อ่านหน้านี้บ่อยๆครับ


       ลิงค์หน้านี้ ผมเขียนมาเพื่อย้ำเตือนเพื่อนสมาชิกในเรื่องสำคัญๆ บางเรื่องที่คุณอาจมองข้ามไปน่ะครับ  คือผมคัดมาแล้วว่า มันเป็นเรื่องที่ต้องย้ำเตือนจริงๆ น่ะครับ / และการเข้ามาอ่านบ่อยๆ ก็ถือเป็นสิ่งที่ดีครับ เผื่อคุณหลงลืมอะไร จะได้ตั้งตัวใหม่  เปรียบกับการเดินเรือ ที่เราควรดูเข็มทิศบ่อยๆ  เพราะถ้านานๆมาดูเข็มทิศที อาจจะทำให้เรือแล่นออกนอกลู่นอกทางไปไกล ยากที่จะเยียวยาได้ครับ  มาดูกันเลยครับ

       เน้นย้ำว่า อะไรคือสิ่งที่ทำให้คุณควรเพาะกาย - ให้อ่านที่ลิงค์นี้ครับ http://www.tuvayanon.net/tour1.html


       เน้นย้ำว่า การจะให้เวบเพาะกายที่คุณกำลังอ่านอยู่นี้ ดำรงอยู่ได้ สามารถทำได้สองทาง - คือ

               อุดหนุนสินค้าของเวบบ้าง เช่นที่ลิงค์   http://www.tuvagroup.com/Ffvhp-A-01-C-590315-1216.html  หรือที่ลิงค์  http://www.tuvayanon.net/shoppingf.html  หรือใช้บริการรับฝากซื้อสินค้าที่ลิงค์  http://www.tuvagroup.com/hindex.html


               บริจาคให้กับเวบบ้าง ตามที่อธิบายไว้ที่ลิงค์   http://www.tuvagroup.com/8fvbb-A-01-K-590318-1344.html


       เน้นย้ำว่า เมื่อคุณอุดหนุนสินค้าของเวบ หรือบริจาคให้กับเวบ เวลาถามคำถามเพาะกาย หรือติดต่อเรื่องอื่นๆ ( เช่นขอเปลี่ยนตารางฝึก ) ให้คุณ "แนบ" เมลล์ที่อุดหนุนสินค้า ( หรือบริจาค หรือฝากซื้อสินค้า ) นั้น มาพร้อมกับเมลล์ที่ถามคำถามด้วย - ถ้าบังเอิญว่าผมเป็นคนเข้ามาอ่านเมลล์เอง ก็ไม่ต้องแนบเมลล์การอุดหนุนสินค้า หรือเมลล์บริจาคมาก็ได้ครับ ผมจะตอบให้เลย / แต่ถ้าเป็นทีมงานเพาะกายเข้ามาดูเมลล์ก่อนผม เขาจะบริหารจัดการไม่เหมือนผม  ทีมงานเขาจะดูจากรายการสั่งซื้อ ( หรือบริจาค หรือฝากซื้อสินค้า ) ของคุณก่อนเลยว่าอยู่ใน ช่วง 2 - 3 เดือน ( นับลงไปจากเวลาปัจจุบัน ) หรือเปล่า


       ปัญหาเพาะกายต่างๆที่คุณถามเข้ามานั้น ผมสามารถตอบให้คุณเข้าใจได้ แต่ที่คุณไม่ได้รับคำตอบนั้น มันเป็นเพราะ ผมไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้เปิดเมลล์ของคุณ น่ะครับ ( เมลล์ของคุณ โดนทีมงานสอยไปเสียก่อน )  



thisismoney.co.uk

       เน้นย้ำว่าสถานภาพทางการเงินของผม มีผลต่อการ Update เวบ และการตอบเมลล์อย่างเต็มๆ - เพื่อนสมาชิกคงทราบแล้วใช่ไหมครับว่า เดี๋ยวนี้โปรแกรม Adobe photoshop และ Adobe illustrator ต้องใช้การ "เช่า" ในราคาเดือนละ 900 บาท "ต่อโปรแกรม" ( สองโปรแกรม ก็เป็น 1,800 บาทต่อเดือน ) / ซึ่งสองโปรแกรมนี้เป็นหัวใจหลักของการทำเวบ ที่ผมขาดไม่ได้ / และมันเป็นรายจ่ายอันใหม่ที่พึ่งเกิดขึ้น

       กำลังใจจากเพื่อนสมาชิกก็เป็นสิ่งสำคัญ แต่สำหรับการอยู่รอดของเวบแล้ว มันต้องขึ้นกับปัจจัยด้านการเงินด้วย คือว่า ผมไม่สามารถบอกกับบริษัท Adobe ได้ว่า ผมขอให้กำลังใจบริษัท Adobe แล้วขอสิ่งตอบแทนเป็นการใช้โปรแกรมฟรีได้ไหม? หรือผมขอให้กำลังใจบริษัท Yahoo แล้วขอใช้ Host ฟรีได้ไหม? หรือผมขอให้กำลังใจบริษัทที่ทำหนังสือ Flex และ Muscle Development แล้วขอหนังสือมาแปลฟรีได้ไหม แปลเสร็จแล้วจะส่งคืน ฯลฯ

       ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2558 ถึงเดือนกรกฏาคม 2558 เป็นเวลาเกือบ 5 เดือนที่ผมไม่ได้ Update เวบเลยนั้น ก็เพราะผมต้องการจะซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ซึ่งราคาหมื่นกว่าบาท   แต่รายได้จากเวบไม่เพียงพอ ผมจึงต้องออกไปหางานข้างนอกทำเพื่อเก็บเงินซื้อคอมฯ  และด้วยการออกไปหางานข้างนอกทำนั่นเอง ที่ทำให้การ Update เวบต้องหยุดชะงักลงติดกันถึง 5 เดือน

       และหลังจากได้เครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่แล้ว ผมก็ต้องเตรียมรับมือกับค่าเช่าโปรแกรม Adobe photoshop และ Adobe illustrator แบบรายเดือน อีก ( เดือนละ 1,800 บาท ) / ส่วนค่าเช่า Host มันยังเป็นแบบ 3 เดือนจ่าย 1 ครั้ง ก็ยังพอยืดวิกฤตออกไปได้บ้าง

       การที่ผมต้องทำให้เวบอยู่รอด ด้วยการออกไปหางานพิเศษข้างนอกทำ มันมีผลกับการ Update เวบ และยังรวมไปถึงการที่ผมแทบไม่ได้อ่านเมลล์ของเพื่อนสมาชิกเลย เพราะว่าทางทีมงานเพาะกายคงจะคัดกรองแบบสุดฤทธิ์ คือให้ผมตอบเฉพาะเพื่อนสมาชิกที่ช่วยซื้อสินค้า หรือไม่ก็ช่วยบริจาคเท่านั้น ( ทีมงาน มักมาคัดกรองเมลล์ตอนที่ผมไม่อยู่หน้าจอ  นั่นหมายความว่า หากเดือนไหนผม มีรายได้เพียงพอ จากการขายอาหารเสริม หรือการบริจาคแล้ว ผมก็ไม่ต้องออกไปหางานพิเศษข้างนอกทำ และมีเวลาอยู่หน้าจอมากขึ้น ดังนั้น เมื่อเพื่อนสมาชิกเมลล์เข้ามา แม้ว่าจะไม่ได้อุดหนุนสินค้า หรือช่วยบริจาคเวบเลย แต่ผมก็ได้อ่านเมลล์ของคุณ เพราะผมอยู่หน้าจอพอดี )
 

