- หน้า 1 - |
การเพาะกายช่วยลดความเสี่ยงการเป็นสโตรค ( ข้างล่างนี้ ) |
![]() |
พาะกายและ Weight Training กับการป้องกัน Stroke สร้างกล้ามเนื้อวันนี้ อาจช่วยลดปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองในวันข้างหน้า Stroke หรือโรคหลอดเลือดสมอง เป็นโรคที่น่ากลัวอย่างหนึ่ง เพราะมันอาจเกิดขึ้นอย่างกะทันหันกับคนที่ก่อนหน้านั้นยังใช้ชีวิต ทำงาน และออกกำลังกายได้ตามปกติ เมื่อเกิด Stroke ขึ้น ผลที่ตามมาอาจมีตั้งแต่ความผิดปกติที่สามารถฟื้นตัวได้ ไปจนถึงความพิการระยะยาว เช่น แขนขาอ่อนแรงหรือเป็นอัมพาต พูดหรือกลืนลำบาก สูญเสียความสามารถในการช่วยเหลือตัวเอง และในกรณีรุนแรงอาจเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้องว่า การเป็น Stroke ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยทุกคนจะไม่มีวันกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ ผู้ป่วยบางคนสามารถฟื้นตัวได้มาก โดยเฉพาะเมื่อได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วและได้รับการฟื้นฟูที่เหมาะสม แต่ในผู้ป่วยบางราย ความเสียหายที่เกิดกับสมองอาจทำให้เกิดความพิการที่ต้องอยู่กับผู้ป่วยเป็นเวลาหลายสิบปี Stroke ใกล้ตัวกว่าที่หลายคนคิด เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงความเสี่ยงที่อยู่ไกลตัว หรือเกิดขึ้นกับคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ข้อมูลจากระบบรายงานฐานข้อมูลสุขภาพ (HDC) กระทรวงสาธารณสุข ปี พ.ศ. 2567 (2024) พบผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองสะสมจำนวน 358,062 ราย และเสียชีวิต 39,086 ราย หากนำตัวเลขดังกล่าวมาเฉลี่ยตลอดทั้งปีเพื่อให้เห็นขนาดของปัญหา จะเทียบได้กับผู้ป่วยประมาณ 978 รายต่อวัน และผู้เสียชีวิตประมาณ 107 รายต่อวัน ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่ากระทรวงสาธารณสุขรายงานว่ามี "ผู้ป่วยรายใหม่วันละ 978 ราย" โดยตรง แต่เป็นการนำจำนวนผู้ป่วยสะสมที่รายงานในปีนั้นมาหารเฉลี่ยเป็นรายวัน เพื่อช่วยให้เราเห็นภาพว่าโรคหลอดเลือดสมองเป็นปัญหาสาธารณสุขที่ใหญ่เพียงใดในประเทศไทย ที่สำคัญ Stroke ไม่ได้เป็นโรคที่เกิดขึ้นเฉพาะกับ "คนอื่น" ก่อนที่จะเกิด Stroke คนจำนวนมากอาจยังใช้ชีวิตตามปกติ ตื่นนอน ไปทำงาน รับประทานอาหาร ขับรถ หรือออกกำลังกาย โดยไม่ได้คิดเลยว่าวันหนึ่งเหตุการณ์นี้อาจเกิดขึ้นกับตัวเอง คนที่กลายเป็นหนึ่งในผู้ป่วย Stroke เหล่านั้น ไม่ได้ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าโดยรู้ล่วงหน้าว่า "วันนี้ฉันกำลังจะเป็น Stroke" และย่อมไม่มีใครเตรียมใจไว้ล่วงหน้าว่า เมื่อถึงตอนเย็น ชีวิตของตนเองและครอบครัวอาจเปลี่ยนไปจากเดิม ความน่ากลัวจึงไม่ได้อยู่เพียงที่ตัว Stroke เท่านั้น แต่อยู่ที่ปัจจัยเสี่ยงบางอย่างสามารถดำเนินอยู่ในร่างกายโดยที่เราแทบไม่รู้ตัว โดยเฉพาะความดันโลหิตสูง ซึ่งคนจำนวนมากไม่มีอาการ และบางครั้งโรคของหัวใจหรือหลอดเลือดอาจไม่มีอาการเตือนที่ชัดเจนก่อนที่ Stroke จะเกิดขึ้น