- หน้า 1 - |
Path of Resistance ( ข้างล่างนี้ ) |
Path of Resistance Path of Resistance เป็นคำที่ใช้ในการวิเคราะห์ท่าบริหาร หมายถึง “แนวหรือเส้นทางที่แรงต้านกระทำต่อร่างกายตลอดช่วงการเคลื่อนไหวของท่านั้น” กล่าวง่ายๆ คือ เมื่อเราบริหารด้วยบาร์เบลล์ ดัมเบลล์ เครื่องออกกำลังกาย หรือสายเคเบิล เราต้องพิจารณาว่าแรงที่กล้ามเนื้อต้องต้านนั้นมาจากทิศทางใด และแนวของแรงต้านเปลี่ยนแปลงอย่างไรในระหว่างที่ทำท่าบริหาร คำนี้มีความสำคัญ เพราะการที่มือหรือแขนเคลื่อนที่ไปในทิศทางหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าแรงต้านจะกระทำไปในทิศทางเดียวกับการเคลื่อนที่นั้นเสมอไป ตัวอย่างที่เข้าใจง่ายคือ Dumbbell Lateral Raise ในขณะที่เรายกดัมเบลล์ออกทางด้านข้าง มือจะเคลื่อนที่เป็นแนวโค้งขึ้นด้านบน แต่แรงต้านที่เกิดจากน้ำหนักของดัมเบลล์จะถูกแรงโน้มถ่วงดึงลงในแนวดิ่งสู่พื้นตลอดเวลา ดังนั้น Path of Resistance ของดัมเบลล์จึงสัมพันธ์กับแรงโน้มถ่วงที่ดึงลงด้านล่าง แม้ Path of Motion หรือเส้นทางการเคลื่อนที่ของมือและดัมเบลล์จะเป็นแนวโค้งก็ตาม สิ่งนี้ทำให้ความยากของท่าเปลี่ยนไปตามตำแหน่งของแขน เมื่อแขนอยู่ใกล้ลำตัวในช่วงเริ่มต้นของ Dumbbell Lateral Raise แรงบิดที่เกิดขึ้นบริเวณข้อไหล่ยังค่อนข้างต่ำ แต่เมื่อยกแขนออกห่างจากลำตัวมากขึ้น Moment Arm ของแรงต้านจะเพิ่มขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อหัวไหล่ต้องออกแรงมากขึ้น โดยทั่วไปท่าจะยากมากขึ้นเมื่อแขนเข้าใกล้ตำแหน่งขนานกับพื้น แต่ถ้าเปลี่ยนจากดัมเบลล์เป็น Cable Lateral Raise ลักษณะของแรงต้านจะเปลี่ยนไป สาย Cable จะดึงมือกลับไปทาง Pulley ดังนั้นทิศทางของแรงต้านจึงสัมพันธ์กับแนวของสาย Cable ไม่ได้ถูกกำหนดด้วยแนวดิ่งจากแรงโน้มถ่วงเพียงอย่างเดียวเหมือนกับการถือดัมเบลล์ ด้วยเหตุนี้ การเปลี่ยนตำแหน่ง Pulley หรือการเปลี่ยนตำแหน่งที่ผู้ฝึกยืน จึงสามารถเปลี่ยนแนวของแรงต้านและทำให้กล้ามเนื้อได้รับแรงในตำแหน่งต่างๆ ของ ROM แตกต่างกันออกไป * * * อีกตัวอย่างหนึ่งคือ Cable Curl ในท่า Cable Curl แรงต้านจะดึงมือไปทาง Pulley ตลอดเวลา หาก Pulley อยู่ต่ำ แรงจะดึงมือลงและไปทางตำแหน่งของ Pulley เมื่อแขนเคลื่อนที่ ตำแหน่งของแขนท่อนล่างเมื่อเทียบกับแนวสาย Cable จะเปลี่ยนไป ส่งผลให้ Moment Arm และแรงบิดบริเวณข้อศอกเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย สำหรับเครื่องออกกำลังกายแบบ Machine เรื่อง Path of Resistance จะซับซ้อนขึ้นอีก เพราะเครื่องบางชนิดใช้ Cam, Lever หรือระบบ Pulley ที่ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนลักษณะของแรงต้านตลอด ROM ดังนั้น แม้ผู้ฝึกจะเคลื่อนที่ด้วยท่าทางคล้ายกัน เครื่องออกกำลังกายสองเครื่องก็อาจให้ Resistance Profile หรือรูปแบบความหนักตลอด ROM แตกต่างกันได้ สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือ ไม่ควรสับสนระหว่าง Path of Resistance กับ Path of Motion Path of Motion หมายถึงเส้นทางที่ร่างกายหรืออุปกรณ์เคลื่อนที่ Path of Resistance หมายถึงแนวหรือเส้นทางของแรงที่ผู้ฝึกกำลังต้าน ตัวอย่างเช่น ใน Dumbbell Curl มือและดัมเบลล์เคลื่อนที่เป็นแนวโค้งรอบข้อศอก นั่นคือ Path of Motion แต่แรงโน้มถ่วงยังคงดึงดัมเบลล์ลงสู่พื้นในแนวดิ่ง นั่นคือทิศทางของ Resistance ในทางปฏิบัติ เมื่อมีผู้วิเคราะห์ท่าบริหารแล้วถามว่า “Path of Resistance ของท่านี้เป็นอย่างไร?” สิ่งที่ต้องการทราบก็คือ แรงต้านมาจากทิศทางไหน? แรงต้านสัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวของข้อต่ออย่างไร? ตำแหน่งใดของ ROM ที่แรงต้านสร้าง Moment Arm มากหรือน้อย? ท่าจะหนักที่สุดหรือเบาที่สุดในช่วงใด? และการจัดตำแหน่งร่างกายหรืออุปกรณ์สามารถเปลี่ยนลักษณะของแรงต้านได้อย่างไร? การเข้าใจ Path of Resistance จึงมีประโยชน์อย่างมากในการเพาะกาย เพราะช่วยให้เราเข้าใจว่าเหตุใดท่าบริหารที่ดูคล้ายกันจึงให้ความรู้สึกต่อกล้ามเนื้อไม่เหมือนกัน และช่วยให้เลือกบาร์เบลล์ ดัมเบลล์ Cable หรือ Machine ให้เหมาะกับลักษณะของแรงต้านที่ต้องการได้ กล่าวโดยสรุป Path of Resistance คือแนวหรือเส้นทางที่แรงต้านกระทำต่อผู้ฝึกตลอดการทำท่าบริหาร การวิเคราะห์ Path of Resistance ต้องดูทั้งทิศทางของแรง ตำแหน่งของข้อต่อ Moment Arm และการเปลี่ยนแปลงของแรงตลอด ROM ไม่ใช่ดูเพียงว่าแขน ขา หรืออุปกรณ์เคลื่อนที่ไปทางใดเท่านั้น |
![]() |
- จบ - |
|
|