างหนักและการใช้อะมิโนแอซิด ปรากฏว่าน้ำหนักขึ้นเกือบ 20 กก.ในเวลา 6 เดือน ซึ่งเมื่อทดลองด้วยตัวเองแล้ว จึงบอกคำตอบให้เพื่อนสมาชิกไป แต่ผลเสียที่ตามมาสำหรับตัวผมเอง ในภายหลังก็คือ พอดีย้ายที่ทำงาน และทำงานหนักขึ้น เวลาออกกำลังแทบไม่มีเลย ทำให้การลดน้ำหนักทำได้ยากมากๆ แต่สิ่งที่ภูมิใจก็คือ ได้ตอบปัญหาให้เพื่อนสมาชิกด้วยการทดลองกับตัวเองนั่นเอง |
|
|
|
บันทึกการฝึกจาการปฏิบัติจริงๆ |
|
|
อาจเห็นว่าเขียนง่ายๆนะครับ แต่ความจริง
มันต้องใช้การอ้างอิงจากแหล่งความรู้ด้วย ที่ผมใช้ก็คือ
![]()
![]()
![]()
นิตยสารมัสเซิล แอนด์ฟิตเนส ตั้งแต่ปี พ.ศ.2524 จำนวน
160 เล่ม
นิตยสารเฟล็ก ตั้งแต่ ปี พ.ศ.2537 จำนวน 53
เล่ม
นิตสารเพาะกายต่างประเทศ ที่ฉีกหน้าปกออกเพื่อขายเลหลัง ยี่ห้อต่างๆ
เช่นมัสเซิลมีเดีย ,มัสเซิลดีวีลอปเม้นท์ ฯลฯ จำนวน
138 เล่ม
นิตยสารเพาะกายทุกเล่มในห้องสมุด ที่ไม่สามารถหาซื้อได้
ผมจะถ่ายเอกสารเก็บไว้เกือบทั้งเล่ม (ตัดโฆษณาออก) ประมาณ
85 - 90 เล่ม
นิตยสารเพาะกายในไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2508 จำนวน 84
เล่ม
ความรู้จากวีดีโอต่างประเทศ ประมาณ 70
ม้วน โดยได้รับความอนุเคราะห์ให้ยืมต้นฉบับโดยคุณประธาน
คงแนวดี ตู้ ปณ.9 ไปรษณีย์บางแสน อ.เมือง จว.ชลบุรี 20130
คู่มือเพาะกาย ไวเดอร์ซิสเท็ม จำนวน 2 เล่ม หนา 109 หน้า หาซื้อไม่ได้
จึงต้องขอถ่ายเอกสารมาจาก อาจารย์ พันเอก สมบูรณ์ ครับ
ภาพแขวนตามโรงยิมต่างๆที่ผมไปขอถ่ายเอกสาร
รวบรวมแล้วแยกส่วนบริหารไว้เป็นหมวดๆ เป็นจำนวน 10 กว่าเล่ม
ชาร์ตภาพขนาดใหญ่ (6 เท่าของกระดาษ เอ 4)
ที่ต้องใช้เครื่องถ่ายเอกสารแบบพิเศษ จำนวน 12 แผ่น ที่ไปขอถ่ายจาก
อาจารย์ พันเอกสมบูรณ์
หนังสือของอาจารย์นพคุณ วันแต่ง จำนวน 6 เล่ม
เอ็นไซโคปิเดีย ของอาร์โนล์ ชวาลเซเนกเกอร์ จำนวน 1 เล่ม มูลค่า
4,000 บาท หนา 736 แผ่น ได้รับความกรุณาจากคุณวัลลภ
วีระเดช (หนุ่ย)
wanlop79@yahoo.com ตอนไปเที่ยวประเทศฝรั่งเศส
หนังสือบอดี้บิลด์ดิ้ง 101 ราคา 772 บาท หนา 236 หน้า จำนวน 1 เล่ม
หนังสือโฮมม์เวอร์คเอ้าไบเบิ้ล ราคา 895 บาท หนา 434 หน้า จำนวน 1 เล่ม
หนังสือ Body for
life ฉบับแปลเป็นไทยรวมถึงประสบการณ์การตอบปัญหาทางอีเมลล์ในช่วง 6 ปีนี้ และการดูเวบไซท์เพาะกายต่างประเทศ สำหรับในส่วนของอุปกรณ์นั้น ตัวผมเองมีเกือบครบทุกตัว ไม่ว่าจะเป็นเตียงปรับเอียงไม่ได้ ,เตียงปรับเอียงหัวได้ แบบธรรมดา และเตียงปรับเอียงหัวได้ และมีที่เล่นขา ก็จะทดลองเล่นด้วยตัวเอง สำหรับอุปกรณ์บางตัวที่ยังไม่มี ก็จะเสียเงินเข้าโรงยิม ครั้งละหลายบาท เพื่อไปทดลองกันเลย |
