|
- หน้า 3 - |
|
|
|
|
|
สตีฟ รีฟฟ์ |
ปี ค.ศ.1947 (พ.ศ.2490) สตีฟ รีฟ เด็กหนุ่มอายุ 21 ปี ได้แชมป์มิสเตอร์อเมริกา พออายุ 22 ปี (ปีถัดมา) เขาก็ตำแหน่ง Mr.World อีก สตีฟเป็นนักเพาะกายที่หน้าตาหล่อเหลา สุภาพ รูปร่างแข็งแกร่งสมชายชาตรี หลายคนที่ยังมีชีวิตอยู่ เล่าให้ฟังถึงช่วงเวลานั้นว่า ฝูงชนแน่นขนัดพากันห้อมล้อมชายผู้นี้ไม่ว่าเขาจะไปที่แห่งหนใดก็ตาม และคนที่ไม่รู้จักเขามาก่อนเลย ก็ต้องตกตะลึงกับรูปร่างอันสวยงามยามที่เขาเดินเล่นบนชายหาด |
|
|
|
ถึงอายุมากขึ้น แต่การเพาะกายก็ทำให้สตีฟเป็นที่เตะตาผู้คนโดยตลอด |
สตีฟ ทำให้คนหันมาสนใจการเพาะกายมากขึ้นอีก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ชนะรายการ Mr.Universe ในปี ค.ศ.1950 (พ.ศ.2493) แล้วเขาได้เป็นดาราภาพยนตร์หลายเรื่องและที่สร้างชื่อเสียงก็คือในบทของเฮอร์คิวลิส นั่นเองที่ทำให้ผู้คนโดยทั่วไป ได้เห็นนักกล้ามอย่างชัดๆบนแผ่นฟิล์ม และชายทุกคนก็ปรารถนาที่จะได้หุ่นเช่นเขาบ้าง อาจกล่าวได้ว่าทั้ง จอห์น กริเม็ค และสตีฟ รีฟฟ์ นี่เอง ที่เป็นหัวหอกในการทำลายขอบเขตความเป็นไปได้ของร่างกายมนุษย์ที่เราล่ำเรียนมาในตำราการแพทย์ทั้งหลาย (เป็นต้นว่า คนเราไม่สามารถยกของที่หนักกว่าน้ำหนักตัวได้ ,เป็นไปไม่ได้ที่กล้ามแขนของมนุษย์เราจะใหญ่กว่า 15 นิ้ว เมื่อเทียบกับขนาดเอว 27 นิ้ว ฯลฯ) ผู้คนเริ่มมองเห็นแล้วว่า การมีร่างกายสวยงาม สามารถ "สร้าง" ขึ้นมาได้ ไม่ใช่ "โชคดีที่เกิดมาหุ่นอย่างนั้น" และการเพาะกายเริ่มได้รับการศึกษาอย่างกว้างขวาง |
|
|
|
อาร์โนล์ ชวาลเซเนกเกอร์
(คนขวา) อายุ 20 ปีได้แชมป์สมัครเล่นรายการ
Mr.Universe ปี ค.ศ.1967 |
อาร์โนลด์ ชวาลเซเนกเกอร์ เกิดปี ค.ศ.1947 (พ.ศ.2490) ช่วงที่สตีฟรีฟ กำลังเริ่มโด่งดังพอดี จากนั้นเมื่อเวลาผ่านไป 20 ปี คือใน ปี ค.ศ.1967 (พ.ศ.2510) อาร์โนลด์ฯขึ้นประกวดรายการมิสเตอร์ยูนิเวอร์ส และได้แชมป์ในรุ่นสมัครเล่น (Amature Mr.Universe)ตามภาพบน และในปีรุ่งขึ้นอาร์โนลด์ก็เข้าแข่งรายการเดิมอีกครั้ง และผลออกมาดังภาพข้างล่างนี้ |
|
|
|
ปี ค.ศ.1968 (ปีรุ่งขึ้น) อาร์โนลด์ ได้เป็นมิสเตอร์ยูนิเวอร์ส ด้วยอายุ 21 ปี |
จากการลองผิดลองถูกมาตั้งแต่ยุคของกรีเม็ค จนถึงยุคอาร์โนลด์ ความรู้ทางด้านเพาะกายได้ตกผลึกจนสามารถสรุปออกมา ทำให้บุคคลรุ่นหลังไม่ต้องเสียเวลาทดลอง ลองผิด ลองถูกด้วยตนเองอีก การบริหารที่ถูกต้อง จะต้องมีการแบ่งเป็นเซท มีการพักระหว่างเซท การบริหารกล้ามเนื้อจะต้องแยกส่วนกันบริหาร กล้ามเนื้อชิ้นใหญ่ต้องพักอย่างน้อย 3 วัน ,ส่วนกล้ามเนื้อชิ้นเล็ก พักอย่างน้อย 2 วัน ฯลฯ ยุคของอาร์โนลด์เป็นต้นมาเราถือว่าเป็น Modern Bodybuilding คือเป็นการเพาะกายยุคใหม่ และเมื่อมีภาพยนตร์เรื่อง Pumping Iron ที่เป็นหนังกึ่งสารคดี แสดงโดยอาร์โนลด์และนักเพาะกายท่านอื่นๆในยุคเดียวกัน ออกฉาย ก็ทำให้คนทั่วไปรู้จักการเพาะกายมากขึ้นไปอีก ในช่วงสิบกว่าปีของอาร์โนลด์หลังจากนั้น ถือเป็น "ยุคทอง" ของการเพาะกาย เพราะมีการเผยแพร่ความรู้ด้านเพาะกายได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ มีคนเล่นกล้ามมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา อันดูได้จากอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องออกกำลังกาย ,อาหารเสริมสุขภาพ ,นิตยสารเพาะกายหลายยี่ห้อ ,ชื่อ รายการประกวด ใหม่ๆเกิดขึ้นในทุกๆรัฐของอเมริกา เช่น มิสเตอร์นั่น มิสเตอร์นี่ ฯลฯ ทุกอย่างเติบโตอย่างฉุดรั้งไม่อยู่ สถานที่ออกกำลังกายหรือโรงยิมต่างๆแน่นไปด้วยผู้คนที่สนใจเล่นกล้ามกัน ทั้งหมดที่กล่าวมา เป็นประวัติคร่าวๆของการเพาะกายย้อนหลังไป 100 ปี ที่นำมาให้ศึกษาเพื่อให้เป็นความรู้ครับ แม้ตอนนี้การเพาะกายจะไม่บูมเหมือนเมื่อ 30 ปีก่อน แต่หากมันกลับมาฮิตอีกครั้ง คนที่เริ่มต้นเสียตั้งแต่บัดนี้ ย่อมมีภาษีมากกว่าคนที่พึ่งเริ่มจากศูนย์ในตอนนั้น แต่การเพาะกายไม่จำเป็นต้องรอยุคแฟชั่น เพราะเมื่อใดที่เราเพาะกาย เราก็จะได้สุขภาพที่ดี บุคลิกภาพที่ดี ความสะดุดตา ไม่ว่ามันจะเป็นยุคสมัยใดก็ตาม |
|
|