ดังนั้น ในวันที่เรายังรู้สึกแข็งแรง ยังทำงานได้ ยังเดินได้ และยังออกกำลังกายได้ จึงไม่ควรถือว่านั่นเป็นหลักประกันว่าเราไม่มีปัจจัยเสี่ยง นี่คือเหตุผลว่าทำไม "การป้องกันก่อนเกิดโรค" จึงสำคัญ เราไม่ควรรอให้ Stroke เกิดขึ้นเสียก่อน แล้วจึงเริ่มสนใจความดันโลหิต ระดับน้ำตาล ไขมันในเลือด น้ำหนักตัว การออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเรา เพราะวันที่เรายังคิดว่า Stroke เป็นเรื่องไกลตัว อาจเป็นวันที่เรายังมีโอกาสมากที่สุดในการจัดการกับปัจจัยเสี่ยงบางอย่าง ก่อนที่เหตุการณ์ซึ่งเราไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเองจะมาถึง |
วีดีโอข้างล่างนี้ / ให้ดูที่เวลา 34:24-35:10 และ 39:43-40:27 |
ให้ดูที่เวลา ..... เป็นต้นไป / ให้ดูที่เวลา 34:24-35:10 และ 39:43-40:27 มหัศจรรย์มู EP.68 : เงาคำสาป โดย : มหัศจรรย์มู - Mahatsachan Mu วิธีใช้วีดีโอ / วิธีแจ้งวีดีโอลิงก์ขาด |
( วีดีโอด้านบน ) กรณีคุณพ่อของ บุ๋ม รัญญา ศิยานนท์ ตัวอย่างที่ทำให้เราเห็นภาพของผลกระทบระยะยาวจาก Stroke ได้อย่างชัดเจน คือเรื่องของคุณพ่อของ บุ๋ม รัญญา ศิยานนท์ นักแสดงรุ่นใหญ่ คุณบุ๋มเล่าในรายการ "มหัศจรรย์มู EP.68" ว่า คุณพ่อของเธอเป็น Stroke ตั้งแต่อายุเพียง 35 ปี และเมื่อถึงวันที่เธอให้สัมภาษณ์ คุณพ่อมีอายุ 87 ปีแล้ว คุณบุ๋มอธิบายเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนที่เธอมีอายุประมาณ 5 ขวบ โดยคุณพ่อเกิดเส้นเลือดในสมองแตก และร่างกายซีกขวาใช้การไม่ได้ โดยต้องอยู่กับสภาวะดังกล่าวมานานกว่า 50 ปี ลองคิดดูว่า โรคหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นเมื่อคนคนหนึ่งมีอายุเพียง 35 ปี สามารถเปลี่ยนชีวิตของเขาและครอบครัวไปอีกกว่าครึ่งศตวรรษได้ ผลกระทบของ Stroke จึงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับตัวผู้ป่วยเท่านั้น แต่ในผู้ป่วยที่มีความพิการมาก สมาชิกในครอบครัวอาจต้องเข้ามาช่วยดูแลเรื่องการเคลื่อนไหว การเดินทาง การรับประทานอาหาร การรักษาพยาบาล และกิจวัตรประจำวันต่างๆ เป็นระยะเวลายาวนาน เพราะฉะนั้น ถ้าเรายังมีสุขภาพดีอยู่ในวันนี้ สิ่งหนึ่งที่คุ้มค่าที่สุดคือการลดปัจจัยเสี่ยงของ Stroke ตั้งแต่ก่อนที่มันจะเกิดขึ้น |
'อ๊อฟ พงษ์พัฒน์' ฝากอุทาหรณ์ วิ่งวันละ 10 กม. เลิกบุหรี่นาน 18 ปี แต่ยังป่วยเส้นเลือดสมองตีบ โดย : เรื่องเล่าเช้านี้ วิธีใช้วีดีโอ / วิธีแจ้งวีดีโอลิงก์ขาด |
( วิดีโอด้านบน ) ออกกำลังกายแล้ว ทำไมยังเป็น Stroke ได้? หลายคนอาจคิดว่า ถ้าเราเป็นคนออกกำลังกายเป็นประจำ เราก็น่าจะปลอดภัยจาก Stroke แต่ความจริงไม่ได้ง่ายเช่นนั้น กรณีที่น่าสนใจมากคือ อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง นักแสดงและผู้กำกับชื่อดัง ซึ่งเกิดโรคเส้นเลือดในสมองตีบเมื่อ พ.