|
|
|
ไม่ใช่เขียนแค่วันเดียว
แต่ต้องเก็บข้อมูลกันเป็นเดือนๆ |
|
|
|
ปิดท้ายด้วยการนำท่าบริหารทั้งหมด
(ต่อ 1 คน ต่ออุปกรณ์ที่เขามี) เข้าคอมพิวเตอร์ |
ถ้าเก่งคณิตศาสตร์คงพอจะเดาได้นะครับว่าจะต้องมีตารางฝึกกี่แบบ ยกตัวอย่างเช่น 1 คนมี 10 อุปกรณ์ ,คนที่ 2 มี 1 อุปกรณ์ที่เหมือนคนที่ 1 ส่วนที่เหลือไม่มี หรือไม่เหมือนเลย ก็ต้องทำตารางฝึกอันใหม่ขึ้นมา ,พอคนที่ 3 มีอุปกรณ์เหมือนคนที่ 1 จำนวน 1 ชิ้น(ที่ไม่ใช่ชิ้นเดียวกับคนที่ 2 มี) ส่วนที่เหลือไม่มี หรือไม่เหมือนเลย ก็ต้องทำตารางฝึกอันใหม่ขึ้นมา เป็นอย่างนี้ไล่ไปเรื่อยๆ ซึ่งคุณก็คิดว่าอย่างมากทำต้นแบบออกมาก็แค่ 30 แบบเท่านั้นใช่ไหมครับ แต่ยังไม่หมดแค่นั้น สมมติว่าคนที่ 11 มีอุปกรณ์ชิ้นที่ 3 กับชิ้นที่ 5 เหมือนกับคนที่ 1 อันนี้ก็ต้องเริ่มทำใหม่แล้ว เพราะในวงจรแรกเหมือนกันแค่ 1 ชิ้นใช่ไหมครับ ,คนที่ 12 มีอุปกรณ์ชิ้นที่ 7 และชิ้นที่ 9 และชิ้นที่ 10 เหมือนกับคนที่ 1 แต่ที่เหลือไม่มี ก็ต้องทำใหม่ คิดอย่างนี้ไล่ไปเรื่อยๆมันจะออกมาหลายพันแบบครับ จึงหมดสิทธิที่จะทำรอไว้ล่วงหน้าเลยครับ ต้องรอข้อมูลจากเพื่อนสมาชิกมาแล้วจึงเริ่มทำเป็นคนๆไป นั่นคือคุณกำลังใช้เวลาของผมในแต่ละวันที่จะทำงาน ,ดูแลคนในครอบครัวของผม ,หาความสุขส่วนตัว หมดไปกับการทำตารางฝึกให้คุณนั่นเอง ซึ่งผมก็เต็มใจทำให้นะครับ เพราะการทำตารางฝึก 1 อันมันก็เหมือนทำงานศิลปะที่ผมชอบขึ้นมา 1 ชิ้น ถึงจะกินเวลาส่วนอื่นไปแต่การทำด้วยความรักความชอบมันก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ เพียงแต่ขอให้คุณรู้คุณค่าของมันเท่านั้นผมก็พอใจแล้ว ตอนนี้ก็คงพอทราบแล้วนะครับว่า การจะทำตารางฝึกแต่ละอันมันยากขนาดไหน สำหรับตัวผมเอง อยากจะแนะนำว่า ไม่ควรใช้ข้ออ้างที่ว่า ถ้าได้ตารางฝึกจากผมแล้วจึงค่อยเริ่มบริหารนะครับ เพราะว่าจริงๆแล้ว ความรู้ในเวบไซท์ผมก็ครบถ้วนอยู่แล้ว ซึ่งพวกนักเพาะกายดังๆ เขาก็มักจะบอกตารางฝึกให้ด้วยทุกครั้ง ไม่ได้เป็นความลับอะไรนะครับ เราควรจะพึ่งตัวเองก่อนครับ สาเหตุที่ ไม่อยาก ทำตารางฝึกให้ ย้อนกลับไปหลายปีก่อน ผมเคยทำตารางฝึกให้เฉพาะตัวบุคคลเลย และยังเปิดหน้าเวบฟรีให้ 1 หน้าสำหรับติดตามผลการฝึกตามตารางจากเพื่อนสมาชิกแต่ละท่านด้วย แต่ตอนหลังด้วยปัญหาเรื่องเงินทุน และการเสียความรู้สึกบางส่วน เช่น เคยมีผู้เขียนต่อว่าในกระดานข่าวว่า เขียนตารางฝึกเพื่อขายสินค้า (อาหารเสริม) นั่นเอง ผมก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร เพราะตัวผมเองก็ใช้ยี่ห้อเดียวมาตลอด จะกำหนดในตารางฝึกให้ไปใช้ตัวอื่น ผมก็ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับตัวนั้นๆ ส่วนบางคน พอได้ตารางฝึกแล้ว ก็ไม่ฝึกจริงจัง เมลล์ไปถาม ก็ตอบกลับมาว่าไม่ค่อยมีเวลา ตอนนี้เลิกเล่นแล้ว จึงทำให้เสียความรู้สึกมาก และคิดว่าผู้ที่ถ่ายทอดความรู้อย่างเรา สงสัยจะตามใจลูกศิษย์มากเกินไปแล้ว แทนที่ลูกศิษย์จะเป็นฝ่ายมาขอร้องให้อาจารย์สอนวิชาให้ มันดูเหมือนความรู้ที่เราให้นั้นไม่มีค่า ต้องคอยเอาไปยัดเยียดให้เขา ก็เลยเข็ดขยาดมาจนถึงทุกวันนี้ และไม่ค่อยทำตารางฝึกให้ใครเลยครับ ตอนหลังยังมีคนมาขอมากเป็นหลักพันคน ทำให้แยกไม่ออกว่าคนไหนจะมาแบบเดิมที่เคยเจออีก เลยต้องมาระบุเงื่อนไขว่าจะต้องซื้อ อะมิโน 10000 กับทางเวบไซท์ จำนวน 3 กระป๋องขึ้นไปในคราวเดียวก่อน จึงจะพิจารณาว่าจะทำให้หรือไม่ เพื่อเป็นกุศโลบายว่า อย่างน้อย ถ้าออกแบบตารางฝึกให้ไปแล้ว ก็จะได้ไม่ทิ้งขว้าง เพราะไม่ได้มาง่ายๆ อีกทั้งถ้าเลิกฝึกไปตั้งแต่ยังทานอาหารเสริมไม่หมดทั้ง 3 กระป๋อง ก็จะเสียเงินฟรีไปนั่นเองครับ สาเหตุที่ อยาก ทำตารางฝึกให้ เหมือนกับนักเพาะกายระดับซูเปอร์สตาร์ทั้งหลาย "ลืมไปแล้ว" ว่าสมัยเริ่มเล่นนั้น ความหนาในระนาบกลาง ของ หน้าอก (ที่ต้องสร้างด้วย Benchpress เท่านั้น) คือสิ่งที่สำคัญที่สุด ที่ปัจจุบันนี้เขาแนะนำคนอื่นว่าจะต้องเน้นการทำ Incline Benchpress (เพื่อสร้างอกในระนาบบน) ก่อนก็เพราะเขามีหน้าอกในระนาบกลางที่เต็มอยู่แล้ว แต่คนก็มักเชื่อเขา เพราะการที่เขามีดีกรีเป็นถึงนักเพาะกายระดับซูเปอร์สตาร์ ดังนั้นสิ่งที่เขาพูดจึงน่าเชื่อถือ ก็เหมือนกับคุณพ่อของคุณที่ประสบความสำเร็จในชีวิตในช่วงอายุ 50 ปี ที่กำลังพยายามแนะนำคุณในวัย 16 - 18 ปี โดยอ้างความสำเร็จในชีวิตของเขาในปัจจุบันนั่นเอง สรุปในส่วนนี้ คือ ถ้าไม่ทำตารางฝึกให้คุณ คุณก็จะไปทำตามตารางฝึกของซูเปอร์สตาร์ที่ "ลืมไปแล้ว" สำหรับบางอย่างที่สำคัญ การบริหารท่า DECLINE BENCH PRESS หรือการยกน้ำหนักแบบหัวต่ำทั้งหลาย เพื่อไว้บริหารอกส่วนล่าง มีไว้สำหรับคนที่เล่นกล้ามมาไม่ต่ำกว่า 4 - 5 ปีเท่านั้น เรื่องพื้นฐานง่ายๆสำหรับคนที่เป็นอาจารย์ทั้งหลายจะไม่รู้เชียวหรือ แต่ปัญหาคือ 1.เพื่อความอยู่รอด เพราะลงทุนไปกับเตียงทั้งหมดหลายบาท ก็ควรจะให้คนที่มาเล่น ใช้กันให้ทั่วถึงทุกเตียง 2.