จากใจ webmaster ประจำวันที่ 1 มิถุนายน 2552 ในโอกาสครบรอบ "สิบปี" ที่ได้เปิดเวบไซท์นี้มา
 
 
       สวัสดีครับ เพื่อนสมาชิกทุกท่าน หน้าเวบไซท์เชยๆหน้านี้ เป็นหน้าเดียวกับที่ผมใช้เมื่อสิบปีที่แล้วครับ ไม่น่าเชื่อว่าช่วงเวลา 10 ปีมันผ่านไปเร็วเหลือเกิน  จากใจ webmaster ครั้งนี้ จะขอเขียนยาวหน่อย และก็จะใช้เวลาในการ update บ่อยหน่อยน่ะครับ เวลาคิดอะไรได้จะเข้ามาเขียนเพิ่มทันที

       มาคุยประวัติกันก่อนดีกว่าครับ ย้อนกลับไปเมื่อสิบห้าปีที่แล้ว ตอนที่ผมจบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 47 เมื่อปี พ.ศ.2537  ผมได้ไปรับราชการที่สถานีตำรวจภูธรเมืองอุทัยธานี และประจำอยู่ที่นั่นเป็นเวลาสามปีครึ่ง ต่อมา เมื่อปี พ.ศ.2541 ผมได้รับคำสั่งด่วนให้เข้ามาเป็นผู้บังคับหมวดที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ที่จังหวัดนครปฐม  โดยงานที่โรงพักกับงานที่โรงเรียนนายร้อยต่างกันโดยสิ้นเชิงเลยครับ เพราะงานที่โรงพักเป็นงาน 24 ชม. ส่วนงานที่โรงเรียนนายร้อยนั้น เมื่อผมอบรมนักเรียนนายร้อยอบรม ซึ่งฝึกเป็นเวลา 6 เดือนจบ อีก 6 เดือนในปีนั้นก็จะว่างแล้ว  ตอนนั้นผมยังโสดอยู่ และมีผู้หมวดหญิงคนหนึ่ง (ที่ผมอบรมเองกับมือ มาเมื่อ 6 เดือนที่แล้วนั่นแหละครับ) ได้มาประจำอยู่ที่ห้องสมุดโรงเรียนนายร้อยตำรวจ หน้าตาน่ารักเชียว  ตอนนั้นผมอายุ 29 ปี ติดร้อยตำรวจเอกแล้ว ก็คิดว่าน่าจะหาสาวๆไว้ดูใจได้แล้ว  จึงเตร็ดเตร่ไปที่ห้องสมุดทุกวันเลยเพื่อจะเจอกับหมวดหญิงคนนี้  ตอนหลังไม่มีมุขที่จะไปหาสาวคนนี้แล้ว (หมดมุข) พอดีเขาพึ่งมีอินเตอร์เนทมาติดที่ห้องสมุดโรงเรียนนายร้อย ก็เลยคิดแผนว่าทำเป็นไปดูอินเตอร์เนทที่ห้องสมุดดีกว่า

       แรกๆไม่รู้ดูอะไร ก็เปิดดูเวบไซท์พวกนางแบบฝรั่งสาวๆไป (ต้องเข้าใจนะครับ นี่เรื่องเมื่อสิบปีที่แล้ว)  บางทีก็เข้าไปใช้โปรแกรมเพิช
pirch จำไม่ได้แล้วว่าสะกดยังไง เล่นไปอย่างงั้นแหละ ฆ่าเวลาให้ห้องสมุดปิดตอน 16.00 น. แล้วก็จะได้ทำเป็นเดินไปที่เคาน์เตอร์เพื่อคุยกับผู้หมวดหญิงคนนี้   ผ่านไปสักเดือนเริ่มหาเวบไซท์ดูไม่ได้แล้ว พอดีช่วงเย็นวันหนึ่ง ไปออกกำลังกายที่โรงยิมของโรงเรียนนายร้อยตามปกติ  ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณ 18.30 น. เหลือผมกับนักเรียนนายร้อยปี 4 อีกคนหนึ่งในห้องยิม ก็เห็นว่าเขายังเล่นกล้ามไม่ค่อยถูกท่า ก็เลยสอน  ตอนนั้นฉุกขึ้นในใจแล้วว่า สงสัยจะต้องหาความรู้เพิ่มเติมเรื่องเพาะกายสักหน่อย จะได้เอามาสอนเพิ่มได้อีก (ลืมบอกไปว่า 6 ปีสมัยที่อยู่ในรั้วเตรียมทหาร และรั้วโรงเรียนนายร้อยตำรวจนั้น ผมอยู่ชมรมเพาะกายมาตลอด และก็ชอบอ่านเอกสารเพาะกายอยู่แล้ว)

       วันรุ่งขึ้น ผมไปห้องสมุดอีก เลยลอง Search หาคำว่า "เพาะกาย" ในเวบไซท์ต่างๆ ปรากฏว่ามีแต่ภาษาอังกฤษหมดเลย (หมายถึงว่ามีแต่เวบอังกฤษ)  ลองเข้าไปดูในเวบพันธุ์ทิพย์ ซึ่งเป็นภาษาไทย ก็มีพวกกระทู้เกี่ยวกับเพาะกาย   ผมก็เริ่มจากการเข้าไปตอบต่อจากกระทู้ที่เขาเขียนมาข้างบนนั่นแหละ  ก็ทำอย่างนี้มาเรื่อยๆ ก็เริ่มใช้อินเตอร์เนทคล่องขึ้น และตอนหลังเริ่มตอบอย่างมีหลักการเข้า (เพราะไปค้นเอกสารเพาะกายมาอ้างอิงได้)  ก็มีเวบไซท์หนึ่งเขาเมลล์มาหา เขาบอกว่าต้องการให้ผมไปเป็นผู้ตอบปัญหาในเวบไซท์เกี่ยวกับฟิตเนสของเขา  ผมไปอยู่ได้พักเดียว เวบป่วนไปหมดทั้งเวบ เพราะเวบไซท์ของพวกฟิตเนส เขาจะมีการยืนยันเรื่อง "ห้ามทานไข่มาก" อย่างเด็ดขาด แต่ผมเป็นคนเดียวที่ใช้หลักฐานอ้างอิงเรื่องนักเพาะกายทานไข่วันละ 50 ใบ ทั้งอ้างเอกสารอ้างอิง ทั้งแสกนรูป (ยืมเครื่องแสกนที่ห้องสมุดนั่นแหละ) อีกทั้งเราก็เป็นข้าราชการตำรวจ (ร้อยตำรวจเอก) คนที่อ่านก็ยิ่งมีความเชื่อถือในคำพูดมากขึ้น  นั่นทำให้เจ้าของเวบไซท์ไม่พอใจ เพราะรู้สึกว่าผมจะดังกว่าเขาซะแล้ว  ต่อมาปรากฏว่าคอลัมภ์ของผม หายไปจากเวบไซท์นั้นโดยไม่บอกกล่าว

