TUVA ตอบปัญหา

 


ถาม
ผมทำงานหนัก แทบไม่มีเวลาพักผ่อน อยากจะเล่นกล้าม แม้แต่เวลาอ่านเวบไซท์ของคุณยังไม่ค่อยมีเลย แต่ก็อยากมีร่างกายมีกล้ามเนื้อ จะทำอย่างไรดีครับ
 
ตอบ  สวัสดีครับ คำว่าไม่มีเวลาของคุณนั้น ถ้าลองเปรียบเทียบกับผมในตอนนี้ บางทีคุณอาจจะเปลี่ยนความคิดใหม่ก็ได้นะครับ คือ ตัวผมเองในขณะนี้ (9 พฤษภาคม 2548) ทำงานอาทิตย์ละ 7 วัน ไม่มีเสาร์อาทิตย์ ไม่มีวันหยุดราชการ ไม่มีหยุดปีใหม่ สงกรานต์ หรืออะไรทั้งสิ้น ห้ามลาทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นลาป่วย ลาเจ็บ ฯลฯ เนื่องมาจากที่โรงพักผม พนักงานสอบสวนขาดไปถึง 5 คน จึงต้องเข้าเวรกันถี่มาก และเวลาเข้าเวรนั้น ก็ไม่ได้มานั่งเฉยๆ ต้องใช้สมองคิดเกี่ยวกับคดีต่างๆตลอดเวลา  เวลานอนก็หมุนเวียนไปตลอด วันนี้นอนสองโมงเช้า (08.00 น.) พรุ่งนี้นอนเที่ยงคืน วันต่อไปนอนสี่โมงเย็น (16.00 น.) ไม่เคยนอนซ้ำเวลากันเลยแม้แต่วันเดียว มาเป็นเวลา 3 ปีกว่าแล้ว และผมก็ยังมีภรรยาและครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบด้วย เรื่องค่าตอบแทนไม่ต้องพูดถึงสำหรับเงินเดือนตำรวจ  ถ้าจำเป็นจะต้องไปสอบพยานต่างจังหวัด ก็ต้องจ้างเพื่อนเข้าเวร 8 ชั่วโมงในราคา 3,000 บาท  ดังนั้น หากคุณมีวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์  หากคุณมีรายได้เกินเดือนละ 10,000 บาทขึ้นไป  และยิ่งมีวันหยุดราชการหรือเทศกาลด้วยแล้ว ผมไม่ถือว่าคุณ "ไม่มีเวลา" หรอกครับ ที่ผมพูดก็คือชี้ให้เห็นว่ายังมีคนอื่น (เช่นตัวผมเอง) น่าจะเป็นคนที่ไม่มีเวลามากกว่า

       คำตอบประการต่อไป สำหรับเรื่องร่างกายนั้น เป็นธรรมดาของมนุษย์อยู่แล้วครับที่ต้องการความ "แตกต่าง" อยากจะดูดีกว่าคนอื่นรอบข้าง ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ดังนั้นการเล่นกล้ามจึงเป็นคำตอบที่เหมาะสมและปลอดภัย และทำให้สุขภาพร่างกาย รวมไปถึงบุคคลิกดีไปด้วย  แต่นั่นคือความต้องการพื้นฐานไงครับ ส่วนคนที่จะได้มันมาหรือไม่นั้น ต้องแยกแยะอีกทีหนึ่งครับ เหมือนกับว่าทำไมในห้องเรียนเรา จึงมีคนสอบได้ที่ 1 และมีคนสอบได้ที่โหล่ ทั้งๆที่ทุกคนในห้องเรียนก็อยากได้ที่ 1 กันทั้งนั้น

       ย้อนกลับมาถึงปัญหาของคุณครับ ว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร  ปัญหาของคุณมี 2 ประการครับคือ

       1.ร่างกายอ่อนเพลีย เกินกว่าที่จะเล่นกล้ามได้ อันเนื่องมาจากทำงานอย่างหนัก

       2.ผลัดวันประกันพรุ่ง  (อันมีผลตามมาจากข้อ 1 เพราะเมื่อรู้สึกอ่อนเพลีย ก็ไม่อยากจะทำอะไรแล้ว และคิดว่าเอาไว้เริ่มเล่นกล้ามพรุ่งนี้ดีกว่า และก็จะคิดเช่นนี้ไปเรื่อยครับ)

วิธีแก้ให้ทำ 2 ประการคือ

       ประการที่ 1 หลังจากคุณกลับมาจากที่ทำงานแล้ว ให้คุณหาเวลางีบหลับ ประมาณ 30 นาที จากนั้นตื่นมา ให้คุณลงทุนวันละ 7 บาท ซื้ออาหารเสริมมาทาน (ดังภาพข้างล่างนี้)
 

tire11.jpg

banner.jpg

อะมิโนแอซิดยี่ห้อ เฮ้ลเอ็นฟิต หรือยี่ห้อแบนเนอร์โปรตีนก็ได้ แต่เน้นว่าต้องเป็น "อะมิโนแอซิด"

