อยู่ระหว่างการแปลครับ


 


หน้า 124,126 (24 ก.ค.51) โดยคุณ info@peg.co.th  อ่านข้อมูลผู้แปล

กฎ 63 ข้อเพื่อการเติบโต
 
เติมคลังของคุณให้เต็มเพื่อเติมเชื้อเพลิงสำหรับการพัฒนากล้ามเนื้อของคุณนี่คือทั้งหมดที่คุณจำเป็นต้องรู้เดี่ยวกับการไดเอ็ท, อาหารเสริม และ โภชนาการสำหรับการสร้างกล้ามเนื้อ
 
 ถ้าคุณถามนักเพาะกายส่วนใหญ่ พวกเขาจะให้คำตอบที่เหมือนกันแก่คุณว่า “การฝึกฝนเป็นส่วนที่สามารถทำได้ง่าย” ถึงแม้คุณจะอดทนฝึกหนักวันแล้ววันเล่าแต่มันก็ไม่สามารถพาคุณก้าวข้ามขีดจำกัดทางกายภาพไปได้ มันเป็นเพียงแค่การทำความเข้าใจในการฝึกฝนท่าทาง อย่าง bench prees, squat, curl และท่าอื่นๆซึ่งมันก็ไม่ยากนักที่จะฝึกฝนให้ชำนาญได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณกระหายที่จะพัฒนาตัวเอง
 
 
ในทางตรงกันข้ามโภชนาการกลับเป็นเรื่องที่ยุ่งยากกว่า เช่น คาร์โบไฮเดรท หรือโปรตีนชนิดใดที่คุณควรจะเลือกรับประทาน?, ไวตามินและเกลือแร่ชนิดใดที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย? และยังไม่ต้องกล่าวถึง การจัดแบ่งมื้ออาหาร, ครีเอทีน ละอาหารเสริมหลากหลายชนิดที่นักเพาะจำเป็นต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่นักเพาะกายผู้ที่ต้องการยกระดับการพัฒนากล้ามเนื้อของตนจะต้องให้ความสำคัญ
 
 
และหากคุณเริ่มมีคำถาม, คำตอบของมันมีมากกว่าที่จะนำมากล่าวไว้ที่นี่ได้ทั้งหมด แต่เราจะประมวลเอาหลักการที่สำคัญๆเกี่ยวกับโภชนาการมาสัก 63 ข้อ เพื่อเป็นแนวทางให้คุณใช้ในการ พิจารณาสิ่งต่างๆที่เกี่ยวข้องในเรื่องของโภชนาการและอาหารเสริม
 
 
 คำอธิบายโดยสรุปแต่ครอบคลุมนี้ จะช่วยให้คุณง่ายต่อการติดตามจากความรู้เบื้องต้นจนถึงระดับสูง ซึ่งได้ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องและความมีประสิทธิผล จากทีม FLEX มาแล้ว.ไม่ว่าคุณจะต้องการเพิ่มขนาด, ลดหรือรักษาน้ำหนัก คุณจะได้ค้นพบกับสิ่งที่คุณต้องการรู้ที่นี่
 
 
ส่วนที่ 1 พื้นฐานทางโภชนาการของคุณ
 
โปรแกรมการควบคุมอาหารสำหรับการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ สามารถสร้างขึ้นมาจากอาหารทั่วๆไปที่เรารับประทาน แต่มันก็ยังสามารถออกแบบโดยพิจารณาจากการนำสารอาหารย่อยๆมาประกอบกัน เช่น โปรตีน, คาร์โบไฮเครท และไขมัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด นักเพาะกายจำเป็นต้องทราบว่าขาจะต้องบริโภค โปรตีน, คาร์โบไฮเครท และไขมันปริมาณเท่าใด(กี่กรัม)ในแต่ละวัน
 
ปริมาณ, ชนิด และสัดส่วน ของสารอาหารที่บริโภคเข้าไป (รวมถึงช่วงเวลาในการบริโภค) จะเป็นตัวช่วยในการประเมินความเหมาะสมของโปรแกรมการไดเอ็ทใดๆของนักเพาะกาย
 
สารอาหารอื่นๆ เช่น น้ำ และอาหารพวกเส้นใย ก็มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อนักเพาะกาย
และจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับมันด้วย
 
 
  1.. บริโภคโปรตีนให้มากพอ FLEX
แนะนำว่าในแต่ละวันนักเพาะกายควรรับประทานโปรตีนอย่างน้อยจำนวน 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 ปอนด์ และหากคุณฝึกหนักสามารถเพิ่มปริมาณโปรตีนได้ถึง 2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 ปอนด์ ต่อวัน แม้ปริมาณโปรตีนที่นักเพาะกายแต่ละคนต้องการจะแตกต่างกันออกไป แต่ปริมาณขั้นต่ำที่แนะนำนี้เป็นปริมาณที่สามารถมั่นใจได้ว่าเป็นปริมาณที่เพียงพอสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อ หากน้ำหนักตัวคุณน้อยหรือ ความต้องการใช้แคลอรี่ในการซ่อมแซมร่างกายของคุณสูง คุณก็อาจต้องการโปรตีนมากกว่านักเพาะกายที่มีขนาดร่างกายใกล้เคียงกับคุณ

  2.. ทานคาร์โบไฮเดรทให้เพียงพอสำหรับเก็บไว้ใช้เป็นพลังงานของคุณ  ร่างกายของคุณ มีความสามารถในการใช้โปรตีน, คาร์โบไฮเครท และไขมัน เพื่อเป็นแหล่งพลังงาน แต่เมื่อคุณฝึกอย่างหนัก ร่างกายจะเลือกใช้คาร์โบไฮเดรทเป็นแหล่งพลังงานมากกว่า การทานคาร์โบไฮเดรทให้เพียงพอจะช่วยให้ร่างกายของคุณเติมพลังงานให้กับตัวเองได้ง่ายขึ้น ควรเก็บโปรตีนและไขมันไว้เพื่อใช้สำหรับหน้าที่เฉพาะของมันจะดีกว่า

  3.. ให้ความสำคัญกับคาร์โบไฮเดรท ชนิดย่อยช้า (slow digesting carbs) ;
โครงสร้างของคาร์โบไฮเดรทเชิงซ้อนเกิดจากการรวมตัวของห่วงโซ่น้ำตาล (Long Chain Sugar) ซึ่งคาร์โบไฮเดรทเชิงซ้อนส่วนใหญ่ย่อยช้าแต่ก็มีบางชนิดที่ไม่เป็นเช่นนั้น ดังนั้นคุณควรเน้นรับประทานพวก whole-grain (ธัญพืชที่ผ่านกระบวนการขัดสีน้อย มีเส้นใยอาหารสูง เช่นขนมปังโฮลวีท, พาสต้า, ข้าวโอ๊ต, ข้างกล้อง เป็นต้น) และมันเทศ ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรท ชนิดย่อยช้า ซึ่งตรงกันข้ามกับขนมปังขาวและมันฝรั่ง รวมถึงน้ำตาล ที่เป็นคาร์โบไฮเดรท ชนิดย่อยเร็ว.   คาร์โบไฮเดรท ชนิดย่อยช้า จะให้พลังงานได้นานกว่าและโอกาสที่จะกลายเป็นไขมันพอกตามร่างกายก็น้อยกว่าด้วย เมื่อเราอยู่ในช่วงของการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อควรพยายามรับประทานคาร์โบไฮเครทให้ได้อย่างน้อยวันละ 2 – 3 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 ปอนด์
และสำหรับในช่วงของการตบแต่งกล้ามเนื้อเพื่อความคมชัดควรลดการรับประทานคาร์โบไฮเดรทลงเหลือ 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 ปอนด์

