|
- หน้า 1 - |
|
AAS ( Anabolic Androgenic Steroids ) หน้าแรก / ดัชนี-6 / ดัชนี-ศัพท์เพาะกาย / ดัชนี-ศัพท์เพาะกาย-เรียง-อักษร / ดัชนี-อักษร-A-หลัก / อักษร-A-หลัก-01 / ดัชนี-ย่อย-ระดับ-หนึ่ง-01 / ดัชนี-ย่อย-ระดับ-สอง-01 / Z-6bb-01-01-05-M-650722-1216 / AAS |
* * * คลิกให้กำลังใจผู้ทำเว็บ ด้วยการคลิกที่ "กรอบสีชมพู" ที่อยู่ด้านบนสุดให้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ - - - - - - - - - - - - - - - - - - - |
หน้าถัดไป |
ก่อนหน้านี้ |
1 >< 2 >< 3 >< 4 >< 5 >< 6 >< 7 >< 8 >< 9 >< 10 >< |
อนาบอลิก-แอนโดรจีนิกสเตียรอยด์ ( Anabolic-androgenic steroids ) ( ข้างล่างนี้ ) |
บทนำ ยาอนาบอลิก-แอนโดรจีนิกสเตียรอยด์(Anabolic androgenic steroid ย่อว่า AAS) หรือที่รู้จักกันอีกชื่อคือ ยาอนาบอลิก สเตียรอยด์ (Anabolic steroids) เป็นกลุ่มยาที่มีโครงสร้างคล้ายกับฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) และก่อให้เกิดผลต่อการเพิ่มโปรตีนภายในเซลล์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซลล์ของกล้ามเนื้อ ทำให้ผู้ที่ใช้ยากลุ่มนี้มีคุณลักษณะความเป็นชายอย่างโดดเด่น (Androgenic) หรือหากใช้กับสตรีก็อาจก่อให้เกิดภาวะบุรุษภาพในหญิง(Virilizing) เช่น มีเสียงทุ้ม มีขนดก นอกจากนี้ยังมีผลต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง และสารฮีโมโกลบิน(Hemoglobin)อีกด้วย ยากลุ่มอนาบอลิก สเตียรอยด์ ถูกสังเคราะห์เป็นครั้งแรกในปี ค.ศ.1930 ( พ.ศ. 2473 ) ปัจจุบันใช้เป็นยากระตุ้นการเจริญ เติบโตของกล้ามเนื้อ, เพิ่มความอยากอาหาร, บำบัดโรคเรื้อรังบางประเภท เช่น โรคมะเร็ง และโรคเอดส์ เวชศาสตร์การกีฬาของประเทศแถบตะวันตกยอมรับว่ากลุ่มยาอนาบอลิก สเตียรอยด์ สามารถนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของน้ำหนักตัว ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ โดยต้องผ่านการออกกำลังกาย และได้รับอาหารอย่างเหมาะสม ซึ่งการนำยากลุ่มนี้มาใช้อย่างถูกต้อง จะส่งผลดีโดยต่อกลุ่มนักกีฬา อย่างไรก็ตามการใช้ยากลุ่มนี้เป็นเวลานานๆ ย่อมจะก่อให้ เกิดผลเสีย ( ผลข้างเคียง )ได้มากมายเช่นกัน อาทิ ทำให้เพิ่มระดับไขมันแอลดีแอล ( LDL ) และลดระดับไขมันดีอย่างเฮชดีแอล ( HDL ) ก่อให้เกิดสิว ความดันโลหิตสูง ทำลายตับ/ตับอักเสบ เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของหัวใจห้องล่างซ้าย และอาจทำให้สมดุลของฮอร์โมนธรรมชาติในร่างกายเสียไปโดยก่อให้เกิดเต้านมในเพศชายโตขึ้น (Gynecomastia) ลูกอัณฑะมีขนาดเล็กลง และมีอารมณ์ก้าวร้าว กรณีการหยุดใช้ยากลุ่มอนาบอลิก สเตียรอยด์ ก็อาจพบอาการซึมเศร้าตามมาได้ และยังมีผลข้างเคียงอื่นๆอีกมากมายที่มีการเชื่อมโยงจากการใช้ยากลุ่มอนาบอลิก สเตียรอยด์ อย่างผิดวิธี เช่น เกิดการรบกวนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน/ระบบภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของร่างกาย เกิดการเปลี่ยนแปลงของต่อมไขมัน และผิวหนัง เกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบห้ามเลือด และระบบทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น อาจจะแบ่งยากลุ่มอนาบอลิก สเตียรอยด์ออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ดังนี้ 1. กลุ่มยาอนาบอลิกสเตียรอยด์ ชนิดที่ร่างกายไม่สามารถสร้างสเตียรอยด์เหล่านี้ได้เองตามธรรมชาติ: เช่น ยา 1-Androstenediol, 