- หน้า 1 -



หน้าแรก  /  ดัชนี-9  /  ดัชนี-โภชนาการ 

ดัชนี-โภชนาการ-เรียง-อักษร   

ดัชนี-อักษร-C-หลัก  /  อักษร-C-หลัก-01 

ดัชนี-ย่อย-ระดับ-หนึ่ง-01 

ดัชนี-ย่อย-ระดับ-สอง-01 

/  V-9bb-01-01-01-H-650726-2015 

V-9bb-01-01-01-Y-691030-0012 




Cappuccino (คาปูชิโน)


( ข้างล่างนี้ )




รหัสภาพ :


Cappuccino (คาปูชิโน)

       Cappuccino หรือ คาปูชิโน เป็นเครื่องดื่มกาแฟที่มี Espresso เป็นส่วนประกอบหลัก แล้วเติมนมร้อนและโฟมนมลงไป โดยคาปูชิโนแบบดั้งเดิมมักประกอบด้วย Espresso, Steamed Milk และ Milk Foam ในสัดส่วนที่ค่อนข้างสมดุลกัน ทำให้มีรสกาแฟชัดเจน แต่มีความนุ่มและความมันจากนมมากกว่าการดื่ม Espresso เพียงอย่างเดียว

       สำหรับผู้ที่ออกกำลังกาย นักเพาะกาย หรือผู้ที่เล่นเวทเทรนนิ่ง สิ่งที่ทำให้ Cappuccino มีความน่าสนใจไม่ได้อยู่ที่นมเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึง Caffeine (คาเฟอีน) ที่มาจาก Espresso ซึ่งเป็นสารกระตุ้นที่สามารถส่งผลต่อความตื่นตัวและสมรรถภาพในการออกกำลังกายได้


ส่วนประกอบของ Cappuccino

       Cappuccino โดยทั่วไปประกอบด้วยส่วนสำคัญ 3 อย่าง ได้แก่

       1. Espresso (เอสเปรสโซ)

       เป็นกาแฟเข้มข้นที่เกิดจากการใช้น้ำร้อนภายใต้แรงดันผ่านกาแฟบดละเอียด Espresso เป็นแหล่งหลักของ Caffeine ใน Cappuccino


       2. Steamed Milk (สตีมด์ มิลก์)

       คือนมที่ผ่านการให้ความร้อนด้วยไอน้ำ ช่วยเพิ่มความนุ่ม ความหวานตามธรรมชาติ และลดความเข้มของ Espresso

       นมยังให้สารอาหาร เช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม และสารอาหารอื่นๆ โดยปริมาณจะแตกต่างกันตามชนิดและปริมาณนมที่ใช้


       3. Milk Foam (มิลก์ โฟม)

       คือโฟมนมที่เกิดจากการเติมอากาศเข้าไปในนมระหว่างการสตีม ทำให้เกิดชั้นโฟมเนื้อละเอียดอยู่ด้านบนของกาแฟ และเป็นลักษณะเด่นอย่างหนึ่งของ Cappuccino


Cappuccino แตกต่างจากกาแฟดำอย่างไร?

       หากเปรียบเทียบกับ Black Coffee หรือ Espresso เพียงอย่างเดียว Cappuccino มีนมเป็นส่วนประกอบ จึงมีพลังงาน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันเพิ่มขึ้นตามชนิดและปริมาณนมที่ใช้

       ถ้าเป็น Cappuccino ที่ไม่ได้เติมน้ำตาลหรือน้ำเชื่อม ปริมาณพลังงานส่วนใหญ่ที่เพิ่มขึ้นจากกาแฟจะมาจากนม

       แต่ Cappuccino ตามร้านกาแฟบางแห่งอาจเติมน้ำตาล น้ำเชื่อม วิปครีม ช็อกโกแลต หรือส่วนผสมอื่นๆ ซึ่งทำให้พลังงานและน้ำตาลเพิ่มขึ้นมาก ดังนั้น นักเพาะกายที่กำลังควบคุม Calories ควรพิจารณาส่วนผสมเหล่านี้ด้วย


Cappuccino เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกายอย่างไร?

       ความเกี่ยวข้องที่สำคัญที่สุดคือ Caffeine ที่อยู่ใน Espresso

       Caffeine เป็นสารกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้รู้สึกตื่นตัวและลดความรู้สึกเหนื่อยล้า นอกจากนี้ Caffeine ยังเป็นสารที่มีการศึกษากันอย่างกว้างขวางในด้าน Sports Nutrition และพบว่าสามารถช่วยเพิ่มสมรรถภาพในการออกกำลังกายบางประเภทได้

       สำหรับการฝึก Resistance Training หรือ Weight Training คาเฟอีนอาจช่วยในเรื่องความตื่นตัว ความพร้อมในการฝึก และในบางสถานการณ์อาจช่วยเพิ่มสมรรถภาพในการออกกำลังกายได้