  4.. ลดความสำคัญของคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวลง นอกจากหลังฝึกหนัก
นักเพาะกายควรลดแคลลอรี่ที่ได้จากการรับประทานคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว(น้ำตาล)ลง เนื่องจากร่างกายสามารถดูดซึมคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวได้อย่างรวดเร็วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในรูปของเหลวแม้อาจมีไขมันหรือมีอาหารอื่นเจือปนอยู่ที่จะช่วยชะลอการลำเลียงสู่ทางเดินอาหารก็ตาม
นัยสำคัญด้านปริมาณของคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว มีผลต่อปริมาณการหลั่งอินซูลินซึ่งจะเป็นผลดีหากเกิดขึ้นหลังจากการฝึกอย่างหนักไม่ใช่ช่วงเวลาอื่น เพาะมันสามารถกระตุ้นให้ร่างกายเก็บน้ำตาลเหล่านี้ไว้ในรูปของไขมันสะสมตามร่างกายของเรา อาหารที่อุดมไปด้วยน้ำตาลเป็นอุปสรรค์ต่อนักเพาะกายที่ต้องการลดระดับไขมันใต้ผิวหนังลง

  5.. จำกัดไขมันอิ่มตัวและหลีกเลี่ยงไขมันอันตราย   การมีไขมัน 2 ชนิดนี้มากเกินไปจะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ และปัญหาสุขภาพอื่นๆ นอกจากนี้ยังบั่นทอนความพยายามในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อของเราอีกด้วย ไขมันอันตรายมักจะพบในกระบวนการผลิตอาหาร เช่น แคร็กเกอร์, คุ้กกี้ และอาหารอื่นๆที่ใช้การอบ, ปิ้ง และย่าง ส่วนไขมันอิ่มตัวจะพบมากในชิ้นเนื้อที่มีคุณภาพต่ำ(เนื้อติดมัน)

  6.. บริโภคไขมันที่มีคุณภาพ  อาหารที่มีไขมันไม่อิ่มตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Monounsaturated Fat (ไขมันที่มีประโยชน์ เป็นไขมันที่มีความอิ่มตัวที่ถูกต้อง) ซึ่งมีประโยชน์ต่อนักเพาะกายมาก อย่าเหมาเอาว่าอาหารสำหรับนักเพาะกายที่ควบคุมน้ำหนักนั้นต้องเป็นประเภทไขมันต่ำก็ใช้ได้ แต่ต้องคำนึงด้วยว่าไขมันที่ต้องมีปริมาณต่ำนั้นคือไขมันอิ่มตัวและไขมันอันตราย ส่วนกรดไขมัน โอเมก้า-3 ที่พบในปลา และ Flaxseed oil (ได้มาจากเมล็ดของต้นปอและป่าน ซึ่งเต็มไปด้วยกรดแอลฟา-ไลโนลีนิก) มีบทบาทสำคัญในการสร้างสภาวะของฮอร์โมนที่มีประโยชน์ต่อการเสริมสร้างเส้นใยกล้ามเนื้อที่ปราศจากไขมัน. ไขมันไม่อิ่มตัวอื่นๆ เช่นที่พบในมะกอก, อะโวโกโด, ถั่ว, เมล็ดพืช และ น้ำมันจากมะกอกและ canola (ต้นไม้ชนิดหนึ่งปลูกไว้เพื่อเป็นอาหารสัตว์เมล็ดสามารถทำน้ำมันได้) มีประโยชน์อย่างมากต่อการเสริมสร้างกล้ามเนื้อของนักเพาะกาย แต่หากคุณอยู่ในช่วงตบแต่งกล้ามเนื้อเพื่อเพิ่มความคมชัด คุณควรรับไขมันต่อวันเพียง 20-30 % ของการควบคุมอาหารปกติของคุณ

  7.. นับจำนวนแคลลอรี่
หากเราจะมาวิเคราะห์โปรแกรมการควบคุมอาหารของนักเพาะกาย สารอาหารต่างๆมักจะถูกแยกย่อยเป็น เปอร์เซ็นต์ ยกตัวอย่างเช่น คำแนะนำสำหรับการควบคุมอาหาร ในช่วงนอกฤดูการแข่งขัน แนะนำให้รับแคลลอรี่จากคาร์โบไฮเดรท 50%, โปรตีน 30% และอีก 20 % จากไขมัน และเพื่อที่จะทำตามแนะนำข้างต้นได้อย่างถูกต้องคุณจำเป็นต้องมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ดังนี้

คาร์โบไฮเดรท 1 กรัมจะให้พลังงานราวๆ 4 แคลลอรี่,  ทุกๆ 1 กรัมของโปรตีนจะให้พลังงาน ประมาณ 4 แคลลอรี่เช่นกัน ในขณะที่ ไขมัน 1 กรัม จะให้พลังงานถึง 9 แคลลอรี่

ความแตกต่างกันของตัวเลขแคลลอรี่เหล่านี้จะเป็นตัวอธิบายว่าทำไมแม้กระทั่งนักเพาะกายที่ ไม่ได้ใช้โปรแกรมการควบคุมอาหารโดยทานอาหารไขมันต่ำ จำเป็นต้องให้ความสนใจต่อแคลลอรี่ที่ได้รับจากไขมันด้วย เช่นเดียวกับที่ให้ความสำคัญกับโปรตีนและคาร์โบไฮเดรท  ในการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ จำเป็นต้องได้รับแคลลอรี่อย่างน้อย 20 แคลลอรี่ต่อน้ำหนักตัว 1 ปอนด์ และเมื่อต้องการรีดไขมัน ให้ลดปริมาณแคลลอรี่ให้เหลือ 15 แคลลอรี่ หรือน้อยกว่านั้นต่อน้ำหนักตัว 1 ปอนด์

  8.. ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 1 แกลลอน  น้ำเป็นสิ่งจำเป็นต่อสุขภาพโดยรวมของเรา และจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อด้วย การรักษาให้ร่างกายมีปริมาณน้ำเพียงพอจะช่วยให้เราได้รับประโยชน์จากการสังเคาระห์โปรตีนจนถึงการย่อยสารอาหาร การดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ
-ต่อหน้า 127
 
หน้า 128,129 (17 ก.ค.51) โดยคุณ chim_mind@yahoo.com  อ่านข้อมูลผู้แปล

การดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยนำสารอาหารเข้าสู่กระแสเลือด และเข้าสู่เซลกล้ามเนื้อ น้ำยังเป็นแหล่งสำคัญสำหรับแร่ธาตุหลายชนิด แต่อย่าคิดจะดื่มน้ำเป็นแกลลอนภายในครั้งเดียวนะครับ ควรจะค่อยๆดื่มระหว่างวัน สิ่งนี้สำคัญมาก สำหรับนักเพาะกายที่ทานโปรตีนในปริมาณมาก และสำคัญพอๆกับคนที่ทาน ครีเอติน สารเพิ่มการเผาผลาญไขมัน หรือ อาหารเสริมอื่นๆ ที่จะส่งผลต่อปริมาณน้ำในร่างกาย (hydration) โปรดจำไว้ว่า น้ำจะทำให้กล้ามเนื้อดูเต่งตึง และยังช่วยให้คุณดูดี (lean) จากงานวิจัย พบว่า การดื่มน้ำสองถ้วย ระหว่างมื้ออาหาร จะช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงาน น้ำมีความสำคัญต่อนักเพาะกายมาก ดังนั้น จึงไม่ควรมองข้ามไป

