|
ดัชนี-6 / ดัชนี-ศัพท์เพาะกาย / ดัชนี-ศัพท์-เรียง-อักษร / ดัชนี-อักษร-R / Rang of Motion - Short หรือ Short Range of Motion |
| คำว่า Range of
Motion นั้น หมายถึง "เส้นทาง" หรือ "ระยะทาง"
การเคลื่อนที่ของกล้ามเนื้อในขณะที่บริหาร
ซึ่งเพื่อนสมาชิกสามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ลิงค์
http://www.tuvayanon.net/R-ep6-001001A-570825-0810.html ในส่วนของหน้าเวบนี้จะเป็นการอธิบายคำว่า "Short" Range of Motion ซึ่งแปลเป็นไทยได้ว่า ระยะทางการเคลื่อนที่ของกล้ามเนื้อ ที่ "สั้น" นะครับ การที่เราจะบอกว่าอันไหน "สั้น" ได้นั้น ก็ต้องมีการเทียบกับอันที่ "ยาว" ถูกไหมครับ? ดังนั้น การอธิบายคำว่า "Short" Range of Motion ในหน้าเวบนี้ ผมจึงใช้คำอธิบายโดยการเทียบกับ ระยะทางการเคลื่อนที่ที่ "ยาว" ( Long Range of Motion ) นะครับ |
![]() |
![]() |
![]() |
| จังหวะที่ 1 | จังหวะที่ 2 | จังหวะที่ 1 |
| ภาพจาก fitness.stackexchange.com/ |
| (
ภาพบน ) ตัวอย่างที่
1 - ในท่าบริหารกล้ามไบเซบชื่อท่า Standing Barbell Curl
ในภาพข้างบนนี้นั้น ผู้บริหารยกบาร์เบลล์จากจังหวะที่ 1
ขึ้นสูงสุดในจังหวะที่ 2 โดยระดับสูงสุดที่ว่านี้
คานบาร์เบลล์จะอยู่ที่บริเวณคางของผู้บริหาร / หลังจากนั้น
ผู้บริหารก็ผ่อนบาร์เบลล์ลงไปในจังหวะที่ 1 |
![]() |
![]() |
![]() |
| จังหวะที่ 1 | จังหวะที่ 2 | จังหวะที่ 1 |
| (
ภาพบน ) ตัวอย่างที่
2 - คราวนี้ ผู้บริหารยกบาร์เบลล์จากจังหวะที่ 1
ขึ้นสูงสุดในจังหวะที่ 2 โดยระดับสูงสุดที่ว่านี้นั้น
คานบาร์เบลล์จะอยู่ในแนวเดียวกับสะดือของผู้บริหาร / หลังจากนั้น
ผู้บริหารก็ผ่อนบาร์เบลล์ลงไปในจังหวะที่ 1 |
![]() |
| (
ภาพบน ) ก็คือว่า
หากเราพิจารณาเฉพาะ ตัวอย่างที่ 2
อันเดียว โดยยังไม่มีการเปรียบเทียบกับ
ตัวอย่างที่ 1 แล้วล่ะก็
ตัวอย่างที่ 2 นี้ ก็ยังไม่ถือว่ามี
ระยะทางการเคลื่อนที่ที่สั้นแต่อย่างใด (
เพราะมันยังไม่มีการเปรียบเทียบกับอะไรเลย ) แต่เมื่อมีการเอา ตัวอย่างที่ 2 ไปเปรียบเทียบกับ ตัวอย่างที่ 1 เมื่อไรแล้วล่ะก็ ก็จะสามารถเรียกได้ว่า ตัวอย่างที่ 2 มีระยะทางการเคลื่อนที่ของกล้ามเนื้อที่ "สั้น" โดยทันที ( คือ "สั้น" เมื่อเทียบกับระยะทางการเคลื่อนที่ของกล้ามเนื้อของ ตัวอย่างที่ 1 ) เรามาดูอีกท่าหนึ่งนะครับ ดังภาพข้างล่างนี้ |
|
| buildmusclessoon.blogspot.com |
| (
ภาพบน )
ตัวอย่างที่ 3 -
เป็นท่าบริหารกล้ามหัวไหล่ส่วนหน้าด้วยท่า Front Dumbbell Raise โดยตอนเริ่มต้นนั้น ผู้บริหารจะถือดัมเบลล์ไว้ที่บริเวณหน้าขา จากนั้น พอเริ่มบริหาร ผู้บริหารก็จะยกดัมเบลล์ขึ้นสูงเหนือระดับศีรษะขึ้นไป ( เหมือนที่เห็นในภาพข้างบนนี้ ) |
|
|
|
| จังหวะที่ 1 | จังหวะที่ 2 | จังหวะที่ 1 |
| ภาพจาก eser.lk |
| (
ภาพบน ) ตัวอย่างที่
4 - ข้างบนนี้ ก็คือท่า Front Dumbbell Raise เหมือนกัน
โดยจังหวะที่ 1 นั้น ผู้บริหารก็จะถือดัมเบลล์ไว้ที่บริเวณหน้าขา (
เหมือนกับ ตัวอย่างที่ 3
) แต่พอเริ่มบริหาร แทนที่ผู้บริหารจะยกดัมเบลล์ขึ้นเหนือศีรษะ ผู้บริหารกลับยกดัมเบลล์ถึงแค่ระดับเดียวกับหัวไหล่ ( เหมือน จังหวะที่ 2 ในภาพข้างบนนี้ ) จากนั้น ผู้บริหารก็ผ่อนดัมเบลล์ลง กลับไปอยู่ใน จังหวะที่ 1 เหมือนเดิม เมื่อเอามาเทียบกันแล้ว จะเห็นได้ว่าใน ตัวอย่างที่ 4 นั้น มีระยะทางการเคลื่อนที่ของแขนที่ "สั้นกว่า" ระยะทางการเคลื่อนที่ของแขนใน ตัวอย่างที่ 3 / เพราะว่าใน ตัวอย่างที่ 4 นั้น ผู้บริหารเคลื่อนแขนขึ้นมาถึงแค่ระดับเดียวกับหัวไหล่เท่านั้น ไม่ได้ยกดัมเบลล์สูงขึ้นเหนือศีรษะเหมือนใน ตัวอย่างที่ 3 จึงพูดได้ว่าการบริหารใน ตัวอย่างที่ 4 นี้ เป็นการบริหารที่เป็นแบบ "Short" Range of Motion ซึ่งแปลเป็นไทยได้ว่า เป็นการบริหารที่ระยะทางการเคลื่อนที่ของกล้ามเนื้อนั้น "สั้น" ( คือ "สั้น" เมื่อเทียบกับระยะทางการเคลื่อนที่ของกล้ามเนื้อของ ตัวอย่างที่ 3 ) |
|
| - END - |