       ก็เลยเริ่มไปหาตำราทำเวบไซท์มาอ่านเอง ตอนนั้นใช้พื้นที่ของสองที่ เป็นของไทยที่หนึ่ง จำชื่อ Host ไม่ได้แล้ว และใช้ Host ของ geocities.com (ซึ่งภายหลังได้ถูกยึดครองโดย Yahoo) พิมพ์ภาษา html แบบบนลงล่าง (เหมือนอย่างทุกวันนี้แหละครับ)  แต่ก่อนจะใส่สีอะไรก็ลำบาก ต้องพิมพ์เป็นตัวหนังสือเอา เป็นโค๊ดตัวเลขหลายหลักเลย ตอนนั้น เวบ geocities.com ยังให้ใช้ฟรีอยู่  และหลังจากได้ฝึกฝีมือมาเป็นปีแล้ว ก็ยุบ Host ของประเทศไทยทิ้งไป แล้วใช้ Host ของ geocites.com อันเดียวเลย โดยใช้วันเกิดของผม คือวันที่ 1 มิถุนายน เป็นวันเริ่มต้น (ความจริง ถ้านับตั้งแต่เริ่มทำเวบจริงๆ จะต้องมากกว่านี้ แต่เพื่อให้จำง่าย จึงถือเอาว่าวันที่ 1 มิ.ย.42 คือวันที่ผมเลิก update Host ของไทยแล้วอย่างเด็ดขาดถาวร แล้วใช้ Host ของ geocities.com เพียงที่เดียวอย่างเป็นทางการ ก็เลยถือเอาว่าวันนั้น เป็นวันที่เวบเพาะกายเริ่มเกิดอย่างเป็นทางการ  สำหรับชื่อนั้น คำว่า thai bodybuilding หรืออะไรที่กลับไปกลับมา ไม่ว่าจะเป็น .net .com ก็ถูกจองเอาไปหมดแล้ว และผมก็เพียงต้องการ "พื้นที่" เอาเนื้อหาเพาะกายมาวางไว้เท่านั้น ไม่ได้ใส่ใจกับชื่อเวบมากมาย ตอนหลังรำคาญในการตั้งชื่อมาก เพราะชื่อดีๆก็โดนคนจองไปหมดแล้ว ก็เลยใส่เป็นนามสกุลเสียเลย คือ ตุวยานนท์ สะกดเป็นภาษาอังกฤษคือ tuvayanon )

       สมัยนั้น เพื่อนสมาชิกยังน้อยมากครับ ผมมีการนัดพบ ไปกินข้าว ไปพูดคุยกันถ้วนหน้า เมลล์คุยกันทีก็ยาวเป็นหน้าๆ (ตอนนี้ลืมเรื่องสาวร้อยตำรวจหญิงคนนั้นไปซะแล้ว ฮ่า..ฮ่า..) นั่งทำเวบไซท์ที่ห้องสมุดถึงตีสามตีสี่บ่อยครั้ง เมื่อสิบปีที่แล้ว เครื่องแสกน จะใช้เวลาในการแสกนรูปนานมาก  ดิกชันนารีก็หาเอาจากในห้องสมุดครับ (ห้องสมุดปิด 16.00 น. แต่ทางด้านหน้า ซึ่งเป็นห้องควบคุมอินเตอร์เนท ผมเข้าออกได้ตลอดเวลา  เพราะได้รับความไว้วางใจจากท่านผู้กำกับน่ะครับ ก็เลยทำงานได้เต็มที่ทั้งคืน)  จุดประสงค์สมัยแรกๆของการทำเวบคือ ผมจะเก็บรวบรวมข้อมูลกองเอาไว้มากๆ แล้วเวลาผมคุยทางเมลล์กับเพื่อนสมาชิก ผมก็จะส่งลิงค์ไปให้เขา แล้วบอกว่า ถ้าอยากได้รายละเอียด ก็เข้าไปอ่านเพิ่มเติมตรงนี้... นะครับ อะไรประมาณนี้ คือยังไม่ได้เน้นเรื่องการให้คนเข้ามาในเวบตรงๆ

       ตอนที่ยังประจำอยู่ที่ สถานีตำรวจอำเภอเมืองอุทัยธานีนั้น ได้กู้เงินสหกรณ์ไว้หลายหมื่นเพื่อซื้อปืนสองกระบอก เพราะตอนที่อยู่โรงพัก ยังพอมีรายได้พิเศษจากการรับจ้างเข้าเวรบ้าง ฯลฯ แต่เมื่อถูกย้ายมาประจำอยู่ที่โรงเรียนนายร้อยได้สองปี ไม่มีรายได้เลย ส่วนเงินสหกรณ์ที่กู้ไว้สองที่ (ใช้วิธีพิเศษ กู้ได้สองที่) ก็มาหักพร้อมกัน แถมยังต้องส่งรถกระบะอีก (ตอนหลังส่งไม่ไหว ไฟแนนซ์มาตามยึดไปแล้วครับ พูดอย่างไม่อาย) เงินเดือนผมเหลือเดือนละ ไม่ถึง 500 บาท แต่อยู่ได้ เพราะเป็นผู้บังคับหมวดที่โรงเรียนนายร้อย กินข้าวกับนักเรียนได้ทุกมื้อ และก็มีที่พักให้ฟรีด้วย ประกอบกับยังไม่มีครอบครัว เลยมีชีวิตรอดอยู่ได้ในเงินขนาดนี้ 