คุณควรดื่มน้ำ ครั้งละครึ่งลิตร (
1 pint = 473 มิลลิลิตร) ระหว่างมื้ออาหารหลัก และต้องพยายามดื่มน้ำให้ได้วันละ 1 แกลลอน (ประมาณ 4 ลิตร)  ตามที่ได้แนะนำไว้

9. เพิ่มปริมาณใยอาหาร (fiber)

                อาหารสำหรับนักเพาะกายนั้น ส่วนใหญ่มีใยอาหารน้อย แต่ว่า นักเพาะกายจำเป็นต้องทานใยอาหารปริมาณมาก ซึ่งควรมาจาก คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ผลไม้ และผัก (คาร์โบไฮเดรต เชิงซ้อน ได้แก่พวก ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ
- ผู้แปล) นักเพาะกายควรทานใยอาหารอย่างน้อย 30 กรัมต่อวัน และมากกว่านั้นเมื่อคุณทานอาหารที่ให้พลังงานสูง ถ้าอาหารที่คุณทาน มีใยอาหารน้อย คุณควรทานผลิตภัณฑ์เสริมใยอาหารด้วย

10. ทานเนื้อสัตว์ เพื่อสร้างกล้ามเนื้อ

                โปรตีนที่ได้ ไม่ว่าจากแหล่งใดก็ตาม ดีต่อนักเพาะกายที่ต้องการเพิ่มปริมาณกล้ามเนื้อ แต่โปรตีนที่ได้จากเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน (
lean meat) จะเป็นแหล่งที่ดีที่สุด เนื้อสัตว์เช่น เนื้อไก่ง่วง เนื้อไก่ เนื้อวัว และเนื้ออื่นๆ ให้โปรตีนครบถ้วน ซึ่งหมายถึงมี กรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน แต่โปรตีนจากพืช จะให้ไม่ครบ และให้ปริมาณที่น้อยกว่า

                เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด
FLEX ได้แนะนำให้นักเพาะกายทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์ เกือบทุกมื้อ และตัวเลือกที่ดีที่สุด คือ เนื้ออกไก่ หรือ เนื้ออกไก่งวง และ เนื้อแดงไม่ติดมัน

11. ทานปลาที่มีไขมันสูง และไขมันต่ำ

                ปลาเป็นแหล่งโปรตีนที่ดี ซึ่งนักเพาะกายควรทานประจำ ปลาบางชนิดมีไขมันชนิดดีในปริมาณสูง ปลาบางอย่างมีน้อย ไขมันที่ได้จากปลามีประโยชน์ต่อนักเพาะกาย ซึ่งต่างจากไขมันที่ได้จากเนื้ออื่นๆ ปลาแซลมอน และปลาซาร์ดีน เป็นแหล่งของ กรดไขมัน โอเมกา
-3 ซึ่งช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน และการซ่อมแซมกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ ยังช่วยลดไขมันได้ด้วย ปลาที่มีไขมันน้อยกว่า เช่น ปลา ทิลาเพีย  (ปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง- ผู้แปล) ก็เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีด้วย นักเพาะกายทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ช่วงไหนของการควบคุมอาหาร หรือมีเป้าหมายการฝึกซ้อมอย่างไร ควรจะต้องทาน ไขมันปลาอย่างน้อย 8 ออนซ์  (ประมาณ 240-250 กรัม) สัปดาห์ละ 2 ครั้ง

12. นม และไข่ : แหล่งโปรตีนชั้นดี

                ไข่มีสารพัดประโยชน์ ง่ายต่อการทำอาหารและบริโภค และยังไม่แพงด้วย คุณควรทานเฉพาะไข่ขาว ถ้าต้องการแหล่งโปรตีนที่ให้พลังงานน้อย ทานไข่แดง ถ้าคุณต้องการไขมันชนิดดี เลซิทิน และสารอาหารอื่นๆ คุณทำเป็นไข่ต้มก็ได้ ซึ่งง่ายต่อการพกพา นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์นมก็ยังเป็นอีกทางเลือกหนึ่งด้วย นม มีส่วนที่เรียกว่า เคซีน
(casein) และ เวย์ (whey) ซึ่งมีประโยชน์มาก นมพร่องมันเนย เป็นแหล่งโปรตีน แคลเซียม และสารอื่นๆ ที่ดี ถูก และหาง่าย

                ชีส (
cottage cheese) เป็นส่วนเคซีนที่ได้จากนม และมีโปรตีนที่มาก คุณสามารถหาทานได้แบบ ไขมันต่ำ หรือ พร่องมันเนย ซึ่งไม่แพงมาก

                โยเกิร์ต รสจืด ก็เป็นแหล่งโปรตีนที่ดีเช่นกัน มีแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ต่อระบบภูมิคุ้มกันและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการย่อยอาหารด้วย

13. ทานธัญพืชและแป้ง ให้เหมาะสม

                นักเพาะกายบางคนอาจจะไม่ค่อยชอบทาน ข้าวกล้อง (
brown rice) และ แป้งที่ไม่ผ่านการฟอกสี (whole wheat products) เพราะว่ามีแต่แป้ง นักเพาะกายบางคน อาจจะทาน พาสต้า หรือ ซีเรียล และขนมปัง โดยทั่วไปแล้ว คุณควรทานธัญพืชร่วมด้วย และสังเกตุว่า อาหารเหล่านี้ส่งผลต่อร่างกายคุณอย่างไร นักเพาะกายบางคนทานทุกวัน และไม่มีผลข้างเคียงใดๆ แต่บางคน จำเป็นต้องเฝ้าระวังปริมาณที่ทาน แต่ไม่ว่ากรณีใดๆ นักเพาะกายควรเลือกทาน ธัญพืชที่ไม่ผ่านการฟอก (whole-grain) มากกว่า ที่ฟอกแล้ว (processed grains)

14. ทานผักทุกวัน

            ผัก มักถูกละเลยความสำคัญอยู่บ่อยครั้ง นักเพาะกายจำนวนมากที่เข้มงวดกับการทานโปรตีน คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน แต่ไม่สนใจที่จะทานผักให้มากเพียงพอ และหลากหลาย นักเพาะกาย ควรทานอย่างน้อย 5-6 ส่วน (servings)  ทุกวัน  เพื่อให้ได้ปริมาณผักที่ครบถ้วน ควรจะมีผักมากกว่าหนึ่งส่วน (serving) ต่อมื้ออาหาร เพราะผักให้สารอาหารที่จำเป็น และเป็นแหล่งใยอาหารที่ดีด้วย  และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึม อาหารที่มีโปรตีนสูงด้วย

15. ผลไม้: แหล่งสารอาหารและใยอาหาร

                มีนักเพาะกายจำนวนมาก ไม่ทานผลไม้ เพราะว่าทานผักแล้ว ผลไม้เป็นแหล่งใยอาหาร คาร์โบไฮเดรต สารต้านอนุมูลอิสระ และสารอาหารอื่นๆ ผลไม้ส่วนมาก เป็นแหล่งที่ให้คาร์โบไฮเดรตประเภทดูดซึมช้า
(slow-digesting carb source) และยังเป็นแหล่งสารอาหารบางอย่าง ที่หาได้ยากจากแหล่งอื่น คุณควรทานผลไม้หลากหลายประเภท ในปริมาณ 2 ชิ้น (หรือ servings) หรือ มากกว่านั้น ต่อวัน ผลไม้ยังเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรต ที่ดีก่อนที่คุณจะออกกำลังด้วย