เพื่อไม่ให้เจ้าสมาชิกใหม่คนนี้ต้องไปต่อคิวกับเตียงปรับหัวสูง อันจะส่งผลกระทบทำให้คิวยาวขึ้น และคนอื่นๆจะพากันหนีไปเล่นที่อื่นกัน 3.ใครจะไปรู้ว่าการเล่นกล้ามอกส่วนล่างเขามีไว้เล่นตอนที่เล่นกล้ามอกไปแล้ว 4 - 5 ปีเท่านั้น (นอกจากเรา) ดังนั้น ตารางฝึกที่คุณได้มา คุณก็จะได้ตารางที่บริหารหน้าอก โดยมีท่า DECLINE BENCH PRESS ติดมาด้วย ก็ด้วยเหตุผลสามข้อข้างต้นนี้ ทั้งๆที่คุณพึ่งมาจับลูกเหล็กครั้งแรกแท้ๆ แต่มีท่านี้เข้ามาได้ยังไง สิ่งเหล่านี้ เมื่อคุณไม่รู้ว่ามันเป็นปัญหา คุณก็ไม่ได้ถามผม และเมื่อไม่ได้ถาม ก็เลยเข้าใจว่าทางที่ทำอยู่นั้นถูกแล้ว ถ้าบังเอิญว่าวันหนึ่งคุณได้รู้ความจริงเหล่านี้จากผม คุณก็รู้สึกเจ็บใจและอาจเอาเรื่องแบบนี้ไปต่อว่าเจ้าของยิม แล้วพออ้างว่าได้ข้อมูลมาจากผม ปัญหาที่ตามมาก็คือ เจ้าของยิมบ้าง คนขายอาหารเสริมยี่ห้ออื่นบ้าง ก็ต้องผูกอาฆาตผมที่ผมเอาเรื่องไปตีแผ่ สรุปในส่วนนี้ คือ ถ้าผมไม่ทำตารางฝึกให้คุณ คุณก็อาจกลายเป็นคนที่มีไว้สำหรับแก้ปัญหาทางด้านธุรกิจให้กับใครบางคน แล้วถ้าคุณมารู้ความจริงที่หลัง ผมก็อาจได้ศัตรูเพิ่มขึ้นอีก 1 คน (คือเจ้าของยิม) โบราณบอกไว้ว่ามีเพื่อนพันคนยังน้อยไป มีศัตรู 1 คนมันมากเกินไป 1.เหมือนกับอาทิตย์นั้น (ที่มีการเล่นหน้าอกครั้งเดียว) ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน อาทิตย์นั้นคุณก็สามารถเล่นแขนได้ถี่ขึ้น เพราะคุณได้รับการบริหารไทรเซบจากการเล่นอก และคุณได้รับการบริหารไบเซบจากท่าตามตารางฝึกที่ผมบอก แต่ถ้า คุณเอาไทรเซบไปรวมกับการเล่นอก แล้วอาทิตย์ไหนที่คุณเล่นอกครั้งเดียว ก็เท่ากับอาทิตย์นั้นคุณเล่นไทรเซบครั้งเดียวไปด้วย 2.วิธีเรียงลำดับกล้ามเนื้อบริหารนี้ ผมเผื่อไปถึงการฝึกของคุณในอีกเป็นปีๆข้างหน้าด้วย เพราะตอนนั้น คุณจะได้รู้จักกับคำว่า Over train หรือการล้าเกินกำลังของกล้ามเนื้อ ตอนนี้อาจยังไม่เห็นเท่าไร แต่เมื่อคุณฝึกหนักขึ้น หนักขึ้น หลายปีเข้า การบริหารไบเซบแต่ละครั้งของคุณอาจจะหนักมาก แล้วถ้าตามตารางคุณต้องฝึกไบเซบ (อย่างหนักหน่วง) อาทิตย์ละ 2 ครั้งทุกๆอาทิตย์ กล้ามไบเซบของคุณก็จะ Over train ในขณะที่ตามตารางของผม มันจะมีไขว้กันตลอด เช่นอาทิตย์นี้คุณได้ฝึกไบเซบ 2 ครั้ง อาทิตย์หน้าฝึกแค่ครั้งเดียว ดังนั้นอาการ Over train ก็ไม่มีโอกาสเกิดขึ้น และยังมีโอกาสฟื้นตัวได้มาก และยังได้ใช้หลักการ Confuse หรือการทำให้กล้ามเนื้อสับสน ป้องกันการเคยชิน เพราะถ้ากล้ามเนื้อเคยชินแล้วก็จะพัฒนาช้า คำว่าเคยชินก็คือ กล้ามเนื้อมันพยายามจำแล้วว่าในอาทิตย์หนึ่งจะเล่นกล้ามอะไรกี่ครั้ง