 
นี่ไม่ใช่การโฆษณาอาหารเสริมนะครับ เพราะสำหรับแบนเนอร์โปรตีน (ภาพทางขวามือ) คุณหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป ทั่วประเทศได้อยู่แล้วครับ ตกเม็ดละ 3.65 บาท ส่วนยี่ห้อเฮ้ลเอ็นฟิต หรือเรียกอีกชื่อว่า อะมิโน10000 ราคาเม็ดละ 8 บาท (สามารถซื้อได้ตามร้านยาตามห้างสรรพสินค้า และซื้อได้ทางเวบไซท์ครับ) โดยเฮ้ลตี้เอ็นฯ 1 เม็ด (8 บาท) มีปริมาณอะมิโนแอซิดเท่ากับแบนเนอร์โปรตีน จำนวน 3  เม็ด (10.95 บาท) ให้เลือกทานอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น  ให้ทานก่อนออกกำลังกายประมาณ 5 นาที  สำหรับปริมาณการทานเฮ้ลตี้เอ็นฯ มีข้อแนะนำดังนี้คือ

               - เดือนแรก 1 เม็ด (คือเดือนแรกของการฝึก)

               - เดือนที่ 2 (หมายถึงว่าตั้งแต่วันที่ 1 ของเดือนที่ 2 จนถึงวันที่ 31 ของเดือนที่ 2) จำนวน 2 เม็ด

               - เดือนที่ 3 ถึงเดือนที่ 7 (หมายถึงว่าตั้งแต่วันที่ 1 ของเดือนที่ 3 จนถึงวันที่ 31 ของเดือนที่ 7)ทานจำนวน 3 เม็ด

               - เดือนที่ 8 จนถึงเดือนที่ 11 ทาน 4 เม็ด

               - เดือนที่ 12 จนถึงเดือนที่ 15 ทาน 5 เม็ด

               - ตั้งแต่เดือนที่ 16 เป็นต้นไป ให้ทานครั้งละ 6 เม็ดไปตลอด

       อันนี้สำหรับอะมิโนเฮ้ลตี้เอ็น (อะมิโน 10000) เท่านั้นนะครับ ส่วนปริมาณการทานแบนเนอร์ก็ต้องคำนวณเองครับ (สำหรับวิธีฝึกสำหรับผู้ไม่มีเวลาเอามากๆนั้น อาจหาอ่านเพิ่มเติมได้โดย คลิ๊กที่นี่)

       สำหรับเหตุผลที่ต้องใช้อาหารเสริมช่วยก็เพราะว่า ร่างกายคุณขาดความกระชุ่มกระชวย เนื่องจากต้องทำงานหนัก ,ฝ่าด่านรถติด ,เครียดกับงาน หรือเครียดกับการเรียน การเตรียมตัวสอบ ฯลฯ การทานอาหารธรรมดา 3 มื้อเหมือนคนทั่วไป จึงไม่เพียงพอให้คุณ "ผลักดันตัวเอง" ให้มายกน้ำหนักได้ เพราะมันรู้สึกล้าไปหมด ดังนั้นจึงต้องชดเชยสิ่งที่ร่างกายขาดไปนั้นด้วยอาหารเสริมนั่นเองครับ (จำไว้ว่าอาหารเสริม ก็คืออาหารเสริม หมายถึงว่าเสริมมาจากอาหารที่ทานปกติ 3 มื้อ ดังนั้นคุณต้องให้ความสำคัญกับอาหารหลัก 3 มื้อของคุณก่อนนะครับ) และอาหารเสริม ไม่ใช่ยา เช่นสเตอรอยด์ ซึ่งมีอันตราย และเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ดังนั้นจึงไม่ควรระแวงเกินเหตุครับ

       ประการที่ 2 หากคุณพอมีงบประมาณบ้าง (ไม่กี่ร้อยบาท) ให้ลองหาซื้อที่จับเวลาหรือนาฬิกาทราย (อย่างใดอย่างหนึ่ง) ดังภาพข้างล่างนี้ครับ
 
tire12.jpg
tire13.jpg
 

(ภาพข้างบน) ซื้อที่คุรุสสภา ชั้น 2 แผนกเครื่องกีฬา ใกล้กับวงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ราคา 650 บาท
หรือคุณอาจหาซื้อได้ถูกกว่านี้ก็ได้ครับตามแผนกกีฬาของห้างต่างๆ ขอให้จับเวลาถอยหลังได้เป็นพอ


 

(ภาพบน) นาฬิกาทรายแบบ 15 นาที ราคา 600 บาท ซื้อที่ร้านขายของประดับที่ห้างเสรีเซ็นเตอร์
ผมถ่ายคู่กับหนังสือเพื่อเทียบให้เห็นขนาดของนาฬิกาทรายครับ


ทำไมต้องใช้อุปกรณ์ชิ้นนี้?

       ผมได้อ่านหนังสืออัตชีวประวัติของผู้ที่ประสบความสำเร็จของโลกมาหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็น เอดิสัน ,ฟอร์ด ,คาร์เนกี ฯลฯ ทุกท่านล้วนแต่สร้างผลงานได้มากมาย และมีความสามารถหลายด้าน ทั้งๆที่มีเวลา 24 ชั่วโมงเท่าๆกันกับพวกเรา โดยเขาใช้เคล็ดลับคือ "นาฬิกาทราย"  เขามีแนวความคิดว่าใน 1 วันมี 24 ชั่วโมงนั้น เขามีเรื่องที่จะต้องทำมากมาย และมีบางเรื่องเขารู้สึกเบื่อ แต่มีประโยชน์กับตัวเขาและจำเป็นต้องทำ เช่นอ่านตำรา ,ออกกำลังกาย ฯลฯ ถ้ามัวแต่นั่งคิดว่าจะเริ่มจากอันไหนดี เขาก็จะทำแต่สิ่งที่ชอบไปก่อน จนท้ายที่สุดในวันนั้น ก็จะหมดเวลาไปโดยที่ไม่ได้ทำสิ่งที่รู้สึกเบื่อแต่มีประโยชน์กับตัวเขา (เหมือนที่คุณหาเหตุผลมาทำให้คุณไม่ได้ออกกำลังกายในวันนี้นั่นเอง)  ดังนั้น เขาจะใช้นาฬิกาทราย ที่ให้เวลาตัวเอง 30 นาที ใช้สมาธิทำเรื่องที่น่าเบื่อนั้น โดยไม่ห่วงเรื่องอื่น และคิดว่ายังเหลือเวลาอีกตั้ง 23 ชั่วโมงกับอีก 30 นาที ให้เขาทำสิ่งที่ชอบได้

       ย้อนกลับมาที่การเล่นกล้ามของคุณนะครับ เมื่อคุณตรากตรำทำงานประจำวันอย่างหนัก คุณก็อยากทำสิ่งที่ชอบเพื่อเป็นการผ่อนคลาย เช่น ดูทีวี ,นอน ,ทานอาหารดีๆ ,เล่นเกมส์ และมองว่าการออกกำลังกาย เป็น "ยาขม" เอาไว้ทำพรุ่งนี้ดีกว่า (ที่เราเรียกกันว่า ผัดวันประกันพรุ่ง นั่นเองครับ) ซึ่งกว่าจะรู้ตัวอีกทีโรคภัยก็ถามหา ,ต้องเดินหลังค่อม สุขภาพและบุคลิกภาพสูญเสียไป ดังนั้น จึงควรใช้เทคนิค "นาฬิกาทราย" โดยบอกกับตัวเองว่า ณ. เวลานี้ จะสละเวลา 30 นาทีในการเล่นกล้ามแล้ว จากนั้นจึงเริ่มจับเวลานับถอยหลัง 30 นาทีพร้อมกับการเล่นกล้ามไปเลย  ซึ่งเรื่องอื่นที่อยากทำ คุณก็สามารถทำได้หลังจาก 30 นาทีนี้หมดลง จึงนับว่าเป็นวิธีที่ฉลาดมาก และสามารถนำไปใช้ได้กับเรื่องอื่นๆด้วย เช่นสอนลูกทำการบ้าน ,คุยกับภรรยา หรือทำงานอดิเรกที่ชอบ โดยไม่ต้องรอให้ปลดเกษียณตอนอายุ 60 ปีเสียก่อนแล้วจึงบอกว่า"พึ่งจะมีเวลา"

       สรุปว่า วิธีแก้ไขเรื่องไม่มีเวลานั้น คุณต้องแก้ด้วย "ข้อเท็จจริง" (คือการใช้อาหารเสริม เพื่อทำให้ร่างกายกระชุ่มกระชวย พร้อมที่จะเล่นกล้าม" และ ใช้ "จิตวิทยา" (ตัดใจทำสิ่งที่น่าเบื่อ โดยใช้เทคนิคนาฬิกาทราย) ควบคู่กันไปนั่นเองครับ ขอให้คิดเสมอว่า อะไรคือสิ่งที่แยกแยะคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ออกจากบุคคลทั่วไป ทั้งๆที่มีเวลาวันละ 24 ชั่วโมง และมีสองมือสองเท้าเท่ากันครับ เมื่อทราบแล้วก็จงนำวิธีนั้นของเขามาใช้ แล้วคุณจะเป็นผู้ประสบความสำเร็จ ให้คนอื่นเขาอิจฉาต่อไปครับ


 

- end -