หน้า 130,131 (1 ส.ค.51) โดยคุณ monton284@yahoo.com อ่านข้อมูลผู้แปล

ส่วนที่สอง-คำแนะนำเพิ่มเติม

สารอาหารเสริมหลายชนิดเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของการวางแผนด้านโภชนาการเพื่อเสริมสร้างร่างกายของคุณเอง
แต่อาหารเสริมเหล่านี้ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ถ้าคุณใส่ใจกับเรื่องพวกนี้ คุณก็จะได้รับแต่เรื่องต่างๆ นานา ของอาหารเสริม (ประมาณว่าอย่าไปให้เวลากับมันมากนัก)


16 เสริมอย่างชาญฉลาด

อาหารเสริมหลายชนิดเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณบรรลุถึงจุดมุ่งหมาย
พวกมันไม่ใช่ทั้งยาวิเศษ และยาพิษ ที่จะช่วยให้ร่างกายของคุณสมปรารถนา คุณจะต้องใช้อาหารเสริมอย่างฉลาด คือต้องรู้ว่าอาหารเสริมนั้นให้อะไรแก่คุณ คุณจะต้องหมั่นฝึกฝน และควบคุมอาหารอย่างเข้มแข็ง ถ้าคุณขยันฝึก และใช้อาหารเสริมอย่างถูกวิธี (รู้จักสรรพคุณของอาหารเสริม) เมื่อนั้นคุณก็จะได้รับประโยชน์จากอาหารเสริม

17 การใช้อาหารเสริมจำพวกโปรตีน

ให้กินอาหารเสริมประเภทนี้
อย่างน้อยหนึ่งครั้ง ในวันพักผ่อน และสองครั้งในวันที่มีการฝึก

ถ้าคุณเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีการรับรองการผลิต
มันก็จะช่วยให้คุณได้รับโปรตีนเพิ่มขึ้น 40-80 กรัมต่อวัน และช่วยให้คุณได้รับโปรตีนตามหลักของ FLEX (โปรตีนอย่างน้อย 1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 ปอนด์ ต่อวัน) ซึ่งมันจะเพียงพอต่อการเร่งการเจริญของกล้ามเนื้อ ภายในเวลา 4 เดือน เมื่อต้องการปฏิบัติตามสูตรดังกล่าว จำเป็นต้องได้รับโปรตีนมากขึ้น และควบคุมพลังงานที่ได้รับจากโปรตีนเสริม โดยให้กินผงโปรตีน เช่น whey ประมาณ 20 กรัม ก่อนการฝึก 30 นาที และประมาณ 40 กรัม หลังจากฝึกเสร็จ ในวันพักผ่อน ให้กินโปรตีนอย่างน้อย 40 กรัม ระหว่างมื้ออาหาร

18 การกิน ครีเอทีน (creatine)

การเสริมด้วยครีเอทีน ช่วยให้นักเพาะกายได้ประโยชน์อย่างมาก เช่น การฝื้นตัวของกล้ามเนื้อเร็วขึ้นหลังการออกกำลังอย่างหนัก ลดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อหลังออกกำลัง และเพิ่มมวลและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ให้กินครีเอทีน 3-5 กรัม ทันทีก่อน และหลังการฝึก

19 ลองกิน เบต้า-อะลานีน (beta-alanine)

เบต้า
-อะลานีน จับตัวกับ ฮีตทิดีน (histidine) ในกล้ามเนื้อ เพื่อสร้าง คาร์โนซีน (carnosine) กล้ามเนื้อที่มีคาร์โนซีนเพิ่มขึ้น จะมีความแข็งแกร่ง และความทนทานมากขึ้น จากงานวิจัย ได้แสดงให้เห็นว่า นักเพาะกายที่ได้รับเบต้า-อะลานีน รวมไปถึงครีเอทีนจะมีกล้ามเนื้อเพิ่มมากขึ้นกว่าการได้รับเพียง ครีเอทีน ให้กิน 1-2 กรัม ทันทีก่อน และหลังการฝึก

20
ใช้วิตามินรวม และ/หรือแร่ธาตุรวม

กินวิตามินรวมพร้อมกับอาหารเช้า
และอาหารเย็น ทุกวันเพื่อความแน่นอน การมีวิตามินบางชนิดน้อยเกินก่อให้เกิดการหยุดชะงักในการสร้างกล้ามเนื้อ การฝึกฝนเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ ควบคู่ไปกับการกินอาหาร ฟาส์ต ฟูด จะทำให้คุณขาดสารอาหารจำพวกวิตามิน และเกลือแร่ ซึ่งนั่นจะเลวร้ายมาก คุณจะต้องรู้ว่า วิตามิน และแร่ธาตุเหล่านั้นจำเป็นต่อการ สร้างกล้ามเนื้อ และการเผ่าผลานไขมัน

21
ผสมสารต้านอนุมูลอิสระหลายตัวเข้าด้วยกัน

เครื่องดื่มที่ดีจะมีสารต่อต้านประจุบวก
โดยจะไปลดการสร้างอนุมูลอิสระระหว่าง และหลังการออกกำลังกายอย่างหนัก หลักการในการต้านอนุมูลอิสระ FLEX ได้กล่าวว่า วิตามินอี (vitamin E) ควรได้รับ 400-800 ยูนิต วิตามินซี (vitamin C) ควรได้รับ 500-1000 มิลลิกรัม และ ซีลีเนียม (selenium) ควรได้รับ 200 ไมโครกรัม ดังนั้นระหว่างการพักในแต่ละวันควรจะดื่มน้ำผัก และผลไม้

22
ใช้ กลูตามีน (glutamine)

เรารู้ว่ากลูตามีน
มีคุณสมบัติในการเพิ่มระดับภูมิคุ้มกัน ไม่เพียงแต่เป็นกรดอะมิโนที่มีอยู่ในร่างกาย แต่กลูตามีนยังมีความสำคัญต่อนักเพาะกายทุกคน ถ้าคุณมีสภาวะเครียดเกิดขึ้นจากการจำกัดอาหาร และการฝึก การเสริมด้วยกลูตามีน ร่างกายจะเก็บกลูมามีนไว้ในเซลล์กล้ามเนื้อ เพื่อการเจริญของกล้ามเนื้อ และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ รวมไปถึงช่วยในการสร้างฮอร์โมน และเพิ่มอตัราการเผ่าผลาญพลังงานของร่างกาย กิน 5-10 กรัมพร้อมอาหารเช้า ก่อน และหลังการฝึก และก่อนเข้านอน

23
เติมด้วยอาร์จินีน (arginine)

พยายามผสมอาร์จินีนไปพร้อมกับอาหารเสริมอื่นๆ
อาร์จินีน เป็นกรดอะมิโนที่สำคัญชนิดหนึ่ง และรู้กันมานานแล้วว่านักเพาะกายใช้สำหรับเพิ่มการปล่อยโกรทฮอร์โมน (growth hormone) การวิจัยแสดงให้เห็นว่าช่วยรักษาบาดแผล ซึ่งขจัดปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในร่างกายหลังจากการฝึก อาร์จินีนเกี่ยวข้องกับการไหลเวียนของเลือด โดยการเปลี่ยนไนตริกออกไซด์ ในร่างกาย เพิ่มเจริญเติบโต และความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ กินอาร์จินีน 3-5 กรัม ก่อนอาหารเช้า ก่อนการฝึก 30-60 นาที และ 30-60 นาทีก่อนเข้านอน

