- หน้า 1 - |
Therapeutic Exercise ( ข้างล่างนี้ ) |
![]() |
Therapeutic Exercise Therapeutic Exercise หมายถึง “การออกกำลังกายเพื่อการบำบัด” หรือ “การออกกำลังกายเพื่อการฟื้นฟู” เป็นการใช้ท่าทางและการเคลื่อนไหวของร่างกายอย่างมีแบบแผน เพื่อช่วยแก้ไข ฟื้นฟู หรือป้องกันความผิดปกติของระบบกล้ามเนื้อ ข้อต่อ เส้นเอ็น และการเคลื่อนไหวของร่างกาย คำว่า Therapeutic หมายถึง “เพื่อการบำบัดหรือรักษา” ส่วน Exercise หมายถึง “การออกกำลังกาย” ดังนั้น Therapeutic Exercise จึงแตกต่างจากการออกกำลังกายทั่วไปตรงที่ จุดประสงค์หลักไม่ได้อยู่ที่การสร้างกล้ามเนื้อให้ใหญ่ขึ้นหรือเพิ่มสมรรถภาพทางกีฬาเพียงอย่างเดียว แต่จะกำหนดท่าบริหารตามปัญหาและความสามารถของแต่ละบุคคล ในวงการเพาะกายและการฝึกเวท Therapeutic Exercise มีความสำคัญโดยเฉพาะในกรณีที่ผู้ฝึกมีอาการบาดเจ็บ หรือมีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว เช่น อาการเจ็บหัวไหล่ เจ็บข้อศอก ปวดเข่า ปวดหลังส่วนล่าง กล้ามเนื้ออ่อนแรงหลังจากพักการฝึกเป็นเวลานาน หรือมีช่วงการเคลื่อนไหวของข้อต่อ ( Range of Motion หรือ ROM ) ลดลง ตัวอย่างเช่น นักเพาะกายที่มีอาการบาดเจ็บบริเวณหัวไหล่อาจยังไม่เหมาะที่จะกลับไปทำ Bench Press หรือ Overhead Press ด้วยน้ำหนักมากในทันที ผู้เชี่ยวชาญอาจเลือกใช้ Therapeutic Exercise ที่มีแรงต้านต่ำ เพื่อฝึกกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ควบคุมและสร้างความมั่นคงให้กับข้อไหล่ก่อน แล้วจึงค่อยเพิ่มความหนักและกลับเข้าสู่การฝึกเวทตามปกติ Therapeutic Exercise อาจประกอบด้วยการฝึกหลายลักษณะ เช่น การเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวของข้อต่อ การยืดกล้ามเนื้อ การเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การเพิ่มความทนทานของกล้ามเนื้อ การฝึกการทรงตัว การฝึกการประสานงานของกล้ามเนื้อ และการฝึกให้ร่างกายกลับมาเคลื่อนไหวในรูปแบบที่เหมาะสม |
![]() |
อุปกรณ์ที่ใช้ไม่จำเป็นต้องเป็นเครื่องมือทางการแพทย์โดยเฉพาะ อาจใช้อุปกรณ์ที่พบได้ในโรงยิม เช่น Resistance Band หรือ Elastic Band, Cable Machine, Dumbbell น้ำหนักเบา, ลูกบอลออกกำลังกาย หรือแม้แต่ใช้น้ำหนักตัวของผู้ฝึกเอง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการฟื้นฟู สำหรับนักเพาะกาย Therapeutic Exercise ยังสามารถเป็นขั้นตอนเชื่อมระหว่าง “การพักรักษาอาการบาดเจ็บ” กับ “การกลับไปฝึกเวทตามปกติ” กล่าวคือ เมื่ออาการปวดลดลงแล้ว ไม่ได้หมายความว่ากล้ามเนื้อ ข้อต่อ และระบบควบคุมการเคลื่อนไหวจะพร้อมรับน้ำหนักหนักทันที การใช้ Therapeutic Exercise อย่างเหมาะสมจึงช่วยเตรียมร่างกายให้กลับมารับแรงจากการฝึกได้อย่างเป็นขั้นตอน อย่างไรก็ตาม Therapeutic Exercise ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่มีอาการบาดเจ็บควรเลือกท่าบริหารเพื่อรักษาตัวเอง เพราะอาการที่ดูคล้ายกันอาจเกิดจากสาเหตุที่แตกต่างกัน การเลือกท่า ระดับแรงต้าน ช่วงการเคลื่อนไหว และความถี่ในการฝึกจึงควรสัมพันธ์กับลักษณะของอาการ โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการบาดเจ็บรุนแรง อาการปวดเรื้อรัง หรืออยู่ในช่วงหลังการผ่าตัด ควรได้รับการประเมินจากแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดก่อน สรุปแล้ว Therapeutic Exercise คือการนำ “การออกกำลังกาย” มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบำบัดและฟื้นฟูร่างกาย โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้กล้ามเนื้อและข้อต่อกลับมาทำงานได้ดีขึ้น เพิ่มความแข็งแรง เพิ่มความยืดหยุ่นและช่วงการเคลื่อนไหว รวมถึงช่วยให้ผู้ฝึกสามารถกลับไปทำกิจกรรมหรือกลับเข้าสู่การฝึกเวทได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยยิ่งขึ้น |
- จบ - |
|
|