จากใจ webmaster วันที่ 6 ตุลาคม 2543

            สวัสดีครับ เพื่อนๆสมาชิกทุกๆท่าน เดือนตุลาคมแล้ว อีกไม่กี่วันก็จะสิ้นปีอีกแล้วนะครับ สำหรับเพื่อนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับผม ก็คงคิดว่าเวลาผ่านไปเร็วน่าดู ส่วนน้องๆ ที่อายุยังเป็นวัยรุ่นอยู่ ก็อย่าประมาทครับ ครั้งหนึ่งผมก็เคยอายุเท่ากับน้องๆนะครับ เริ่มเพาะกายเสียตั้งแต่วันนี้ บางทีอนาคต เราอาจจะมีนักเพาะกายไทย ที่ต้นแขนขนาด 22 นิ้วเท่าเทียมฝรั่งได้ ซึ่งฝรั่งเขาทำได้เป็นเรื่องปกติกันแล้ว แต่ของไทย ใหญ่สุดตอนนี้ ก็ 19 นิ้วเท่านั้น
            เพื่อนที่ได้อ่าน เวบไซท์ส่วนตัว ที่ผม update หน้าแรก ให้ทุกๆอาทิตย์แล้ว ก็คงจะมีความเข้าใจโลกเพาะกายมากขึ้นนะครับ มันมีหลายอย่าง ที่ผมไม่สามารถนำมาพูด ในส่วนกลาง คือในเวบหน้านี้ได้ เพราะอาจไปกระทบกระเทือนหลายๆด้าน เพาะกายเป็นกีฬาที่ มักมีคนเสนอตัวขึ้นมา ว่ารู้ดีอย่างนั้น รู้ดีอย่างนี้เสมอ เป็นเหตุให้เกิดความสับสน แต่ละคนก็ว่าตำราตัวเองถูก ตัวผมเองนั้น ไม่ถือว่ามีความรอบรู้ในเรื่องเพาะกายดีหรอกครับ แต่ผมถือว่า คนที่เขียนตำรา แล้วผมเอามาแปลน่ะ คือคนที่รอบรู้ต่างหาก ดังนั้นหากจะยกความดีให้ ผมก็ขอยกให้คนเขียนตำราครับ ไม่ใช่ตัวผมเอง 
            เพื่อนๆที่อ่านเวบผม คงจะประจักษ์ด้วยตัวเองแล้วนะครับว่า มันมีหลายทฤษฎี หลายแนวความคิดจริงๆ แชมป์หลายคน ใช้ทฤษฏีของเขา ในการสร้างมัดกล้าม จนเป็นแชมป์ได้ คำพูดของแชมป์ที่ว่า คุณจะต้องไม่...  กลับกลายเป็นจุดแข็ง ของแชมป์อีกคนหนึ่ง อย่างแกรี่บอกว่า คุณจะต้องเล่นท้อง ก่อนบริหารอย่างอื่น แต่ชาร์ล บอกว่าต้องบริหารท้อง  หลังบริหารอย่างอื่นแล้ว เจออย่างนี้คุณก็งงแล้ว ไม่รู้จะเชื่ออันไหน แต่ผมบอกได้เลยว่า ต้องบริหารทีหลังครับ ถ้าจะต้องให้อธิบายว่า ทำไมถึงให้ทำทีหลัง ผมก็ต้องลากเหตุผล มาอธิบายกันยืดยาว เอาเป็นว่าผมเรียกมันว่า มันเป็นตะกอนความรู้ที่สั่งสมมาน่ะครับ แต่ก็ระวังตัวเองเหมือนกัน เพราะไม่ต้องการเป็นคนชาล้นถ้วย นั่นคือผมจะต้องศึกษา หาความรู้ใหม่ๆ เพิ่มเติมตลอดเวลาแหละครับ
            เวลาที่มีเพื่อนๆถามคำถามมา บางอันก็ตลกดีครับ เช่นเล่นแล้วตัวเตี้ยลงหรือเปล่า หรือว่าไอ้ตรงนั้นจะเล็กลงหรือเปล่า แต่เราไม่ว่ากันครับ เพราะบางคนก็ไม่รู้จริงๆ คือไม่รู้นี่ เราสอนไม่ยากครับ แต่ที่รู้มาผิดๆนี่สิ พูดลำบาก พูดยังไงเขาก็ไม่เชื่อ ก็ต้องปล่อยไปตามกรรมเหมือนกัน ถ้ามีที่อธิษฐาน แล้วสมปรารถนา ผมอยากจะพูด สิ่งที่จะพูดข้างล่างนี้ แล้วให้เขาเชื่อเลย โดยที่ไม่ต้องมามัวสงสัยให้เสียเวลา ที่อยากพูดก็คือ
                          1.เลิกบอกว่า อยากได้แบบพอมีกล้ามซะที กล้ามเนื้อมันไม่ได้ใหญ่ ขนาดที่เห็นในเวบง่ายๆหรอก (ไม่อยากบอกว่า ฝรั่งเขาทานไข่วันละ 68 ใบ ถึงได้ชนาดนั้น)
