บริหารกล้ามคอด้วยมือเปล่า

thickneck1a.jpg

         ไม่ว่าคุณจะมีกล้ามหน้าอก กล้ามแขน หรือปีกที่ใหญ่โต มันก็อาจถูกปิดบังได้ เมื่อคุณใส่เสื้อคลุมตัวใหญ่ๆ แต่เมื่อพูดถึงกล้ามคอแล้ว แทบจะเรียกได้ว่า ไม่ว่าคุณจะอยู่ในชุดใดๆ กล้ามเนื้อส่วนนี้ ก็จะโชว์ความเป็นตัวคุณอยู่ตลอดเวลา   การมีกล้ามคอที่แข็งแกร่ง เป็นการป้องกันอาการบาดเจ็บ ที่อาจเกิดกับคอของคุณได้เป็นอย่างดี และไม่ใช่แค่นั้น มันยังป้องกันการบาดเจ็บที่บ่าคุณได้อีกด้วย เพราะกล้ามเนื้อสองส่วนนี้ มีความเกี่ยวข้องกันนั่นเอง เหตุผลที่น่าทึ่งอีกอันหนึ่ง คือในวงจรชีวิตของสัตว์ป่า เมื่อถึงฤดูผสมพันธ์ อันเป็นระยะที่ฮอร์โมนเพศผู้ หรือเทสทอสเตอโรน เพิ่มขึ้น ปรากฏว่า มันมีส่วนเกี่ยวข้อง กับการเพิ่มขนาดคอ ของสัตว์เหล่านั้นอย่างเห็นได้ชัด
การเติบโตของกล้ามคอ
         นักเพาะกายหลายคน ไม่นิยมการบริหารกล้ามคอ โดยมีความคิดว่า ถ้ามีกล้ามคอใหญ่ใหญ่เกินไป จะทำให้ไหล่ดูแคบลง (ในประวัติศาสตร์ การตัดสินการประกวดเพาะกาย ยังไม่มีสักครั้ง ที่กรรมการจะตัดคะแนนคุณ เพราะคุณมีกล้ามคอใหญ่เกินไป) แต่เหตุผลสำหรับนักเพาะกาย ที่ใช้กันมาก ในการหลีกเลี่ยงการบริหารกล้ามคอ ก็คือ คิดว่ากล้ามคอจะได้รับการบริหารโดยทางอ้อม เมื่อบริหารกล้ามเนื้อส่วนอื่น เช่นการบริหารบ่าด้วยท่า SHRUG

thickneck1b.jpg

         ท่า SHURG จะสร้างกล้ามเนื้อบริเวณบ่าส่วนบน (หนอกคอ) ให้แข็งแรง โดยที่กล้ามหนอกคอ สัมพันธ์เชื่อมโยง กับฐานกระโหลกศรีษะ โดยมีคอเป็นสะพานเชื่อม ดังนั้นเมื่อหนอกคอคุณแข็งแรง กล้ามคอคุณก็จะแข็งแกร่งตามไปด้วย  และด้วยการบริหารบางท่า เช่นท่า SIT - UP สำหรับการบริหารหน้าท้อง ก็ยังมีส่วนในการทำให้คอคุณ ได้รับการบริหารไปด้วย โดยเฉพาะขณะที่คุณยกลำตัว ขึ้นมาจากพื้นราบที่คุณนอนอยู่ กล้ามคอคุณจะทำหน้าที่ออกแรงต้าน เพื่อดึงศรีษะคุณขึ้นมานั่นเอง
คอทำงานอย่างไรบ้าง
         โดยคำกล่าวอ้างของ ด๊อกเตอร์แกรี่   กาเกลียดี้ บอกไว้ว่า คอของมนุษย์ จะทำหน้าที่แค่สี่อย่างคือ ก้มลง ,หงายขึ้น ,เอียงไปข้างซ้ายและขวา  และสุดท้าย คือหมุนไปทางด้านซ้ายและขวาเท่านั้น  เส้นทางการเคลื่อนไหวของคอ ในมุมต่างๆ ก็จะมีดังนี้คือ สำหรับการโค้งคอทางด้านหน้า  เราจะเรียกทับศัพท์ว่า การFlexion   คือการเคลื่อนไหวจากคางไปสู่คอ จะมีเส้นทางการเคลื่อนไหวเป็นมุม 45 องศา ต่อไปคือการยกคอไปด้านหลัง เรียกทับศัพท์ว่า extension คือการแหงนหน้า ขึ้นมองเพดานข้างบน จะมีเส้นทางการเคลื่อนไหวเป็นมุม 45 องศาเช่นกัน สำหรับการหมุนคอไปด้านซ้ายและขวา โดยการให้คางแตะบ่าแต่ละข้างนั้น จะมีเส้นทางการเคลื่อนไหว เป็นมุม 80 องศา ส่วนสุดท้ายคือ การเอียงด้านข้าง ถ้าเริ่มจากแนวตั้งของศรีษะ  เราสามารถเอียงลงไปได้ 45 องศา  การบริหารกล้ามคอ ก็คือการบริหารตามเส้นทางการเคลื่อนไหว ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้นั่นเอง
         จากคำพูดข้างต้นที่ว่า หากต้องการบริหารกล้ามคอ ก็แค่บริหารตามเส้นทางการเคลื่อนไหวของมัน คุณฟังดูแล้วง่ายใช่ไหม แต่ความจริงก็คือ หากคุณไม่เคยบริหารกล้ามคอมาก่อน คุณจะรู้ว่ามันยากไม่ใช่เล่น พิสูจน์ง่ายๆเช่นท่าเอียงคอไปด้านข้าง ให้คุณลองยืนหน้ากระจก จากนั้นเอียงคอลงไปข้างซ้ายหรือขวาก็ได้ ให้หูข้างนั้น เคลื่อนไหวไหวเข้าหาบ่าข้างนั้นของคุณ ให้เป็นระนาบเดียว ไม่มีเอนไปข้างหน้า หรือไปข้างหลัง ตอนนี้แหละที่คุณจะพบว่า ขณะที่กำลังเอียงหูไปหาบ่านั้น ลำตัวคุณทั้งตัวจะเอียงตามไปด้วยเลย ท่าออกกำลังสำหรับคอที่คุณต้องหลีกเลี่ยงคือ การรวมท่าหมุนคอ ไปพร้อมกับการเอียงคอไปด้านซ้ายหรือขวา เพราะมันเพิ่มแรงกดดันไปที่ หมอนรองกระดูกคอ และข้อต่อคอด้วย


 

หน้าถัดไป