       ตอนหลัง Host ของ geocities ถูก Yahoo ฮุบไปแล้ว เขาก็มีหนังสือแจ้งให้เราทราบว่า จะเริ่มเก็บเงินค่าเช่า Host แล้วนะ ตอนนั้น ผมใส่ข้อมูลเข้าไปมากแล้วด้วย จะย้ายออกก็ไม่ไหว จึงต้องยอมเอาเงิน 250 บาท (ครึ่งหนึ่งของเงินที่เหลือจากเงินเดือนเชียวนะครับ) จ่ายค่าเช่า Host ไป  ตกลงว่าตอนนี้เหลือเงิน 250 บาทต่อเดือนที่จะไว้ดูหนัง หรือใช้ชีวิตอื่นๆเหมือนคนอายุ 30 เขาใช้กัน (เพื่อนผมที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน มีเงินเดือนกันหลายหมื่น เพราะทำงานกับเอกชน  ส่วนผมมีเหลือ 250 บาทเพราะต้องกู้เงินซื้อปืนเอง ตำรวจไม่มีงบให้ มีแต่ปืนเก่าๆให้ ยิงแล้วระเบิดใส่หน้าอีก)

       อดทนถึง 4 ปีจนใช้หนี้สหกรณ์หมด แต่ก็ต้องเสียรถยนต์กระบะไป เพราะไม่ได้ส่งเขาเกินสามเดือน เขามาตามยึดไปเลย   ส่วนเวบไซท์นั้น มีทั้งคนมาขอซื้อต่อไปทำเอง ,มีทั้งคนจะมาของลง Banner (โฆษณาแบบกระพริบๆน่ะครับ) ,มีทั้งคนให้เป็นตัวแทนขายอาหารเสริม เพียบ! แต่ผมก็ได้ปฏิเสธไปทุกราย ทั้งๆที่ผมต้องการเงินมาจ่ายค่าไฟแนนซ์รถ ,จ่ายค่าเช่า Host เป็นอย่างมาก แต่ผมได้เล็งเห็นแล้วว่า "ให้ผมทนใช้หนี้ไปเรื่อยๆ วันหนึ่งมันยังหมด แต่ถ้าผมขายชื่อเสียงไป ด้วยการเป็นตัวแทนของอาหารเสริมยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง คำสอนของผมก็คงไม่ศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป ใครล่ะจะเชื่อ ถ้าผมบอกว่าอะมิโน 10000 ดี ในเมื่อมีแบนเนอร์ของอะมิโน 10000 ลอยอยู่เต็มในเวบ หรือว่าผมได้ตัวแทนขายของบริษัทอะมิโน 10000 นี้ ดังนั้น เพื่อทำลายข้อกังขาใดๆทั้งหมดทั้งสิ้น ผมยอมใช้รถบัส (เพราะไฟแนนซ์ยึดรถไป) และยอมใช้เงินเดือนๆละ 250 บาทเป็นเวลาสี่ปีจะดีกว่า"  และ ขอให้ผมตายในสามวัน เจ็ดวันเลย ถ้าผมมีอะไรอุ๊บอิ๊บกันกับบริษัทนำเข้าอะมิโน 10000 เช่นการแอบรับเงินกันเพื่อให้เชียร์อะมิโน 10000 ให้โดยมีข้อตกลงว่าจะไม่ลงแบนเนอร์ในเวบผม หรือกรรมวิธีอื่นใด ที่ผมหลอกเพื่อนสมาชิก แต่ความจริงแล้วผมไปรับเงินสปอนเซอร์ของเขามา (ไม่ว่าจะเป็นอาหารเสิรมยี่ห้อใดๆก็ตาม) ไม่ว่าทางใดทางหนึ่งเพื่อจะเชียร์สินค้าให้เขาน่ะครับ - อนาคตผมไม่รู้ แต่ 10 ปีมานี้  ผมสาบานตรงนี้ได้เลยครับ ว่าขอให้มีอันเป็นไปเลย ถ้ามาหลอกเพื่อนสมาชิกน่ะครับ 

       ครับ .. สิบปีมันไม่ใช่เวลาน้อยๆเลย ผมรู้สึกขำกับคำพูดของเพื่อนสมาชิกที่คุยกับคุณแม่ (ผมขำ แต่ไม่โกรธหรอกครับ) ที่บอกว่าลูกชายเป็นทั้งตำรวจ เป็นทั้ง Webmaster คงจะรวยจนไม่รู้จะเอาเงินไปเก็บที่ไหนเลย ....  ครับ ถ้าเป็นคนอื่น ทำธุรกิจอื่น สิบปีแล้วธุรกิจยังอยู่ได้นี่ ก็เรียกได้ว่าเหมือนช่วงเวลาเก็บเกี่ยวผลกำไรแล้ว  แต่สำหรับผมนั้น ไม่เลยครับ ทุกวันนี้ก็ยังไม่มีรถใช้เหมือนเดิม ยังดีหน่อยที่ใช้หนี้สหกรณ์หมดแล้ว ก็เลยอยู่ได้ด้วยเงินเดือนนิดๆหน่อยๆ  ผมจึงเกลียดมาก เกลียดสุดๆ กับคนที่พยายามดึงเอาชื่อเสียงของเวบผม ไปใช้หาผลประโยชน์ (เช่นที่เวบบอร์ด)  ทั้งๆที่กว่าผมจะเลี้ยงดูเวบนี้มาได้ถึง 10 ปีนั้น ผมต้องอดทนสุดๆกับการใช้เงินเดือนๆละ 250 บาทมาเป็นเวลา 4 ปี รถก็ไม่มีใช้ โดยไม่ยอมรับเงินตอบแทนใดๆจากธุรกิจที่มีในวงการเพาะกายนี้ (และทุกวันนี้ คุณก็จะยังเห็นได้ว่า ไม่มีแบนเนอร์ใดๆเลยอยู่บนเวบหน้านี้เหมือนเมื่อสิบปีที่แล้วน่ะครับ)