       ถ้าคุณไม่ได้ช่วยซื้อสินค้าจากเวบ หรือว่า ไม่ได้ช่วยบริจาคให้กับเวบเลย  ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรนะครับ คือผมเองก็เข้าใจดีว่าทุกคนก็ไม่ได้มีเงินมีทองมากมาย ( ก็เหมือนตัวผมนั่นแหละ )  เพียงแต่ว่า ก็อยากให้ "ทำใจ" เรื่องการ Update เวบที่มาบ้าง หายบ้าง ,หรือการตอบเมลล์ ที่ทางทีมงานเพาะกาย อาจจะกันเมลล์ของคุณออกไป ไม่ให้ผมได้อ่าน ได้ตอบ ( ยกเว้นในกรณีที่ผมนั่งอยู่หน้าจอพอดี  และได้อ่านเมลล์ของคุณ ผมก็จะตอบให้ครับ ถ้ายังตอบไม่ทัน ผมก็จะเก็บเมลล์ของคุณเอาไปเก็บไว้ในโฟลเดอร์ส่วนตัวของผม เพื่อตอบในวันหลังให้ครับ )

       และก็ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกอีกหลายท่าน ที่ทั้งช่วยสนับสนุนอาหารเสริม และช่วยบริจาคให้กับเวบ และก็ต้องขอโทษที่ทั้งๆที่ช่วยซื้ออาหารเสริม และช่วยบริจาคให้กับเวบแล้ว แต่ตัวท่านก็ยังต้องมาเจอกับวิกฤตเรื่องการที่เวบไม่ Update ไปด้วย / นั่นก็เพราะว่าจำนวนเงินที่ท่านช่วยอุดหนุนสินค้า ช่วยบริจาคเข้ามาให้กับทางเวบนั้น มันยังไม่พอที่จะทำให้เวบอยู่รอดได้ ผมจึงต้องออกไปหางานพิเศษอื่นๆข้างนอกทำ เพื่อช่วยเพิ่มรายได้  "แต่ก็ยังดีกว่าที่ท่านไม่ช่วยอุดหนุนสินค้า หรือไม่ช่วยบริจาคให้กับเวบเลย" / ต้องขอขอบคุณไว้ ณ.ที่นี้ด้วยครับ เพราะถือว่าท่านได้ช่วยทำบุญให้กับส่วนรวม คือมีส่วนช่วยให้เวบเพาะกายของเราอยู่รอดต่อไป ให้คนส่วนใหญ่ได้อ่านกัน 



       เน้นย้ำว่า อย่าคิดว่าจะหาข้อมูลเพาะกายทุกอย่าง "ที่ถูกต้อง" ได้ที่ Google - บางคนคิดว่า "ไม่ต้องแคร์" เวบเพาะกายของผม  เหตุผลก็เพราะว่า เราๆท่านๆ สามารถค้นหาข้อมูลได้จากแหล่งอื่นๆ เช่น เราสามารถหาข้อมูลทุกอย่างได้ที่ Google / แต่ผมอยากให้คุณฉุกคิดอย่างนี้ก่อนนะครับ จริงอยู่ที่คุณหาข้อมูลทุกเรื่องเกี่ยวกับการเพาะกายได้ที่ Google  แต่ปัญหาคือ คำตอบนั้น "ถูกต้อง" หรือเปล่า

       ยกตัวอย่างเช่นคนที่เข้ามาตอบในกระทู้ต่างๆ บางคนบอกว่าตัวเองเป็นอดีตแชมป์เพาะกายปีนั้นปีนี้  ดูจากความรู้ที่ตอบออกมาแล้ว ก็แน่นดี พอไปเช็คประวัตินักเพาะกายในอดีต ก็มีตัวตน ทุกคนให้ความนับถือเลื่อมใส แต่ความจริง เป็นแค่ เด็กอายุ 14 ปี ( ที่มีปัญหาทางจิตใจ มาจากทางบ้าน ) ที่ขยันค้นหาข้อมูลเพาะกายจากที่อื่นเพื่อเอามาตอบ ( เลยดูเหมือนมีประสบการณ์การเพาะกายอย่างโชกโชน น่าเลื่อมใส )  รวมไปถึงการหาข้อมูลของนักเพาะกายที่ตัวเอง "มั่ว" เข้าไปสวมบทบาทเป็นนักเพาะกายคนนั้น ( จนเนียน ) ด้วย / ดูเขาจะมีความสุขกับการที่สวมบทบาทเป็นอีกคนหนึ่ง ( เพราะเขาได้รับการเคารพนนับถือในโลกออนไลน์ / ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยได้รับในโลกแห่งความเป็นจริง ) / "โลกออนไลน์" เอื้อให้ เด็กอายุ 14 ปีคนนั้น ปลอมตัวเป็นใครก็ได้ที่เขาอยากจะเป็น
,ผู้หญิงขี้เหร่ ก็ปลอมเป็นผู้หญิงสวยได้ ,ผู้ชายก็ปลอมเป็นผู้หญิงได้ ฯลฯ นี่แหละคือความน่ากลัวของโลกออนไลน์ที่เวลาปฏิสัมพันธ์กัน  ต่างก็ไม่ได้เห็นหน้าเห็นตากันจริงๆ  รู้จักกันผ่านทางตัวหนังสือที่พิมพ์เท่านั้น

       ดังนั้น คำตอบที่ Google ที่บางเรื่องที่คุณคิดว่าได้คำตอบจากผู้มีวัยวุฒิ ,คุณวุฒิ  มันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดก็ได้ / หรือไม่  บางเรื่อง คุณก็อาจได้คำตอบที่ไม่ตรง เพียงเพราะว่าคนตอบ มี "อคติ" กับเรื่องบางเรื่องในวงการเพาะกายก็ได้  ลองอ่านเคสที่ลิงค์นี้  http://www.tuvagroup.com/4Bdbdarticle-001001D-5601261012.html 



