TUVA ตอบปัญหา
  คำถาม : ได้อ่านเกี่ยวกับเรื่องการเลือกทานสิ่งให้พลังงาน "ก่อนการเล่นกล้าม" ในเวบ แล้วมีข้อความขัดกัน เลยไม่รู้ว่า จริงๆแล้ว ควรจะทานอะไรก่อนเล่นกล้ามกันแน่ ( โดยเฉพาะเรื่อง glycemic index  ที่มีคนให้ความเห็นต่างกัน )?


คำตอบ : เกี่ยวกับเนื้อหาในเวบที่ไม่ตรงกันนั้น ต้องเข้าใจก่อนว่า ไม่ใช่เพราะผมพิมพ์ข้อความอะไรผิดพลาด ที่ว่าพูดตรงนี้ไว้อย่าง  พูดอีกที่หนึ่งไว้อย่าง แต่อย่างใดหรอกนะครับ  / เพราะสิ่งที่คุณอ่านนั้น "เป็นเรื่องแปล" ดังนั้นเมื่อต้นฉบับพูดไม่ตรงกัน ( เพราะเป็นคนเขียนคนละคนกัน )  และผมแปลมาให้อ่านนั้น มันก็เลยมีความแตกต่างกันทางด้านเนื้อหา / จะว่าไป ผมว่าก็น่าจะดีนะครับ ที่คุณจะได้มีอ่านความคิดเห็นหลากหลาย / เกี่ยวกับเรื่องสิ่งที่ควรทานก่อนการเล่นกล้ามในระยะกระชั้นชิด ( คือในระหว่าง 5 นาที ถึง 20 นาทีก่อนการเล่นกล้าม ก็ถือว่าเป็นเวลาที่กระชั้นชิด ในความหมายที่ผมพูดถึง ) ก็เอามาวิเคราะห์ได้ดังนี้

       บทความหมายเลข 1 - เมื่อสี่สิบปีก่อน คือสมัย อาร์โนลด์  ชวาลเซเนกเกอร์ นั้น ยังไม่มีใครพูดถึง glycemic index ยังไม่มีใครพูดถึง simple carbohydrate หรือ complex carbohydrate / เพียงแต่อาศัยการลองผิดลองถูก แล้วเห็นว่ามันได้ผล ก็เลยบอกให้คนอื่นได้รู้ทั่วกันว่า ควรกินผลไม้ชิ้นเล็กๆ ฉ่ำๆ ก่อนเล่นกล้าม เพื่อเรียกน้ำตาลเข้าเส้นเลือด ( ซึ่งในปัจจุบันนี้ คำว่าผลไม้ชิ้นเล็กๆนี้ "ทางวิชาการ" ก็คือ ของกินที่มี glycemic index ตุัวเลข สูง ,เป็นของกินประเภท ย่อยสลายเร็ว fast absorb ,เป็น simple carbohydrate ) - คนที่ให้ความคิดเรื่อง ควรกินผลไม้ชิ้นเล็กๆนี้ เป็นนักกีฬาเพาะกาย ที่ผมอ่านสะสมมาหลายๆคน แล้วพูดตรงกัน


       บทความหมายเลข 2 - เมื่อประมาณสิบปีที่แล้ว ( สมัยก่อน ผมไม่ได้บันทึกว่าแปลจากต้นฉบับปีไหน ก็เลยต้องใช้คำว่าประมาณเอาน่ะครับ ) จากต้นฉบับที่ผมแปล มันมมีบทความนึงที่ http://www.tuvayanon.net/2sgbf.html นั้นบอกว่า "ต้องทำตรงข้าม" กับที่อาร์โนลด์ทำ คือบอกว่า "ห้าม" กินผลไม้ชิ้นเล็กๆก่อนเล่นกล้าม / โดยให้เหตุผลว่า "ห้าม" ทานของกินที่มี glycemic index ตุัวเลข สูง ,เป็นของกินประเภท ย่อยสลายเร็ว fast absorb ,เป็น simple carbohydrate ก่อนการเล่นกล้าม เพราะมันจะทำให้เกิดภาวะ Insulin crash คือเป็นอาการที่ระดับน้ำตาลในเลือดลงอย่างรวดเร็ว เพราะอินซูลินออกมาไล่จับน้ำตาล  ซึ่งเมื่อระดับน้ำตาลลงลงอย่างรวดเร็วแล้ว ก็จะทำให้หน้ามืด อ่อนเพลีย ไม่สามารถออกกำลังต่อไปได้

       บทความหมายเลข 2 นี้เน้นว่า ห้ามทานของที่มีเลข glycemic index สูงๆ ซึ่งผลไม้ก็เป็นของกินที่ glycemic index สูงๆที่คนเขียนบทความหมายเลข 2 นี้  "สั่งห้าม" ไม่ให้กินนั่นเอง