       เวบผมอยู่มาได้ถึงปีที่ 10 แล้ว ผมก็ต้องภูมิใจเป็นธรรมดา  ผมได้เข้าไปอ่านที่เวบ เกี่ยวกับ "นายปาล์ม"  บ่อยๆเพื่อหาข้อมูลทางโทรศัพท์บ้าง พ๊อกเก็ตพีซีบ้าง และก็อดอิจฉา webmaster เขาไม่ได้ ที่สปอนเซอร์เยอะมาก เดือนหนึ่งคงจะได้หลักแสนกันเลยทีเดียว ดูจากโทรศัพท์มือถือค่ายดังๆทั้งนั้นที่เป็นสปอนเซอร์ให้  หันกลับมาดูตัวเราแล้ว มันคนละเรื่องกันเลย แต่สิ่งที่ผมได้มา และถือว่าสำคัญที่สุดในเวบผมก็คือเรื่องของ "ความศักดิ์สิทธิ์ในคำพูดของผม" เพราะเมื่อมองย้อนกลับไปที่ mrpalm.com แล้ว แค่ webmaster พูดชมโทรศัพท์มือถือ thaimoblile หน่อยเดียว เจอคนในกระทู้สับเละ! เช่นบอกว่า ก็ต้องชมอยู่แล้ว เพราะชื่อ thaimoblile มันโชว์แบรนด์เป็นสปอนเซอร์หราเชียว   แต่ของผมไม่มีอย่างนั้นเลย  ทันทีที่คุณใช้เวบบอร์ดของผม แล้วพูดพาดพิงไม่ดีเกี่ยวกับผม จะมีคนมารุมจวกคุณเลย และก็จะมีคนรายงานมาที่ผมทันที นั่นเพราะเพื่อนสมาชิกของผมทุกคน ต่างรู้ในอุดมการณ์ของผม และช่วยดูแลผมเป็นอย่างดี มันเป็นอะไรที่ซึ้งใจสุดๆ และทำให้เวบนี้อยู่มาได้ถึงสิบปีก็เพราะน้ำใจของเพื่อนสมาชิกเหล่านี้ของผม ที่ทำให้ผมชื่นฉ่ำหัวใจอยู่ตลอดเวลาที่ผ่านมานั่นเอง

       สิบปีมานี้ ผมมีสิ่งที่อยากบอกเพื่อนสมาชิกทั้งเก่าและใหม่เป็นอย่างๆดังนี้ครับ

       1.เวลาสิบปีมันเร็วมากๆ  ถ้าคุณคิดจะทำอะไร ก็อย่าได้ผัดวันประกันพรุ่งครับ รีบทำเสียตั้งแต่วันนี้

       2.ออกจากบ้านแล้ว ห้ามพูดเรื่อง "ศาสนา" กับเรื่อง "การเมือง" เด็ดขาด โดยเฉพาะในร้านอาหาร ,ร้านตัดผม และร้านเหล้า เพราะจะมีคนอื่นที่คุณไม่รู้จัก ยืนฟังอยู่ด้วย และไม่เห็นด้วยกับคุณและจะต้องมีเรื่องกันแน่ๆ


       3.ผมกำลังมีความคิดที่จะย้ายเวบบอร์ดอีกครั้งเป็นครั้งที่สี่ เนื่องจากมีบางคนในเวบบอร์ดแสวงหาผลประโยชน์ และยังมา ดิสเครดิตผมเรื่องตารางฝึกของผมอีก

       4.ถ้าคุณเป็นตัวแทนขายอาหารเสริม แล้วไม่สามารถเอาแบนเนอร์ หรือโฆษณามาลงในเวบผมได้ ก็ขออย่าได้โกรธผมเลยครับ เพราะผมก็ทำอย่างนี้กับทุกรายอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่ารายนี้ฝากขายได้ แต่รายคุณ ผมไม่ขายให้ อันนี้ ไม่มีครับ ผมเสมอภาค (ลองดูเอาในหน้าแรกนี้แล้วกันครับ จะเห็นได้ว่าไม่มีของใครเลย)

       5.บางทีคุณก็เป็นเจ้าของกิจการที่รวยมากๆ มีแต่คนห้อมล้อมและเอาใจ  บางทีคุณก็เป็นดาราดัง  บางทีคุณก็กำลังเรียนด๊อกเตอร์ แต่ปรากฏว่าเมื่อผมตอบเมลล์คุณช้ามากๆ คุณก็งอนผม เพราะเหมือนไม่ได้รับการเอาใจใส่ (อย่างที่คุณได้รับจากคนรอบๆตัวคุณ)   ผมอยากให้คุณเปิดใจกว้างสักหน่อย แล้วอ่านที่ลิงค์หน้า http://www.tuvagroup.com/n5204090005.html 

       6.เนื่องจากเมลล์ในแต่ละวัน เยอะมากๆ ผมจึงต้องใช้ตัวช่วยโดยเรียกว่า "ทีมงาน" คือภรรยาและเลขาอีกคน ช่วยจัดการเรื่องเมลล์ให้ มีบางครั้งที่ผมแอบไปดูเมลล์ที่ถูกลบทิ้งไป โดยไม่ได้ส่งมาให้ผมอ่านเลย  เมลล์นั้นจะมีลักษณะอย่างนี้ครับ

            - ใช้คำพูดไม่สุภาพ เช่น พอไม่ได้รับคำตอบใน 5 วัน 7 วัน ก็เขียนใส่อารมณ์มาเลยว่า "ถ้าไม่อยากตอบ ก็ไม่ต้องตอบ
" ันนี้ ทีมงานจะไล่ลบเมลล์ของนายคนนี้ทั้งหมด ทั้งคำถามเดิม คำถามใหม่ ไม่ว่าจะเปลี่ยนชื่ออีเมลล์ไปเป็นอะไรก็ตาม  เพราะทางทีมงานรู้ว่าถ้าให้ผมอ่านล่ะก็  บางทีผมก็หยุด update วบทั้งหมด และไม่ตอบเมลล์คนอื่นไปครึ่งปีเลย ด้วยความเซ็ง