24
เต็มที่กับแร่ธาตุ

กิน
แคลเซียม และแมกนีเซียม ในปริมาณมาก  ถ้าคุณอ่านที่ฉลากผลิตภัณฑ์จำพวกวิตามินรวม (multivitamin) คุณจะพบว่ามีเครื่องหมาย “-“ บริเวณที่บอกปริมาณของแร่ธาตุที่มีอยู่ในขวด ซึ่งปกติทางโรงงานควรจะเขียนไว้ แต่เพราะมันมีปริมาณน้อย โดยส่วนใหญ่แล้ว แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม ที่ได้รับในแต่ละวันจะมีปริมาณต่ำ แคลเซียมมีความสำคัญต่าการเผ่าผลาญไขมัน แมกนีเซียมก็ดีสำหรับการออกกำลังกาย และโพแทสเซียม สำหรับปริมาตรเซลล์กล้ามเนื้อ กินวิตามินรวมหนึ่งครั้งต่อวัน ทางที่ดีควรกินอาหารที่มีแคลเซียมให้ได้ปริมาณแคลเซียม 1,000 มิลลิกรัม ต่อวัน (หรือผลิตภันฑ์ที่ปราศจากไขมัน 2-3 ถ้วย) แมกนีเซียมควรได้รับ 450 มิลลิกรัม และทานผัก ผลไม้ เพื่อให้ได้รับโพแทสเซียม และแร่ธาตุอื่นๆ

25
ลองกินไทโรซีน (tyrosine)

ไทโรซีน
ป้องกันการเกิดอาการเมื่อยล้า ทางด้านร่างกาย และจิตใจ อันมีสาเหตุจากการขาดการนอนหลับ ความเครียด และ/หรือ การใช้อาหารเสริมที่เกี่ยวกับการเผ่าผลาญไขมัน ให้กินไทโรซีน 1-4 กรัม ในตอนเช้าของวัน  การศึกษากับทหารแสดงให้เห็นว่า ไทโรซีนช่วยเพิ่มศักยภาพ ภายใต้ความกดดัน และเป็นสารตั้งต้นของฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการเผ่าผลาญไขมันโดยจะไปกระตุ้นฮอร์โมน นอร์อีพิเนพพรีน (norepinephrine)

26
อย่าละเลยกรดไขมันโอเมก้า 3 (omega-3s)

กรดไขมันโอเมก้า
3 มีอยู่ในอาหารเสริมพวกน้ำมันจากปลา โอเมก้า 3 ในแคบซูลประกอบด้วย EPA และ DHA มีประสิทธิภาพมากกว่า น้ำมันที่ได้จากธัญพืช โดยจะไปกระตุ้นการเผ่าผลาญไขมัน รักษามวลกล้ามเนื้อ ลดการสึกหรอของข้อต่อภายในร่างกาย ช่วยให้อารมณ์ดี กินน้ำมันปลา 1-3 กรัม พร้อมอาหารเช้า และมื้อเย็น

27
เสริมด้วย ZMA

ZMA
เป็นสารที่ประกอบด้วย ซิงค์ (zinc) และ แมกนีเซียม ประโยชน์ของ ZMA คือช่วยให้หลับได้นานขึ้น และช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกายแบบแอนแอร์โรบิก (เช่น ยกน้ำหนัก) หากต้องการเพิ่มความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ และกำลัง ZMA สามารถช่วยคุณได้ กิน ZMA ขณะที่ท้องว่าง 30-60 นาที ก่อนเข้านอน ปริมาณที่ได้รับให้ดูที่ฉลากของแต่ละผลิตภัณฑ์

28
ซ่อมแซมร่างกายด้วยกลูโคซามีน (glucosamine) และ คอนดรอยทิน (chondroitin)

กลูโคซามีนเป็นตัวยับยั้งการแข็งตัวของกระดูกอ่อน
คอนดรอทิน เป็นองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับเนื้อเยื้อเกี่ยวพัน (เอ็น และพังพืด) โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระดูกอ่อน อาหารเสริมโดยทั่วไปก็จะมีสารสองชนิดนี้รวมอยู่ด้วย นักเพาะกายควรจะเสริมสารสองชนิดนี้ เพื่อรักษา และป้องกันอาการบาดเจ็บของข้อต่อ ควรใช้กลูโคซามีน 1,500-2,000 มิลลิกรัม สำหรับคอนดรอยทิน 800-1,200 มิลลิกรัม ในแต่ละวัน ให้แบ่งกินในตอนเช้า และบ่าย

29
ใช้ กรดอะมิโนที่มีโครงสร้างสายกิ่ง (branched-chain amino acid)

กรดอะมิโนพวกนี้จะมีชื่อย่อว่า
BCAAs มีเพียงสามชนิด คือ ลิวซีน (leucine) ไอโซลิวซีน (isoleucine) และ วารีน (valine) ในส่วนของลิวซีนรู้ว่ามีส่วนสำคัญในการเจริญของกล้ามเนื้อโดยเฉพาะกล้ามเนื้อลาย เสริม BCAAs 5-10 กรัม พร้อมอาหารมื้อเช้า ก่อนและหลังการฝึก และพร้อมกับมื้อค่ำ

ข้อความในรูป- ความลับของการเสริมด้วยอาหารเสริม ที่ Bob Cicherillo ได้บอกกับคุณ คือ ไม่มียาวิเศษ ที่จะทำให้คุณมีร่างกายที่ใหญ่ขึ้น

ถ้าคุณมั่นฝึกฝน และใช้อาหารเสริมอย่างถูกต้อง เมื่อนั้นคุณจะได้รับประโยชน์ จากอาหารเสริมที่คุณใช้


หน้า 136,138 (24 ก.ค.51) โดยคุณ hall_1290@hotmail.com  อ่านข้อมูลผู้แปล

43 จัดการแคลอรี่ให้เหมาะสมในขณะที่ลดไขมันในร่างกาย

บ่อยครั้งที่นักเพาะกายหลายๆคนทำผิดพลาดในการลดปริมาณแคลอรี่มากเกินไปเมื่อพวกเขาต้องการลดไขมัน เมื่อร่างกายได้รับแคลอรี่มันก็จะเปลี่ยนให้เป็นแหล่งพลังงานที่สามารถนำไปใช้ได้ หนึ่งในนั้นคือ มวลกล้ามเนื้อ ในส่วนที่สึกหรอเพื่อใช้เป็นพลังงาน ถ้าปกติคุณทาน 3000 แคลอรี่ในการควบคุมน้ำหนักให้อยู่ตัวแล้วล่ะก็ คุณควรจะลดแคลอรี่ให้เหลือเพียง 2700 หรือ 2500 ในการลดไขมัน ถ้าลดมากไปกว่านี้มันจะทำให้ไปลดมวลกล้ามเนื้อไปด้วย

44 ทานอาหารในปริมาณมากขึ้นในขณะที่ลดไขมัน

ขณะที่คุณรักษาระดับแคลอรี่ที่ร่างกายได้รับให้ปกติ คุณควรจะทานอาหารที่ปริมาณมาก แต่ให้แคลอรี่น้อยด้วย เช่น ผัก ซึ่งมีปริมาณมากแต่ให้พลังงานน้อย และอัดแน่นไปด้วยสารอาหารที่มีคุณภาพ อาหารแบบนี้จะช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มและช่วยให้ร่างกายจัดการกับอาหารโปรตีนสูง ซึ่งจะสัมพันธ์กับช่วงของการลดไขมัน กินโปรตีนในปริมาณที่มาก และหลีกเลี่ยงความรู้สึกหิว เป็นสิ่งสำคัญในการรักษามวลกล้ามเนื้อในขณะลดไขมัน

