|
จากใจ webmaster วันที่ 7 พ.ย.43 | |
| สวัสดีครับ เพื่อนๆสมาชิกทุกท่าน เข้าหน้าหนาวแล้วครับ ผมคงจะไม่บอกให้ เพื่อนๆนอนห่มผ้าเพราะกลัวจะเป็นหวัดหรอก เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่า พวกเราทุกคน ล้วนแต่มีสุขภาพแข็งแรงกันทั้งนั้น ก็ขึ้นชื่อว่านักกล้าม มันก็ห่างภัยจากโรคภัยไข้เจ็บ โดยธรรมชาติอยู่แล้ว จริงไหมครับ สำหรับความเปลี่ยนแปลงอาทิตย์นี้ ก็มีเรื่องการติดต่อ ทางโทรศัพท์กับผมน่ะครับ พอดีต้องขอขอบคุณ คุณหนุ่ย คุณแดง คุณสุ คุณรัฐ แล้วก็อีกหลายคน ที่เป็นธุระเรื่อง หาโทรศัพท์มือถือ มาให้ผมใช้ ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มใช้งานแล้วนะครับ เบอร์ 01 - 3129627 ลำพังเงินเดือนคงไม่มีพอซื้อใช้หรอกครับ ก็ได้ท่านเหล่านี้ ช่วยหาบริจาคให้ คงจะติดต่อกับผมได้ง่ายขึ้นนะครับ | |
| เพื่อนบางคน ที่เคยเมลล์มาถามผม เกี่ยวกับปัญหาต่างๆ แล้วผมเอาไปรวมตอบ ในตารางฝึกให้ ซึ่งทำให้เกิดปัญหาคือ เมื่อตารางฝึกยังไม่เสร็จ การตอบปัญหาก็ล่าช้าตามไปด้วย ดังนั้น หากเพื่อนๆอยากรู้คำตอบเร็วๆ ก็โทรเข้ามาถามทางมือถือก็ได้นะครับ ไม่ต้องอายหรอกครับ ถ้าต้องการความรู้น่ะ ไม่มีใครว่าหรอกครับ เพราะยิ่งคุณรู้คำตอบของปัญหาได้เร็วเท่าไร คุณก็แก้ปัญหาตัวเองได้เร็วเท่านั้น อย่างน้อยเมื่อคุณประสบความสำเร็จ ผมก็จะได้ภูมิใจว่า เป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของคุณด้วย แต่ขอไว้นิดนึงนะครับว่า ช่วงหลังสี่โมงเย็นน่ะ ผมไม่รับโทรศัพท์แล้ว เพราะว่าเป็นช่วงเตรียมออกกำลังกายของผม ส่วนเวลากลางคืน ก็เป็นเวลาทำเวบไซท์แล้วล่ะครับ | |
| มีอยู่ครั้งหนึ่ง สมัยนั้นมีนิตยสาร เกี่ยวกับการเพาะกายฉบับดังของไทยขายอยู่ เขาลงโฆษณาไว้ว่า ต้องการคนช่วยขายอาหารเสริม หรือหาสายขายให้ ผมก็โทรไปที่สำนักพิมพ์ ไม่รู้ใครรับสาย แต่คิดว่าคงจะใหญ่ที่สุดในนั้น เพราะมีการโอนสายไปให้ ผมเองชอบค้าขายอยู่ ก็ต้องการจะช่วยเขาขายให้ ก็บอกไปว่า ต้องการจะช่วยขาย เขาก็ถามว่า "แล้วเป็นอะไร" ซึ่งผมไม่เข้าใจความหมายเขา ผมนึกว่าเขาถามผมว่า ผมทำอาชีพอะไร ก็เลยตอบไปว่า "เป็นนักเรียนนายร้อยครับ" ดูเหมือนเขา จะไม่สบอารมณ์ คล้ายกับว่าตอบไม่ตรงคำถามเขา เขาตอบกระโชกโฮกฮากมาว่า "ผมหมายถึงว่าคุณ ต้องการรับไปเดินขายตามยิม หรือว่าจะตั้งร้านแล้วรับไปขาย" ผมฟังแล้วเลือดขึ้นหน้า ไม่ใช่เรื่องที่ว่าจะตั้งร้าน หรืออะไรนั่นหรอก แต่ไม่ชอบน้ำเสียงที่เขาพูดกับผม อาการนี้ ผมมาทราบทีหลัง ตอนที่ผมทำธุรกิจส่วนตัว แล้วมีลูกน้องมากๆ เวลาทำอะไรไม่ได้ดังใจ ผมก็ตวาดเหมือนกัน แต่อย่างเดียวที่ไม่เหมือนกันคือ ถ้าขึ้นชื่อว่าลูกค้าแล้ว จะทำเช่นเดียวกันกับลูกน้องคุณไม่ได้เลย | |