1-Androstenedione, 1-Testosterone, 4-Hydroxytestosterone , 19-Norandrostenedione, Bolandiol, Bolasterone , Boldenone, Boldione, Calusterone, Clostebol, Danazol , Dehydrochlormethyltestosterone, Drostanolone, Desoxymethyltestosterone, Ethylestrenol, Fluoxymesterone, Formebolone, Furazabol , Gestrinone, Mestanolone , Mesterolone, Metandienone, Metenolone, Methandriol, Methasterone, Methyldienolone, Methyl-1-testosterone, Mibolerone, Methylnortestosterone, Methyltestosterone, Metribolone , Nandrolone, Norboletone, Norclostebol, Norethandrolone, Oxabolone , Oxandrolone, Oxymesterone, Oxymetholone, Prostanozol, Quinbolone , Stanozolol, Stenbolone , Tetrahydrogestrinone, Trenbolone 2. กลุ่มยาอนาบอลิก สเตียรอยด์ ที่ร่างกายสามารถสร้างสเตียรอยด์เหล่านี้ได้เองตามธรรมชาติ: เช่น Androstenediol, Androstenedione, Dihydrotestosterone, Prasterone, Testosterone, 3β-Hydroxy-5α-androstan-17-one, 5α-Androstane-3α,17α-diol, 5α-Androstane-3α,17β-diol, 5α-Androstane-3β,17α-diol, 5α-Androstane-3β,17β-diol, 5β-Androstane-3α,17β-diol, 7α-Hydroxy-DHEA, 7β-Hydroxy-DHEA, 4-Androstenediol, 5-Androstenedione, 7-Keto-DHEA, 19-Norandrosterone, 19-Noretiocholanolone, Androst-4-ene-3α,17α-diol, Androst-4-ene-3α,17β-diol, Androst-4-ene-3β,17α-diol, Androst-5-ene-3α,17α-diol, Androst-5-ene-3α,17β-diol, Androst-5-ene-3β,17α-diol, Androsterone, Epi-dihydrotestosterone, Epitestosterone, Etiocholanolone การใช้ยากลุ่มอนาบอลิก สเตียรอยด์จะต้องกำกับดูแลโดยแพทย์เท่านั้น ด้วยเป็นกลุ่มยาที่มีฤทธิ์แรง สามารถส่งผลต่อระบบการทำงานของร่างกายได้หลายระบบอวัยวะ, และ มีขนาดและระยะเวลาของการใช้ยาที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคลตามวัตถุประสงค์ของการใช้ยา หรือตามอาการโรค, รวมถึงมีข้อห้ามใช้กับกลุ่มผู้ป่วยบางกลุ่ม อย่างเช่น สตรีตั้งครรภ์ สตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร ซึ่งการนำยากลุ่มนี้ไปใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์ ล้วนแล้วแต่จะก่อให้เกิดผลเสียทั้งสิ้น อนึ่ง หากผู้บริโภคต้องการทราบข้อมูลของยาอนาบอลิก สเตียรอยด์เพิ่มเติม สามารถสอบถามได้จากแพทย์ผู้ที่ให้บริการรักษา หรืออาจสอบถามรายละเอียดการใช้ยากลุ่มนี้ได้จากเภสัชกรในสถานพยาบาล หรือตามร้านขายยาได้โดยทั่วไป อนาบอลิก-แอนโดรจีนิกสเตียรอยด์มีสรรพคุณ ( คุณสมบัติ ) อย่างไร? * * * กระตุ้นไขกระดูกเพื่อสร้างเม็ดเลือดแดง และบำบัดภวาะโลหิตจางอันมีสาเหตุจากโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือจากภาวะไตล้มเหลว * * * บำบัดความล้มเหลวของการเจริญเติบโตในเด็ก * * * กระตุ้นความอยากอาหาร และช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ เหมาะที่จะใช้ฟื้นฟูสภาพร่างกายของผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งและโรคเอดส์ * * * ใช้เหนี่ยวนำลักษณะของความเป็นชายกับเด็กผู้ชายวัยรุ่นที่มีความล่าช้าในพัฒนาการของร่างกาย โดยช่วยเพิ่มความสูง น้ำหนักตัว และกล้ามเนื้อ * * * กระตุ้นการเพิ่มน้ำหนักตัว และป้องกันการสูญเสียมวลกระดูกของร่างกายในผู้ชายสูงอายุที่มีความบกพร่องของฮอร์โมนเพศชาย * * * ใช้เป็นฮอร์โมนเพศทดแทน