45 อย่าหิว

ในขณะอยู่ในช่วงลดไขมัน นักเพาะกายควรจะเรียนรู้ที่จะใช้ความหิวเป็นสัญญาณเตือนของความต้องการอาหารสำหรับเป็นพลังงาน ความหิวหมายความว่าร่างกายของคุณได้เผาผลาญกล้ามเนื้อที่เก็บไว้มาเป็นพลังงาน ถ้าคุณอยู่ในช่วงลดไขมัน กินอาหารพื้นฐานของนักเพาะกายที่อุดมไปด้วยโปรตีนและคาร์บเชิงซ้อนเมื่อคุณรู้สึกหิว ถ้าคุณอยู่ในช่วงเพิ่มน้ำหนัก คุณก็จะสามารถทานได้มากขึ้นตามที่คุณต้องการ แต่ก็ควรจำไว้ว่าคุณมีความต้องการโปรตีนอยู่ตลอด

46 หลีกเลี่ยงอาหารขยะและอาหารที่ผ่านกระบวนการผลิตแปรรูป

มีสิ่งเย้ายวนอยู่ทุกหนทุกแห่ง น้ำอัดลม ฟาสท์ฟูด มันฝรั่งทอด คุณต้องเรียนรู้ที่จะหลีกเลี่ยง น้ำตาลและไขมัน แม้ว่าคุณจะหิวก็ตาม หยุดแคลอรี่จากอาหารทุกชนิดที่พวกคนอเมริกันชอบเหล่านั้นซะ นักเพาะกายที่ประสบความสำเร็จรู้ว่าจะเคี้ยวของที่มันๆอย่างไรโดยที่ไม่ต้องกลืนมันลงไป อาหารที่ผลิตจากแป้งสีขาวเช่น โดนัท ขนมปังขาว ก็ไม่ดีสำหรับรูปร่างของคุณ แม้แต่น้ำมะนาวก็อาจจะมีน้ำตาลมากกว่ามะนาวจริงๆ พวกแฮม ไส้กรอก ที่ผ่านกระบวนการถนอมอาหารเหล่านั้นซึ่งเปลี่ยนรูปร่างไปจากเนื้อจริงก็ไม่ดี เราต้องเรียนรู้ที่จะกินในสิ่งที่ดี


47 ใช้
Cheat Foods เป็นส่วนหนึ่งของแผนการไดเอ็ท

-
Cheat Foods = อาหารมื้อที่คุณทานตามใจมื้อนึงในช่วงเวลาหนึ่งของการไดเอ็ท เช่น ควบคุมอาหาร 1 สัปดาห์ คุณอาจจะมี Cheat Foods ซัก 1 หรือ 2 มื้อเท่านั้น (ผู้แปล)

ถ้ามองอย่างผิวเผิน ข้อนี้อาจจะขัดแย้งกับข้อที่ผ่านมา แต่ถ้าเราสามารถทำได้อย่างลงตัว มันก็จะไม่แย้งกัน ในการทานอาหารขยะ หรืออาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูปจะทำลายการเพาะกายได้เร็วกว่าสิ่งอื่นใด ในการเลือก
Cheat Foods ที่ถูกหลักสามารถช่วยให้คุณไม่เครียดจนเกินไปในการไดเอ็ท และยังช่วยสนับสนุนแผนการไดเอ็ทของคุณด้วย ไม่ทานอาหารขยะที่คุณไม่ต้องการ ถ้าคุณต้องการคุณอาจจะกินเล็กน้อย นอกนั้นก็เอาไปให้ หมา แมว ฯลฯ กินแทน ถ้าโดนัทเป็นสิ่งที่คุณขาดไม่ได้ ก็ให้ทานมันในวันอาทิตย์เช้า หรือทานพิซซ่า นานๆที โดยการตั้งขอบเขตในการกินมันไว้ อย่าทานมากเกินไป เอาแค่ให้หายอยาก

48 ทำตารางวัน
Cheat

วัน
Cheat ไม่เพียงแต่ทำให้สุขภาพจิตของคุณดี มันเป็นวันสำคัญสำหรับระบบร่างกายของคุณด้วย ร่างกายมนุษย์มีกระบวนการภายในในการรักษาเสถียรภาพของร่างกายภายในทั้งหมด คุณต้องทำบางอย่างอย่างเร็วและช้าสลับกันไปเพื่อให้ปรับตัวได้อย่างสมบูรณ์ เมื่อวัน Cheat มาถึง ทำตารางการกินให้ถูกตามความต้องการของคุณ แม้ว่ามันจะหมายถึง 1 วันต่อสัปดาห์ หรือ 1 วันต่อเดือนก็ตาม วันที่มีค่าสำหรับคุณมาถึงแล้ว วางแผนให้ดีล่ะ

49 วงจรระหว่างวัน
High และ Low คาร์บ

วิธีหนึ่งในการเพิ่มอัตราการเผาผลาญของร่างกายคุณและเผาผลาญไขมันก็คือการเปลี่ยนแปลงปริมาณคาร์บอไฮเดรตที่คุณกินปกติทุกวัน การกินคาร์บอไฮเดรตสูงตลอดทำให้ร่างกายของคุณสะสมมันในรูปของไขมัน ถ้ากินคาร์บอไฮเดรตต่ำตลอดก็จะทำให้ชั้นกล้ามเนื้อของคุณถูกเผาผลาญมาใช้เป็นพลังงาน หนทางที่ดีที่สุดในการรักษากล้ามเนื้อในขณะหลีกเลี่ยงไขมันก็คือ กินคาร์บให้สูงวันหนึ่งหลังจากทุกๆสามหรือห้าวันในการกินคาร์บให้ต่ำ ( ผู้แปล - ซิกแซก กินสลับวัน กินน้อย 3 วัน กินมาก 1 วัน)


50
ใช้วันพักเป็นวันแห่งสารอาหาร

บ่อยครั้งที่นักเพาะกายหลายๆคนคิดถึงวันพักว่าเป็นวันที่ปราศจากการสร้างร่างกาย แต่ว่าจริงๆแล้วร่างกายคุณไม่ได้เติบโตเมื่อคุณฝึก ร่างกายคุณโตขึ้นในขณะที่คุณฟื้นตัวจากการฝึก ร่างกายของคุณสามารถฟื้นตัวอย่างมีประสิทธิภาพเมื่อมันไม่ได้ถูกให้ทำงานหนักหรือยกน้ำหนัก วันที่ไม่ได้ฝึกยังเป็นวันที่เหมาะอย่างยิ่งที่จะกินอาหารสำหรับการเพาะกาย แต่ว่าจะต้องอยู่ในความควบคุมของคุณตามที่คุณไดเอ็ทมา อย่าทานแคลอรี่มากเกินความจำเป็นของร่างกายคุณ ควรจะกินพวกโปรตีนที่ไม่มีไขมันและคาร์บอไฮเดรตที่ดีที่สามารถดูดซึมได้ช้า ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายคุณได้สร้างมวลกล้ามเนื้อให้มากที่สุด