แล้วมันก็จะสร้างมาตรการมาป้องกัน การสร้างมาตรการการป้องกันนี่แหละคือ "ความเคยชิน" ทำให้กล้ามคุณขึ้นช้า งงไหมครับ? อะไรคือ ความสดของกล้ามเนื้อ ,อะไรคือความถี่ของกล้ามเนื้อ ,อะไรคือ Over train อะไรคือ Confuse นี่ขนาดแค่อยากรู้ว่าทำไมต้องเอาไทรเซบมาบริหารต่อจากการเล่นปีก เรายังจะต้องใช้องค์ความรู้ละเอียดขนาดนี้ นี่ยังไม่รวมคำถามการเรียงลำดับกล้ามเนื้ออื่น ยังไม่รวมคำถามการเรียงลำดับท่าบริหารที่ใช้สำหรับกล้ามเนื้อแต่ละส่วนที่แยกย่อยลงไปอีก งงใช่ไหมครับ? สรุปในส่วนนี้ คือ ถ้าผมไม่ทำตารางฝึกให้คุณ แล้วผมต้องมานั่งอธิบายยาวๆอย่างนี้กับกล้ามเนื้อทุกๆส่วน กับอุปกรณ์ทุกชิ้น กับเพื่อนสมาชิกทุกคนที่มีเรือนหมื่น มันก็ไม่ไหว เหมือนกับถ้าลูกค้ามาร้านอาหารเต็มร้านแล้ว ถ้ากุ๊กต้องคอยออกมาอธิบายกับลูกค้าแต่ละคนว่าอาหารที่ทำให้ทานนี้ประกอบขึ้นมาจากอะไรบ้างมันก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะจะไปกระทบกับลูกค้ารายอื่นที่รอด้วย ดังนั้นถ้าจะทานอาหารให้อร่อย ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่กุ๊กเขาทำไปเถอะ ไม่ต้องมาถามว่าประกอบอาหารนี้ขึ้นมาอย่างไร การทำตารางฝึกก็เช่นกันครับ ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมทำตารางฝึกขึ้นมา โดยไม่ต้องมาอธิบายทีละรายการ ว่าทำไมต้องเอาอันนั้นต่ออันนี้ ทำไมท่านั้นต่อท่านี้ ทุกอย่างมีเหตุผลอยู่ในตัวแล้วทั้งสิ้น แต่เป็นเรื่องทรมานอย่างมากถ้าจะต้องมาแจงให้ทราบทีละชิ้น ทีละคน ที่พูดมานี้คือตัวอย่างเล็กๆน้อยๆสำหรับเหตุผลที่ว่า ทำไมคุณจึงควรใช้ตารางฝึกของผม และแน่นอนครับว่าคุณจะต้องมีความศรัทธาในตัวผมก่อน ถึงจะฝึกตามตารางได้ดี ขอให้คุณรู้เถอะว่าตารางฝึกที่ผมทำนั้น ไม่ใช่ทำได้ง่ายๆ และที่ต้องเรียกร้องความศรัทธาจากคุณก็เพราะว่าการสร้างกล้ามเนื้อนั้น มันไม่เหมือนการบวกเลข ที่ 1 บวก 1 เท่ากับ 2 มันต้องใช้เวลาในการสร้างเขาถึงได้เรียกว่า "เพาะกาย" ไงครับ ดังนั้นหากคุณไม่ศรัทธาในตัวผม ในตารางฝึกของผม ประกอบกับความใจร้อน แล้วซ้ำร้ายไปโดนพูดยุแยงตะแคงรั่วเข้าอีก ก็จะเกิดความคิดว่า สงสัยจะมาผิดทางแล้วมั้ง? ขอให้เชื่อผมเถอะว่าองค์ความรู้ในเรื่องการเพาะกายของผมไม่เป็นรองใคร และถึงแม้จะมีคำพูดว่า "ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม" คืออาจมีหลายเส้นทางที่จะไปสู่ความสำเร็จ แต่เชื่อเถอะว่าแนวทางของผมนี้ เป็นทั้งทางด่วน , ทางตรง และเป็นทางลัด อย่างที่สุดแล้วครับ |
|
- END - |