shift11.jpg
shift12.jpg
หลักเพาะกายสำหรับผู้ที่ไม่ได้ทำงาน 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น (ทำงานเป็นกะ)
โดย TOM   DETER , DC
EDITOR IN CHIFT & ASSOCIATE PUBLISHER


            จะทำอย่างไรดี เมื่อเราเป็นนักเพาะกาย แต่ตารางประจำวันของเรา เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ บางวันต้องตื่นเช้า นอนดึก บางทีต้องตื่นดึกแล้วนอนเช้า ที่แน่ๆก็คือ เราต้องยกลูกเหล็กในเวลาที่แปลกๆไม่ซ้ำกัน และพร้อมกันนั้น ก็ต้องมีพลังพอที่จะทำงานในหน้าที่ให้ดีด้วย  ดังนั้นในวันนี้ เราควรมาศึกษา และมองให้ทะลุว่า เราจะบริหาร จะกิน จะนอน และพักฟื้นกล้ามเนื้อ ให้ดีที่สุดในสภาวะเช่นว่านี้ได้อย่างไร
ปัญหาที่พบ
            หากไม่ได้อ่านบทความนี้มาก่อน แน่นอนเลยว่า วิถีชีวิตคนทำงานเป็นกะ ย่อมมีผลกระทบในความเช้มข้นของการบริหาร การทาน การหลับนอน อย่างที่คุณ ฟิลิป  ฮอลลาร์ (Phillip  Hollars) ที่เป็นนักเพาะกาย และเป็นลูกจ้างอยู่ที่โรงงานกระดาษเจออยู่ ฟิลิปกล่าวว่า "เมื่อผมปลดประจำการทหาร ตอนนั้นผมหนัก 73 กก. และมีไขมัน ผมเริ่มเล่นกล้าม จนทำให้กล้ามเนื้อขึ้น และไขมันลด น้ำหนักลงมาอยู่ที่ 67 กก.ต่อมาผมก็มาทำงานอยู่ที่โรงงานกระดาษ ที่จะต้องทำงานเป็นกะ ผมอยู่อย่างนี้มา 3 ปี ปรากฏว่าน้ำหนักลดลงไปเหลือ 60 กก. โดยที่ผมเล่นกล้ามไปได้ 3 - 4 เดือน ก็จะหยุดทีละ 1 เดือน เพราะรู้สึกล้า และเวลาที่ออกกะแล้ว เรี่ยวแรงไม่มีเหลือให้บริหารเลย ผมจึงอยากเรียนรู้ วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดครับ"
            ตารางเวลาของฟิลิปจะเปลี่ยนแปลงโดยตลอด คือทำงานเจ็ดโมงเช้าถึงบ่ายสาม เป็นเวลา 5 วัน หยุด 2 วัน แล้วเปลี่ยนเป็น ทำงานบ่ายสามถึงห้าทุ่ม เป็นเวลา 5 วัน แล้วหยุด 1 วัน จากนั้นเปลี่ยนเป็น ห้าทุ่มถึงเจ็ดโมงเช้า เป็นเวลา 5 วัน หยุด 2 วัน แล้วจึงกลับมาเริ่มวัฏจักรใหม่ เป็นเช่นนี้ตลอดปี
            เป็นที่แน่นอนว่า การทำงานเปลี่ยนเวลาเช่นนี้ มีผลต่อพลังในการเพาะกาย ,ความอยากอาหาร และรูปแบบการหลับนอน การทำงานเป็นกะ ได้ดึงตัวแปรอื่นเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น วงจรการนอน ,อุณหภูมิในร่างกาย ระบบการเผาผลาญอาหาร และเรื่องของการหลั่งฮอร์โมน ซึ่งโดยปกติแล้วจะเกิดขึ้นตามเวลาที่แน่นอน
            ในตัวเราทุกคน จะเหมือนมีนาฬิกาอยู่ในตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น ตามปกติเราทานอาหารตอนเที่ยง ดังนั้น ไม่ว่าวันไหนก็ตาม ที่ถึงเวลาเที่ยง เราก็จะหิวข้าวขึ้นมาเอง โดยที่ไม่ต้องดูนาฬิกา  ต่อมาเมื่อตารางเวลาเปลี่ยนไป ร่างกายก็จะปรับให้ชินกับตารางเวลาใหม่ แต่มันก็มีผลข้างเคียงเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น อารมณ์แปรปรวนง่าย ,นอนไม่หลับ ,อาหารไม่ย่อย มีความอ่อนล้า และทำให้ความแข็งแกร่งที่กล้ามเนื้อก็ลดลง
            ฟิลิป อธิบายต่อว่า "ปริมาณการนอนของผม ขึ้นกับกะที่ผมได้รับ ถ้าผมพึ่งออกจากงานกะห้าทุ่มถึงเจ็ดโมงเช้า ผมจะนอน 9 - 10 ชั่วโมง แต่ว่าจะตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกขี้เกียจ อีกทั้งทำให้ผมไม่ได้ทานอาหารไปถึงสองมื้อด้วย นั่นยิ่งทำให้พลังงานในตัวผมแย่เข้าไปใหญ่"
            มีคำตอบสำหรับปัญหานี้ไหมนะ? คำตอบคือ "มี" และ "ไม่มี" เพราะเราไม่สามารถให้คำตอบเดี่ยวๆ ที่คุณปฏิบัติตามแล้วได้ผล สิ่งที่เราจะเสนอให้คุณ คือหลักวิชาการ และเทคนิคอันแยบยล ที่จะให้นำไปจัดการกับมันได้ดีที่สุดต่างหาก

shift13.jpg


 

หน้าถัดไป


 

1  >  2  >  3