|
จากใจ webmaster (4
ก.ค.43) |
| |
สวัสดีครับ
ผมเขียนถึงเพื่อนติดๆกันสองอาทิตย์เลย
ช่วงนี้พอมีเวลาบ้างน่ะครับ
ก่อนอื่นเลยต้องขอขอบคุณเพื่อนๆ
ที่ให้การสนับสนุนเรื่อง
การจัดซื้ออาหารเสริม
สั่งซื้อเข้ามาทุกวัน
ดีครับ เพราะว่า อะมิโนแอซิด
ที่เราใช้นี้เป็นตัวเดียวกับที่
นักเพาะกายฝรั่ง
ที่ผ่านตามาในเวบนี้ใช้กัน
ไม่ต้องไปติดยึดที่ยี่ห้อนะครับ
เพราะเพื่อนบางคน
อาจได้อ่านนิตยสารต่างประเทศแล้ว
ไม่ได้เห็นยี่ห้อนี้อยู่
นั่นก็เพราะนักเพาะกายของฝรั่งเขาจะมีบริษัทอาหารเสริม
ต่างยี่ห้อกันเป็นสปอนเซอร์
ต่างคนต่างค่ายก็ว่าอาหารเสริมของตัวเองดี
โหมโฆษณากันมาก
แต่จริงๆแล้วส่วนประกอบสำคัญๆ
ก็อันเดียวกัน
ส่วนเรื่องที่สงสัยกันเกี่ยวกับครีเอทีนนั้น
ผมก็ทานตัวนี้อยู่เหมือนกัน
แต่ราคาแพงครับ
ตกเม็ดละ 56 บาท
ผมใช้ของจีเอ็นซี
ซื้อขวดละ 2,250 บาท
แต่ถ้าถามผมว่าจำเป็นไหม
ตอบได้เลยว่าถ้าเทียบกับอะมิโนแล้ว
เอาครีเอทีนเก็บเข้าหิ้งไปเลยครับ
ครีเอทีนเป็นตัวที่ให้พลังงาน
คือทำให้คุณมีแรงยกน้ำหนักได้
แต่ถ้าคุณไม่มีอะมิโนมาสร้างใยกล้ามเนื้อแล้ว
มันก็ไม่เกิดผลอะไร
ไม่ใช่ว่าครีเอทีนไม่มีประโยชน์นะครับ
คือถ้าคุณมีงบประมาณพอ
ก็ทานทั้งสองตัวควบคู่ไปกับอะมิโนก็ได้
แต่ผมยังไม่เห็นความสำคัญ
ในการทำตลาดอาหารเสริมตัวนี้
ย้อนกลับมาที่เรื่องของเราต่อดีกว่า
ผมกำลังจะบอกว่า
ตอนนี้เพื่อนที่ใช้อะมิโนแอซิดนั้น
ก็คือเรามีทุกอย่างที่พวกนักเพาะกายฝรั่งเขาใช้กันแล้วนะครับ
ดังนั้นร่างกายของคุณ จึงไม่มีข้ออ้างใดที่จะพัฒนากล้ามเนื้อตัวเอง
ให้ใหญ่โตเหมือนฝรั่งเขาไม่ได้
เพราะตอนนี้ตัวแปรเราเท่ากันแล้ว
ส่วนเพื่อนที่เริ่มเล่น
พร้อมกับทานตัวนี้อยู่
ก็ให้เล่น 11 ท่าของเดฟไปก่อนนะครับ
สัก 2 เดือน
ผมจะจัดตารางใหม่ให้เฉพาะตัวเลย
เพราะผมไปเจอ
ตารางอัดกล้ามเนื้อภายใน
3 เดือน น่าสนใจมากครับ
แต่เนื่องจากชื่อท่า
เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด
ซึ่งก็ไม่มีปัญหาครับเมื่อเราใช้
ดรรชนีท่าฝึก
เปิดดูควบคู่ไปด้วย
ติดอยู่ที่ว่า
ผมพยายามใส่ท่าใหม่ๆ
ลงไปในดรรชนีตลอด
เพื่อให้ใช้ได้ผล 100 เปอร์เซ็นต์
จึงต้องใช้เวลาบ้าง |
| |
ได้ไปอ่านในเวบบอร์ดครับ