51 วางแผนล่วงหน้า

ในบางครั้ง ตารางการทำงาน ตารางเรียน หรือ การเดินทาง ท่องเที่ยว ทำให้การไดเอ็ทของคุณหยุดชะงัก ดังนั้นเราจึงควรวางแผนไว้ล่วงหน้าเพื่อไม่ให้เกิดการทานสารอาหารที่ไม่ครบถ้วนหรือไม่ดี ให้เตรียมอาหารในคืนก่อนหน้านั้น ใส่ปิ่นโตหรือถุงที่สะอาดและเตรียมพวกอาหารเสริมเชค หรือ โปรตีนบาร์ ติดไปด้วยเพียงสองสามอัน เพื่อช่วยให้คุณได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์เพียงพอกับความต้องการไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดๆก็ตาม นักเพาะกายที่มีประสบการณ์บางท่านปรุงอาหารสำหรับหนึ่งสัปดาห์ภายในคืนเดียว ดังนั้นพวกเขาจึงพร้อมเสมอกับเหตุการณ์ดังกล่าวเมื่อไม่ค่อยมีเวลา ตู้แช่แข็ง อาหารกระป๋อง ตู้ไมโครเวฟ ถุงพลาสติกสำหรับใส่อาหาร กล่องใส่อาหารเสริม สิ่งเหล่านี้เป็นอุปกรณ์ที่จะช่วยให้คุณนำอาหารไปกับคุณได้ทุกเวลา

52 โฟกัสกับการไดเอ็ทให้แทบจะมากกว่าการฝึก

ความแตกต่างอย่างมากในนักเพาะกายสองอย่าง ระหว่างพวกที่มีพรสวรรค์ และพวกที่ไม่มีพรสวรรค์ (พวกที่ไม่มีพรสวรรค์ก็คือ พวกที่ไม่มียีนส์ที่ทำให้สร้างกล้ามเนื้อได้อย่างรวดเร็ว และก็ฝึกอย่างหนักแต่ว่าสร้างกล้ามเนื้อได้ช้านั่นเอง) สารอาหารมีความสำคัญมากกว่าการฝึก ข้อดีของการเข้าใจอันนี้ทำให้พวกเขาใช้เวลาในแต่ละวันไปกับสารอาหารของเขามากกว่าการฝึกของเขาซะอีก พวกที่ไม่มีพรสวรรค์โชคไม่ดีที่ไม่ได้เรียนรู้บทเรียนนี้ดีพอ คุณจะต้องให้สารอาหารและแคลอรี่กับร่างกายเพื่อตอบสนองความต้องการในการเจริญเติบโต คุณสามารถฝึกอย่างหนักเท่าที่คุณต้องการ แต่กล้ามมันจะไม่โตถ้าคุณไม่ได้ให้วัตถุดิบที่เพียงพอ ให้ความสำคัญการสารอาหารเป็นอันดับแรกถ้าคุณเป็นพวกไม่มีพรสวรรค์

53 อย่าคิดแบบเบ็ดเสร็จ

เพราะว่าการเพาะกายเป็นกีฬาที่หนักสุดๆ พวกที่เล่นมันก็พยายามที่จะเป็นนักคิดสุดๆเหมือนกัน(พวกคิดมาก) เมื่อถึงเวลาในการฝึกและการทานสารอาหาร นักเพาะกายหลายๆคนได้เกิดความคิดในเชิงปรัชญาว่า สำเร็จ หรือว่า ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ซึ่งบ่อยครั้งที่เราสามารถจะนับว่าเป็นเป้าหมายในระยะยาว ถ้าคุณอยู่ในช่วงไดเอ็ทและอยู่ในช่วงลดไขมัน อย่าพยายามที่จะตัดปริมาณแคลอรี่หรือคาร์บอไฮเดรตลงไปจนไม่เหลืออะไร เมื่อคุณอยู่ในช่วงสร้างกล้ามเนื้อ คุณต้องให้อาหารร่างกายของคุณในปริมาณที่มากขึ้นซึ่งการเพิ่มปริมาณแคลอรี่ขึ้นเป็นพันๆมากกว่าที่ร่างกายต้องการสำหรับการดูแลรักษาร่างกายจะทำให้สะสมเป็นไขมันได้มากขึ้น ถ้ากิจกรรมในชีวิตประจำวันของคุณทำให้คุณพลาดจากมื้ออาหารหนึ่งถึงสองมื้อก็อย่าได้โทษว่าตัวเองเลย ฮอร์โมนในเชิงลบจะถูกสร้างขึ้นจากความเครียดที่เกิดขึ้นและทำอันตรายให้กับเป้าหมายหลักของคุณได้มากกว่าการขาดโอกาสในการกิน 500 แคลอรี่

54 ค่อยๆเพิ่มแคลอรี่อย่างสม่ำเสมอเมื่อเข้าสู่ช่วงแห่งการสร้างมวลกล้ามเนื้อ

ความผิดพลาดอันหนึ่งของนักเพาะกายหลายท่านเมื่อพวกเขาเข้าสู่ช่วงสร้างกล้ามเนื้อก็คือการเพิ่มปริมาณแคลอรี่เร็วเกินไป ถ้าคุณกิน 3000 แคลอรี่ต่อวันเพื่อรักษาน้ำหนัก และคุณต้องการเพิ่มแคลอรี่เป็น 4000 เพื่อจะเพิ่มมวลกล้ามเนื้อแล้วล่ะก็ แผนการที่ได้ผลที่สุดก็คือการเพิ่ม 300 ถึง 500 แคลอรี่ เพื่อให้ร่างกายได้ปรับตัวไปสู่ระดับแคลอรี่ใหม่เป็นเวลาเจ็ดถึงสิบวันก่อนที่จะเพิ่มแคลอรี่เป็นครั้งต่อไป กระบวนการเพิ่มแคลอรี่แบบช้าๆนี้ทำไปเพื่อให้ร่างกายของคุณมีประสิทธิภาพในการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นมาเหล่านี้แทนที่จะนำไปเก็บเป็นไขมันนั่นเอง



หน้า 140 (23 ก.ค.51) โดยคุณ pra-apaimanee@hotmail.com  อ่านข้อมูลผู้แปล

55. จงฟังร่างกายของคุณ

                พวกเราแต่ละคนไม่เหมือนกัน ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการจัดการด้านโภชนาการที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น บางคนไม่สามารถรับแลกโตสได้ (ไม่สามารถย่อยนมได้) ในขณะที่คนอื่นๆสามารถดื่มนมได้โดยปราศจากผลข้างเคียง หากอารเฉพาะหรืออาหารเสริมไม่สามารถเข้ากับร่างกายคุณได้ จงหาสิ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับร่างกายคุณและยึดมั่นกับสิ่งนั้น จงเรียนรู้ที่จะเชื่อมั่นตัวเอง


56.เลือกแหล่งโปรตีนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ

                ต้องศึกษาว่าอาหารประเภทโปรตีนชนิดใดให้ผลดีที่สุดแก่คุณ นักเพาะกายบางคนปฏิญาณตนไว้เลยว่าจะทานแต่เนื้อแดงเท่านั้น เพราะรู้สึกแข็งแรงขึ้นเมื่อได้ทานมัน หรือบางทีอาจเป็นเพราะธาตุเหล็ก สังกะสี ครีเอทีน และอื่นๆในเนื้อสัตว์ก็เป็นได้ คนอื่นๆก็อาจจะบอกว่าชอบทานปลาหรือไก่มากกว่า เพราะพวกเขาเหล่านั้นมีระบบการย่อยเนื้อสัตว์ประเภทเนื้อแดงไม่ดี จงเลือกแหล่โปรตีนที่เหมาะสมที่สุดต่อตัวคุณ และใช้เหตุผลเดียวกันนี้ในการเลือกอาหารอื่นๆที่ให้คุณค่าทางโภชนาการด้วย