สำหรับผู้ชายสูงวัยที่มีความรู้สึกทางเพศต่ำลง ใช้ในวงการเวชศาสตร์การกีฬา อนาบอลิก-แอนโดรจีนิกสเตียรอยด์มีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร? กลไกการออกฤทธิ์ของยาอนาบอลิก สเตียรอยด์คือ ตัวยาจะซึมผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ต่างๆของร่างกาย และเข้ารวมตัวกับตัวรับของฮอร์โมนเพศชายที่ชื่อ Androgen receptor ที่อยู่ในสารที่เรียกว่าไซโตพลาสซึม(Cytoplasm)ของเซลล์ จากนั้นตัวยาจะแทรกซึมและกระจายเข้าไปในนิวเคลียส(Nucleus)ของเซลล์ ก่อให้เกิดการแสดงออกของยีน/จีน ( Gene ) ที่ควบคุมกระบวนการทำงานของอวัยวะต่างๆของร่างกาย และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอวัยวะต่างๆตามมา เช่น กระตุ้นไขกระดูกเพื่อสร้างเม็ดเลือด กระตุ้นความอยากอาหาร ช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยเสริมสร้างสมรรถนะทางเพศในบุรุษที่สูงวัย จากกลไกดังกล่าว จึงก่อให้เกิดฤทธิ์ของการรักษาตามสรรพคุณ อนาบอลิก-แอนโดรจีนิกสเตียรอยด์มีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร? ยาอนาบอลิก-แอนโดรจีนิกสเตียรอยด์ มีรูปแบบการจัดจำหน่าย เช่น * * * ยาฉีด * * * ยารับประทาน * * * ยาเหน็บช่องคลอด * * * ยาทาผิวภายนอก อนาบอลิก-แอนโดรจีนิกสเตียรอยด์มีขนาดการบริหารยาอย่างไร? ด้วยยาในกลุ่มอนาบอลิก สเตียรอยด์ มีหลากหลายรายการ ขนาดการบริหารยา/ใช้ยา จึงขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษาเท่านั้น โดยต้องอาศัยข้อมูลประจำตัวของตัวผู้ป่วย เช่น อายุ เพศ น้ำหนักตัว โรคประจำตัว ยาอื่นๆที่มีใช้อยู่ก่อน ร่วมกับการเลือกใช้ยาอนาบอลิก สเตียรอยด์ชนิดที่เหมาะสมตรงตามอาการ และที่จะเกิดความปลอดภัยต่อผู้ป่วยมากที่สุด เป็นรายบุคคลไป ดังนั้น จึงไม่ขอกล่าวถึงขนาดการใช้ยากลุ่มนี้ ในบทความนี้ เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร? เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมยาในกลุ่มอนาบอลิก สเตียรอยด์ ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาล และเภสัชกร ดังนี้ ประวัติแพ้ยาทุกชนิด เช่น กินยา/ใช้ยาแล้ว คลื่นไส้มาก ขึ้นผื่น หรือ แน่นหายใจติดขัด/หายใจลำบาก มีโรคประจำตัวต่างๆ รวมทั้งกำลังกินยา/ใช้ยาอะไรอยู่ เพราะ ยาในกลุ่มอนาบอลิก สเตียรอยด์ อาจส่งผลให้อาการของโรคเหล่านั้นรุนแรงขึ้น หรืออาจเกิดปฏิกิริยาระหว่างยากับยาอื่นๆที่กิน/ที่ใช้อยู่ก่อน หากเป็นสุภาพสตรีควรแจ้งว่าอยู่ในภาวะตั้งครรภ์ หรือ กำลังให้นมบุตร เพราะยาหลายประเภทสามารถผ่านทางน้ำนม หรือรก และเข้าสู่ทารกจนก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้ หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร? กรณีลืมรับประทานยา/ใช้ยาในกลุ่มอนาบอลิกสเตียรอยด์ สามารถรับประทาน/ใช้ยาเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการรับประทานยา/ใช้ยาในครั้งถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า อย่างไรก็ดี เพื่อประสิทธิภาพของการรักษา ควรรับประทานยา/ใช้ยาในกลุ่มอนาบอลิก สเตียรอยด์ ตรงตามขนาดและตรงตามเวลาที่แพทย์สั่ง อนึ่ง ห้ามหยุดหรือปรับขนาดรับประทาน/การใช้ยานี้โดยมิได้ขอคำแนะนำจากแพทย์ ทั้งนี้เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะถอนยา หรือเกิดผลข้างเคียงจากการหยุดยานี้ทันทีติดตามมา อนาบอลิก-แอนโดรจีนิกสเตียรอยด์มีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร? การใช้ยาอนาบอลิก