คือความเห็นบางอันก็ไม่ถูกนัก
แต่ผมให้อิสระในการออกความคิด
โดยที่ไม่ได้ไปลบ
หรือเปลี่ยนข้อความของคุณ
แต่ผมจะมาสรุปให้ฟังในส่วนนี้ครับ
ที่เห็นๆก็มีเรื่องของ
ผลข้างเคียงของอะมิโนแอซิด
ก็พูดไปแล้วนะครับว่า
ผมเป็นคนหนึ่งที่ใส่ใจในเรื่องการทานมาก
สำหรับกาแฟ และโอวัลติน
นี่ผมยังไม่กล้าทานเลย
แม้แต่ยาทั้งหลาย
ไม่ว่าจะเป็น
พาราเซตตามอล
ยาแก้ปวดท้อง
ปวดหัวทั้งหลายแหล่ ก็ไม่ทานด้วย
ปีหนึ่งจะทาน ไม่เกิน 3
เม็ด
เพราะกลัวมีสารตกค้าง
มีอันตราย ยิ่งเหล้า
บุหรี่
ไม่ต้องพูดถึงเลย
ก็คิดเอาเองแล้วกันครับ
ว่าผมเป็นคนขี้กังวลแค่ไหน
แต่ผมใช้อะมิโนแอซิดมาตลอด
ตั้งแต่ 10 กว่าปีที่แล้ว
ตอนนั้นยังไม่มีขาย
ผมต้องซื้อแบนเนอร์โปรตีนมาทาน
วันละ 12 เม็ดทีเดียว
เพราะผมรู้ไงครับ
รู้อย่างจริงๆว่า
สารนี้จำเป็นต่อการสร้างกล้ามเนื้อ
และไม่มีอันตราย
แล้วสุขภาพผมน่ะหรือ
ก็อย่างที่บอกครับ
ผมไม่พึ่งยาอะไรทั้งสิ้น
เว้นแต่จะแย่จริงๆ เอาเป็นว่าผมเห็นพวกเพื่อนๆทานกาแฟ
หรือทานยาแก้ปวดนั่น
ปวดนี่
ผมยังหวาดเสียวเลย
กลัวเป็นอันตราย
แล้วในทางกลับกัน
เพื่อนจะกลัวอะไรกับอะมิโนแอซิด
ซึ่งเป็นตัวที่ผมเลือกทานล่ะครับ |
| |
อีกอันหนึ่ง
มีคนตั้งกระทู้ว่า
จริงเหรอที่คนเล่นกล้ามแล้วจะเป็นจุดสนใจของคนอื่น
ผู้หญิงจะชอบจริงหรือ
มันอยู่ที่มุมมองของคุณครับ
แต่ลองมองอย่างกว้างๆ
และยุติธรรมกันดีกว่าว่า
ประเด็นแรก คุณยังไม่มั่นใจตัวเองเลยว่า
คุณเล่นกล้ามแล้วคนอื่นจะมาสนใจหรือเปล่า
อย่างนี้ก็แพ้ตั้งแต่ในมุ้งแล้วครับ
ดูง่ายๆ
ผู้หญิงถ้าเขาไม่แต่งหน้า
เขาจะกล้าไปเดินห้างหรือเปล่า
เขาไม่กล้าก็เพราะเขาไม่มั่นใจ
คุณก็เหมือนกันครับ
การเพาะกายทำให้คุณมั่นใจ
ส่วนคนอื่นจะมาปลื้มคุณหรือเปล่านั้น
ก็ช่างเขาสิครับ
แต่ผมและหลายๆคนล่ะ
ที่ชอบมอง
แม้ว่าจะเป็นผู้ชายเหมือนกัน
คือมันเป็นการข่มกันน่ะครับ
เหมือนกับจะบอกว่า เฮ้ย..หุ่นอย่างนายยังไม่ใหญ่เลย
อย่ามาเดินก่างดีกว่า
ข้านี่สิใหญ่กว่า ดูซะ
อะไรทำนองนี้น่ะครับ
ตรงนี้เองทำให้เราต้อง
คอยพัฒนากล้ามให้ใหญ่ขึ้นๆ
ไม่งั้นคนอื่นจะมาบี้เราได้
สนุกดีครับ
ส่วนอีกประเด็นหนึ่งคือเรื่อง
ผู้หญิงจะชอบจริงหรือ
ผมไม่ได้บอกว่าผู้หญิงทุกคนจะชอบ