       อย่างไรก็ตาม ผลตอบสนองต่อ Caffeine แตกต่างกันในแต่ละคน คนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำอาจตอบสนองแตกต่างจากผู้ที่ไม่ค่อยได้รับคาเฟอีน และบางคนมีความไวต่อคาเฟอีนมากกว่าคนอื่น


Cappuccino ก่อนออกกำลังกาย

       นักเพาะกายบางคนอาจเลือกดื่ม Cappuccino ก่อนเข้ายิมเพื่อให้ได้รับ Caffeine จากกาแฟ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ Pre-Workout

       อย่างไรก็ตาม Cappuccino ไม่ควรถูกมองว่าเทียบเท่ากับ Pre-Workout Supplement ทุกชนิด เพราะผลิตภัณฑ์ Pre-Workout อาจประกอบด้วยสารหลายชนิด เช่น Caffeine, Citrulline หรือสารอื่นๆ ในขณะที่ Cappuccino ให้ Caffeine จากกาแฟเป็นหลัก พร้อมสารอาหารจากนม

       หากต้องการใช้ Cappuccino เป็นเครื่องดื่มก่อนฝึก ควรพิจารณาปริมาณ Caffeine จริงด้วย เนื่องจาก Cappuccino แต่ละแก้วอาจมี Caffeine แตกต่างกันมาก ขึ้นอยู่กับจำนวน Shot ของ Espresso เมล็ดกาแฟ วิธีชง และขนาดของเครื่องดื่ม


Caffeine กับเวลาในการดื่มก่อนฝึก

       Caffeine ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายค่อนข้างรวดเร็ว และในการศึกษาด้านการออกกำลังกายมักใช้ Caffeine ประมาณ 60 นาทีก่อนเริ่มออกกำลังกาย แม้ช่วงเวลาที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันตามรูปแบบที่รับประทานและแต่ละบุคคล

       ดังนั้น หากนักเพาะกายต้องการดื่ม Cappuccino เพื่อให้ได้รับ Caffeine ก่อนฝึก อาจดื่มในช่วงก่อนเข้ายิม แต่ไม่จำเป็นต้องยึดว่าต้องเป็นเวลาใดเวลาหนึ่งอย่างเคร่งครัด เพราะแต่ละคนตอบสนองต่อ Caffeine ไม่เหมือนกัน


Cappuccino กับช่วง Cutting

       ผู้ที่อยู่ในช่วง Cutting สามารถดื่ม Cappuccino ได้ แต่ควรคำนึงถึง Calories ที่มาจากนม น้ำตาล และส่วนผสมเพิ่มเติม

       ตัว Cappuccino ไม่ใช่อาหารที่ทำให้อ้วนโดยตัวมันเอง ปัจจัยสำคัญคือปริมาณพลังงานรวมที่ได้รับตลอดทั้งวัน

       ตัวอย่างเช่น Cappuccino ที่ทำจาก Espresso กับนมและไม่เติมน้ำตาล อาจสามารถจัดเข้าไปใน Diet Plan ได้ไม่ยาก แต่ถ้าเติมน้ำตาล น้ำเชื่อม คาราเมล ช็อกโกแลต หรือวิปครีม ปริมาณ Calories อาจเพิ่มขึ้นอย่างมาก

       ดังนั้น ในช่วง Cutting ผู้ฝึกอาจเลือก Cappuccino ที่ไม่เติมน้ำตาล หรือเลือกนมที่เหมาะกับเป้าหมายด้านพลังงานของตนเอง


Cappuccino กับช่วง Bulking

       ในช่วง Bulking การได้รับพลังงานเพิ่มจากนมใน Cappuccino อาจไม่ใช่ปัญหา และนมยังให้โปรตีน คาร์โบไฮเดรตและสารอาหารอื่นๆ

       อย่างไรก็ตาม Cappuccino ไม่ควรถูกใช้เป็นแหล่ง Calories หลักสำหรับการเพิ่มน้ำหนัก เพราะอาหารหลักที่มีคุณค่าทางโภชนาการยังมีความสำคัญมากกว่า

       นอกจากนี้ การ Bulking ไม่ได้หมายความว่าสามารถเพิ่มน้ำตาล น้ำเชื่อม หรือเครื่องดื่มที่มี Calories สูงได้โดยไม่จำกัด เพราะหากได้รับพลังงานเกินความต้องการมากเกินไป ก็สามารถทำให้ไขมันในร่างกายเพิ่มขึ้นมากเกินความต้องการได้




 


Cappuccino มีโปรตีนหรือไม่?