       เน้นย้ำว่า ถ้าไม่อยากเสียเวลา ก็ควรเลือกหาอาจารย์ที่เก่งๆ - ทำไมกุ๊กผู้ทะเยอทะยาน ถึงต้องดั้งด้นไปเป็นลูกจ้างร้านอาหารที่ประเทศฝรั่งเศ คำตอบก็เพราะเขาต้อง "แสวงหาอาจารย์ที่เก่ง"  แม้ว่าตัวเองจะต้องไปเป็นลูกกระจ๊อก เป็นแค่คนทำความสะอาดที่ร้านอาหารนั้น  แต่เพื่อให้ได้ความรู้จากอาจารย์ที่เก่ง ( ที่เป็นเจ้าของร้านอาหารนั้น ) แล้วล่ะก็ ลำบากแค่ไหนก็ต้องยอม แม้จะเจออาจารย์แบบเผด็จการ หรือเจ้าอารมณ์ก็ต้องยอม / จึงเห็นได้ชัดว่า เพื่อให้ได้เรียนจากอาจารย์ที่เก่งๆแล้วล่ะก็ ถึงจะต้องสละความสุขสบายของตัวเอง ก็ต้องยอมกันล่ะ / คนที่จะประสบความสำเร็จ ก็ต้องเริ่มจากการหาอาจารย์ที่เก่งๆให้เจอเสียก่อน  ไม่ใช่คิดว่าจะเรียนจากอาจารย์คนไหนก็ได้ ก็เหมือนๆกัน ไม่เห็นต้องง้ออาจารย์ที่เก่งๆเลย 

       ถ้าคุณไม่ง้ออาจารย์ และคิดว่ายึด Google เป็นครูได้ ( คุณอาจคิดว่าได้ความรู้ "ฟรี" โดยไม่ต้องเสียเงินอุดหนุนเวบ )  ถ้าอย่างนั้น ลองพิจารณาเรื่องนี้  เรื่อง "ตกลงว่าจะให้ทานคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว หรือให้ทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ก่อนการเล่นกล้ามกันแน่? " / เมื่อคุณ Search ด้วยกูเกิ้ล คุณจะเจอบทความที่แย้งกันโดยสิ้นเชิง โดยความคิดแย้งนั้น ต่างก็มีผลการวิจัยรองรับฝ่ายของตัวเอง ,มีแชมป์ต่างๆมารองรับคำพูดฝ่ายของตัวเอง จนมา ณ.วันนี้ ยังหาข้อสรุปเรื่องนี้ไม่ได้

       แต่ถ้าคุณมีอาจารย์ที่เก่ง เขาจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้คุณได้  ในขณะที่ว่าถ้าคุณยึด Google เป็นครู แล้วคุณทำไปตามงานวิจัยของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแล้วล่ะก็ ( เช่นทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ก่อนเล่นกล้าม ) คุณก็จะสงสัยไปตลอดว่า "เรามาผิดทางหรือเปล่าหว่า?" นั่นแหละคือเรื่องที่จะรบกวนจิตใจคุณไปตลอด ( เกี่ยวกับคำตอบของคำถามนี้ ผมจะไม่ตอบให้คุณทราบ เพราะเมื่อผมตอบไป ก็จะมีคนเอาคำตอบผมไปลง Google ให้คนอื่น Search อีก ซึ่งนั่น เป็นการหัดนิสัยพึ่ง Google แล้วละเลยความเป็นอาจารย์ความเป็นลูกศิษย์กัน / เรื่องนี้ มันมีคำตอบอยู่ และผมใช้วิธีตอบด้วยการจัดเป็นวิธีปฏิบัติไว้ในตารางฝึกเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น คุณจึงหมดปัญหาเรื่องคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว หรือเชิงซ้อนนี้ไปได้เลย )

       Google เป็นแค่การให้ข้อมูลทั้งหมดแก่คุณ  แต่อาจารย์ที่เก่งคือผู้ที่บริหารจัดการข้อมูลให้คุณ  ( คัดว่าข้อมูลอันไหนเลอะเทอะ ,ข้อมูลอันไหนใช้การได้ ) จะชี้ทางลัดให้คุณ  อย่าลืมว่าคุณพึ่งกำลังจะเดินเข้าอุโมงค์ แต่อาจารย์ที่เก่งและมีประสบการณ์ เขายืนอยู่ปลายอุโมงค์แล้วนะครับ / อ่านเพิ่มเติมที่  http://www.tuvagroup.com/4Bdbdarticle-001001B-5512291055.html

       อาจารย์ที่เก่ง บางคนมีมนุษย์สัมพันธ์ไม่ค่อยดี ,ส่วนคนที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดี ก็อาจเป็นอาจารย์ที่ไม่เก่ง  นั่นหมายความว่า อาจารย์ประเภทที่เข้าหาได้ทุกเวลา โทรศัพท์ไปหาเวลาไหนก็ได้ ,ปรากฏตัวในงานอีเว้นท์ต่างๆทุกงาน  ก็อาจจะไม่ใช่อาจารย์ที่เก่งก็ได้  เพียงแต่เป็นคนที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดีเท่านั้น / ซึ่งความมีมนุษย์สัมพันธ์ดีหรือไม่ดีนั้น มันเป็นคนละส่วนกัน กับ ความเก่งหรือไม่เก่งของอาจารย์ครับ



       เน้นย้ำว่า คำพูดที่ว่า ข้าพเจ้าอยู่ในวงการมาเป็น 10 ปีนั้น "มีหลักฐานเป็นรูปธรรมไหม?" - เวลามีเรื่องถกเถียงกันในกระทู้ หรือกระดานข่าวต่างๆ แล้วมีความเห็นที่ไม่เหมือนกัน  ต่างฝ่ายต่างก็ต้องการจะ เกทับ อีกฝ่ายหนึ่ง เพื่อให้คนอ่านเชื่อทางฝ่ายตน

       คำพูดหนึ่งที่นิยมใช้กันก็คือ "ข้าพเจ้าอยู่ในวงการเพาะกายนี้มาเป็น 10 ปีแล้ว คุณต้องเชื่อข้าพเจ้า?" ประเด็นคือ มีหลักฐานพิสูจน์เกี่ยวกับคำพูดนี้ไหม? ที่เป็นหลักฐานทางรูปธรรมน่ะ 

       ลำพัง ภาพถ่ายเมื่อสิบปีที่แล้ว เป็นรูปภาพนักเพาะกายแบกถ้วยรางวัล แล้วบอกว่า "นี่รูปข้าพเจ้า"  คนพูดก็สามารถไปขอยืมรูปใครมาแสกน แล้วเอามาอวดก็ได้  ภาพของใครก็ไม่รู้


       บางคนพึ่งฝึกมาแค่ปีเดียว แต่ปั้มกล้ามด้วยสเตอรอยด์ จนกล้ามใหญ่ด้วยสเตอรอยด์ แล้วบอกว่าฝึกมา 10 ปีแล้ว ข้าพเจ้าพูดอะไร คุณต้องเชื่อข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้ามีประสบการณ์ 10 ปี ( แต่ความจริงมีแค่ปีเดียว

       บางคนก็ไปจิ๊กนามแฝง หรือแอบตั้งชื่อนามแฝงคล้ายๆกับคนที่เคยตอบกระทู้เพาะกายต่างๆเมื่อสิบปีที่แล้ว  แล้วประกาศในห้องแช็ทว่าตัวเขาคือเจ้าของนามแฝงคนนั้น ( จะได้ดูขลัง ) ข้าพเจ้าพูดอะไร พวกท่านต้องเชื่อข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าอยู่ในห้องแช็ท หรือกระดานข่าวนี้มาสิบปีแล้ว / ในขณะที่เจ้าของนามแฝงตัวจริง เลิกเล่นไปนานแล้ว ก็เลยโดนสวมรอย  