            - ซื้ออาหารเสริมเวบอื่น แต่มาให้ผมออกแบบตารางฝึกให้ฟรี

            - ไม่ได้ใส่หัวข้อ
Subject า บางที ทีมงานก็เลยนึกว่าเป็นเมลล์ขยะไปเสียนี่

       7.ผมมีความปลื้มใจกับเพื่อนสมาชิกอย่างคุณไวพจน์ที่อีเมลล์
iaek.33@msn.com  และเพื่อนสมาชิกแบบนี้อีกหลายท่าน ที่ตอนนี้แม้อยู่ไกลถึงเกาหลี ก็ยังสั่งซื้ออะมิโนให้ส่งตรงไปที่ประเทศเกาหลี โดยให้เหตุผลว่าต้องการสนับสนุนทางเวบ แม้ว่าจะแพงกว่าการที่เขาซื้อเอาที่เกาหลีเลย อันนี้ซึ้งใจมากๆครับ และเพื่อนสมาชิกในไทยอีกนับไม่ถ้วนครับที่มีความคิดเช่นนี้ครับ อย่างนี้จะ update วบแบบถวายหัวเลย

       8.สืบเนื่องจากข้อ 7. ก็ยังมีเพื่อนสมาชิกบางท่าน ประหยัดเงินโดยการไปซื้ออะมิโนที่เวบอื่น ซึ่งขายถูกกว่าเวบผม 10 - 20 บาท เลยเจอของปลอมเข้าไปเต็มๆ  สำหรับเพื่อนสมาชิกเหล่านี้ อยากจะบอกว่า สมมติว่าผมเป็นบ่อน้ำ ที่ให้ทุกคนมาตักน้ำไปใช้ได้ฟรีๆ  ถ้าไม่มีคนมาช่วยเติมน้ำลงบ่อนี้ให้  โดยมีความคิดว่า "ฉันขอตักตวงอย่างเดียวแล้วกัน  เพราะเดี๋ยวก็คงมีคนใจบุญมาช่วยเติมน้ำลงบ่อให้"  ถ้าคิดกันอย่างนี้ทุกคน มีแต่คนตัก แต่ไม่มีคนมาเติม คือเกี่ยงกันที่จะมาซื้อของทางเวบเพื่อให้เงินไหลไปซื้อหนังสือเพาะกายใหม่ๆ หรือเป็นค่าใช้จ่ายในการเช่า
Host  ีกหน่อย บ่อน้ำนี้ก็จะแห้ง เพราะมีแต่คนตักไปใช้อย่างเดียว แต่ไม่มีคนในแบบข้อ 7. มาช่วยเติมน้ำให้ แล้วผมกับเวบก็จะหายไปจากวงการ  และผมก็คงไปหาอาชีพอื่นทำที่มันรวยและไม่เหนื่อยแบบทำเวบเพาะกายนี้อีก

       9.เด็กอายุ 14 - 15 ปี แม้ว่าจะมีอายุน้อยในสายตาผม แต่ผมก็จะให้เกียรติ และให้ความเอาใจใส่เทียบเท่ากับเพื่อนสมาชิกท่านอื่นๆ  แต่เมื่อใดก็ตาม ที่คุณใช้วาจาไม่สุภาพกับผม ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม อาจเป็นเพราะทางครอบครัวไม่ได้สั่งสอน ผมก็อยากจะบอกว่า "ผมไม่ใช่เพื่อนเล่นของคุณ" (แต่ส่วนมาก ไม่ทันได้ถึงผมหรอกครับ ทางทีมงานส่งลงขยะไปก่อน)

      10.การกลัวกล้ามใหญ่เกินไป คือการคุมกำเนิดกล้ามตัวเองครับ  อย่าไปกลัวเลย จะใหญ่มากๆนั้นมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คุณคิดหรอก สมมติว่าคุณต้องการกล้ามแบบนายแบบ คุณก็เล่นตามปกตินี่แหละ ใช้ไข่ได้ 3 - 4 ฟองต่อวัน อย่าไปกลัวไข่ให้มากนักเลยครับ  คือการเพาะกายมันเป็นการแกะสลัก ไม่ใช่การปั้น  การแกะสลักหมายความว่า คุณต้องมี "ปริมาณ" กล้ามเนื้อก่อน แล้วค่อยตัดเอาสิ่งที่ไม่ต้องการออก (ซึ่งก็คือไขมัน) แล้วคุณจะมีกล้ามแบบนักเพาะกายนายแบบได้  ที่ผมต้องบอกอย่างนี้ เพราะมีคนเข้าใจว่า การเพาะกายคือการปั้น คือเพิ่มดินเหนียวเข้าไปในรูปปั้น เหมือนกับที่เพิ่มกล้ามเนื้อไปพร้อมๆกับความชัดของกล้ามได้  ซึ่งมันไม่ใช่ครับ  คุณจะได้แค่ความชัดอย่างเดียว แต่ไม่มีทรงกล้ามเนื้อเลยครับ

      11.เพาะกายเล่นได้ตั้งแต่ 7 ขวบ - 70 ปีครับ หลังจากนี้ก็เล่นได้ แต่กล้ามไม่ค่อยขึ้นแล้ว

      12.กีฬาเพาะกาย ไม่ใช่กีฬา "คนรวย" ครับ มันเป็นกีฬาของ "คนใจรัก" ต่างหาก  อย่าไปคิดว่าคนที่ใช้อาหารเสริมที่แพงกว่า คนที่ใช้อุปกรณ์ที่แพงกว่าจะเป็นนักกล้ามที่ดีได้  ไม่จริงครับ  คนที่มีใจรักและเล่นกล้ามได้นานหลายปีต่างหาก คือคนที่จะประสบความสำเร็จในวงการนี้

      13.อย่าเมลล์หาผม เพื่อให้ผมคำนวณเลขแคลอรี่ให้ ผมไม่ถนัดเลขครับ ปวดหัว ถามเป็นหลักการไปครับ แล้วไปกดเครื่องคิดเลขที่บ้านเอง

