ข้อมูลจาก
:
http://www.lovefitt.com/tips-tricks/โยโย่-เอฟเฟค-คืออะไร/
YOYO Effect
เป็นคำเรียกลักษณะการเหวี่ยงขึ้นอย่างรวดเร็วของน้ำหนักตัว คำว่าโยโย่
ถ้าให้เห็นภาพก็เหมือนลูกข่างชนิดนึงซึ่งหมุ่นโดยแกน และเชือก
เวลาเราเล่นโยโย่
เราจะต้องจับลูกโยโย่โยนลงพื้น โดยถ้าหากเราส่งแรงน้ำหนักทิ้งลงไปมาก
ลูกโยโย่ก็จะดีดกลับขึ้นมาเร็วและแรง
เราจึงเรียกการเหวี่ยงตัวขึ้นของน้ำหนักตัวหลังจากทำการลดน้ำหนักอย่างผิดวิธีว่า
โยโย่ เอฟเฟค
อะไรคือ โยโย่ เอฟเฟค
เพราะหลายครั้งที่เจอกับคำถามที่ใคร ๆ ก็ชอบคิดว่า
ไอ้การที่จะเกิดโยโย่เนี่ย ต้องเกิดจากการที่เราทานยาลดความอ้วนเท่านั้น
การเกิด โยโย่เอฟเฟค นั้นสามารถเกิดจากการที่เราพยายามควบคุมอาหาร
เปลี่ยนชนิดอาหารได้ด้วย นะคะ
ไม่ได้เกิดจากการทานยาลดความอ้วนได้เพียงอย่างเดียว
อันที่จริงแล้วมันคือภาวะการขาดความสมดุลของร่างกายนั่นเอง
ร่างกายของคนเรามีความสลับ ซับซ้อนมากกว่า คอมพิวเตอร์เครื่องนึงซะอีก
ระบบการทำงานสามารถสั่งได้ ด้วยกิจวัตรประจำวัน สมดุลเคมี ฮอร์โมนจาก
ต่อมไร้ท่อ ระบบประสาทส่วนกลาง และอื่นๆอีกมากมาย ร่างกายคนเราอาศัยความเคย
ชินกับปริมาณอาหารและปริมาณแคลลอรี่ ที่ได้รับในแต่ละวัน
รวมทั้งกิจกรรมที่เกิดขึ้นกับตัวเราเองในแต่ละวัน กำหนดขนาดการเมตาบอลิ
ซึ่ม (การเผาผลาญพลังงานนั่นเอง)
ซึ่งจะต้องทำงานควบคุมกับการผลิต
ฮอร์โมนบางตัวจากต่อมไร้ท่ออย่าง ไทรอยด์ฮอร์โมน
เพื่อควบคุมการเผาผลาญพลังงาน ความสมดุลของการกิน การใช้พลังงานและ
ระดับไทรอยด์ฮอร์โมนในคนปกติจะแตกต่างจากผู้ป่วยไทรอยด์เป็นพิษ (มี 2
แบบนะคะ คือทำงานมากไปกับน้อยไป ถ้ามากไปจะกระตุ้นให้เมตาบอลิซึ่มมากเกินไป
จะผอม ใจสั่น เหนื่อยง่าย ถ้าน้อยไปจะอ้วนง่าย เฉื่อยชา หนาวง่าย
เพราะเมตาบอลิซึ่มน้อยเกินไป)
การลดน้ำหนักโดยการลดปริมาณอาหารที่
ทาน หรือเปลี่ยนชนิดอาหาร เพื่อควบคุมแคลลอรี่ที่ได้รับให้แต่ละวัน
เป็นวิธีที่นิยมและน่าจะไม่เป็นอันตราย อย่างสูตร
สามวันเจ็ดวันที่เห็นๆกันอยู่ มันก็เป็นวิธีที่ดีและถูกต้อง เช่น
ปกติเราใช้พลังงานวันละ 800 – 1,200 kcal ถ้าเราทานอาหารวันละ 400 kcal
เราก็จะสามารถดึงเราของเก่าที่สะสมใน ร่างกายเราออกมาใช้ได้วันละ 400 – 600
kcal
|