       ในขณะที่เวบเพาะกายของเรา มีหลักฐานเรื่องการโอนไฟลล์เพื่อทำเวบเพาะกาย ( อย่างที่เห็นในรูปข้างบนนี้ที่เห็นได้เป็นรูปธรรมเลยว่า ได้ดำเนินการทำเวบเพาะกายนี้ มาตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน พ.ศ.2543 หรือกว่า 15 ปีมาแล้ว อันนี้สิ มันเห็นได้ มันจับต้องได้

       เพื่อนสมาชิกบางคน อ่านเวบเพาะกายของเราตั้งแต่ยังเรียนมัธยม  ณ.ตอนนี้ก็เป็นผู้จัดการ เป็นผู้บริการกันไปหมดแล้ว เพื่อนสมาชิกเหล่านี้ ก็เป็นพยานให้ได้ว่าเวบเพาะกายของเรา อยู่ในวงการมากว่า 15 ปีแล้วจริงๆ


       อย่าคิดว่า ใครๆก็เปิดเวบเพาะกาย แล้วก็ทิ้งเอาไว้ให้เวลาผ่านไป 15 ปีได้  นั่นไม่จริง!  เพราะคุณต้องไม่ลืมว่า เราต้องเสียค่าเช่าพื้นที่บนอินเตอร์เน็ท ( เช่า Host ) ทุกเดือน ไม่มีข้อยกเว้น  และเวบเพาะกายของเรา ก็ไม่ได้มีสปอนเซอร์ หรือแบนเนอร์อะไรอยู่ที่หน้าเวบเลย  ดังนั้น การที่เวบอยู่ได้นานกว่า 15 ปีนี้ ต้องมาจากการเสียสละเงินทองส่วนตัวมาโดยตลอด  / ดังนั้น ถ้าผมไม่รักเรื่องการให้ความรู้ด้านเพาะกายจริง ผมคงไม่ปล่อยให้ค่าเช่า Host มาดึงเงินในกระเป๋าของผมทุกเดือน เป็นเวลาติดต่อกันกว่า 15 ปีขนาดนี้หรอกครับ! 

       ดังนั้น เมื่อผมพูดว่า ผมมีความรู้เพาะกายที่บ่มเพาะมามากว่า 15 ปี คุณก็ควรเชื่อผม และเชื่อคำสอนของผมด้วย เพราะผมมีหลักฐานเรื่อง "ความมีอยู่ของตัวเวบเพาะกาย" เป็นรูปธรรม

       ในขณะที่คนอื่นบอกว่า "ข้าพเจ้าอยู่ในวงการเพาะกายมาเป็น 10 ปี ข้าพเจ้าพูดอะไร คุณต้องเชื่อข้าพเจ้า" หลักฐานทางรูปธรรมที่ว่าคุณอยู่ในวงการเพาะกายนานขนาดนั้นคืออะไร? หลักฐานนั้นเชื่อได้ไหม? 



       เน้นย้ำว่ากว่า 15 ปีนี้ ผมทำอะไรเกี่ยวกับการเพาะกายบ้าง  - มีผู้ไม่หวังดีบางคน โจมตีเรื่องการ Update เวบ ว่าบางทีก็ไม่ได้ Updateเวบติดต่อกันเป็นเวลานานๆ  ซึ่งการที่ไม่ Update เวบ ก็คือการขาดช่วงความสนใจของ Webmaster / พูดง่ายๆคือ เขาพยายามจะดึงประเด็นเรื่องการไม่ Update เวบ มาชี้ให้เห็นว่าผมขาดการสนใจในวิชาการ การเพาะกาย ขาดการไฝ่หาความรู้ในการเพาะกาย  ความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ได้หายไป ( ความเก่งน้อยลง ว่างั้นเถอะ )

       การดึงประเด็นเรื่องการไม่ค่อย Update เวบเพาะกายขึ้นมา แล้วบอกว่าผมไม่เก่งเหมือนเมื่อก่อนนั้น ไม่ถูกต้องครับ

       ทุกวันนี้ โต๊ะทำงานผมก็เต็มไปด้วยตำราเพาะกายทั้งเล่มใหม่ล่าสุด และเล่มเก่ากลาดเกลื่อนไปหมด ไม่มีตำราอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเพาะกายวางอยู่บนโต๊ะเลย นั่นคือความหลงไหลในการเสาะหาความรู้เพาะกายของผม ที่ยังเข้มข้นเหมือน 15 ปีที่แล้วไม่มีผิด

       การไฝ่หาความรู้ของผม ยังทำตามปกติ คืออ่านตำราเพาะกายทั้งเล่มเก่า เล่มใหม่ แอบอ่านในที่ทำงานด้วย  อ่านก่อนนอนด้วย  อันนี้คือความปกติของผม

       ส่วนการ Update เวบนั้น บางทีไม่ได้ Update มันก็เป็นด้วยเหตุผลอื่น ยกตัวอย่างเช่น พอถึงเวลาที่จะต้องโดนเรียกเก็บค่า Host ,ค่าเช่าโปรแกรม Adobe photoshop และ Adobe illustrator สำหรับทำเวบ  และผมไม่มีรายได้จากการขายอาหารเสริมในเวบเลย  รายได้จากแบนเนอร์ หรือสปอนเซอร์อะไรก็ไม่มีเลย  ผมก็จำเป็นต้องไปช่วยภรรยาขายเสื้อผ้ามือสองบ้าง หรือหารายได้พิเศษอื่นๆบ้างเพื่อนำมาจ่ายค่า Host และ ค่าเช่าโปรแกรม Adobe photoshop และ Adobe illustrator สำหรับทำเวบ เพื่อให้เวบเพาะกายของเราอยู่รอดต่อไป ( บางคนบอกว่าที่ไม่ซื้ออาหารเสริมจากเวบ ก็เพราะ "ตัวเลือกน้อย" / ความจริง มันมีตัวเลือกตั้ง 500 - 600 ตัวที่เวบ Bodybuilding.com คุณก็แค่ใช้บริการของเวบ tuvagroup.com ซื้อ / เหมือนที่ผมทำคำแนะนำไว้ที่ลิงค์  http://www.tuvagroup.com/7fvhp-L-A-01-A-570808-0738.html  )  เท่านี้ ก็มีรายได้เข้าเวบเพาะกายแล้วครับ ดีกว่าคุณไปหลงเชื่อซื้ออาหารเสริมปลอมจากเวบอื่นกันหมด )

       และการที่ผมต้องใช้เวลาไปกับการทำงานพิเศษเพื่อมาใช้จ่ายค่า Host ,จ่ายค่าเช่าโปรแกรม Adobe photoshop และ Adobe illustrator สำหรับทำเวบ / ก็เพื่อให้เพื่อนสมาชิกได้เข้ามาอ่านฟรีๆกันนั้น  มันทำให้เหนื่อย หรือยุ่ง จนไม่มีเวลามา Update เวบนั่นเอง

       ผมกำลังชี้ให้เห็นว่า การไม่ค่อย Update เวบ มันวัดอะไรไม่ได้กับความเก่ง - ไม่เก่งของผม  เพราะผมยังคงศึกษาตำราเพาะกายอยู่ทุกวี่ทุกวัน