      14.ผมกำลังเริ่มโครงการไปดูงานประกวดที่จังหวัดต่างๆ จะได้เริ่มพบปะเพื่อนสมาชิกบ้าง เหมือนที่เคยทำเมื่อสมัยสิบปีที่แล้ว ตอนเริ่มทำเวบใหม่ๆน่ะครับ

      15.สิ่งที่ผมโปรดปรานมากๆมาตั้งแต่เริ่มทำเวบเมื่อสิบปีที่แล้วก็คือการได้อ่านอีเมลล์ของเพื่อนสมาชิกน่ะครับ ส่วนการจะตอบช้า ตอบเร็ว หรือโดนทีมงานผมจัดการ มันก็อีกเรื่องหนึ่ง ดังนั้น คุณจะต้องไม่คิดว่าการส่งเมลล์คือการมารบกวนผม  เพราะผมชอบอ่านเมลล์ของคุณน่ะครับ สนุกดี

      16.ร้อยลี้ต้องมีก้าวแรก  ถ้าเขาบอกคุณว่าต้องเล่นกล้าม 5 ปีถึงลงประกวดได้ ก็อย่าไปท้อครับ เหมือนเวบผม ป๊อปแป๊ป 10 ปีแล้ว ถ้าคุณเริ่มวันนี้ 5 ปีมันก็ต้องมาถึงสักวันครับ ไม่นานเกินรอ

      17.มีแฟนตั้งแต่อายุเท่าไรก็ได้ แต่ถ้าจะแต่งงาน ควรให้อายุเรา 30 ปีก่อน ใช้ชีวิตให้คุ้ม และเลือกคู่ครองจนแน่ใจแล้วว่าเราเลือกด้วยเหตุผลจริงๆ ไม่ใช่เลือกด้วยฮอร์โมนเพศตอนวัยรุ่นของเรา

      18.ทำงานที่ชอบแล้วเราจะมีความสุขครับ เพราะเราจะไม่คิดว่าเรากำลังทำงาน แต่เราจะคิดว่ากำลังทำสิ่งสนุกๆอยู่

      19.กีฬาเพาะกาย เป็นสิ่งที่เลียนแบบได้ยากครับ ถ้าวันหนึ่ง มีคนอยากมีกล้ามอย่างคุณ เขาก็ต้องใช้เวลาหลายปีถึงจะได้กล้ามเท่าคุณได้  ไม่เหมือนกับการสัก หรือการพ่นสีบนหัว ที่แป๊ปเดียวก็ไปทำเลียนแบบคุณได้แล้ว  ดังนั้นการมีกล้าม จึงเท่ห์อย่าบอกใครครับ

      20.ตลกดี ที่นักกล้ามไทยได้แต่บทตัวประกอบโจรปัญญาอ่อนในหนัง  ในขณะที่ผู้ชายที่ถูกจัดอันดับเซ็กซี่ของโลกทุกคน  เขาจะให้คะแนนเรื่องกล้ามเนื้อรองจากความหล่อเลยทีเดียว  (ถ้าหล่อแต่ไม่มีกล้าม ก็กลับบ้านไปเหอะน้อง)

      21.ข้อแนะนำสำหรับคนที่อยากทำเวบเพาะกายอย่างผมบ้าง - (อันนี้สำหรับมือใหม่นะครับ) คืออย่าชนกับผมตรงๆ เพราะมีอยู่อย่างหนึ่งที่ผมนำคุณไปแล้ว คือผมสร้างความน่าเชื่อถือมาเป็น 10 ปีแล้ว   คำว่าชนกันตรงๆหมายความว่าอย่าใช้วิธีการสื่อสารแบบเดียวกับผม    วิธีที่จะให้เวบคุณน่าสนใจคือ พยายามหาจุดยืนอื่นที่เวบผมยังไม่มี ยกตัวอย่างเช่น การให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรงยิม (มีภาพถ่ายด้วยยิ่งดี) การมีภาพการประกวดเพาะกายในไทยตามจังหวัดต่างๆ  ถ้าทุกๆเวบที่เกี่ยวกับเพาะกายในไทย ไม่มาฆ่ากันเองด้วยการดิสเครดิตอีกฝ่ายหนึ่ง  ก็จะทำให้วิชาการเพาะกายบ้านเราก้าวกระโดดอย่างสุดๆครับ และผมก็จะดีใจมากๆถ้าเป็นอย่างนั้น


      22.ถ้าอยากลองอาหารเสริมตัวใหม่ๆ ยี่ห้อใหม่ๆ ผมแนะนำว่า คุณอย่าใช้คำว่า "ของถูก" เป็นหลัก ต้องให้เป็น "ของแท้" ด้วย ธนบัตรปลอมยังทำกันได้ แล้วที่สิงคโปร์ก็มีอาหารเสริมปลอมกันเกลื่อน บินไปขนมาขายกำไรอื้อซ่า แค่บอกมาว่าต้องการยี่ห้ออะไร รุ่นไหน ก็จดใส่กระดาษไว้ แล้วไปเดินตลาดที่สิงคโปร์  "รวย"

      วิธีการที่ผมแนะนำคือ คุณไปเลือกในเวบไซท์ต่างประเทศด้วยตัวคุณเองเลย ให้เลือกแบบที่จ่ายด้วย
Paypal ได้ เพราะถ้ามีปัญหา เราสามารถดึงเงินคืนได้ทั้งหมด  ถ้าจะให้ปลอดภัยอีกชั้นหนึ่ง ก็คือซื้อที่อีเบย์ เพราะมันจะมีคนมา Post ไว้เกี่ยวกับสินค้าตัวที่ผู้ขายกำลังขายอยู่ ซึ่งการ Post ที่ว่านี้ เป็นการ Post แบบถาวร ลบไม่ได้ ดังนั้น คนขายจะไม่กล้าเอาของปลอมมาขายเด็ดขาด  และวิธีเลี่ยงการมีปัญหากับศุลกากรก็คือ ถ้าเป็นขวดเล็ก (ประมาณ 90 เม็ด) สั่งซื้อได้ครั้งละไม่เกินสามขวด (และต้องห่างกัน 1 เดือนสำหรับครั้งแต่ไป),ถ้าเป็นขวดใหญ่ น้ำหนักได้ไม่เกิน 4 ปอนด์ (1.8 กิโลกรัม) และได้ขวดเดียว   ,การสั่งซื้อครั้งต่อไป ต้องทิ้งระยะห่างประมาณ 1 เดือน 