แต่ลองมองกลับกันว่า
เวลาคุณผู้ชาย
เห็นผู้หญิงที่มีหน้าอก
หน้าใจ สะโพกกลม
เป็นยังไงครับ ต้องมีปิ๊งกันบ้างล่ะ
เพราะอะไรครับ
ก็เพราะเขา
มีลักษณะของความเป็นหญิงเซ็กซี่น่ะสิครับ
กลับกัน
ผู้หญิงเขาก็ขอบมองผู้ชายเซ็กซี่เหมือนกัน
ผู้ชายที่เซ็กซี่เป็นยังไงครับ
ผอมกะหร่องหรือ เอาละ
ถ้าเกิดมาหล่อผมไม่เถียง
คือคุณจะเล่นกล้ามหรือไม่
คุณก็ได้เปรียบล่ะ
แต่ถ้าคุณเกิดมาเป็นคนทั่วไป
เหมือนผม เหมือนคุณ
การเพาะกายจะทำให้คุณใส่เสื้อแล้ว
หน้าอกเต็ม
เวลางอข้อศอกขึ้นมา
เพื่อจะหยิบของอะไรสักอย่าง
ต้นแขนคุณมันจะปูดโปนออกมา
เวลาเดินคุณก็ดูองอาจ
ถึงไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนที่ชอบ
แต่ก็ต้องมีแอบเหล่กันบ้างล่ะ
(เหมือนตอนที่คุณแอบเหล่
สาวเซ็กซี่ที่พูดไว้ข้างต้นนั่นเอง) |
| |
สุดท้ายนี้
ก็ขอฝากไว้ว่า
ถึงแม้ผมมักจะพูดว่ากีฬาเพาะกายนี้
ทำให้คุณดูสะดุดตาที่สุด
แล้วผมก็เอาไปเปรียบเทียบกับกีฬาอื่น
ไม่ว่าจะเป็นยูโด
นักบอล นักบาส
ที่ว่าต้องไปมีเรื่องชกต่อยกับคนอื่นเขาก่อน
คนอื่นถึงจะรู้ว่าคุณเป็น
หรือต้องไปเล่นในสนามบอล
สนามบาสก่อน
ถึงจะรู้ว่าคนนั้นเก่ง
ในขณะที่กีฬาเพาะกาย
ไม่ต้องทำอะไรเลย
ใครเห็นใครก็รู้
ก็ปรากฏว่ามีเพื่อนที่เข้าชมเวบผม
มีทั้งนักเทควันโด นักบาส
นักเทนนิส
แล้วก็มาคุยกับผม
อันนี้ก็ขอบอกไว้ว่า
ผมไม่ได้มีเจตนาจะไปลบหลู่กีฬาของท่านหรอกครับ
ผมไม่ได้บอกว่ากีฬาเพาะกาย
ดีที่สุด
ผมบอกแต่ว่ากีฬาเพาะกายเล่นแล้วสะดุดตาที่สุด
ดังนั้นถ้าไปกระทบกระเทือนอย่างไร
ก็ขอให้เข้าใจตามนี้นะครับ
กีฬาอื่นก็ดีครับ
ผมไม่เถียง
อย่างตอนที่ผมอยู่โรงพัก
มันมีคนเป็นโรคประสาทครับ
เป็นลูกคนมีเงิน
ไปซื้อรถโตโยต้าที่ศูนย์
แล้วก็โทรศัพท์ไปขอเงินพ่อ
ปรากฏพ่อไม่ให้
ก็ของขึ้นครับ
อาละวาดใหญ่
ปาแก้วใส่กระจกรถ เขวี้ยงนั่นเขวี้ยงนี่
ยามก็ไม่กล้าเข้าไปจับ
เพราะพี่แกอ้างทนายอย่างเดียว
อย่างว่าละครับ
ได้ยินว่าทนายๆ
ยามแกก็กลัว วันนั้นผมเข้าร้อยเวรครับ
วิทยุแจ้งมา
ผมไปหาถึงที่เลย
คนก็มุงดูเต็มไปหมด ผมไปถึงก็ถอดเสื้อเครื่องแบบฝากลูกน้องไว้
แล้วเดินเข้าไปหา
ก็เพราะเราเดินดุ่ยๆเข้าไปนี่เอง
เขาก็เลยผงะ
มือยังถือชองเตรียมจะปาด้วย