       การอ่านตำรา มันไม่เหนื่อย  ดังนั้น ผมจึงสามารถอ่านตำราเพาะกายได้ทุกที่ ทุกเวลาที่ต้องการ แม้งานจะยุ่ง ผมก็ยังหาเวลาอ่านได้อยู่ดี

       แต่การ Update เวบมันไม่เหมือนกับการอ่านครับ เพราะมันเหนื่อยครับ  มันไม่สามารถทำได้ทุกโอกาสเหมือนการอ่านตำรา  มันต้องมีสภาพร่างกายและจิตใจที่พร้อมจริงๆ 

       เรื่องสภาพร่างกาย มันไม่ยาก แค่นอนเต็มอิ่ม ก็ลุกขึ้นมา Update เวบได้แล้ว แต่เรื่องสภาพจิตใจนี่สิ สำคัญ บางทีก็เกิดสถานะการณ์ที่ทำให้ผมเสียอารมณ์และไม่อยาก Update เวบเอาดื้อๆ ยกตัวอย่างเช่น มีเพื่อนสมาชิกถามเมลล์มา และทีมงานเพาะกายก็มี Short Note แนบกับเมลล์มาด้วยว่า เพื่อนสมาชิกที่ถามมานี้ เคยซื้ออาหารเสริมกับทางเวบครั้งสุดท้าย เมื่อสองปีที่แล้ว  แต่ในเนื้อเมลล์บอกว่ายังใช้อาหารเสริมอยู่  จึงชี้ชัดแล้วว่า ไปซื้ออาหารเสริมจากที่อื่นมาใช้  เพราะตามฐานข้อมูลแล้ว เขาอุดหนุนสินค้าจากทางเวบครั้งสุดท้ายก็ 2 ปีมาแล้ว

       พออ่าน Short Note ของทีมงานเพาะกายแล้ว มันน่าน้อยใจครับ  เรานั่งหลังขดหลังแข็งแปลตำรา ,จ่ายค่า Host ,จ่ายค่าเช่าโปรแกรม Adobe photoshop และ Adobe illustrator สำหรับทำเวบ  เพื่อให้เพื่อนสมาชิกเข้ามาอ่านเนื้อหาในเวบฟรีๆ แต่เพื่อนสมาชิกบางท่าน กลับไม่เห็นคุณค่าเลย  เวลาเอาความรู้มาเอากับเวบเรา  แต่เวลาจะต้องเสียเงิน กลับเอาเงินไปเสียให้กับที่อื่น  / นี่คือเรื่องที่เสียอารมณ์มากๆ  ตกลงว่าวันนั้น หรือเดือนนั้น ผมก็เลยไม่ Update เวบเอาเลยดื้อๆ ( เอาเวลาไปหาเงินด้วยวิธีอื่นดีกว่า... ) ( หลังๆทีมงานเลยต้องขยันกรองเมลล์พวกนี้ออกไป เพราะไม่อยากให้ผมน้อยใจ แล้วพาล ไม่ Update เวบเสียอย่งนั้น )

       สรุปในหัวข้อนี้ก่อนว่า ผมยังศึกษาหาความรู้เพาะกายโดยตลอด  ส่วนการที่ไม่ค่อยได้ Update เวบนั้น ไม่ได้แปลว่าผมเลิกใส่ใจกับความรู้ทางด้านเพาะกายหรอกนะครับ มันคนละส่วนกัน ต้องแยกกันให้ออก 



       เน้นย้ำว่า อย่าวัดความเก่งหรือไม่เก่งของ Webmaster ด้วยการดูความสวยงามที่หน้าเวบ - โอเค ถ้าเวบผมเป็นเวบที่ขายบริการเกี่ยวกับการรับจ้างจัดทำหน้าเวบไซท์ แล้วผมดันทำหน้าเวบของผมเสียจืดชืด อย่างนี้ คุณก็ควรไปหาผู้รับจ้าง ที่เขามีผลงานทำหน้าเวบของตัวเอง สวยๆจะดีกว่า / แต่ในเมื่อเวบผมเป็นเวบเพาะกาย และผมไม่ค่อยมีความสามารถทางด้านการทำหน้าเวบเท่าไร นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเนื้อหาในเวบจะไม่แน่น และผมจะไม่เก่งเรื่องเพาะกายหรอกนะครับ

       เวบเพาะกายอื่นที่สวยๆ แต่มีแบนเนอร์ มีสปอนเซอร์ของอาหารเสริมของห้างร้านต่างๆเต็มไปหมด คุณจะแน่ใจได้อย่างไรว่าวิธีการให้ความรู้ของเขา จะไม่มีอคติ หรือไม่เอนเอียงไปทางด้านการเชียร์สินค้าตัวใดตัวหนึ่ง



       เน้นย้ำว่า ความเร็วในการ Update เวบ ก็อาจจะไม่ทันใจคนอ่านบ้าง - อย่าเอาเวบผมไปเทียบกับเวบอื่นๆเลยครับ เวบอื่นๆ เขามีรายได้จากการขายโน่นขายนี่ในเวบมากมาย เขาสามารถจ้างคนมาช่วยทำเวบได้  แต่สำหรับเวบผม เนื่องจากผมไม่ได้รับสปอนเซอร์จากที่ไหน ดังนั้น เวลาทำเวบ ผมต้องเขียนเวบเพจเพียงคนเดียว ( เพื่อความประหยัด ) มันก็เลยอาจทำให้ Update เนื้อหาไม่ทันใจเพื่อนสมาชิกไปบ้าง / ให้อ่านเพิ่มเติมที่ลิงค์นี้นะครับ  http://www.tuvagroup.com/4Bdartic-001001T-580802-1409.html



       เน้นย้ำว่า การ ไม่ได้รับการตอบกลับ ( ทางอีเมลล์ ) อาจมีมาจากหลายสาเหตุ - แต่ที่เป็นหลักก็จะมีอยู่แค่ 2 ประการเท่านั้นคือ

               เมลล์ของคุณ ถูกบริหารจัดการโดยทีมงานเพาะกาย - ยกตัวอย่างเช่น เมลล์ที่บอกว่าตัวเองอยู่ต่างประเทศ ( เลยไม่สามารถอุดหนุนสินค้าของทางเวบได้ ) ,เมลล์ที่ไม่ได้แนบการสั่งซื้อสินค้าทางเวบ ภายในช่วง 2 - 3 เดือนย้อนหลังมาด้วย ฯลฯ 

               เมลล์นั้น ผมตอบแล้ว ( เพราะบังเอิญ ผมเข้ามาอ่านเมลล์ของคุณก่อนที่ทีมงานเพาะกายจะเข้ามาบริหารจัดการ ) แต่ปัญหาคือ เมลล์ที่ผมตอบฉบับนั้น ไปลง "ถังขยะ" ( Trash ) ในอีเมลล์ของคุณ คุณเลยไม่ทราบว่าผมตอบแล้ว - วิธีแก้ปัญหาคือคุณต้องเพิ่มชื่อเมลล์ของผม tuvayanon@outlook.com  เข้าไปใน "ผู้ส่งที่ปลอดภัย" ( ผมไปขอยืมลิงค์อธิบายมาจากเวบรับฝากซื้อสินค้านะครับ ลองอ่านดูครับ ที่  http://www.tuvagroup.com/ercs-001001M-580420-1015.html  ) 



