นิยามแห่งชัยชนะ
 axiom11.jpg
โดย Frank   Hillebrand ,Amateur World Champion



วิธี
ผลักดันตัวเอง
ให้ลอยอยู่เหนือ
ขีดจำกัดของตัวเอง
ในโลกของ
นักเพาะกาย

 


             ร่างกายของคุณ คือสิ่งมหัศจรรย์ที่ถูกสร้างขึ้นมาบนโลก สิ่งดีงามที่คุณหาได้บนโลกใบนี้ คุณควรมอบให้กับมัน ความพยายามทั้งมวล ควรใช้ไปในการหาวิธีทำร่างกายให้ดีขึ้น อย่ากำจัดขอบเขตไว้เพียงแค่เพื่อให้ชนะการประกวด เพราะโลกของการเพาะกายมีอะไรดีกว่านั้นมาก
             ในการเล่นกล้าม อย่าวางเป้าไว้เพียงแค่เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง  คุณต้องสร้างยอดเขาสำหรับปีนให้อยู่ในที่สูงๆ อุปกรณ์ที่แบกใส่หลังคือ "ความมีวินัยในตัวเอง" และระหว่างหนทางที่ไต่ขึ้นไปนั้น คุณจะได้แวะเด็ด และทานผลไม้หอมหวาน ที่ชื่อว่า สุขภาพดี, บุคลิกภาพที่เตะตา ,ทัศนคติทางบวก ที่แม้มีเงิน ก็หาซื้อไม่ได้ถ้าไม่ปีนขึ้นมาเก็บเอง 
             ในเรื่องความมีวินัย ไม่ใช่เพียงพูดอย่างเดียว ผมรับผิดชอบในคำพูดของตัวเองด้วย เพื่อนคู่ฝึกของผมต่างก็รู้กันว่า หากยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู แล้วมันบอกเวลาว่า 09.15 น.ผมก็จะอยู่ที่ยิมแล้ว ไม่มีการช้าไปกว่านี้แม้แต่นาทีหรือสองนาที ความมีวินัย เป็นสิ่งที่นักเพาะกายต้องมีมากกว่านักกีฬาชนิดอื่น ผมอยู่ในฐานะที่พูดได้ เพราะผมเคยเป็นนักกีฬาเทนนิส ที่เทิร์นโปรแล้ว เคยเป็นนักมวย นักฮ๊อคกี้น้ำแข็ง และนักว่ายน้ำ ระดับตัวแทนโรงเรียน และตัวแทนมหาวิทยาลัยตามลำดับ 
             ในการจะเป็นสุดยอดของกีฬาทุกชนิด คุณจะต้องเอาชนะใจตัวเองให้ได้ และการเอาชนะใจนั่นแหละ คือบ่อเกิดของ ความมีวินัยในตัวเอง จากนั้นคุณสามารถสร้างทัศนคติที่ดีต่อสิ่งที่ทำ ด้วยการมีความรัก คุณจะต้องรักสิ่งที่คุณทำด้วยใจจริง ถ้าเป็นนักเพาะกาย คุณจะต้องรักการบริหาร ,รักการไดเอท (diet) และรักการที่คุณมีวินัยในตัวเอง ทุกๆอย่างจะถูกมองในแง่บวก เมื่อสมองคุณเปิดอย่างนี้แล้ว ไม่ว่าคุณจะทำอะไร คุณก็จะประสบความสำเร็จ
             นอกเหนือจากการมีแรงจูงใจแล้ว อุปนิสัยส่วนตัว ที่ผมถือว่าทำให้ผมประสบความสำเร็จก็คือ ความอยากรู้อยากเห็น แบบที่เรียกว่าไม่รู้จักจบสิ้น สมัยผมเป็นเด็กเล็กมากๆ เมื่อได้รับตุ๊กตาหมีเป็นของขวัญ ภายในไม่ถึงห้านาที ผมจะจัดการฉีก ตัด ชำแหละหมีตัวนั้น เพื่อรู้ให้ได้ว่าอะไรที่อยู่ข้างใน ที่ทำให้มันเกิดเสียงเวลาที่จับตัวมัน มาถึงตอนนี้ ผมก็ต้องการรู้ว่าอะไรในตัวผม ที่จะทำให้มัดกล้ามผมเติบโต ผมต้องรู้ว่าอะไรที่เกิดผลดีกับการออกกำลัง และอะไรที่เกิดผลดีกว่า เพื่อที่ผมจะเลือกในสิ่งดีที่สุด 
             เป้าหมายที่คุณตั้งไว้ จะต้องถูกผูกติดไว้กับหัวใจของคุณ ไม่ใช่นำไปเก็บไว้ในกระเป๋าที่พอนึกขึ้นได้ก็เปิดดูเอา การสร้างความภาคภูมิใจ ไม่ได้หาซื้อได้ด้วยเงิน แต่ได้มาจากการเข้าปะทะกับคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวต่างหาก ยิ่งคนที่คุณโค่น เป็นคนที่น่ากลัวมากเท่าไร ความภาคภูมิใจก็จะมีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว และคู่ต่อสู้ที่ทำให้คุณหนักใจที่สุด ก็คือจิตใจของคุณนั่นเอง พูดได้เลยว่า ไม่ว่าจะชนะการประกวดมาสักกี่รายการบนโลกนี้ ก็ไม่มีอะไรมาแทนที่ ความภาคภูมิใจที่คุณเอาชนะจิตวิญญาณของตัวเองได้ 
             คนที่ทำหุ่นให้ดีเฉพาะเพื่อจะเข้ารายการประกวด ไม่ถือว่าเป็นแชมป์ที่แท้จริง หากคุณเอาชนะตัวเอง คุณก็จะมีระบบการบริหารที่ดีตลอดปี ไม่ต้องมาเครียดว่าเข้าฤดูการแข่งขัน หรือใกล้วันประกวดเข้ามาหรือยัง  รูปทรงของคุณจะดูดีตลอดปี นั่นแหละคือแชมป์