| ตอนนี้ นิตยสารฉบับนั้นก็ปิดตัวลงไปแล้วนะครับ เราก็ไม่พูดถึงเขาอีก แต่จุดที่ผมนำมาพูด ก็คือ ผมต้องการจะสื่อสารกับคุณทั้งหลายว่า ทัศนคติของผมนั้น เพื่อนสมาชิก มีความสำคัญที่สุด ถือว่าเป็นลูกค้าคนหนึ่งของผมเลย และผมก็ยึดถือเช่นนี้มาตลอด ไม่ว่าจะทำการค้าอะไร ดังนั้น ถ้าเพื่อนๆคนไหน ยังกลัวว่าโทรศัพท์มาหาผม แล้วผมจะไม่สบอารมณ์ละก็ อย่าคิดเช่นนั้นเลยครับ เพราะผมจะไม่ปฏิบัติตัวเหมือน คนของนิตยสารฉบับดังกล่าวนั้นเด็ดขาด | |
| เรื่องต่อไปที่อยากคุยกับเพื่อน ก็คงเป็นเรื่องของการทำตารางฝึกน่ะครับ คงได้เห็นที่ผมเอามาให้ดูแล้วนะครับ สำหรับตารางสมบูรณ์ ถ้าใครยังไม่เคยเห็น ก็คลิ๊กที่นี่ครับ นี่เป็นตารางหนึ่งในหลายอัน ที่จ่อคิวรอทำให้เสร็จ กว่าจะได้อันหนึ่งๆ ไม่เใช่เรื่องเล่นๆเลยครับ ต้องใช้กระดาษเอสี่ ร่างถึง 5 ใบด้วยกัน นั่งแก้ นั่งทำอยู่ถึง 3 อาทิตย์ ทุกอย่างจะต้องคำนวณไว้อย่างดีเยี่ยม ต้องใช้ศาสตร์ทุกอย่างที่เคยศึกษามาเลยทีเดียว ผมเคยเห็นตารางฝึก ที่เขาเคยทำๆให้กัน ก็มีแต่บอกว่า ต้องฝึกท่าอะไรบ้าง เรียงลงไป หนึ่ง สอง สาม สี่ นอกนั้นไม่บอกอะไรเลย แต่ของผมนั้น จะออกแบบไปถึงการผสมกัน ระหว่างภารกิจประจำวัน กับการเพาะกายด้วย ว่าอย่างไรจึงจะสมดุลย์กัน บางคนเห็นว่า ทำไมถึงต้องกำหนดมามากขนาดนี้ สาเหตุก็เพราะ บางท่านยังไม่เข้าใจว่า จะเพาะกายให้ได้ผล หรือจะทำให้คนอื่นเรียกเราว่า นักกล้ามน่ะ อย่างไหนถึงจะเรียกว่า ทางสายกลาง ก็ที่ผมกำหนดให้ในตารางฝึกนั่นแหละครับ คือทางสายกลางแล้ว ถ้าเพื่อนมองว่ามันยุ่งยากมากไป ก็แสดงว่าที่ผ่านมานั่น เพื่อนยังฝึก และยังปฏิบัติตัวในการสร้างกล้าม ได้ไม่เข้มข้นพอครับ อาหารเสริมก็ไม่เคยทาน วอร์มกล้ามเนื้อก็ไม่เคยทำ แต่พอมาเห็นในตารางฝึก ถึงได้รู้ว่า ต้องวอร์มถึง 6 เซท ต้องทานอาหารเสริมวันละ 8 เม็ด ซึ่งถ้าสงสัยว่า ทำไมต้องเป็นอย่างนั้น ทำไมต้องเป็นอย่างนี้ ก็ลองโทรศัพท์มาคุยกันครับ | |
| สุดท้ายนี้ ก็ข้อคิดไว้ว่า นักเพาะกายนั้น การที่จะได้กล้ามสวยงาม เขาต้องมีวินัย มีความมานะ และต้องฝึกอย่างหนัก เพียงแต่คนอื่น ไม่ทราบเท่านั้นเอง ก็เหมือนกับเป็ดเคลื่อนที่ไปบนผิวน้ำ ทุกคนเพียงแต่เห็นมัน เคลื่อนที่ไปข้างหน้า หารู้ไม่ว่า ขาทั้งสองข้างของมัน ออกแรงแหวกว่าย อยู่ใต้น้ำอย่างแข็งขัน | |