| ประยุกต์การบริหาร |
|
ถ้าคุณอยากจะค้นหาตัวเองที่แท้จริงในโลกของนักกล้าม
คุณจะต้องหาขอบเขตความสามารถของคุณ ด้วยการเผชิญหน้ากับมัน
เพราะศักยภาพที่แท้จริงมักจะถูกซ่อนอยู่ เหมือนมังกรที่ซ่อนอยู่ในถ้ำ
คนที่กล้าไปหามัน คืออัศวิน คนที่เป็นอัศวินเท่านั้นจึงจะเป็นมหาบุรุษ
และมหาบุรุษเท่านั้น จึงจะเป็นสุดยอดของนักเพาะกาย สำหรับผมแล้ว
การเผชิญหน้ากับมัน คือการเลือกใช้ลูกน้ำหนักที่หนักมากๆ
บริหารด้วยจำนวนเซทมากๆ อีกทั้งยังมีความเข้มข้นในการฝึก ที่สูงสุดอีกด้วย
แล้วดูว่าตัวเราเองทำได้ถึงจุดไหน |
|
ผมเปลี่ยนรูปแบบลักษณะการบริหารของผมบ่อยมาก
เดี๋ยวเปลี่ยนเวลาพัก เดี๋ยวเปลี่ยนวิธียก เอาหลังมาบริหารหน้า
เอาหน้าไปบริหารหลัง แต่มีอยู่อย่างเดียว ที่ผมยึดถือเหนียวแน่น
และไม่ยอมเปลี่ยนเลย นั่นคือ การใช้น้ำหนักที่หนักมากที่สุด
กล้ามเนื้อของคุณจะไม่มีการเจริญเติบโตได้เลย
ถ้าคุณไม่ใช้น้ำหนักที่หนักมากที่สุด
มีทางเดียวที่จะระเบิดโครงสร้างเล็กๆของร่างกายคุณ
เพื่อให้เป็นนักเพาะกายผู้ล่ำสันได้
ก็คือการใช้น้ำหนักที่หนักที่สุดนั่นเอง |
|
ช่วงนอกฤดูการแข่งขัน ผมรักษาการยกน้ำหนัก ให้อยู่ในจำนวน 6
- 8 ครั้งต่อเซท โดยใช้น้ำหนักที่หนักที่สุดที่จะทำได้ครบ
นอกเหนือจากจำนวนครั้งแบบนี้
ผมจะเปลี่ยนอย่างอื่นทุกอย่างที่เกี่ยวกับการเล่นกล้ามไปเรื่อยๆ
การที่ผมเปลี่ยนอะไรบ่อยๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นตัวผมให้สนุกสนานตลอดเวลา
ผมเฝ้าดูว่า กล้ามเนื้อส่วนไหนของผม เริ่มพัฒนาไม่ทันส่วนอื่น
ผมจะแก้ปัญหาด้วยการเอากล้ามเนื้อส่วนนั้น เข้ารับการบริหารเป็นอันดับต้นๆ
ก่อนที่จะบริหารส่วนอื่นในวันนั้นๆ ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ
จนกว่ามันจะเข้าที่เข้าทาง |
|
มีบางคนแก้ปัญหาที่ผมบอกไปด้วยการตัดการบริหารออก
อย่างเช่นเมื่อเห็นว่าหน้าอกเริ่มใหญ่เกินแขน เขาก็ลดจำนวนเซทการเล่นอกลงเสีย
นั่นไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง สำหรับผมแล้ว ผมจะบริหารแขนด้วยน้ำหนักที่มากขึ้น
จำนวนเซทและความเข้มข้นที่มากขึ้นต่างหาก
เรื่องจำนวนเซทที่ผมใช้ในการบริหารกล้ามเนื้อแต่ละส่วน
เริ่มจากน้อยสุดที่ 16 เซท จากนั้นก็จะมีแต่สูงขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ 24 หรือ
30 หรือสูงกว่านั้นหากจำเป็นจริงๆ |