       - คนที่ให้ความคิดเรื่อง "ห้าม"กินผลไม้ชิ้นเล็กๆนี้ เป็นนักวิชาการชื่อ โทมัส ดี.ฟาเฮย์


       บทความหมายเลข 3 - เมื่อปี 2552 ในตัวอย่างมื้ออาหารก่อนการเล่นกล้าม ที่ลิงค์ http://www.tuvayanon.net/9eatch-001001A-560926-1010.html  ก็ยังได้รับอิทธิพลจากเรื่อง "ห้าม" กินผลไม้ชิ้นเล็กอยู่ และให้พยายาม ทำตรงกันข้าม คือ 

               - จากความรู้ทางวิชาการนั้น ผลไม้ชิ้นเล็กๆ เป็น simple carbohydrate ซึ่งย่อยสลายเร็ว เป็นสิ่งห้ามกินก่อนเล่นกล้าม แล้วผลไม้ยังมีเลข glycemic index สูง ตามคำแนะนำของบทความหมายเลข 2 อีกด้วย จึงยิ่งเป็นสิ่งต้องห้ามเข้าไปใหญ่

               - ที่ถูกแล้ว ( ตามความประสงค์ของผู้เขียนบทความหมายเลข 3 นี้ ) คือ ให้พยายาม ทำ ตรงกันข้าม ด้วยการกินขนมปังโฮลวีท ( Whole wheat bread ) ก่อนการเล่นกล้าม ซึ่งขนมปังโฮลวีท เป็น complex carbohydrate ที่ย่อยสลายช้า  ดึงนั้น จึงต้องกินขนมปังโฮลวีท แทนการกินผลไม้ชิ้นเล็กๆ ( ผลไม้ชิ้นเล็กๆ เป็น simple carbohydrate

       ในบทความหมายเลข 3 นี้ ถ้าจะแปลไทยให้เป็นไทย ก็เหมือนกับบอกว่า ต้องหาอะไรกินให้มัน "อยู่ท้อง"  จะได้ทำให้เวลาที่ออกกำลังกายแล้วไม่รู้สึกหิว / คำว่า "อยู่ท้อง" ในที่นี้ คือ ให้ของนั้น มันย่อยยากๆหน่อย ( เช่นขนมปังโฮลวีท )  มันจะได้ค่อยๆย่อยเพื่อให้มีพลังงานหล่อเลี้ยงเราไปเรื่อยๆ จนหมดเวลาเล่นกล้าม เพราะถ้า you กินของที่ย่อยเร็ว ( เช่นผลไม้ชิ้นเล็กๆ ) แป๊ปเดียวมันก็ย่อยไปหมดแล้ว จะทำให้เล่นกล้ามยังไม่ทันเสร็จ ก็จะหมดแรงเสียก่อน

               - คนที่ให้ความคิดเรื่อง "ห้าม"กินผลไม้ชิ้นเล็กๆ และให้ทำสิ่งที่ตรงกันข้ามนี้ ไม่ทราบว่าเป็นนักกีฬา หรือนักวิชาการ แต่เห็นมีเลขคำนวณแคลอรี่ไว้ด้วย จึง น่าจะเป็นนักวิชาการเขียนตัวอย่างมื้ออาหารนี้


       บทความหมายเลข 4 - เมื่อ 28 มีนาคม 2555 ในบทความที่ http://www.tuvayanon.net/2bk-001001D-560924-1128.html กลับบอกว่า การทานขนมปังโฮลวีท เป็นสิ่งที่ Bull shit ( คำสบถ แปลว่าเฮงซวย ) / เพราะที่ถูกแล้ว นักกีฬา ควรกินผลไม้ชิ้นเล็กๆ ก่อนเล่นกล้าม  / เพราะเราต้องการสิ่งที่ย่อยสลายได้เร็ว เพื่อให้ร่างกายนำพลังงานมาใช้ / เพราะเมื่อร่างกายเริ่มออกกำลัง  ร่างกายก็จะปิดระบบดูดซึมทั้งหมด / ดังนั้น หากนักกีฬากินอาหารที่ย่อยช้า เช่น Whole wheat bread เข้าไป ร่างกายก็จะนำมาใช้ประโยชน์ตอนออกกำลังไม่ได้ เพราะร่างกายมันปิดระบบดูดซึมไปแล้วในขณะออกกำลังกาย  ก็เลยทำให้ Whole wheat bread มันลอยอยู่ในกระเพาะอาหารเฉยๆ ไม่มีประโยชน์ / ( ในบทความนี้ บอกว่า ทั้ง simple carbohydarte และ complex carbohydrate สามารถถูกย่อยสลายเร็วได้ทั้งคู่  ดังนั้น ให้พิจารณาเฉพาะเลข glycemic index เท่านั้น ) - คนที่ให้ความคิดเรื่อง ควรกินผลไม้ชิ้นเล็กๆนี้ เป็นนักกีฬาไตรกีฑา และเป็นนักวิชาการอยู่ในตัวคนๆเดียวกัน ชื่อ นิโคล  เคลลีเฮอร์ ( ดูประวัติที่  http://www.tuvayanon.net/N-nm9-001001A-570604-1520.html  )