สเตียรอยด์ อาจก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์(ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ต่อระบบอวัยวะต่างๆของร่างกาย ดังนี้ เช่น * * * ผลต่อภาวะทางจิตใจ : เช่น มีอารมณ์ก้าวร้าว นอนไม่หลับ มีอารมณ์ทางเพศต่ำ เกิดความคิดอยากทำร้ายตนเอง การใช้ยานี้เป็นเวลานานอาจทำให้ติดยา รวมถึงมีอาการดื้อยา และส่งผลให้เกิดภาวะซึมเศร้าตามมา * * * ผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด : เช่น เกิดความดันโลหิตสูง โครงสร้างของกล้ามเนื้อหัวใจเปลี่ยนแปลงไปโดยทำให้หัวใจห้องล่างมีผนังหนาและขยายตัวขึ้น และส่งผลกระทบต่อการสูบฉีดโลหิของหัวใจ หลอดเลือดแดงบริเวณหัวใจผิดปกติ และ หัวใจล้มเหลว * * * ผลต่อผิวหนัง : เช่น เกิดสิว * * * ผลต่อระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกาย : เช่น กระตุ้นการทำงานของต่อมไขมัน การเจริญเติบโตของร่างกายหยุดชะงัก เร่งการเจริญเติบโตของกระดูกเร็วเกินไป จนอาจทำให้หยุดการเจริญเติบโต อาจกระตุ้นการเกิดมะเร็งของอวัยวะต่างๆได้ เพิ่มระดับไขมันแอลดีแอล ( LDL )ในเลือด ลดระดับไขมันดีอย่างเฮชดีแอล (HDL)ในเลือด เพิ่มระดับแคลเซียมในเลือดให้สูงขึ้น เกิดภาวะเต้านมโตในเพศชาย ก่อให้เกิดขนดกในเพศหญิงและมีประจำเดือนน้อยลง และส่งผลต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์ * * * ผลต่อระบบทางเดินอาหาร : เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย * * * ผลต่อไต : เช่น เกิดภาวะคั่งเกลือแร่บางชนิดในเลือด เช่น โซเดียม โพแทสเซียม คลอไรด์ ฟอสฟอรัส และน้ำ * * * ผลต่อระบบเลือด : เช่น เพิ่มระยะเวลาในการรวมตัวของลิ่มเลือด * * * ผลต่อตับ : ทำให้ตับเสียหาย/ตับอักเสบ เกิดมะเร็งตับ มีข้อควรระวังการใช้อนาบอลิก-แอนโดรจีนิกสเตียรอยด์อย่างไร? มีข้อควรระวังการใช้ยาอนาบอลิก-แอนโดรจีนิกสเตียรอยด์ เช่น * * * ห้ามใช้กับผู้แพ้ยากลุ่มนี้ * * * ห้ามใช้ยากลุ่มนี้กับผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ผู้ที่มีโรคไตชนิดไตรั่ว ( มีสารโปรตีนปนมาในปัสสาวะที่ภาวะปกติจะไม่โปรตีนในปัสสาวะ ) ด้วยจะทำให้อาการโรคดังกล่าวแย่ลง * * * ห้ามใช้ยานี้กับ เด็ก สตรีตั้งครรภ์ และสตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร * * * ห้ามปรับขนาดการใช้หรือหยุดการใช้ยานี้ด้วยตนเอง * * * ระวังการใช้ยานี้กับผู้ป่วยโรคเบาหวาน เพราะจะทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น * * * เฝ้าระวังภาวะบวมน้ำของร่างกาย รวมถึงตับจะมีการทำงานผิดปกติ/ตับอักเสบ * * * ระวังการเกิดบุรุษภาพในกรณีที่ใช้ยานี้กับสตรี * * * หากพบอาการแพ้ยานี้ เช่น อึดอัดแน่นหน้าอก/หายใจไม่ออก/หายใจลำบาก มีผื่นคัน ลมพิษขึ้น ตามตัว ให้หยุดการใช้ยานี้ทันที แล้วรีบนำตัวผู้ป่วยมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาลโดยเร็ว ทันที/ฉุกเฉิน * * * ปฏิบัติตัวตามคำสั่งแพทย์ พยาบาล เภสัชกร อย่างเคร่งครัด และมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาลตามนัดทุกครั้ง * * * ห้ามแบ่งยาให้ผู้อื่นใช้ * * * ห้ามใช้ยาหมดอายุ * * * ห้ามเก็บยาหมดอายุ อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา”ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด ( รวมยากลุ่มอนาบอลิก-แอนโดรจีนิกสเตียรอยด์ด้วย ) ยาแผนโบราณทุกชนิด และสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้ง