การบริหารอย่างหนักหน่วง
โดยใช้เทคนิคการบริหารที่ถูกต้องและยังให้เวลากล้ามเนื้อได้ฟื้นตัวเต็มที่
สิ่งพวกนี้ ยิ่งมี "มาก" ก็ยิ่งดี เพราะมันจะทำให้กล้ามคุณโต
แต่คำว่า "มาก" นี้ หากนำไปใช้ผิดๆ
เช่นเอาไปใช้กับการบริหารกล้ามเนื้อทั้งตัวในคราวเดียว
โดยยึดหลักการว่า "มาก" คือดี คุณจะพบว่าไฟแห่งความกระตือรือร้นของคุณ
เสี่ยงต่อการดับไปดื้อๆทั้งๆที่ยังบริหารร่างกายไม่ครบทุกส่วนในวันนั้น
ในสมัยแรกๆเมื่อแชมเปี้ยนอย่าง
จอห์น กริเม็ค
และ
แคลนซี่ รอส
มีชื่อเสียงโด่งดัง รูปแบบการบริหารที่ใช้สมัยนั้นคือ
การบริหารทีเดียวให้ครบทุกส่วน แล้วทำซ้ำอย่างนี้ 3 รอบใน 1
อาทิตย์
การที่เขาทำเช่นนั้นได้เป็นเพราะว่ากล้ามเนื้อส่วนหนึ่งบริหารเพียง 3 -
4 เซทเท่านั้น (สมัยนี้ กล้ามเนื้อส่วนหนึ่งอย่างน้อยต้องบริหาร 16
เซทเป็นอย่างต่ำ เช่นบริหารท่าละ 4 เซท บริหาร 4 ท่า
ก็คือรวมทั้งหมดได้ 16 เซท - webmaster)
ต่อมาเมื่อการเพาะกายมีวิวัฒนาการมากขึ้น
ความจริงก็เริ่มปรากฏเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆว่า
ต้องบริหารให้ถูกต้องเท่านั้น
จึงจะสร้างความสมส่วนและพัฒนาร่างกายได้อย่างแท้จริง คำว่า
"บริหารให้ถูกต้อง" นั้นคืออะไร
การบริหารให้ถูกต้องก็คือการบริหารที่ต้องมีความหลากหลาย
ไม่ว่าจะเป็นความหลากหลายในการเลือกใช้ท่าบริหาร
,ความหลากหลายในการบริหารกล้ามเนื้อจากหลายมุม
และจำนวนเซทที่ใช้สำหรับท่าบริหาร
ก็ต้องมากเพียงพอที่จะทำให้เกิดการพัฒนากล้ามเนื้อด้วย
ทั้งหมดนี้จึงจะเป็นการกระตุ้นเส้นใยกล้ามเนื้อให้เติบโตได้ดีที่สุด
แต่นั่นหมายถึงอะไร?
นั่นหมายถึงว่าหากคุณบริหารทีเดียวให้ครบทุกส่วนแบบที่นักเพาะกายรุ่นก่อนทำ
แล้วเอามาผสมกับความหลากหลาย ที่เราพึ่งพูดถึงไป ผลที่ออกมาคือ
การบริหารอันยาวนานที่อาจทำให้ไฟแห่งความกระตือรือร้นมอดดับลงดังที่พูดไว้ในย่อหน้าแรก
ดังนั้น รูปแบบการบริหารแบบ Split System Training
จึงได้ถือกำเนิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว
รูปแบบบริหารแบบ Split System Training
คือการแบ่งตารางฝึกของคุณออกเป็นส่วนๆ
มีจุดประสงค์เพื่อหลีกเลี่ยงการฝึกกล้ามเนื้อทุกชิ้นในคราวเดียวเหมือนก่อน
ซึ่งบางคนก็แบ่งกล้ามเนื้อทั้งร่างกายเป็น 3 ส่วน
แล้วแยกบริหารคราวละส่วน (เช่นวันที่ 1 บริหาร หน้าอก ไบเซบ ,วันที่ 2
บริหารปีก ไทรเซบ ,วันที่ 3 บริหาร ต้นขา และบ่า เป็นต้น)
,บางคนก็แบ่งกล้ามเนื้อทั้งร่างกายเป็น 2 ส่วน แล้วแยกบริหารคราวละส่วน
(เช่นวันนี้เล่นกล้ามส่วนบนเหนือสะดือขึ้นไป
,พรุ่งนี้เล่นกล้ามส่วนล่างใต้สะดือลงมาเป็นต้น)
หลักเกณฑ์ที่ใช้พิจารณาว่าจะแบ่งส่วนฝึกแบบใดนั้น
ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของคุณว่า กำลังบริหารเพื่ออะไร เช่น
บริหารเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กล้ามเนื้อเท่านั้น (ไม่เน้นความชัด)
หรือว่าเป็นการบริหารเพื่อสร้างรูปทรงและความคมชัดสำหรับการแข่งขัน
(ไม่เน้นความแข็งแกร่ง) |