ผมเข้าชาร์จตัวคนเดียวเลยครับ
ก็ได้วิชายูโดที่เรียนสมัยนักเรียนนายร้อยนี่แหละครับ
ทุ่มไปเลย
ก็เท่ห์ระเบิดครับ
เราเล่นกล้ามแล้วใส่เสื้อยืดแขนกุดด้วย
โชว์กล้ามซะหน่อย
จากนั้นลูกน้องก็เช้ามาช่วย
แต่ผมสั่งไว้ไม่ให้ใส่กุญแจมือ
เพราะเราก็ต้องมองดูว่า
เขายังไม่ได้ทำร้ายใคร
ก็ให้ลูกน้องคุมตัว
จะขึ้นรถ
ปรากฏว่ายังไม่จบครับ
ดิ้นจนหลุดมือลูกน้อง
ถึงตรงนี้ก็บอกได้เลยว่า
ใครยังไม่เคยจับคนบ้า
ไม่รู้หรอกครับ
ว่าพวกนี้แรงเยอะจริงๆ
อย่างนี้ผมก็ต้องแสดงฝีมืออีกรอบ
อยู่ครับ เรียบร้อย
คนบ้าก็บ้าเถอะ
เราเล่นกล้ามมาหลายปีแล้ว
มันคนละชั้นครับ (ผมจับคนร้ายด้วยมือเปล่า
ตัวต่อตัวมาประมาณ 6 คดี
แต่ไม่แนะนำให้ทำตาม
หรือไปมีเรื่องกับใครนะครับ
อันนี้มันเป็นหน้าที่ครับ)
ก็สรุปว่าถ้าเราเป็นนักเพาะกาย
ก็ไม่ได้หมายความว่า
ไม่ให้เล่นกีฬาอื่นเลย
อย่างอื่นก็มีประโยชน์ครับ
เพียงแต่ว่า
ประสบการณ์ของผม
มันทำให้ผมคิดเช่นนั้น
อย่างเพื่อนผมที่สมัยเรียน
เป็นนักดาบสากลทีมชาติ
เป็นนักบอลทีมชาติ
รักบี้ทีมชาติ
ไปเจอกันที่งานแต่งงานเพื่อน
เมื่อเดือนก่อน
ก็ต้องตกใจละครับ
เพราะอ้วนอุ้ยอ้าย
หมดสภาพอดีตนักกีฬาไปแล้ว
ในขณะที่ผมกลับใหญ่ขึ้น
ใหญ่ขึ้น
จึงเห็นได้ชัดว่า
ผมเลือกกีฬาได้ถูกจริงๆ
พวกเขาล้วนแต่สูญเสีย ดวงตาเสือ
ไปแล้ว ดวงตาเสือ
คือดวงตาที่มุ่งมั่น
ไขว่คว้าหาชัยชนะ
ดวงตาที่ข่มคู่ต่อสู้
อย่างที่พวกเขาเคยมีตอนสมัยที่เป็นนักกีฬาทีมชาติ
ตอนนี้คุณอาจยังไม่เห็นภาพ
แต่เมื่อคุณสูงอายุขึ้นมาเท่าผมตอนนี้
ก็จะรู้ว่าถึงคุณจะมีไฟ
มีทักษะอยู่
แต่สังขารคุณก็สู้เด็กรุ่นใหม่
ที่ขึ้นมาแทนที่คุณไม่ได้แล้ว
ผิดกับกีฬาเพาะกายของผม
ที่ยิ่งนานปีขึ้น
กล้ามเนื้อก็พัฒนาขึ้น
เด็กรุ่นใหม่เข้ามา
ก็ต้องเจอดวงตาเสือของผม
ดวงตาที่กำราบเด็กรุ่นใหม่ได้
เพราะตัวผมเองก็เคยโดนมากับตัว
สมัยที่ผอมกระหร่อง
แล้วไปขอความรู้ตามยิมต่างๆ
ดังนั้น
มาเอาจริงกับการเพาะกายดีกว่าครับ
สร้างดวงตาเสือเสียตั้งแต่วันนี้
แล้วเมื่อวันเวลาผ่านไป
คุณจะไม่เสียใจ
ที่เลือกให้ความสำคัญกับกีฬา
ที่ไม่ต้องรีไทร์ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง
30 ปี ตัวนี้ครับ |
|
|