                          2.เมื่อไรจะเลิกคิดว่า อะมิโนแอซิดเป็นอันตรายกับตับซะที มันเป็นอาหารเสริม ไม่ใช่ยา (ไม่อยากบอกว่า ฝรั่งเขาทานวันละ 100 เม็ด)
                          3.เลิกเล่นท่า pull over สำหรับหน้าอก และท่า sit up สำหรับกล้ามท้องซะที (เขาเลิกใช้กันจะยี่สิบปีอยู่แล้ว)
                          4.เลิกคิดว่า จะเอากล้ามท้องชัด ซะที (เคล็ดลับจริงๆ และถือเป็นแก่นของเพาะกาย ที่ไม่มีอาจารย์ที่ไหนกล้าพูด ก็คือ ต้องทำตัวเป็นคนอ้วน แล้วมารีดทีหลัง)
                          5.เลิกคิดว่า การมีเพศสัมพันธ์ จะทำให้กล้ามไม่โตซะที (มันให้ผลตรงข้ามกันเลย)
                          6.เลิกคิดว่า กินกล้วยน้ำว้า แล้วก็เม็ดแมงลัก จะทำให้กล้ามโตซะที (ถ้าดีจริง ฝรั่งต้องเอาไปวิเคราะห์ ทำเป็นอาหารเสริมแล้ว)
                          7.เลิกเคลือบแคลงว่า ความรู้เพาะกาย ที่นำเสนอ จะมีอันตรายหรือเปล่า (เพราะก่อนฝรั่งจะเขียนตำราได้ เขาต้องสัมมนาแล้ว สัมมนาอีก เขากลัวโดนฟ้อง มากกว่าบ้านเราอีก อีกอย่าง ศาสตร์ทางแพทย์ เป็นเรื่องน่านับถือก็จริง  แต่ไม่ใช่เรื่องที่ต้อง ยึดไม่ปล่อย จนไม่รับฟังด้านอื่นเลย แต่ละอย่าง เขาก็มีศาสตร์ของตัวเองเหมือนกัน วิชาความรู้เพาะกายนี้ ก็มีประวัติมากว่า 300 ปี แล้วก็พอกพูนขึ้นทุกวัน ทุกวัน )
                          8.เลิกคิดว่า เพราะตัวเองมีโรคประจำตัว จึงเล่นหนักไม่ได้ (ไม่เกี่ยวเลย ความจริงยิ่งต้องกัดฟันฝึกหนัก ไม่งั้นไอ้เชื้อมันจะส่งต่อ เป็นพันธุกรรมไปยังลูกหลานอีก อย่างปู่ทวดผม ตายตอนอายุ 34 ปีเอง ปู่รู้ตัว เลยออกกำลังแต่ยังเด็ก อยู่ได้จนอายุ 85 ปี )
                          9.อันสุดท้ายนี่ ปรารถนามากเลยครับ คืออยากให้นักเพาะกายบ้านเรา เลิกใช้สารสเตอรอยด์ซะที กล้ามโตช้าหน่อย แต่ปลอดภัยกว่ากันเยอะ (ฝรั่งใช้แล้วตาย ก็ช่างเขาครับ ผมไม่สนใจหรอก สำหรับผมแล้ว คนไทยมาอันดับหนึ่งครับ)
            ตอนนี้ผมมีหนังสือพ๊อกเกตบุค เรื่อง "มาดสุภาพบุรุษ" ครับ ดูแล้วมีประโยชน์มาก และคิดว่าจำเป็นมากสำหรับนักเพาะกายครับ ผู้ชายน่ะ ถ้าจะแมน มันต้องแมนทั้งกาย และใจครับ ลองคิดภาพคนรูปร่างใหญ่ๆ แต่ว่าลุกให้ผู้หญิงบนรถเมลล์นั่งสิครับ โอ้.. ขนาดผมผู้ชายแท้ๆ ผมเห็นอย่างนี้ยังอึ้งเลยครับ ไม่ลองคิดว่า ถ้าเป็นผู้หญิงน่ะ เขาจะแอบปลื้มคุณขนาดไหน เพียงแต่เขาไม่กล้ามาบอกให้คุณฟังเท่านั้นเอง กำลังจัดพิมพ์อยู่นะครับ อ่านกับผมดีกว่า ไม่ต้องไปเสียตังค์ซื้อมาอ่าน
            สุดท้ายนี้ ก็ฝันอยากจะให้ เพื่อนๆที่เล่นกล้ามเพื่อความคมอย่างเดียว ลองหันมาสร้างความหนากันดีกว่า ผมว่าดูดีกว่ากันเยอะเลย ดูนักมวยไทย ชุดโอลิมปิคนี่ เป็นตัวอย่างที่ดี พวกเขากล้ามชัด แล้วก็แข็งแรง แต่ลองมาใส่เสื้อผ้าธรรมดา ไม่มีใครดูออกหรอกครับ เพราะความคมมันถูกเสื้อปิดไว้ แต่ความหนาน่ะ ปิดยังไงก็ไม่มิด ลองเอาไปคิดทบทวนนะครับ