       มี เนื่องจาก Cappuccino มีนมเป็นส่วนประกอบ

       ปริมาณโปรตีนจะขึ้นอยู่กับปริมาณและชนิดของนมที่ใช้ ยิ่งใช้ปริมาณนมมาก ก็ยิ่งได้รับโปรตีนจากนมมากขึ้นตามไปด้วย

       อย่างไรก็ตาม Cappuccino ทั่วไปไม่ควรถูกมองว่าเป็น Protein Shake เพราะปริมาณโปรตีนมักต่ำกว่าการดื่มเครื่องดื่มโปรตีนที่ออกแบบมาเพื่อให้โปรตีนโดยเฉพาะ


น้ำตาลใน Cappuccino

       ควรแยกน้ำตาลออกเป็นสองส่วน

       ส่วนแรกคือ Lactose ซึ่งเป็นน้ำตาลที่มีอยู่ตามธรรมชาติในนม

       ส่วนที่สองคือ Added Sugar หรือน้ำตาลที่เติมเพิ่ม เช่น น้ำตาลทราย Syrup หรือซอสปรุงรสต่างๆ

       สำหรับนักเพาะกายที่กำลังควบคุมอาหาร สิ่งที่ควรระวังเป็นพิเศษคือ Added Sugar เพราะสามารถเพิ่ม Calories ให้เครื่องดื่มได้อย่างรวดเร็วโดยที่บางครั้งผู้ดื่มไม่ได้สังเกต


Cappuccino กับการนอนหลับและ Recovery

       แม้ Caffeine จะมีประโยชน์ต่อความตื่นตัวและอาจช่วยด้านสมรรถภาพในการออกกำลังกาย แต่ข้อเสียคือสามารถรบกวนการนอนหลับได้ โดยเฉพาะเมื่อดื่มในช่วงใกล้เวลานอน

       เรื่องนี้สำคัญสำหรับนักเพาะกาย เพราะการนอนหลับเป็นองค์ประกอบสำคัญของ Recovery

       ดังนั้น หากการดื่ม Cappuccino ช่วงเย็นหรือกลางคืนทำให้นอนหลับยาก หลับไม่สนิท หรือนอนช้าลง ประโยชน์ที่ได้รับจาก Caffeine ในการฝึกอาจไม่คุ้มกับผลกระทบต่อการพักฟื้น


Decaffeinated Cappuccino

       ผู้ที่ชอบรสชาติของ Cappuccino แต่ไม่ต้องการได้รับ Caffeine มาก สามารถเลือก Decaffeinated Cappuccino หรือ Decaf Cappuccino (ดีแคฟ คาปูชิโน) ซึ่งทำจากกาแฟที่ผ่านกระบวนการลด Caffeine

       อย่างไรก็ตาม คำว่า Decaf ไม่ได้หมายความว่าไม่มี Caffeine เลย แต่โดยทั่วไปจะมีปริมาณน้อยกว่ากาแฟปกติมาก


ข้อควรระวังสำหรับผู้ที่ออกกำลังกาย

       ไม่ควรคิดว่า Cappuccino ยิ่งดื่มมากยิ่งทำให้ออกกำลังกายได้ดีขึ้น เพราะการได้รับ Caffeine มากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการใจสั่น กระสับกระส่าย มือสั่น วิตกกังวล ปวดศีรษะ หรือรบกวนการนอนหลับได้

       นอกจากนี้ต้องนับ Caffeine จากแหล่งอื่นๆ ที่ได้รับในวันเดียวกันด้วย เช่น Coffee, Energy Drink, Pre-Workout Supplement หรือผลิตภัณฑ์ที่มี Caffeine


สรุป

       Cappuccino (คาปูชิโน) เป็นเครื่องดื่มกาแฟที่มี Espresso, Steamed Milk และ Milk Foam เป็นองค์ประกอบหลัก สำหรับผู้ที่เล่นเวทและนักเพาะกาย จุดที่น่าสนใจคือ Caffeine จาก Espresso ซึ่งช่วยเพิ่มความตื่นตัวและอาจช่วยเพิ่มสมรรถภาพในการออกกำลังกายบางด้าน ขณะที่นมให้พลังงาน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และสารอาหารอื่นๆ เพิ่มเติม

       นักเพาะกายสามารถดื่ม Cappuccino ได้ทั้งในช่วง Bulking และ Cutting แต่ควรพิจารณาปริมาณ Calories น้ำตาล นม และ Caffeine ให้เหมาะกับ Diet Plan ของตนเอง โดยเฉพาะ Cappuccino ที่เติมน้ำตาล Syrup หรือส่วนผสมที่มี Calories สูง

       ถ้าต้องการดื่มเพื่อความตื่นตัวก่อนฝึก Cappuccino สามารถเป็นแหล่ง Caffeine จากกาแฟได้ แต่หากฝึกในช่วงค่ำ ควรระวังผลของ Caffeine ต่อการนอนหลับ เพราะการนอนหลับและ Recovery มีความสำคัญต่อการพัฒนากล้ามเนื้อไม่แพ้การฝึกและโภชนาการ





- จบ -