       เน้นย้ำว่า เวลาก็เปรียบเหมือนเงินทอง อย่าแสวงหาความสมบูรณ์แบบ หากคุณไม่ค่อยมีเวลา - ถ้าคุณเป็นคนมีเงินมาก คุณก็สามารถใช้เงินซื้อของได้ทุกอย่าง ทั้งของที่จำเป็น และของที่ไม่จำเป็น / แต่ถ้าคุณเป็นคนมีเงินทองน้อย คุณจะต้องซื้อแต่ของที่จำเป็นก่อน

       เงินที่ว่านี้ ก็ "เปรียบ" ได้กับเวลาที่คุณมีในแต่ละวัน  หากคุณมีเวลามาก คุณก็สามารถใช้เวลาในการเล่นกล้ามได้ทุกส่วน ทั้งที่จำเป็นต้องเล่น และที่ไม่ค่อยจำเป็น แต่ถ้าคุณมีเวลาน้อย เพราะต้องดูแลครอบครัว ,ต้องอ่านหนังสือเรียน ,ต้องทำมาหากิน คุณจะต้องใช้เวลาที่น้อยๆนั้น ไปเล่นกล้ามเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น ให้ตัดส่วนที่ไม่จำเป็นออก เช่นกล้ามแขนท่อนปลาย ,กล้ามคอ ,กล้ามท้อง ( เกี่ยวกับกล้ามท้องนี้ ให้อ่านเพิ่มเติมที่  http://www.tuvagroup.com/pcs-001001G-580215-2059.html  ) ,รวมไปถึงการทำคาร์ดิโอด้วย / คือหมายความว่า ถ้าคุณมีเวลามากๆเหมือนพวกนักเพาะกายระดับแชมป์ ที่กิน นอน และฝึกอย่างเดียว โดยที่ไม่ต้องทำงานอย่างอื่น คุณก็สามารถบริหารทุกอย่างเหมือนเขาได้ครับ / แต่ถ้าไม่ได้มีเวลามากอย่างนั้น ก็ให้ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกก่อน ( แต่กล้ามขา ถือเป็นตัวหลักที่คุณต้องเอาใจใส่นะครับ ไม่สามารถตัดออกได้ ส่วนที่ตัดออกได้คือ แขนท่อนปลาย ,กล้ามคอ ,กล้ามท้อง และการทำคาร์ดิโอครับ )



       เน้นย้ำเรื่อง " อาหารเสริมปลอม " - จงจำไว้ว่าไม่มีคนขายอาหารเสริมปลอมเจ้าไหนที่บอกว่าตัวเองขายอาหารเสริมปลอม  / การกินของมีพิษ ( อาหารเสริมปลอม ) เข้าร่างกาย คือการตายผ่อนส่ง เพราะของพิษเข้าสู่กระแสเลือดแล้ว มันจะฝังอยู่อย่างนั้นเป็นสิบๆปี / ที่แนะนำคือ หาร้านขายที่เป็นหลักเป็นแหล่งจะดีกว่า เหมือนที่แนะนำในลิงค์นี้  http://www.tuvagroup.com/4Bdbdarticle-001001B-5512211533.html 

       หมายเหตุ - เวบเพาะกายของผม ให้ความรู้ที่มาจากนักเพาะกายระดับโลก ,เวบผมสอนให้ทุกคน มีความกตัญญูกับพ่อแม่ ,เวบผมสอนให้ซื่อสัตย์ เช่น ใช้โปรแกรมลิขสิทธิ์  พูดง่ายๆ คือเวบผมไม่ได้ทำอะไรที่มันไม่ดี  แต่สิ่งที่ผมเน้นก็คือ การต่อต้านอาหารเสริมปลอม / ดังนั้น คนที่มาต่อว่าเวบผม ส่วนมากก็คือผู้ที่เสียประโยชน์จากการขายอาหารเสริมปลอมของเขานั่นเอง  ดังนั้น เขาย่อมทำ ย่อมพูดทุกวิถีทาง เพื่อ discredit เวบผมให้ได้มากที่สุด / เพื่อนสมาชิกก็ชั่งน้ำหนักเอาแล้วกันครับ ว่าควรจะเชื่อใคร



heraldsun.com.au

       เน้นย้ำเรื่อง " จะเชื่อคำพูดใคร? " - มีนักเพาะกายบางคน ที่ต้องการให้ได้ "การยอมรับ" ในสังคมเพาะกาย ,ต้องการเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับสินค้าบางอย่าง ,ต้องการงานออกอีเว้นท์ หรือบู๊ทขายอาหารเสริมปลอม ,ต้องการงานถ่ายแบบโฆษณาสถาบันฟิตเนส ฯลฯ  ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ทำให้นักเพาะกายเหล่านี้ ถึงกับลงทุน "ใช้สเตอรอยด์" - แน่นอนว่า แม้ว่าต้องแลกด้วยชีวิตบั้นปลาย ( ที่ต้องสั้นลง )  แต่นักเพาะกายเหล่านี้ ก็ยอมแลก เพราะมันเป็นเรื่องของการหาเงินทอง ในช่วงน้ำขึ้นให้รีบตัก  / อีกอย่างก็คือ ถ้าตัวเองไม่ใช้สเตอรอยด์ ก็จะมีนักเพาะกายอีกคนที่ใช้สเตอรอยด์ แล้วก็จะมาแย่งงานของเขาไป

       ชีวิตใครชีวิตมัน เอาเป็นว่าผมไม่ก้าวก่ายอาชีพของคุณ "แต่" ปัญหามันก็เกิดจนได้ ก็ตอนที่เพื่อนสมาชิก ถามปัญหาต่อนักเพาะกาย ( ที่ใช้สเตอรอยด์ ) คนนั้น ในเรื่องหนึ่ง แล้ว เพื่อนสมาชิกคนเดียวกันนี้ ก็เอาคำถามเดียวกันนั้น มาถามผม แล้วปรากฏว่าได้คำตอบไม่ตรงกัน

       พอเพื่อนสมาชิกคนนั้น เอาคำตอบของผม ไปย้อนถามนักเพาะกาย ( ที่ใช้สเตอรอยด์ ) คนนั้นอีกที ว่าทำไม Webmaster ( หมายถึงผม ) ถึงตอบไม่ตรงกับที่เขา ( หมายถึงนักเพาะากยที่ใช้สเตอรอยด์ ) คนนั้นตอบ เขาก็อารมณ์ไม่ดีทันที และพูดว่า ตัวเขาเอง ได้รับการยอมรับในวงการเพาะกาย ,ได้เป็นพรีเซนเตอร์ ,ได้มีงานถ่ายแบบ และมีรูปร่างสวยอย่างที่เห็นตามสื่อ หรือ Face book ต่างๆ  ส่วน Webmaster ( หมายถึงผม ) เป็นแค่นักทฤษฏี  ไม่ใช่นักปฏิบัติเหมือนเขา ( หมายถึงนักเพาะกายที่ใช้สเตอรอยด์คนนั้น ) / ดังนั้น คุณ ( หมายถึงเพื่อนสมาชิกที่ถาม ) ควรจะเชื่อเขามากกว่า /  เอาล่ะ.. ถ้าอย่างนั้น เรามาดูเรื่องนี้กัน