57.ต้องศึกษาฉลากให้ดี

                ให้คุณดูบางคำที่เป็นการหลอกลวง (บางครั้งคำว่า ไขมันต่ำ หรือน้ำตาลน้อย ก็มิได้หมายความว่าจะเป็นสิ่งที่คุณคิดว่าพวกเขาจะต้องทำอย่างนั้นเสมอไป) โดยการอ่านฉลากอย่างใกล้ชิด ต้องรู้ถึงความแตกต่างระหว่างประเภทของคาร์โบไฮเดรตที่ปรากฏบนฉลาก ตลอดจนต้องระลึกอยู่เสมอว่าแคลอรีทุกตัวไม่ได้ถูกสร้างให้มีค่าเท่ากัน จงคำนวณและใส่ใจกับปริมาณสารอาหารต่อภาชนะที่บรรจุทั้งหมด และการย่อยสลายสารอาหารและข้อมูลทางโภชนาการว่าเพิ่มเข้ามาได้อย่างไร จงอ่านฉลากเดี๋ยวนี้


58.อย่าใช้เครื่องชั่งน้ำหนักเป็นเครื่องนำทางที่สำคัญที่สุดของคุณ

                หากคุณไม่ได้เข้าคอร์สลดน้ำหนักเพื่อการแข่งขันแล้ว ก็จงอย่าไปยึดน้ำหนักตัวเป็นเกณฑ์ในการวัดความก้าวหน้า จุดหมายปลายทางเป็นสิ่งสำคัญและบางครั้งหากคุณสามารถลดน้ำหนักหรือมีน้ำหนักตามที่กำหนดไว้ น้ำหนักตัวก็สามารถเป็นเครื่องนำทางที่ดีและชัดเจนอย่างหนึ่งได้ อย่างไรก็ตาม นักเพาะกายจะให้ความสำคัญกับส่วนต่างๆของร่างกายและรูปโฉมภายนอกที่ปรากฏมากกว่าจะให้เครื่องชั่งมาบอก เราแนะนำคุณให้ปฏิบัติตามนั้น ให้ใช้กะจกหรือเครื่องวัดไขมันในร่างกาย (แม้ว่าอาจจะให้ผลที่คลาดเคลื่อนก็ตาม) ตัดสินความก้าวหน้าของคุณ นั่นคือวิธีการที่นักเพาะกายเขาทำกัน เช่นเดียวกันจงร้องขอเพื่อหาความช่วยเหลือ แต่จงเชื่อสายตาของเพื่อนที่พูดความจริงเท่านั้น ไม่ใช่เชื่อเพื่อนที่พูดในสิ่งที่คุณอยากได้ยิน


59. อย่างหลีกเลี่ยงเกลือเป็นอันขาด

                นักเพาะกายบางคนจะลดการทานโซเดียมลงในช่วงลดน้ำหนักอยู่ตลอดเวลา แต่นั่นอาจมีผลเสียต่อคุณได้ เนื่องจากโซเดียมมีความจำเป็นในการทำงานของกล้ามเนื้อ และมันก็เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า ครีเอทีนดูดซึมเข้าสู้กล้ามเนื้อได้อีกด้วย ห้ามใส่เกลือมากเกินไปในทุกๆมื้อ แต่ก็อย่าทานเกลือน้อยเกินไปในทุกๆมื้อเช่นกัน


60.ให้ลดไขมันท่ไม่ต้องการลงในขณะประกอบอาหาร

                นอกจากจะระวังเรื่องการเลือกอาหารแล้ว หนทางที่ดีที่สุดในการควบคุมไขมันที่คุณกำลังทานอยู่นั้นคือ การเตรียมอาหารอย่างระมัดระวัง ให้หลีกเลี่ยงการเพิ่มไขมันที่ไม่ต้องการลงในอาหารที่คุณกำลังเตรียมอยู่ และตัดตกแต่งบริเวณไขมันที่เห็นชัดออกไป ตลอดจนขจัดไขมันหรือน้ำมันออกจากอาหารที่ทำ การย่างเป็นหนทางที่ดีกว่าการทอดเพราะไขมันจะไหลออกไปนั่นเอง

 
61. ต้องทำความสะอาดอาหาร

                สารพิษในอาหารถือเป็นหนทางหนึ่งที่เร็วที่สุดในการทำลายสิ่งที่ได้มาของนักเพาะกายในหลายๆสัปดาห์ ต้องให้ความสำคัญว่า อาหารที่คุณกำลังทานเข้าไปนั้นมีคุณภาพที่ดีที่สุด ต้องตรวจสอบวันหมดอายุในของทุกอย่างที่คุณซื้อ การทำให้เนื้อสัตว์สุกทั้งหมดนั้นก็เพื่อให้แบคทีเรียที่เป็นอันตรายถูกทำลายลง ตลอดจนการชะล้างผิวด้านนอกโดยการขจัดสีออก (
bleach?) หรือวิธีการทำความสะอาดแบบอื่นๆนั้นก็เพื่อที่จะไม่ให้คุณเจือปนสารที่เป็นอันตรายลงในอาหารที่ทำหรืออาหารที่ปรุงสำเร็จแล้ว  

62. จงจำไว้เสมอว่า ทุกสิ่งทุกอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ไม่มีสิ่งใดที่จะทรงประสิทธิภาพตลอดไป

                คำแนะนำและเทคนิคในการเพากายทั้งหมดถูกออกแบบมาเพื่อให้ผลที่ดีกว่าในสิ่งที่คุณทำมาก่อนแก่คุณ แต่รางกายของคุณมีการปรับสภาวะความสมดุล และเมื่อคุณทำในสิ่งที่เหมือนๆกันโดยตลอดเป็นเวลานานแล้ว ร่างกายของคุณก็จะปรับตัวให้เข้ากับสิ่งนั้น เมื่อไรก็ตามที่คุณเจริญเติบโตขึ้น ก็เป็นเวลาที่จะต้องเปลี่ยนสิ่งต่างๆ จงก้าวไปสู่เทคนิคหรือขั้นตอนต่อไปของคุณ


63. อ่านนิตยสาร Flex ทุกเดือน

                ฟังดูเหมือนเป็นการโฆษณาตัวเอง แต่มันเป็นเหมือนยิ่งกว่าการปกป้องตัวเอง ด้วยข้อมูลที่มีความขัดแย้งเป็นอย่างมากและบางครั้งก็ผิดอย่างสิ้นเชิง คุณจึงต้องการแหล่งข้อมูลที่คุณสามารถเชื่อถือได้เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการเพาะกาย เราจะเพียรพยายามที่จะดึงบุคคลที่มีเก่งทางด้านนี้เพื่อจัดส่งความจริงที่เที่ยงแท้แน่นอนเกี่ยวกับเทคนิคเพิ่มเติม และโภชนาการทุกเดือน และผู้เชี่ยวชาญของเราก็จะคอยติดตามดูงานวิจัยและเทรนด์ใหม่ๆอย่างใกล้ชิด คำแนะนำเปลี่ยน ผลิตภัณฑ์พัฒนาขึ้น การศึกษาใหม่เกี่ยวกับการเพาะกาย ไม่ว่าสถานการณ์ใดๆก็ตาม เราจะให้ความมั่นใจว่าคุณจะได้รับการแจ้งข่าวในเรื่องการพัฒนาใหม่ๆ และไม่ต้องเกรงใจที่จะติดต่อเรา เราอยู่ที่นี่เพื่อคุณ