       บทความหมายเลข 5 - ในปี พ.ศ.2556 มีคำสอนเทคนิค FST-7 ที่ลิงค์  http://www.tuvayanon.net/F-sy6-001001A-570701-1032.html   บอกว่า "ห้าม" กินผลไม้ชิ้นเล็กๆก่อนเล่นกล้าม   อย่างเด็ดขาด คือมีความคิดเห็นเหมือนกับบทความหมายเลข 2 และบทความหมายเลข 3 - คนที่ให้ความคิดเรื่อง "ห้าม" กินผลไม้ชิ้นเล็กๆนี้ เป็นโค้ชนักเพาะกาย ( ไม่ใช่นักเพาะกาย ) ซึ่งน่าจะจัดอยู่ในหมวดของนักวิชาการได้ / ชื่อ ฮานี่  รอมบอท ( ดูประวัติที่  http://www.tuvayanon.net/H-nm9-001001A-570604-1454.html  )


วิธีพิจารณาว่า ควรจะเชื่ออันไหนกันแน่? นั้น ผมมีวิธีคิดดังนี้ครับ

       วิธีคิดแบบที่ 1 - มีคนกล่าวกันว่า เราควรจะเชื่องานวิจัย "ล่าสุด" ก็หมายความว่า ความคิดในบทความหมายเลข 5 เป็นบทความที่ Update สุด / แต่ในเรื่องนี้ผมมีความเห็นแย้ง เพราะความคิดในบทความหมายเลข 5 มันไปตรงกับความคิดในบทความหมายเลข 2 และ 3 ซึ่งในภายหลัง ก็จะมีงานวิจัยแบบบทความหมายเลข 4 มาลบล้างได้อยู่ดี ( หมายความว่า ณ.วันนี้ บทความหมายเลข 5 update สุด แต่มันก็ยังเป็นแค่งานวิจัย ไม่ใช่ทฤษฏี นั่นหมายความว่า ในอนาคต ก็จะมีงานวิจัยใหม่ๆมาลบล้างได้ เหมือนที่งานวิจัยในบทความหมายเลข 4 เคยทำเอาไว้เมื่อปี พ.ศ.2555 ) - ดังนั้น ผมจึงคิดว่าวิธีคิดแบบที่ 1 นี้ "ไม่" น่าเชื่อถือครับ 


       วิธีคิดแบบที่ 2 - เท่าที่ดูบทความทั้ง 5 บทความข้างบนนี้ ผมแยกได้เลยว่า เป็นดังนี้


               คนที่บอกว่า "ห้าม" กินผลไม้ชิ้นเล็กๆ ( คือบทความที่ 2 ,3 และ 5 ) "ไม่ใช่" นักกีฬาที่ลงเล่นจริง คือบทความที่ 2 และ 3 เป็นนักวิชาการแน่ๆ แต่บทความที่ 5 แม้จะไม่ใช่นักกีฬา แต่การเป็นโค้ช ก็ยังถือว่าใกล้ชิดกับนักกีฬามากกว่า คนที่เขียนบทความที่ 2 และ 3 / แต่อย่างไรก็ตาม คนที่เขียนบทความที่ 5 ก็ยังไม่ใช่ตัวนักกีฬาอยู่ดี


               คนที่บอกว่า "ต้อง" กินผลไม้ชิ้นเล็กๆก่อนเล่นกีฬา ( คือบทความที่ 1 และบทความที่ 4 ) เป็นนักกีฬาเพาะกาย และเป็นนักกีฬาไตรกรีฑา ตัวจริง เป็นผู้ลงมือออกกำลังด้วยตัวเอง และในเมื่อเราเอง ( หมายถึงเพื่อนสมาชิกที่กำลังอ่านเวบเพาะกายอยู่นี้ ) ไม่ได้อ่านเวบเพาะกายเพื่อเอาไปสอบ ( คือ ถ้าอ่านเพื่อเอาไปสอบ ก็ควรเชื่อนักวิชาการ ) แต่ว่าเราอ่านเวบเพาะกายเพื่อนำมาเล่นเพาะกาย ดังนั้น เราจึงควรเชื่อนักกีฬามากกว่านักวิชาการ - ดังนั้น ผมจึงคิดว่าวิธีคิดแบบที่ 2 ในแง่ของ ให้ฟังแต่สิ่งที่นักกีฬาพูด  โดยไม่ต้องเสียเวลาไปฟังนักวิชาการ  อันนี้ ผมว่า มันมีเหตุผล และน่าเชื่อถือครับ 