axiom12.jpg

ประยุกต์การบริหาร
             ถ้าคุณอยากจะค้นหาตัวเองที่แท้จริงในโลกของนักกล้าม คุณจะต้องหาขอบเขตความสามารถของคุณ ด้วยการเผชิญหน้ากับมัน เพราะศักยภาพที่แท้จริงมักจะถูกซ่อนอยู่ เหมือนมังกรที่ซ่อนอยู่ในถ้ำ คนที่กล้าไปหามัน คืออัศวิน คนที่เป็นอัศวินเท่านั้นจึงจะเป็นมหาบุรุษ และมหาบุรุษเท่านั้น จึงจะเป็นสุดยอดของนักเพาะกาย สำหรับผมแล้ว การเผชิญหน้ากับมัน คือการเลือกใช้ลูกน้ำหนักที่หนักมากๆ บริหารด้วยจำนวนเซทมากๆ อีกทั้งยังมีความเข้มข้นในการฝึก ที่สูงสุดอีกด้วย แล้วดูว่าตัวเราเองทำได้ถึงจุดไหน
             ผมเปลี่ยนรูปแบบลักษณะการบริหารของผมบ่อยมาก เดี๋ยวเปลี่ยนเวลาพัก เดี๋ยวเปลี่ยนวิธียก เอาหลังมาบริหารหน้า เอาหน้าไปบริหารหลัง แต่มีอยู่อย่างเดียว ที่ผมยึดถือเหนียวแน่น และไม่ยอมเปลี่ยนเลย นั่นคือ การใช้น้ำหนักที่หนักมากที่สุด กล้ามเนื้อของคุณจะไม่มีการเจริญเติบโตได้เลย ถ้าคุณไม่ใช้น้ำหนักที่หนักมากที่สุด มีทางเดียวที่จะระเบิดโครงสร้างเล็กๆของร่างกายคุณ เพื่อให้เป็นนักเพาะกายผู้ล่ำสันได้ ก็คือการใช้น้ำหนักที่หนักที่สุดนั่นเอง
             ช่วงนอกฤดูการแข่งขัน ผมรักษาการยกน้ำหนัก ให้อยู่ในจำนวน 6 - 8 ครั้งต่อเซท โดยใช้น้ำหนักที่หนักที่สุดที่จะทำได้ครบ นอกเหนือจากจำนวนครั้งแบบนี้ ผมจะเปลี่ยนอย่างอื่นทุกอย่างที่เกี่ยวกับการเล่นกล้ามไปเรื่อยๆ การที่ผมเปลี่ยนอะไรบ่อยๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นตัวผมให้สนุกสนานตลอดเวลา  ผมเฝ้าดูว่า กล้ามเนื้อส่วนไหนของผม เริ่มพัฒนาไม่ทันส่วนอื่น ผมจะแก้ปัญหาด้วยการเอากล้ามเนื้อส่วนนั้น เข้ารับการบริหารเป็นอันดับต้นๆ ก่อนที่จะบริหารส่วนอื่นในวันนั้นๆ ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่ามันจะเข้าที่เข้าทาง 
             มีบางคนแก้ปัญหาที่ผมบอกไปด้วยการตัดการบริหารออก อย่างเช่นเมื่อเห็นว่าหน้าอกเริ่มใหญ่เกินแขน เขาก็ลดจำนวนเซทการเล่นอกลงเสีย นั่นไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง สำหรับผมแล้ว ผมจะบริหารแขนด้วยน้ำหนักที่มากขึ้น จำนวนเซทและความเข้มข้นที่มากขึ้นต่างหาก เรื่องจำนวนเซทที่ผมใช้ในการบริหารกล้ามเนื้อแต่ละส่วน  เริ่มจากน้อยสุดที่ 16 เซท จากนั้นก็จะมีแต่สูงขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ 24 หรือ 30 หรือสูงกว่านั้นหากจำเป็นจริงๆ