      อาจใช้บริการที่เวบภรรยาของผมได้ ก็เหมือนการให้ยืมบัตรเครดิตเพื่อซื้อของ เพื่อป้องกันการถูกแฮ็คบัตรเครดิต และราคาค่าบริการก็สมเหตุสมผลดีคือ 75 บาท กี่ขวดก็ได้ แล้วคุณจะได้เห็นใบเสร็จตัวจริง ,สเตทเม้นท์การตัดเงินตัวจริงโชว์ให้ดูเลยว่าใช้จ่ายไปเท่าไร (ใช้บัตรเครดิตตัวเองซื้อก็ได้ครับ แต่ขอให้เป็น Paypal ะปลอดภัยครับ)

      ถ้าคุณซื้อสินค้าปลอมมา คุณก็โยนทิ้งได้ แต่ถ้าคุณซื้ออาหารเสริมปลอมมา กินเข้าไปในร่างกายแล้ว มันวิ่งไปอยู่ตามเส้นเลือด คุณโยนทิ้งอาหารเสริมปลอมเหล่านั้นออกมาจากร่างกายไม่ได้แล้วครับ  ดูคุณธรรมคนขายด้วยว่าเขามีคุณธรรมสูงขนาดไหน ถึงเอากำไรจากคุณแค่ 60 - 70 บาทกับการที่ต้องเหนื่อยออกไปหิ้วของจากเมืองนอก แล้วหักเบี้ยใบ้รายทางให้ศุลกากร มัน
Make sense (สมเหตุสมผล) หรือเปล่าที่จะมาขายในราคานี้ได้น่ะครับ  ถึงจะบอกว่ารู้จักกับศุลกากร แต่ก็ต้องมีการจ่ายเบี้ยใบ้รายทางอยู่ดี (คงไม่ลืมนะ ว่าผมก็เป็นข้าราชการคนหนึ่ง มันมองภาพออกน่ะครับ)

      และเพื่อไม่ให้เหมือนการใส่ร้ายกันเกินไป ดูของจริงที่ผมสั่งซื้ออะมิโน 10000 จากต่างประเทศมากินเองดีกว่าครับ จะได้หายสงสัย เพราะผมพูดในสิ่งที่ผมมีข้อมูลเท่านั้น  (ของที่ขายให้เพื่อนสมาชิก ผมจะใช้ของ อย. แต่ของที่ทานเอง ผมจะรับผิดชอบตัวผมเองครับ) และรูปภาพและใบเสร็จที่ผมแสดงให้ดูข้างล่างนี้ ผมสาบานได้ว่าเป็นของจริงทุกชิ้นครับ
 


 

สั่งซื้ออะมิโน 90 เม็ดมา 3 ขวด ในราคารวมค่าส่ง 44.42 เหรียญ


 

เจอไอ้นี่มาแปะหน้าบ้าน


 

ในเอกสารบอกว่าเสียค่าบริการแค่ 250 บาท แต่จริงๆแล้ว 2,200 บาท (ไม่มีใบเสร็จด้วย)
 

 
           คุณวิชุดา ได้โอนเงินไปให้บริษัท STI ข้างบนนี้ เป็นเงิน 2,200 บาท โดยไม่มีใบเสร็จและไม่มีหลักฐานมายืนยันให้ลูกค้าผู้อ่านบทความนี้ดูได้ จึงได้แต่บอกว่าถ้าโกหกคุณโดยโอนเงินไปให้บริษัทนี้น้อยกว่า 2,200 บาท ก็ขอให้ผม และคุณวิชุดามีอันเป็นไปแล้วกัน

           หลังจากโอนแล้ว ก็ได้รับอาหารเสริมตัวนี้มา 3 ขวด (ขนาดขวดละ 90 เม็ด) ดังภาพข้างล่างนี้ (อย่าลืมนะครับ ทั้งรูปถ่าย และหลักฐานทุกชิ้น เป็นของจริงทั้งสิ้น อาหารเสริม 3 ขวดข้างล่างนี้ก็เช่นกัน เป็นภาพถ่ายของชุดเดียวกันกับที่เกิดเหตุการณ์ในครั้งนี้ทั้งหมด)


 

 

      
สรุปอีกครั้งว่า สำหรับอาหารเสริมที่ยกตัวอย่างในชุดนี้นั้น เริ่มต้น ราคารวมค่าส่งคือ 44.42 เหรียญ คิดเป็นเงินไทยก็คือ 1,510 บาท เมื่อรวมเงินที่เดินพิธีการทางศุลกากรอีก 2,200 บาท ก็เป็น 3,710 บาท เมื่อหาร 3 (เพราะมี 3 ขวด) ก็คือ ราคาตกขวดละ 3,710 / 3 = 1,236 บาท ทั้งๆที่เมืองไทย ซื้อได้ในราคาขวดละ  780 บาท

      นี่ไงครับของจริง บางคนบอกกับผมว่าเคยเรียนเมืองนอก ซื้ออะมิโน 90 เม็ดในราคาไม่กี่ร้อย ทำไมทางเวบขายแพง ก็ราคาที่ผมซื้อมาแบบทีละหลายๆขวด ราคารวมค่าขนส่งมัน 735+ อยู่แล้ว (แบบมี อย.นะครับ)  และถ้าคุณไม่พอใจ เลยไปสั่งซื้อเองโดยตรงจากเวบเมืองนอก (ผมเห็นมีคนมาโพสไว้ในกระดานข่าวด้วย) ก็จะเจอแบบผมไงครับ แทนที่ซื้อกับทางเวบในราคาขวดละ 780 บาท ก็จะกลายเป็นต้องจ่ายขวดละ 1,236 บาท ในจำนวน 90 เม็ดต่อขวดเท่ากัน ตามภาพที่ผมลงไว้ให้ดูข้างบนนี่ไงครับ แล้วหลักฐานทั้งหมดผมก็ไม่ได้แต่งเติมอะไรทั้งสิ้นครับ