|
เหตุผลที่คนขี้ขลาดอ้างเมื่อพวกเขาลดจำนวนน้ำหนัก
จำนวนเซทที่บริหารลงก็คือ เขาอ้างว่าเขาบริหารโดยใช้สัญชาติญาณ
ผมว่าสิ่งที่พูดคือข้อแก้ตัวมากกว่า คนขี้ขลาดมักจะหาช่อง
เพื่อปล่อยตัวเองให้สบายตัวขึ้น สำหรับตัวผม ถ้าจะเปลี่ยนการบริหาร
ก็จะเปลี่ยนเป็นบริหารให้หนักขึ้น เข้มข้นขึ้นเท่านั้น |
|
ช่วงนอกฤดูการแข่งขัน ผมจะเปลี่ยนวันบริหารทุกๆ 8 อาทิตย์
โดยเริ่มจากบริหารแบบ 4 วัน พัก 1 วัน เมื่อครบ 8 อาทิตย์แล้ว
จึงเปลี่ยนมาเป็นแบบบริหาร 2 วัน พัก 1 วัน โดยใช้น้ำหนักและจำนวนเซทมากขึ้น
เมื่อครบ 8 อาทิตย์ก็กลับมาใช้แบบบริหาร 4 วัน พัก 1 วันเหมือนเดิม
โดยเปลี่ยนมาใช้เทคนิค FORCED REPS
แทน |
|
ตารางบริหารคร่าวๆในช่วงนอกฤดูการแข่งขันคือ |
วันแรก บริหารปีก และหน้าท้อง |
วันที่สอง บริหารหน้าอก และน่อง |
วันที่สาม บริหารบ่า ,แขน และหน้าท้อง |
วันที่สี่ บริหาร ขาและน่อง |
|
การบริหารทุกอย่าง จะใช้ดัมเบลล์และบาร์เบลล์เป็นหลัก
บริหาร 4 ท่าต่อกล้ามเนื้อหนึ่งส่วน |
|
เมื่อถึงเวลาอีก 12 อาทิตย์( 3 เดือน) ก่อนแข่ง
มันคือสัญญาณบอกว่า ถึงเวลาที่ผมจะเพิ่มขนาดกล้ามเนื้อ (แต่คงความคมชัด)
วิธีการนั้น ไม่ใช่การเพิ่มน้ำหนักตัว แต่เป็นการเพิ่มความเข้มข้นในการฝึก
โดยยังคงใช้น้ำหนักเท่าเดิม
(จะไม่มีการลดปริมาณแผ่นน้ำหนักที่เคยใช้ลงเด็ดขาด)
การเพิ่มความเข้มข้นคือการทำจำนวนครั้งให้มากขึ้น เป็น 12 - 15 ครั้ง
โดยที่ผมจะใช้ตารางบริหารแบบ ฝึก 4 วัน พัก 1 วัน
ผมขอย้อนความหลังตอนที่ผมอยู่เยอรมันสักนิด ตอนที่อยู่ที่นั่นผมบริหารกับ
Walter Klock ซึ่งเขาเป็นคนสอนให้ผมบริหาร
ด้วยความเข้มข้นที่มากที่สุดเท่าที่มนุษย์เราจะทำได้ บริหารหกวันหยุด 1 วัน
กล้ามเนื้อแต่ละส่วนบริหาร 50 - 60 เซท และด้วยการบริหารมหาโหดอย่างนี้เอง
ที่ทำให้ผมได้โปร (เป็นนักเพาะกายอาชีพ - webmaster) ตั้งแต่อายุ 20 ปี |
|
นักเพาะกายทั่วไป
จะพยายามใช้แรงให้น้อยลงเมื่ออยู่ในช่วงก่อนแข่งขัน ผิดกับผม
ที่ยังคงบริหารอย่างหนักและยังเพิ่มเทคนิค
FORCED REPS เข้าไปอีกต่างหาก
เมื่อคุณมีระบบการบริหารที่ดีมาทั้งปีแล้ว คุณจะไม่รู้สึกเครียด
หรือรู้สึกรู้สาเลยว่า ตอนนี้คุณอยู่ในช่วงฤดูการแข่งขันไปแล้ว
คุณสามารถทำทุกอย่างได้เป็นธรรมชาติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
นั่นแหละคือเคล็ดลับของผม |