ศ. 2561 (2018) ภายหลังพงษ์พัฒน์เล่าว่า ก่อนเกิด Stroke เขาเป็นคนออกกำลังกายและวิ่งเป็นประจำ วันละประมาณ 1 ชั่วโมง หรือประมาณ 10 กิโลเมตร และบางวันวิ่งถึง 12-15 กิโลเมตร แต่เขามีความดันโลหิตสูงและไม่ได้รับประทานยาตามที่ควร เพราะคิดว่าตัวเองออกกำลังกายอยู่แล้ว ในเวลาต่อมาเขายอมรับว่าปัจจัยในชีวิตของตนเองมีหลายอย่าง ทั้งความดันโลหิตสูงที่ไม่ได้ควบคุม การรับประทานอาหารมัน การพักผ่อนน้อย ความเครียดสะสม และการดื่มน้ำน้อย เรื่องของพงษ์พัฒน์จึงให้บทเรียนสำคัญว่า "การออกกำลังกาย ไม่ได้ลบล้างปัจจัยเสี่ยงอื่นของ Stroke" คุณอาจวิ่งได้ 10 กิโลเมตร แต่ถ้ามีความดันโลหิตสูงแล้วไม่รักษา ความเสี่ยงก็ยังคงอยู่ คุณอาจดูแข็งแรงจากภายนอก แต่ถ้าไม่ตรวจความดัน ไม่ตรวจสุขภาพ และไม่ควบคุมปัจจัยเสี่ยง เราไม่สามารถรู้ได้ว่าภายในหลอดเลือดของเรากำลังเกิดอะไรขึ้น |
![]() |
ความดันโลหิตสูงคือศัตรูสำคัญของสมอง องค์การอนามัยโลก หรือ World Health Organization (WHO) ระบุว่า ความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ของ Stroke และผู้ที่มีความดันโลหิตสูงมีความเสี่ยงต่อ Stroke สูงกว่าผู้ที่ไม่มีความดันโลหิตสูงเกือบ 3 เท่า นอกจากความดันโลหิตสูงแล้ว ปัจจัยเสี่ยงที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ยังรวมถึง การสูบบุหรี่ ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน LDL cholesterol สูง น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน การไม่ออกกำลังกาย อาหารที่ไม่เหมาะสม การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป และระดับน้ำตาลในเลือดสูง ตรงนี้เองที่ Weight Training เริ่มเข้ามามีบทบาทที่น่าสนใจอย่างมาก ทำไมคนทำเว็บเพาะกายจึงอยากชวนคุณมายก Weight? หลายคนยังคิดว่า Weight Training หรือการฝึกแบบ Resistance Training มีไว้สำหรับคนที่อยากมีกล้ามใหญ่เท่านั้น แต่ความจริง ประโยชน์ของการฝึกด้วยแรงต้านไม่ได้หยุดอยู่ที่ขนาดของต้นแขน หน้าอก หัวไหล่ หรือกล้ามขา American Heart Association (AHA) ได้ออก Scientific Statement เกี่ยวกับ Resistance Exercise Training โดยระบุว่า Resistance Training ให้ผลดีต่อปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดหลายประการ ทั้งความดันโลหิต การควบคุมระดับน้ำตาล ไขมันในเลือด และองค์ประกอบของร่างกาย สิ่งเหล่านี้น่าสนใจอย่างยิ่งเมื่อเรากำลังพูดถึง Stroke เพราะปัจจัยหลายตัวดังกล่าวก็เป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองด้วย Weight Training ช่วยเรื่องความดันโลหิต นี่อาจเป็นเหตุผลข้อหนึ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับบทความนี้ American Heart Association สรุปหลักฐานว่า Resistance Training สามารถลด Resting Blood Pressure ได้ ทั้งในคนสุขภาพดี ผู้ที่มีภาวะก่อนความดันโลหิตสูง และผู้ที่มีความดันโลหิตสูง ในผู้ใหญ่สุขภาพดีวัยกลางคนและผู้สูงอายุ Resistance Training มีความสัมพันธ์กับการลด Systolic Blood Pressure โดยเฉลี่ยประมาณ 4 mmHg และ Diastolic Blood Pressure ประมาณ 2 mmHg ส่วนในผู้ที่เป็น Hypertension ผลที่รายงานมีขนาดมากขึ้น โดย Systolic Blood Pressure ลดประมาณ 6 mmHg