| เฟล็ก
วีลเลอร์ ฮาร์ดบอดี้ (รหัส ดี สอง - สอง - ศูนย์) |
![]() |
| (ข้างบนนี้คือปกเทปต้นฉบับ ของผมเป็นอีกแบบหนึ่งครับ) |
| ข้างล่างนี้คือภาพนิ่งของคุณเฟล็ก
วีลเลอร์ (ไม่ได้ปรากฏในเทปครับ) |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ทำไมถึงเลือกซื้อวีดีโอเฟล็ก วีลเลอร์? - ชุดนี้ผมทำเป็น ดีวีดี เอาไว้ดูเองเช่นกันครับ วีดีโอของคุณเฟล็ก แกมีสองชุด ทำห่างกันหลายปี แต่ด้วยความเบี้ยน้อยหอยน้อย เลยเลือกซื้อได้แค่หนึ่งชุด ดังนั้น วิธีเลือกของผมก็เลยเลือกเอาเทปม้วนแรกม้วนนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่คุณเฟล็กแกกล้ามสวยกว่าอีกชุดหนึ่ง อีกชุดหนึ่ง (ที่ไม่ได้เลือกนั้น) แกประสบอุบัติเหตุ กระดูกคอเคลื่อน ลองอ่านที่ โชคดีของเฟล็กซ์ (คลิ๊กเพื่ออ่าน) แล้วทำให้บริหารหนักๆแบบชุดนี้ไม่ได้ ก็เลยคิดว่าชุดนี้น่าจะเหมาะกับการบริหารปกติสำหรับคนทั่วไป เฟล็กซ์ เป็นนักเพาะกายที่มีลักษณะพิเศษคือ 1.ไม่เล่นกล้ามท้องเลยตลอดปี แกมีความคิดว่าถ้าเล่นแล้วจะทำให้กล้ามท้องมันเหนียวแล้ว แล้วจะทำให้เอวคอดกิ่วได้ลำบาก และกล้ามท้องตามปกติก็ได้รับการบริหารในเวลาที่เราบริหารท่าอื่นอยู่แล้ว เช่นท่า PRESS DOWN และการที่กล้ามท้องจะขึ้นเป็นลูกได้ ก็เกิดจากการทำให้ไขมันที่ผิวหนังทั้งตัวเหลือน้อย ก็จะเห็นเป็นลูกได้เอง 2.อาหารที่โปรดปรานและทานบ่อยที่สุดก็คือ พิซซ่า และชีส เบอร์เกอร์ ซึ่งสำหรับนักกล้ามคนอื่นแล้ว มันคือของต้องห้าม เพราะมีทั้งแป้ง ทั้งโซเดียม เพียบ เป็นจังค์ฟู๊ด (อาหารขยะ) 3.วันหนึ่งๆจะทานน้ำเยอะมาก เขาเน้นเรื่องการดื่มน้ำมากๆ (อาจจะมีผลเกี่ยวกับการไล่ไขมันให้ดีขึ้นก็ได้ อันนี้ยังไม่มีบทความวิชาการรองรับครับ) 4.ไม่ชอบให้เหงื่อออกเวลาเล่นกล้ามเลย แกให้ความคิดว่าการเล่นกล้ามให้สำเร็จนั้น ไม่เกี่ยวกับการที่เหงื่อออกหรือไม่ออก หรือจะออกมากหรือน้อย เพราะจริงๆแล้ว กล้ามจะชัดหรือเปล่า มันมาจากการเผาผลาญไขมันใต้ผิวหนังมาเป็นพลังงานในการเล่นกล้าม ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับที่คนเข้าใจว่าเวลาที่เหงื่อออก จะทำให้ผิวหนังที่อุ้มน้ำ (แล้วทำให้กล้ามไม่ชัด) เอาน้ำออกไปเสียบ้าง จะได้มองเห็นกล้ามชัดขึ้น ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด 5.เคยถูกนักเพาะกายในวงการเดียวกัน กล่าวหาว่าทำศัลยกรรมที่ "กล้ามน่อง" (แบบพวกเสริมนมให้ใหญ่ขึ้นน่ะครับ - webmaster) แรกๆแกก็คิดว่าเป็นเรื่องหยอกกันเล่น ก็หัวเราะไปตามเรื่องตามราว เอาไปเอามาข่าวลือหนาหูขึ้น ก็เลยมาโชว์ให้ดูว่ากล้ามน่อง 20 นิ้วของแกน่ะของจริง ก็จบไป 6.มีอารมณ์ขันสูง รู้สึกจะมากกว่าคนอื่นๆในบรรดานักเพาะกายที่ผมเคยดู ชอบพูดคำสบถ ขับรถเร็ว (ไม่งั้นเบ๊นซ์สปอร์ตคงไม่เละเป็นกระดาษอย่างนั้น) 7.