      แล้วคุณคิดดู ผมเอาเข้ามาแค่ 3 ขวด มันยังทำให้ต้นทุนอะมิโนสูงถึงขวดละ 1,236 บาท (90 เม็ด) แล้วคนที่หิ้วมาขายน่ะ เอาเข้ามามากกว่าครั้งละ 3 ขวดอยู่แล้ว ต้องเจอภาษีที่สูงกว่าผมเยอะมากๆ ถึงจะบอกว่ารู้จักกับศุลกากร เขาก็ไม่ได้ให้เอาเข้าฟรีๆหรอกครับ เหมือนตัวผมเองที่เป็นตำรวจ แล้วเวลามีคนจะให้ช่วยดูคดีของญาติเขาที่แจ้งไว้กับร้อยเวรคนอื่น ผมก็คงไปขอให้ร้อยเวรคนนั้นช่วยผมฟรีๆไม่ได้หรอกครับ จริงไหม? แล้วเอามาขายถูกๆน่ะ มันทำได้จริงเหรอ

      ซื้อของปลอมในราคาถูกแล้วนำไปขายต่อ ก็จะเป็นบาปกรรมติดตัวคุณไป  ถ้าเอาของปลอมมากินเอง ก็ระวังสุขภาพตัวเองไว้ด้วยนะครับ

      อนึ่ง - ก็มีบางท่านนะครับ ที่ซื้อของจริงแล้วหิ้วเข้ามาขาย อันนี้ก็ไม่ว่ากันครับ คือไม่ใช่ว่าคนหิ้วของเข้ามาขายจะต้องทุจริตทุกรายไป  ผมพูดเตือนไว้สำหรับคนที่ตั้งหน้าตั้งตาเปิดเวบขึ้นมาขายตัดราคาคนอื่นอย่างเดียว จนลืมไปว่าราคาที่ตัวเองตั้งไว้นั้น มันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย ก็เลยจับพิรุธได้น่ะครับ  และการที่ผมตักเตือนก็เพราะว่า ถ้าคุณขายอาหารเสริมยี่ห้ออื่น ผมก็ไม่ตามรังควาญอยู่แล้ว แต่การที่คุณเอาอะมิโน 10000 มาขายตัดราคากับเวบผม มันก็เลยทำให้เพื่อนสมาชิกที่เชื่อใจผมมานาน รู้สึกคลอนแคลนว่าผมขายของแพง ผมจึงต้องชี้แจงให้ทราบ และการชี้แจงของผมก็เลยทำให้คุณต้องเจ็บตัวไปด้วยน่ะครับ  ต้องไม่ลืมนะครับว่าอาหารเสริมของผมมี อย.ทุกตัว และซื้อผ่านตัวแทนที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่มีของปลอมครับ   บางคนดูแล้วเหมือนผมกำลังทะเลาะกับเวบอื่นด้วยเรื่องผลประโยชน์ แต่ว่ากำไรที่ผมได้มาไม่กี่สิบบาท เดือนหนึ่งรวมแล้วก็ไม่กี่ร้อยบาท ผมเอามาจ่ายค่า
Host ,ซื้อหนังสือมาแปลให้เพื่อนสมาชิกได้อ่านกันทั่วหน้าอีกด้วย  อย่างน้อยก็ยังใช้หลักการของฝรั่งที่ว่า Take and Give ือมีรับแล้วก็มีให้ ไม่ใช่รับอย่างเดียว เหมือนบางคนที่ไม่รู้จะเอาเงินไปเก็บไว้ไหน ปลวกกินแบ็งค์พอดี

      23.ข้อสังเกตุอย่างหนึ่งสำหรับอาชีพอื่นของนักเพาะกายที่ดังๆ คือธุรกิจเกี่ยวกับ "อสังหาริมทรัพย์"  ตั้งแต่รุ่นอาร์โนลด์  ชวาลเซเนกเกอร์ แล้ว แรกๆอาร์โนลด์จะขายอาหารเสริมทางไปรษณีย์ก่อน ตอนหลังเปลี่ยนเป็นเอาเงินรางวัลจากการประกวด ไปซื้อตึกแถวให้คนอื่นเช่า แล้วก็จะทำธุรกิจเกี่ยวกับการให้ขาย - ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์มาตลอด และยังเขียนเอนไซโคปิเดียเรื่อง เรียลเอสเตท เล่มใหญ่ไว้อีกเล่มหนึ่งด้วย

      ที่อาชีพเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ เหมาะกับนักเพาะกายก็เพราะ (ตามความคิดของผมนะครับ) เวลาที่คุณอยู่ในโรงยิม ดอกเบี้ยหรือค่าเช่ามันก็เพิ่มพูนรายได้ให้คุณตลอดเวลา โดยไม่ต้องไปทำงานที่ออฟฟิศแบบไปเช้าเย็นกลับเหมือนคนทั่วไป ประกอบกับการเอาใจใส่ต่อการฝึก ยิ่งทำให้คุณไม่อยากไปเที่ยวไหน เงินก็เลยมีเยอะขึ้นไงครับ

หมายเหตุ - นอกเหนือจากอาร์โนลด์แล้ว ยังมีนักเพาะกายระดับ
Top Ten ทั้งนั้น ที่มาจับธุรกิจเกี่ยวกับเรียลเอสเตท กันหมด จนจำชื่อไม่หวาดไม่ไหว สงสัยคงจะทำตามรุ่นพี่ (คือคุณอาร์โนลด์นั่นเองครับ)
 

ลูกศรชี้ คือเวลา 00.00 น. ของวันที่ 1 มิถุนายน 2552 วันเกิดผม แต่ผมยังนั่งทำตารางฝึกอยู่เลยครับ