             เหตุผลที่คนขี้ขลาดอ้างเมื่อพวกเขาลดจำนวนน้ำหนัก จำนวนเซทที่บริหารลงก็คือ เขาอ้างว่าเขาบริหารโดยใช้สัญชาติญาณ ผมว่าสิ่งที่พูดคือข้อแก้ตัวมากกว่า คนขี้ขลาดมักจะหาช่อง เพื่อปล่อยตัวเองให้สบายตัวขึ้น สำหรับตัวผม ถ้าจะเปลี่ยนการบริหาร ก็จะเปลี่ยนเป็นบริหารให้หนักขึ้น เข้มข้นขึ้นเท่านั้น 
             ช่วงนอกฤดูการแข่งขัน ผมจะเปลี่ยนวันบริหารทุกๆ 8 อาทิตย์ โดยเริ่มจากบริหารแบบ 4 วัน พัก 1 วัน เมื่อครบ 8 อาทิตย์แล้ว จึงเปลี่ยนมาเป็นแบบบริหาร 2 วัน พัก 1 วัน โดยใช้น้ำหนักและจำนวนเซทมากขึ้น เมื่อครบ 8 อาทิตย์ก็กลับมาใช้แบบบริหาร 4 วัน พัก 1 วันเหมือนเดิม โดยเปลี่ยนมาใช้เทคนิค FORCED REPS แทน
             ตารางบริหารคร่าวๆในช่วงนอกฤดูการแข่งขันคือ 
             วันแรก บริหารปีก และหน้าท้อง
             วันที่สอง บริหารหน้าอก และน่อง
             วันที่สาม บริหารบ่า ,แขน และหน้าท้อง
             วันที่สี่ บริหาร ขาและน่อง 
             การบริหารทุกอย่าง จะใช้ดัมเบลล์และบาร์เบลล์เป็นหลัก บริหาร 4 ท่าต่อกล้ามเนื้อหนึ่งส่วน
             เมื่อถึงเวลาอีก 12 อาทิตย์( 3 เดือน) ก่อนแข่ง มันคือสัญญาณบอกว่า ถึงเวลาที่ผมจะเพิ่มขนาดกล้ามเนื้อ (แต่คงความคมชัด) วิธีการนั้น ไม่ใช่การเพิ่มน้ำหนักตัว แต่เป็นการเพิ่มความเข้มข้นในการฝึก โดยยังคงใช้น้ำหนักเท่าเดิม (จะไม่มีการลดปริมาณแผ่นน้ำหนักที่เคยใช้ลงเด็ดขาด) การเพิ่มความเข้มข้นคือการทำจำนวนครั้งให้มากขึ้น เป็น 12 - 15 ครั้ง โดยที่ผมจะใช้ตารางบริหารแบบ ฝึก 4 วัน พัก 1 วัน  ผมขอย้อนความหลังตอนที่ผมอยู่เยอรมันสักนิด ตอนที่อยู่ที่นั่นผมบริหารกับ Walter Klock ซึ่งเขาเป็นคนสอนให้ผมบริหาร ด้วยความเข้มข้นที่มากที่สุดเท่าที่มนุษย์เราจะทำได้ บริหารหกวันหยุด 1 วัน กล้ามเนื้อแต่ละส่วนบริหาร 50 - 60 เซท และด้วยการบริหารมหาโหดอย่างนี้เอง ที่ทำให้ผมได้โปร (เป็นนักเพาะกายอาชีพ - webmaster) ตั้งแต่อายุ 20 ปี
             นักเพาะกายทั่วไป จะพยายามใช้แรงให้น้อยลงเมื่ออยู่ในช่วงก่อนแข่งขัน ผิดกับผม ที่ยังคงบริหารอย่างหนักและยังเพิ่มเทคนิค FORCED REPS เข้าไปอีกต่างหาก เมื่อคุณมีระบบการบริหารที่ดีมาทั้งปีแล้ว คุณจะไม่รู้สึกเครียด หรือรู้สึกรู้สาเลยว่า ตอนนี้คุณอยู่ในช่วงฤดูการแข่งขันไปแล้ว คุณสามารถทำทุกอย่างได้เป็นธรรมชาติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นั่นแหละคือเคล็ดลับของผม


 

หน้าถัดไป