เรียนการแสดง และตั้งใจว่าจะเข้าวงการฮอลลีวู๊ดหลังเกษียณจากการเล่นกล้ามแล้ว 8.สูง 5 ฟุตกับอีก 9.5 นิ้ว ก็คือ 173.75 เซนติเมตร 9.เลิกกับเมียเก่า แล้วแต่งกับแฟนคนใหม่ มีลูกติดจากเมียคนเดิมมาให้แฟนใหม่เลี้ยงด้วย 10.ปี 1993 (พ.ศ.2536) ได้แชมป์รายการใหญ่ 4 รายการรวดในปีเดียว (แต่ไม่ได้มิสเตอร์โอลิมเปีย) ได้แก่รายการ Pro Ironman Invitationnal รายการ Arnold Schwarzenegger Classic รายการ French Pro Invitational รายการ German Pro Invitational โดยใน 3 รายการนี้ เฟล็กได้คะเนนเต็มสมบูรณ์แบบ (Perfect Scores) ซึ่งในประวัติศาสตร์มีเพียงคุณ ไมค์ เมนเซอร์ (คลิ๊กเพื่อดู) เคยทำไว้ในรายการมิสเตอร์ยูนิเวอร์ส เนื้อหาในวีดีโอ - ในวีดีโอของคุณเฟล็กซ์นี้ ช่วงแรกเป็นการแสดงพัฒนาการของคุณเฟล็กซ์ เรื่องมีอยู่ว่าช่วงแรกๆเขาเล่นกล้ามและกินแบบเข้มงวดมาตลอด (ผมติดตามการฝึกและการทานของเขามาตั้งแต่ยังไม่อยู่ในรุ่นเฮฟวี่เวทเลย) ก็จะเห็นว่ากล้ามชัดและหนาในระดับหนึ่ง แต่ต่อมาในภาพวีดีโอที่นำมาให้ดูช่วงสองปีหลังนั้น ปรากฏว่า เกิดการพัฒนาแบบก้าวกระโดดเลย คือกล้ามทั้งหนาขึ้นมาก และยังคงความชัดอีกด้วย ซึ่งเท่าที่ติดตามดูข้อมูลจากหลายที่ ก็คือแกเปลี่ยนนิสัยการทาน โดยทานทุกอย่าง แต่ที่แปลกก็คือแกชอบทานอาหารต้องห้ามของนักเพาะกายเสียด้วย ก็คือพิซซ่า และชีสเบอร์เกอร์ นั่นแหละครับ (นักเพาะกายที่กล้ามหนาอีกคน คือคุณ ลี เพรียส (คลิ๊ก) ก็ทานอาหารขยะแบบนี้เหมือนกัน ก็คือไก่เคเอฟซีมื้อละ 2 กระป๋องใหญ่ๆ - ที่เรียกว่าอาหารขยะน่ะ หมายถึงว่าแปลตรงๆมาจาก Junk Food คืออาหารที่ด้อยคุณค่าด้านอาหารตามหลักโภชนศาสตร์นะครับ ไม่ได้หมายถึงอาหารไม่ดี) แล้วก็มีการดื่มน้ำวันละมากๆรวมอยู่ด้วย จากนั้นเนื้อหาในวีดีโอที่เหลือ จะเป็นเรื่องของการตามไปดูการออกกำลังของเขาโดยเฉพาะ แกไม่ได้พูดเป็นเนื้อหาวิชาการให้ฟัง ดังนั้น วิธีดูวีดีโอม้วนนี้ จึงเหมือนกับการที่เราต้องใช้ความสังเกตแบบเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะกล้องจะถ่ายการฝึกของเขาแบบต่อเนื่องไม่ได้ตัดต่อ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะจะได้ไม่พลาดสายตาสำหรับเทคนิคพิเศษต่างๆ (แต่ติงไว้นิดนึงคือตอนต้นเรื่อง คนถ่ายเขาเล่นกล้องมากไปหน่อยหมุนไปหมุนมา ดูแล้วมึนหัว แต่หลังจากฝึกวันแรกๆไปแล้ว วันต่อๆมาคงจะโดนต่อว่า ก็เลยถ่ายดีขึ้นมาหน่อยครับ) สิ่งที่คุณจะได้ก็คือ การเลือกท่าที่ใช้ (เช่นเล่นกล้ามขาอย่างไร ,ใช้ท่าไหน เพราะบางคนก็ว่าการเล่นกล้ามขาบางท่าทำให้ก้นใหญ่ขึ้น ก็เลยน่าสนใจว่าคุณเฟล็กซ์เลือกท่าไหนมาเล่นขา เพราะก้นของเฟล็กนั้นเล็กแต่ขาใหญ่สวยคม) ,วิธีเรียงลำดับท่าว่าเอาอันไหนขึ้นก่อนขึ้นหลัง ,จังหวะความช้าหรือเร็ว และของบางอย่างที่เขาทำเวลาบริหาร เช่นการดื่มน้ำครั้งละมากๆ พี่แกพกเป็นแกลอนเลย สังเกตให้ดีๆเปลี่ยนขวดน้ำบ่อยและจิบน้ำระหว่างพักเซทตลอด ท่าฝึกที่เตะตาก็มีพวกท่าเล่นขา (ทั้งหน้าและหลัง) ที่ใช้วิธีเล่นทีละข้างตลอด ซึ่งเขาก็ไม่ได้อธิบายว่าทำไมถึงทำอย่างนั้น ก็อย่างที่ผมบอกน่ะครับว่าเราต้องสังเกตเอาเอง ส่วนการเล่นไทรเซบ เขาเล่นซูเปอร์เซทโดยทำท่า LYING TRICEPS EXTENSION จำนวน 8 ครั้งแล้วต่อด้วยท่า CLOSE - GRIP BENCH PRESSES ทันที ทำแบบเร็วๆอีก 8 ครั้ง แปลกดีเพราะท่า CLOSE - GRIP BENCH PRESSES ตามปกติไม่ค่อยมีใครเล่นแล้ว แถมยังทำแบบขึ้นไม่สุด ลงไม่สุดอีก แต่จะว่าไปก็ต้องยกความดีให้คุณชาร์ล กลาส (คลิ๊กเพื่อดู) ที่คุณเห็นในวีดีโอนั่นแหละครับ คืออาจารย์ท่านนี้ มีความเด่นในเรื่องของการคิดท่าฝึกแบบฉับพลันทันที คือในแนวทำให้กล้ามเนื้อสับสนน่ะครับ ก็เลยมีท่าแปลกๆเอามาให้ลูกศิษย์ใช้อยู่เรื่อย อีกคนหนึ่งที่ผมเห็นใช้เทคนิคแบบนี้ (ทำให้กล้ามเนื้อสับสน โดยใช้ เทคนิคสัญชาติญาณ (คลิ๊ก)) ก็คือคุณ วินซ์ เทเลอร์ (คลิ๊ก) วัย 51 ปีครับ - คนนี้ยังเข้าประกวดอยู่ แต่คุณชาร์ล ไม่ได้ประกวดแล้ว การฝึกของเฟล็กในเทปนั้น ถึงแม้จะมีหัวเราะหรือแหย่คู่ฝึกบ้าง แต่ก็ยังอยู่ในการพักเซทที่ใช้ระบบ I GO / YOU GO (คลิ๊กเพื่ออ่าน) คือให้เพื่อนคู่ฝึกไปบริหาร ส่วนตัวเองนั่งรอ พอเพื่อนบริหารเซทนั้นเสร็จ ก็เข้าไปฝึกต่อ ไม่ได้พักนานหรือเอาแต่หัวเราะจนกล้ามเย็นตัว ที่ผมสังเกตเห็นตรงนี้ก็เพราะจะมีบางช่วงที่มีคนอยากมาคุยด้วย เขาก็จะปฏิเสธบอกทำนองว่าขอเล่นกล้ามให้เสร็จก่อนแล้วค่อยว่ากัน นั่นเป็นเพราะนักเพาะกายระดับอาชีพนั้น เขามองว่าการมาเล่นกล้ามของเขาในแต่ละครั้ง ถ้าเทียบกับคนทำงานทั่วไป ก็คือการมาทำงานในออฟฟิศนั่นเอง แต่คนที่ทำงานในออฟฟิศตัวจริงนั้น มองว่าการมาเล่นกล้ามของเขา (พนักงานออฟฟิศ) คือการมาใช้เวลาหลังจากการทำงานในออฟฟิศแล้ว ดังนั้นการที่จะคุยกับเพื่อนหรือคนอื่นๆที่มาโรงยิมก็เป็นเรื่องปกติสำหรับเขา ส่วนนักเพาะกายอาชีพนั้น เมื่อมองว่าตัวเองกำลังทำงานอยู่ (ก็คือการเล่นกล้ามอยู่) ก็เลยไม่อยากให้มีการแทรกแซง (ถูกชวนคุย) ขณะทำงานนั่นเองครับ ตรงนี้ก็เอามาเป็นตัวอย่างกับคุณได้นะครับว่าเวลาไปบริหารที่ยิมนั้น ถ้าอยากให้ดูเป็นมืออาชีพ ก็ต้องมุ่งมั่นกับการฝึก อย่าเอาโรงยิมมาเป็นที่คุยกันนะครับ แล้วถ้าไปทักคนอื่นในโรงยิมแล้วเขาไม่อยากคุยด้วย ก็อย่าไปว่าเขาหยิ่งนะครับ เพราะเขาเป็นมืออาชีพอย่างที่ผมว่าไงล่ะครับ |
|
ถ้าสนใจเรื่องนี้ ให้เมลล์มาบอกผมที่
tuvayanon@hotmail.com
ใช้หัวข้อว่า "สนใจวีดีโอ" ครับ |
|
- END - |