อาร์โนลด์  ชวาลเซเนกเกอร์


       วิธีคิดแบบที่ 3 - ในยุคสี่สิบปีก่อนนี้ เป็นยุคที่ตัวช่วยยังไม่ค่อยมี คือหมายความว่า สมัยนั้น ยังไม่มีเวย์โปรตีน ,ไม่มีอาร์จีนีน ,ไม่มีบทความวิชาการเรื่อง Glycemic index ไม่มีงานวิจัยที่ขัดกันไป ขัดกันมา จนไม่รู้จะเชื่ออันไหน ,ไม่มีอุปกรณืไฮเทคเหมือนสมัยนี้

      
นั่นหมายความว่า "อะไร" ที่ทำให้คุณอาร์โนลด์มีหุ่นแบบในภาพข้างบนนี้ได้ ( ทั้งๆที่อยู่ในช่วงขาดตัวช่วยทั้งหลายที่ผมว่ามา อันได้แก่เวย์โปรตีน ,อาร์จีนีน ,บทความทางวิชาการเรื่อง Glycemic index ฯลฯ ) ดังนั้น เมื่ออาร์โนลด์พูดว่า "อะไร"ในที่นี้คืออะไร ( เช่นต้องกินผลไม้ชิ้นเล็กๆก่อนเล่นกล้าม ) คุณก็ควรจะเชื่อคุณอาร์โนลด์ครับ  - ดังนั้น ผมจึงคิดว่าวิธีคิดแบบที่ 3 นี้ น่าเชื่อถือครับ  


สรุปว่า ในเมื่อมันมีงานวิจัยทับซ้อนกันขึ้นมา จนไม่รู้ว่าอันไหนถูกอันไหนผิด ผมจึงบอกไม่ได้ว่าอันไหนถูกอันไหนผิด แต่ถ้าจะให้ผมเลือก ผมก็จะเลือกวิธีคิดแบบที่ 2 และแบบที่ 3 ซึ่งชี้ออกมาตรงกันว่า ให้กินผลไม้ชิ้นเล็กๆก่อนเล่นกล้าม


หมายเหตุ 1. ที่ผมใช้คำว่า กิน ผลไม้ชิ้นเล็กๆ ก่อนเล่นกล้ามในที่นี้ เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบนะครับ / คือหมายความว่า ผลไม้ชิ้นเล็กๆ นี้ ผมใช้ เป็นตัวแทน น้ำตาลที่ย่อยสลายได้เร็ว ( Fast absorbs sugar ) อันได้แก่ตัวผลไม้ชิ้นเล็กๆเอง และตัวให้น้ำตาลตัวอื่น เช่น ลูกกวาดเม็ดเล็กๆ ,น้ำผลไม้ ,และที่ฝรั่งเขาแนะนำกันมาก็จะเป็นตัว jelly beans ,แต่ถ้าจะทานขนมปัง ก็ต้องเป็นขนมปังขาวครับ ห้ามใช้ขนมปังโฮลวีทอย่างเด็ดขาด ( เพราะมัน BSH ไงครับ - บูล ชิท

               2.สิ่งที่บทความทุกบทความพูดตรงกัน โดยไม่ขัดแย้งกันเลย ก็คือ "ทันที" ที่เล่นกล้ามเสร็จ เอาแบบเหงื่อยังไม่แห้ง  นักเพาะกายจะต้องรับ simple carbohydrate คือพวกน้ำตาลย่อยง่ายทั้งหลาย รวมถึงผลไม้ด้วย เพียงแต่ ก่อนเล่นกล้าม ให้ทานชิ้นเล็กๆ เพราะไม่ต้องการให้ท้องแน่น ในเวลาที่เล่นกล้ามนั่นเอง / แต่พอเล่นกล้ามเสร็จ เราก็ไม่ต้องกังวลเรื่องท้องแน่นขณะเล่นกล้ามแล้ว ดังนั้น จึงกินผลไม้ได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงปริมาณเหมือนตอนก่อนเล่นกล้าม ,รวมไปถึง jelly beans ก็กินหลังเล่นกล้ามได้ ,ขนมปังขาวก็กินหลังเล่นกล้ามได้  แต่ไม่ให้กินขนมปังโฮลวีท ( อีกตามเคย )



- END -