คะแนนในการประกวด

จากหนังสือ Encyclopedia of Modern Bodybuilding ของ อาโนลด์   ชวาลเซเนกเกอร์

เอื้อเฟื้อข้อมูลโดย คุณคุณวัลลภ  วีระเดช  (หนุ่ย) nui79@hotmail.com


 


         จากการที่ต้องทุ่มเทเวลา หยาดเหงื่อแรงกายยกลูกเหล็กมาหลายปี  ดูแลการโภชนาการอย่างเข้มงวดมาหลายเดือน ตอนนี้ถึงเวลาที่ต้องขึ้นประกวด เพื่อเอารางวัลตัวใดตัวหนึ่ง มาเป็นของเราให้ได้ ตอนนี้ปัจจัยแห่งชัยชนะ มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า ร่างกายคุณสวยงามเพียงไหน กล้ามเนื้อคมชัดเท่าใด แต่ตัวตัดสินคือ คุณจะรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน แล้วแสดงให้กรรมการ รวมทั้งคนดู เห็นร่างกายคุณเป็นอย่างไรต่างหาก จำไว้เลยว่า ทั้งคนดู และกรรมการ เขาไม่ได้เพ่งมองแต่กล้ามเนื้อ และความคมชัดของคุณเท่านั้น เขามองคุณ เขามองทุกๆอย่างที่เป็นคุณ การยืน การเคลื่อนที่ การโพสท่า โทนสีผิวของคุณ ทรงผม หรือแม้กระทั่งกางเกงที่ใส่ประกวด  ไม่ว่าคุณจะมั่นใจหรือประหม่า  รู้สึกว่าตัวเองจะชนะ หรือจะแพ้ มันเป็นเรื่องที่อยู่ข้างในจิตใจ ไม่มีใครทราบ  ความประทับใจจากคนดูและกรรมการ ขึ้นกับความสามารถในการโพสท่า ให้น่าสนใจเท่านั้นเอง 

         ในช่วงหลายปีมานี้ ได้มีการเปลี่ยนกฎกติกาให้ซับซ้อนขึ้น แม้คุณจะคิดว่าตัวคุณเองดูดีที่สุดในยิม แต่มันก็ไม่เป็นหลักประกันว่าคุณจะชนะ หากคุณโพสท่าไม่ดีเท่าที่ควร นักเพาะกายที่ร่างกายมีพรสวรรค์หลายคน ต้องพ่ายแพ้ง่ายๆ เพียงเพราะเขาโพสท่าไม่สมดุล เคลื่อนไหวร่างกายดูขัดตา มีท่าโพสที่น่าเบื่อ หรือไม่เหมาะกับขนาดร่างกายของตัวเอง

         ร่างกายของนักเพาะกาย เหมือนกับการทำศิลปะขึ้นมาชิ้นหนึ่ง แม้ว่างานเขียนนั้นจะสวย แต่มันอาจดูไร้ค่าเมื่อนำไปใส่กรอบห่วยๆ หรือแสงไฟจากหลอดที่ส่องไปยังภาพจ้าเกินไป หรือแม้กระทั่งการกำหนดจุดสำหรับวางภาพ ที่ติดตั้งไว้ในที่ที่ไม่มีคนสนใจ เช่นกันกับนักเพาะกายที่มีรูปร่างดี อาจจะล้มเหลวได้หากไม่เข้าใจ และไม่เอาใจใส่การเสนอขายตัวเอง ให้กับกรรมการและคนดู

         การเข้าประกวด ในรอบแรกคือการยืนท่าพัก รอบที่สองคือการโพสท่าบังคับ รอบสามเป็นรอบที่สำคัญมาก คือการโพสท่าอิสระ รอบที่สามนี้ เป็นโอกาสที่คุณ จะได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ในการคิดท่าโพส โพสอย่างไรให้แสดงกล้ามเนื้อที่สวยที่สุดของคุณ ในขณะเดียวกัน ก็ปิดกล้ามเนื้อที่เป็นจุดอ่อนของคุณไปด้วย เราทำทั้งหมดก็เพื่อให้กรรมการประทับใจนั่นเอง