และ Diastolic Blood Pressure ลดประมาณ 5 mmHg กลไกที่ถูกเสนอว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง ได้แก่ การทำงานของเยื่อบุหลอดเลือดที่ดีขึ้น ความสามารถของหลอดเลือดในการขยายตัว และการไหลเวียนของเลือดที่ดีขึ้น เมื่อเราทราบว่าความดันโลหิตสูงเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดของ Stroke การออกกำลังกายที่สามารถช่วยควบคุมความดันจึงมีความสำคัญอย่างมาก แต่ต้องเน้นว่า การออกกำลังกายไม่ใช่สิ่งทดแทนยาความดันสำหรับผู้ที่แพทย์สั่งยา ผู้ที่เป็นความดันโลหิตสูงต้องรับประทานยาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ควบคู่กันไป Weight Training ช่วยการควบคุมน้ำตาลและ Insulin กล้ามเนื้อไม่ได้มีหน้าที่เพียงทำให้เราแข็งแรงหรือทำให้รูปร่างดูดี Skeletal Muscle เป็นเนื้อเยื่อสำคัญในการใช้ Glucose ของร่างกาย American Heart Association ระบุว่า Resistance Training มีความสัมพันธ์กับการควบคุม Glycemia และ Insulin Resistance ที่ดีขึ้น โดยกลไกที่เป็นไปได้รวมถึง Insulin Sensitivity ที่ดีขึ้น การเพิ่ม GLUT4 translocation ในกล้ามเนื้อ และการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นทั้งระหว่างและหลังออกกำลังกาย นี่คืออีกเหตุผลหนึ่งที่การสร้างและรักษามวลกล้ามเนื้อควรถูกมองว่าเป็นเรื่องของ "สุขภาพ" ไม่ใช่เพียงเรื่องของ "รูปร่าง" Weight Training ช่วยควบคุมองค์ประกอบของร่างกาย การเพาะกายที่ทำอย่างเหมาะสมไม่ได้หมายถึงเพียงการเพิ่มน้ำหนักตัวให้มากที่สุด แต่เป็นการพยายามเพิ่มหรือรักษามวลกล้ามเนื้อ พร้อมกับควบคุมปริมาณไขมันในร่างกายให้อยู่ในระดับเหมาะสม Resistance Training สามารถช่วยปรับ Body Composition และเมื่อใช้ร่วมกับโภชนาการและการออกกำลังกายแบบ Aerobic ที่เหมาะสม ก็เป็นเครื่องมือสำคัญในการควบคุมน้ำหนักและสุขภาพระบบเผาผลาญ กล้ามเนื้อจึงไม่ใช่ของประดับร่างกาย มันคือเนื้อเยื่อที่มีบทบาทต่อ Metabolic Health ของเรา แล้ว Weight Training ดีกว่าวิ่งในการป้องกัน Stroke หรือไม่? คำตอบตามหลักฐานปัจจุบันคือ เรายังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะกล่าวเช่นนั้น แต่เราใช้คำว่า "ช่วยลดความเสี่ยงได้" Stroke เกิดจากปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน ดังนั้น สิ่งที่น่าสนใจกว่าการถามว่า "วิ่งกับยก Weight อย่างไหนดีกว่ากัน?" คือการถามว่า "ทำไมเราต้องเลือกเพียงอย่างเดียว?" American Heart Association ระบุว่า การนำ Resistance Training มารวมกับ Aerobic Training อาจให้ประโยชน์ต่อปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดบางด้าน เช่น โรคอ้วน เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง มากกว่าการทำ Resistance Training หรือ Aerobic Training เพียงอย่างเดียว ดังนั้น สำหรับคนรักการเพาะกาย เราไม่จำเป็นต้องเลิกยก Weight แล้วเปลี่ยนไปเป็นนักวิ่ง ในทางกลับกัน คนที่วิ่ง เดินเร็ว ปั่นจักรยาน หรือทำ Cardio เป็นประจำ ก็ควรพิจารณาเพิ่ม Weight Training เข้าไปในชีวิตด้วย ทำไมผมจึงอยากเชียร์ให้คุณ "เล่นกล้าม" เพราะเมื่อพูดถึงการเพาะกาย คนจำนวนมากมองเห็นแต่รูปร่างภายนอก เห็นหน้าอกที่หนาขึ้น เห็นหัวไหล่ที่กว้างขึ้น เห็นต้นแขนที่ใหญ่ขึ้น เห็นต้นขาที่แข็งแรงขึ้น แต่สิ่งที่เราอาจมองไม่เห็นด้วยตา คือการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพที่เกิดจาก Resistance Training อย่างสม่ำเสมอ American Heart Association ระบุว่า Resistance Training ให้ประโยชน์ต่อ Blood Pressure, Glycemia, Lipid Profile และ Body Composition และยังพบผลดีต่อ Endothelial Function และ Cardiorespiratory Fitness อีกด้วย ดังนั้น หากถามว่า "เพาะกายแล้วรับประกันว่าจะไม่เป็น Stroke หรือไม่?" คำตอบคือ ไม่ ไม่มีการออกกำลังกายประเภทใดสามารถให้คำรับประกันเช่นนั้นได้ แต่ถ้าถามใหม่ว่า "Weight Training เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่มีหลักฐานวิทยาศาสตร์สนับสนุนในการปรับปรุงสุขภาพและปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจและหลอดเลือดหรือไม่?" คำตอบคือ ใช่ และนั่นเป็นเหตุผลที่คนทั่วไปไม่ควรมองการยก Weight ว่าเป็นกิจกรรมเฉพาะของนักเพาะกายบนเวทีเท่านั้น คุณไม่จำเป็นต้องฝึกเพื่อเป็น Mr. Olympia ไม่จำเป็นต้องมีต้นแขน 20 นิ้ว ไม่จำเป็นต้อง Squat หรือ Bench Press ด้วยน้ำหนักมหาศาล และแน่นอนว่าไม่จำเป็นต้องใช้ Anabolic Steroids เพื่อให้ได้รับประโยชน์จาก Weight Training การฝึกแบบ Natural Resistance Training ที่เหมาะสมกับอายุ สุขภาพ และความสามารถของแต่ละคน ก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตเพื่อสุขภาพได้ AHA ระบุเป็นตัวอย่างว่า โปรแกรมที่ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ประมาณ 8-10 ท่า ทำ 8-12 Reps ด้วยน้ำหนักระดับปานกลาง และฝึกประมาณ 2 วันต่อสัปดาห์ ก็สามารถให้ประโยชน์ได้ ดังนั้น การฝึก Weight Training เพื่อสุขภาพ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการฝึกหนักสุดขีดแบบนักเพาะกายอาชีพ บทเรียนจาก Stroke กรณีของคุณพ่อคุณบุ๋ม รัญญา ทำให้เราเห็นว่า Stroke ครั้งหนึ่งสามารถส่งผลต่อชีวิตของคนคนหนึ่งไปได้นานกว่า 50 ปี ส่วนกรณีของ อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ ทำให้เราเห็นอีกด้านหนึ่งว่า แม้คนที่ออกกำลังกายและวิ่งวันละประมาณ 10 กิโลเมตร ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถละเลยความดันโลหิตและปัจจัยเสี่ยงอื่นได้ และเมื่อมองกลับไปยังตัวเลขผู้ป่วย Stroke หลายแสนรายของประเทศไทย เราก็ยิ่งเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเหตุการณ์ไกลตัว ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าตัวเองจะเป็นหนึ่งในผู้ป่วย Stroke หรือไม่ แต่สิ่งที่เราทำได้ในวันนี้ คือพยายามลดปัจจัยเสี่ยงที่สามารถแก้ไขได้ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ ดังนั้น อย่ารอจนถึงวันที่แขนข้างหนึ่งยกไม่ขึ้น