       ที่คุณโจมตีว่าผมเป็นแค่นักทฤษฏีนั้น  แล้วคุณรู้ไหมว่าผมเอาทฤษฏี ( ที่คุณโจมตี ) นั้น มาจากไหน? คำตอบก็คือ ผมเอามาจากทฤษฏีนั้น มาจาก ภาคปฏิบัติของนักเพาะกาย "ระดับโลก" ที่ผมเพียรรวบรวมมาจะยี่สิบปีแล้ว ( ตั้งแต่ก่อนทำเวบเพาะกายนี้เสียอีก )  และนักเพาะกายพวกนั้น ก็ต้องอยู่ในช่วงที่ขึ้นเวทีประกวดอยู่ด้วย

      
และถ้าถามต่อว่า แล้วทำไมต้องเน้นว่า เป็นช่วง "ที่กำลังขึ้นเวทีประกวดอยู่" ด้วยล่ะ? คำตอบก็อาจจะแสลงใจคุณสักหน่อย แต่ก็ต้องขอตอบว่า เพื่อหลีกเลี่ยงข้อมูลที่ได้จากนักเพาะกายที่ใช้สเตอรอยด์นั่นเอง  ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น?

ภาพจาก mcot.net  และ webboard.yenta4.com

       มันก็เหมือนกับการประกวดนางงาม / การประกวดนางงาม เขาย่อมมีข้อห้ามเรื่องการทำศัลยกรรม แล้วขึ้นประกวด

       นั่นก็หมายความว่า เมื่อเราดูผู้เข้าประกวดนางงาม เราก็ย่อมเชื่อใจได้ว่า เธอเหล่านี้ สวยมาแต่เกิดจริงๆ ไม่ใช่สวยเพราะการทำศัลยกรรม
/ ที่เราเชื่ออย่างนั้นได้ ก็เพราะว่า บนเวทีประกวด มันมีข้อห้ามเรื่องการทำศัลยกรรมอยู่

       สมมติว่า มีผู้เข้าประกวดได้ชนะเลิศตำแหน่ง นางสาวไทย ปี พ.ศ.2556 ( สมมตินะครับ ) และได้ออกจากตำแหน่งไปแล้วเนื่องจากมี นางสาวไทยปี พ.ศ.2557 มาแทน  อย่างนี้ ก็ถือได้ว่า นางสาวไทย ปี พ.ศ.2556 นั้น "ไม่ได้อยู่ในช่วงประกวดแล้ว" / กรณีนี้ เมื่อเราไปถ่ายรูป นางสาวไทย ( ที่ได้ตำแหน่งเมื่อปี พ.ศ.2556 ) นั้น โดยเราถ่ายในปี พ.ศ.2557  โอกาส "รูปถ่ายที่ออกมา" แล้วได้ความสวยที่มาจาก การทำศัลยกรรม ก็เป็นไปได้สูง  เพราะว่าหลังจาก นางสาวไทย ปี พ.ศ.2556 พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว ก็ไม่มีข้อห้ามอะไรที่จะไม่ให้เธอทำศัลยกรรม

       ฉันท์ใดก็ฉันท์นั้น การที่ผมเอาข้อมูลจากนักเพาะกายที่กำลังประกวดอยู่ ก็เพราะนักเพาะกายที่อยู่ในช่วงอายุที่ประกวดอยู่ มันมีข้อห้ามเรื่องการใช้สเตอรอยด์ ( ก็เหมือนการที่ประกวดนางงาม มีข้อห้ามเรื่องการทำศัลยกรรม ) / เช่นนักเพาะกายในเวทีระดับโลกผู้หนึ่งที่ประกวดจนกระทั่งเขาอายุ 40 ปี  ผมก็จะเอาข้อมูลการฝึกของเขา แค่ไม่เกินอายุ 40 ปี มาให้เพื่อนสมาชิกอ่าน 

       สาเหตุทีผมไม่เอาข้อมูลจากนักเพาะกายคนนี้ ตอนอายุ 41 ปีขึ้นไปมาให้เพื่อนสมาชิกอ่าน  ก็เพราะว่าในช่วงอายุ 41 ปีขึ้นไปของนักเพาะกายระดับโลกผู้นั้น เขาเลิกประกวดไปแล้ว   ซึ่งการที่เขาเลิกประกวดไปแล้ว และเขายังมีกล้ามสวยอยู่ได้ มันก็มีความเสี่ยงเรื่องการใช้สเตอรอยด์อยู่  ( เพราะเขาไม่ต้องขึ้นประกวดแล้ว จึงไม่มีคณะกรรมการใดมาตรวจสอบสเตอรอยด์ในปัสสาวะจากเขาได้ )

       และแม้ว่า ผมจะคัดสรรข้อมูลจากนักเพาะกาย "เฉพาะ" ที่กำลังประกวดอยู่นั้น  ผมก็ยังคัดอีกด้วยว่า เวทีที่เขาขึ้นประกวดนั้น ต้องเป็นเวทีระดับสูงด้วย เหตุผลมันก็คล้ายกับการประกวดนางงามในบ้านเรา ดังภาพข้างล่างนี้

( ภาพบน ) จากเวทีประกวดนางสาวไทย


( ภาพบน ) จากเวทีประกวดธิดากาชาด ระดับอำเภอ

ภาพจาก bbznet.pukpik.com และ manager.co.th

       ความสวยของสาวงามทั้งสองเวทีข้างบนนี้ ก็พอๆกัน ( คือเวทีประกวดนางสาวไทย กับเวทีประกวดธิดากาชาดระดับอำเภอ ) / แต่เหตุผลที่เราเชื่อมั่นเวทีประกวดนางสาวไทย มากกว่าเวทีประกวดธิดากาชาด ระดับอำเภอ ก็เพราะว่า "มาตรฐานการตรวจว่าทำ-ไม่ทำ ศุัลยกรรม" ของเวทีประกวดนางสาวไทย ย่อมสูงกว่าเวทีประกวดธิดากาชาด ระดับอำเภอ เป็นอย่างมาก

       คือในความสวยที่เท่ากัน ( ระหว่างผู้เข้าประกวดบนเวทีประกวดนางสาวไทย กับเวทีประกวดธิดากาชาดระดับอำเภอ ) นั้น  ผู้เข้าแข่งขันเวทีประกวดธิดากาชาดระดับอำเภอ อาจทำศัลยกรรม แล้วขึ้นเอาชนะ หรือได้ตำแหน่งระดับสูงบนเวทีธิดากาชาดนั้นก็ได้  เพราะว่ามาตรฐานการตรวจว่าผู้เข้าประกวด ทำ - ไม่ทำ ศัลยกรรม ไม่เข้มข้นมากเท่ากับผู้เข้าแข่งขันเวทีนางสาวไทย