         ท่าโพสที่เลือกใช้ จำเป็นที่จะต้องเลือกเฉพาะที่แสดงออกแล้ว มีความงามและแข็งแกร่งไปพร้อมๆกัน มันเป็นเรื่องไม่ง่ายนักที่จะศึกษา และต้องใช้เวลามากทีเดียว แต่มันก็คุ้มค่ากับการเสียเวลาเรียนรู้ สำหรับนักเพาะกายทุกคนที่ต้องการเป็นแชมป์

เมื่อขึ้นเวทีประกวด

         แต่ก่อนการประกวดบนเวที คุณทำเพียงแค่การโพสท่าอิสระ "Free Posing" ตามหนทางที่คุณคิดและชอบ แต่มาสมัยนี้ การให้คะแนนของกรรมการซับซ้อน และใช้เทคนิคมากขึ้น ดังนั้นจึงจำเป็นมาก ที่คุณจะเพิ่มความสำคัญให้กับการเรียนรู้การโพสท่าที่ดี และตรงตามเงื่อนไขที่กรรมการกำหนด

         ในการประกวดของสมาพันธ์ IFBB  จะกำหนดตายตัวเรื่องการโพสไว้ ให้มีด้วยกันสามรอบพื้นฐาน ซึ่งก็คล้ายๆกับสมาพันธ์เกี่ยวกับเพาะกายชื่ออื่นๆ ทั้งในระดับประเทศ และระดับนานาชาติ

รอบที่ 1 Standing Relaxed

         (ในไทยจะใช้คำพูดว่า "พัก" - webmaster) ในรอบแรกนี้ คุณจะถูกตัดสิน โดยดูจากความสมส่วน และการพัฒนากล้ามเนื้อทั่วร่าง  กรรมการจะสังเกตุท่าทางการยืนตรงของคุณ บางครั้งอาจจะเรียกคุณให้ออกมายืนข้างหน้าคนอื่น เพื่อให้กรรมการคนที่เรียกดูชัดๆด้วย  การยืนของคุณในรอบนี้จะปล่อยแขนไว้ด้านข้าง จะมีคำสั่งให้คุณหันสามครั้ง เพื่อที่กรรมการจะได้เห็นคุณจากทุกๆด้าน หลังจากนั้น ถ้าเข้าตากรรมการ คุณก็จะถูกเรียกออกมายืนเปรียบเทียบกับคนอื่นสองต่อสองได้

         แม้ว่าจะเรียกท่านี้ว่า Standing Relaxed ซึ่งแปลตรงตัวว่าการยืนตามสบาย แต่แท้ที่จริงแล้ว ร่างกายเกือบจะทุกส่วนของคุณ อยู่ในลักษณะของการเกร็งกล้ามเนื้อทั้งสิ้น ฟังดูไม่ใช่เรื่องยาก แต่ลองคิดถึงปริมาณผู้เข้าแข่งขันที่มีจำนวนมาก บางทีคุณอาจต้องยืนอย่างนี้บนเวที นานตั้งแต่ 30 ถึง 40 นาที เพื่อรอให้กรรมการเปรียบเทียบกับคนอื่นได้ และสิ่งที่คุณไม่มีวันรู้เลยคือ คุณจะไม่รู้ว่ากรรมการหันมามองคุณตอนไหน ดังนั้นคุณต้องวางตัวให้ดูดีตลอดเวลาที่อยู่บนเวที


 


STANDING RELAXED POSE

score11.jpg

         มันถูกเรียกว่า ยืนพักตามสบาย "STANDING RELAXED POSE" แต่ดูในรูป ก็จะเห็นว่าผมต้องเบ่งกล้ามเนื้อทุกส่วนเลย และคุณต้องใช้เวลาฝึกนานพอดู เพื่อที่จะทำให้ยืนอยู่อย่างนี้นิ่งๆ ได้นานๆในการประกวดรอบแรก

 



STANDING RELAXED FROM SIDE

score12.jpg

         กรรมการจะสั่งให้คุณหันข้าง เพื่อดูด้านข้างของคุณ เมื่อคุณหันด้านข้างให้กรรมการ คุณต้องเกร็งกล้ามต้นขา ทำหน้าท้องให้เรียบตรง ปล่อยแขนหลวมๆ

 



STANDING RELAXED FROM BEHIND

score13.jpg

         เมื่อต้องหันหลังให้กรรมการในท่านี้ คุณต้องเกร็งกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง น่อง และกล้ามหลังส่วนล่างไว้ด้วย



 

หน้าถัดไป


 

1  >  2  >  3  >  4  >  5