ขาข้างหนึ่งไม่มีแรง หรือคำพูดที่เคยออกจากปากอย่างง่ายดายกลับพูดออกมาไม่ได้ แล้วจึงเริ่มคิดถึงสุขภาพ ถ้าวันนี้คุณยังเดินได้ ยังยกแขนได้ ยังจับดัมเบลได้ และยังมีโอกาสเลือกว่าจะดูแลร่างกายอย่างไร เริ่มต้นเสียตั้งแต่วันนี้ เข้ายิม ฝึก Weight Training สร้างและรักษากล้ามเนื้อของคุณ พร้อมกับทำ Cardio ควบคุมอาหาร ตรวจสุขภาพ และจัดการปัจจัยเสี่ยงของ Stroke อย่ามองการเพาะกายว่าเป็นเพียงการสร้างรูปร่างเพื่อให้ดูดี การฝึก Weight Training อย่างถูกต้องและเป็นธรรมชาติ สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนเพื่อสุขภาพระยะยาวได้ กล้ามเนื้อที่คุณสร้างขึ้นวันนี้อาจไม่ได้มีคุณค่าเพียงตอนที่คุณยืนอยู่หน้ากระจก แต่มันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่คุณต้องใช้ไปตลอดชีวิต แหล่งอ้างอิง 1. World Health Organization (WHO). Stroke. Fact Sheet, 19 December 2025. 2. World Health Organization (WHO). Hypertension. Fact Sheet. 3. Paluch AE, Boyer WR, Franklin BA, et al. Resistance Exercise Training in Individuals With and Without Cardiovascular Disease: 2023 Update: A Scientific Statement From the American Heart Association. Circulation. 2024;149:e217-e231. DOI: 10.1161/CIR.0000000000001189. 4. American College of Cardiology. AHA Update on Resistance Exercise Training: Key Points. December 19, 2023. 5. รายการมหัศจรรย์มู EP.68 "เงาคำสาป" บทสัมภาษณ์ บุ๋ม รัญญา ศิยานนท์ ช่วงประมาณ 34:24-40:27. คุณบุ๋มกล่าวว่าคุณพ่อเป็น Stroke ตั้งแต่อายุ 35 ปี และเมื่อให้สัมภาษณ์มีอายุ 87 ปี รวมทั้งระบุว่าเป็นเส้นเลือดในสมองแตกและร่างกายซีกขวาใช้การไม่ได้มานานกว่า 50 ปี. 6. Thai PBS. ครอบครัวเดียวกัน Feel Good: นาฬิกาที่กลับมาเดินอีกครั้ง. เรื่องราวการฟื้นฟูของ อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง หลังเกิดโรคเส้นเลือดในสมองตีบ. 7. บทสัมภาษณ์ อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง เกี่ยวกับชีวิตหลัง Stroke ซึ่งเจ้าตัวกล่าวถึงประวัติความดันโลหิตสูง การไม่รับประทานยา และการวิ่งออกกำลังกายเป็นประจำประมาณวันละ 10 กิโลเมตร. 8. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. วันหลอดเลือดสมองโลก ปี พ.ศ. 2567 (2024), 29 ตุลาคม พ.ศ. 2567. ข้อมูลจากระบบรายงานฐานข้อมูลสุขภาพ (HDC) ระบุผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองสะสม 358,062 ราย และเสียชีวิต 39,086 ราย. 9. World Health Organization (WHO). Cardiovascular diseases (heart attack, stroke) in South-East Asia. ระบุว่าโรคของหลอดเลือดอาจไม่มีอาการของโรคพื้นฐาน และ Heart Attack หรือ Stroke อาจเป็นสัญญาณเตือนครั้งแรก. 10. World Health Organization (WHO). Hypertension. ระบุว่าผู้ที่มีความดันโลหิตสูงจำนวนมากไม่มีอาการ และการตรวจวัดความดันโลหิตเป็นวิธีสำคัญในการตรวจพบภาวะดังกล่าว. |
![]() |
|
- จบ - |
|
|