ควรต้องปฏิบัติตามข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ( อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด ) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอ อนาบอลิก-แอนโดรจีนิกสเตียรอยด์มีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร? ยาอนาบอลิก-แอนโดรจีนิกสเตียรอยด์มีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่น เช่น * * * การใช้ยากลุ่มอนาบอลิก สเตียรอยด์ร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือดอย่าง Warfarin และ Dicumarol อาจทำให้เกิดภาวะเลือดออกง่ายมากขึ้นตามมา หากไม่มีความจำเป็นใดๆ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาร่วมกัน * * * การใช้ยาอนาบอลิก สเตียรอยด์ร่วมกับยา Cyclosporine อาจทำให้ระดับยา Cyclosporine ในกระแสเลือดเพิ่มสูงจนเป็นเหตุให้ผู้ป่วยได้รับอาการข้างเคียงตามมา กรณีที่จำเป็นต้องใช้ยาร่วมกัน แพทย์จะปรับขนาดการใช้ยาให้เหมาะสมเป็นกรณีไป ควรเก็บรักษาอนาบอลิก-แอนโดรจีนิกสเตียรอยด์อย่างไร? ควรเก็บยาในกลุ่มอนาบอลิก สเตียรอยด์ ตามคำแนะนำในเอกสารกำกับยาที่แนบมากับผลิตภัณฑ์ยา ห้ามเก็บยาในช่องแช่แข็งของตู้เย็น ไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์ เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงสว่าง/แสงแดด ความร้อนและความชื้นและเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง อนาบอลิก-แอนโดรจีนิกสเตียรอยด์มีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง? ยาในกลุ่มอนาบอลิก สเตียรอยด์ที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้า และบริษัทผู้ผลิต/ผู้จำหน่าย เช่น |
| ชื่อการค้า | บริษัทผู้ผลิต |
| Androgel ( แอนโดรเจล ) | Besins Healthcare |
| Cypionax ( ซีไพโอแนกซ์ ) | TP Drug |
| Depo-Test 250 ( ดีโป-เทส 250 ) | Samarth Pharma |
| Nebido ( เนบิโด ) | Bayer HealthCare Pharma |
| Testolic ( เทสโทลิก ) | TP Drug |
| Test-Comp 250 ( เทส-คอมป์ 250 ) | Samarth Pharma |
| Testosterone Propionate March ( เทสโทสเตอโรน โพรพิโอเนท มาร์ช ) | March Pharma |
| Testoviron Depot ( เทสโทวิรอน ดีพอท ) | Bayer HealthCare Pharma |
| Nandro 250 ( แนนโดร 250 ) | Samarth Pharma |
| Deca-Durabolin ( เดกา-ดูราโบลิน ) | Aspen Pharmacare |
| Androlic ( แอนโดรลิก ) | British Dispensary Health Care |
| Zarontin ( ซารอนติน ) | Pfizer |
บรรณานุกรม 1. https://en.wikipedia.org/wiki/Anabolic_steroid#Medical [2016,Sept3] 2. http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/15248788 [2016,Sept3] 3. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2559/E/009/2.PDF [2016,Sept3] 4. https://en.wikipedia.org/wiki/Nandrolone [2016,Sept3] 5.http://www.mayoclinic.org/drugs-supplements/anabolic-steroid-oral-route-parenteral-route/before-using/drg-20069323 [2016,Sept3] 6.http://www.medicinenet.com/anabolic_steroids-oral/page2.html [2016,Sept3] 7.http://www.mims.com/thailand/drug/search?q=testosterone [2016,Sept3] ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://haamor.com/อนาบอลิกแอนโดรจีนิกสเตียรอยด์ |
|
- จบ - |
หน้าถัดไป |
ก่อนหน้านี้ |
1 >< 2 >< 3 >< 4 >< 5 >< 6 >< 7 >< 8 >< 9 >< 10 >< |
|
|