       ฉันท์ใดก็ฉันท์นั้น  มันมี "นักกล้ามเกย์" จาก "เวบเกย์" ที่กล้ามสวยกว่ามิสเตอร์โอลิมเปียเสียอีก / และก็มีนักเพาะกายไทย บางเวที ที่หุ่นสวยกว่าคนเข้ารอบสุดท้ายของรายการมิสเตอร์โอลิมเปีย เสียอีก / แต่ผมไม่เอาข้อมูลของคนเหล่านั้น มาสั่งสอนเพื่อนสมาชิก  ก็เพราะว่า สำหรับเวบเกย์แล้ว มันไม่มีอะไรการันตีเลยว่าเขาจะไม่ใช้สเตอรอยด์ เพราะว่าเขาไม่ได้อยู่ในรายการแข่งขันใดๆ / และสำหรับนักเพาะกายไทย บางเวที มันก็มี มาตรฐานการตรวจสเตอรอยด์ในปัสสาวะ ที่ต่ำกว่าเวทีประกวดเพาะกายระดับโลกด้วย ( ก็เหมือนการที่ มีผู้หญิงไปทำศัลยกรรม แล้วเอาชนะได้ในรายการประกวด ธิดากาชาดระดับอำเภอ ได้นั่นเอง ก็เพราะมาตรฐานการตรวจการทำ-ไม่ทำ ศัลยกรรม มันต่ำกว่ามาตรฐานของเวทีประกวดนางสาวไทย จึงทำให้คนทำศัลยกรรม เล็ดลอดขึ้นไปเอาตำแหน่งสูงๆในการประกวดธิดากาชาด ระดับอำเภอได้ )

       สรุปตรงนี้ก่อนว่า สาเหตุที่ผมคัดสรรคำสอน เฉพาะที่มาจากนักเพาะกายที่กำลังอยู่ในช่วงประกวด ก็เพราะว่า คำสอนของนักเพาะกายที่กล้ามสวยโดยไม่ได้ใช้สเตอรอยด์ ย่อม "ศักดิ์สิทธิ์กว่า" คำสอนจากนักเพาะกายที่กล้ามสวย แต่มีความเป็นไปได้ที่จะใช้สเตอรอยด์ นั่นเองครับ

( ภาพบน ) ไม่ได้หมายความว่านักเพาะกายไทยทุกคนจะใช้สเตอรอยด์
"แต่" คนไหนที่ใช้ คนในวงการจะรู้กัน และให้ Search ด้วยกูเกิ้ลก็จะรู้


ภาพจาก philstar.com


       ( ภาพบน ) ผมไม่ได้บอกว่า นักเพาะกาย "ไทย" ทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงแข่งขัน หรือเลิกแข่งไปแล้ว จะใช้สเตอรอยด์หรอกนะครับ / แต่คนในวงการเพาะกายด้วยกัน เช่น ผู้เคยเข้าแข่งร่วมกันระดับทีมชาติ ฯลฯ เขาจะรู้กันว่าใครใช้หรือไม่ใช้  เพราะเป็นเรื่องที่ปิดกันไม่มิด

       ดังนั้น เวลาที่คุณถามคำถามเรื่องอะไรก็ตาม แล้วได้คำตอบที่ไม่ตรงกัน ระหว่างคำตอบที่ได้จากผม Webmaster ที่ใช้ข้อมูลของ นักเพาะกายระดับโลก ที่กำลังอยู่ในช่วงแข่งขัน เอามาให้คุณอ่าน / กับคำตอบที่ได้จาก นักเพาะกายไทย ( ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงแข่ง หรือเลิกแข่งไปแล้วก็ตาม ) / คุณก็ควรตรวจสอบความศักดิ์สิทธิ์ในคำพูดเสียก่อน ว่าของใครจะศักดิ์สิทธิ์กว่ากัน ( ระหว่างผม Webmaster กับนักเพาะกายไทยผู้นั้น )

       วิธีตรวจความศักดิ์สิทธิ์ในคำพูดอย่างหนึ่งก็คือ ให้คุณลอง Search ที่กูเกิ้ลว่า นักเพาะกายไทยผู้นั้น ยุ่งเกี่ยวกับสเตอรอยด์หรือเปล่า
/ ถ้ามีคนที่น่าเชื่อถือ ( เช่นเคยแข่งเพาะกายทีมชาติด้วยกัน ) มาเป็นผู้แฉในกูเกิ้ลว่านักเพาะกายไทยผู้นั้น ใช้สเตอรอยด์  อย่างนี้ก็ถือว่าความศักดิ์สิทธิ์ในคำพูดของนักเพาะกายไทยผู้นั้น ได้ถูกทำลายลงแล้ว!  

       เมื่อความศักดิ์สิทธิ์ในคำพูดของนักเพาะกายไทยผู้นั้น ได้ถูกทำลายลงแล้ว ( เพราะมีคนจับได้ว่าเขาใช้สเตอรอยด์ )  คำตอบใดๆก็ตามที่ได้จากผม Webmaster ที่ใช้ข้อมูลจากนักเพาะกายระดับโลก ที่กำลังอยู่ในช่วงแข่งขันอยู่ "ย่อมน่าเชื่อถือว่า ,ย่อมศักดิ์สิทธิ์กว่า" นักเพาะกายผู้ใช้สเตอรอยด์ผู้นั้น

       ถ้าอยากรู้ว่านักเพาะกาย "ไทย" คนไหนใช้สเตอรอยด์ ให้ใช้การ Search กูเกิ้ลเอานะครับ เพราะจะมีคนมาแฉความจริงให้คุณทราบเอง  คุณอย่าเสียเวลาไปถามเจ้าตัวเลยครับ ไม่มีใครเขายอมรับหรอกว่าเขาใช้สเตอรอยด์ เพราะมันจะเสียหายต่อภาพลักษณ์ ของเขาน่ะครับ ( และคุณก็อย่าไปให้แหล่งข้อมูลเขานะครับ เดี๋ยวคนให้ข้อมูล เขาจะเดือดร้อน )


       เสริมความรู้นิดหน่อยครับ : สมาคมเพาะกายระดับโลก IFBB ได้ยกเว้นเรื่องการตรวจสเตอรอย์ ในปี ค.ศ.1995 เพียงปีเดียว คือเป็นปีแรก และปีสุดท้าย / ดังนั้น นักเพาะกายที่ชนะระดับโลกในปี ค.ศ.1995 จึงมีความเสี่ยงในการใช้สเตอรอยด์สูง / ดังนั้น ผมจึง "ไม่เอา" ข้อมูลของนักเพาะกายระดับโลก ที่ให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อปี ค.ศ.1995 มาให้เพื่อนสมาชิกอ่าน นะครับ 


metafilter.com

       จากข้อความก่อนหน้านี้ ที่ผมบอกว่า ผมจะใช้ข้อมูลของนักเพาะกายระดับโลก ที่อยู่ในช่วงแข่งขัน  ถ้าเขาแข่งขันถึงแค่อายุ 40 ปี ผมก็จะเอาข้อมูลแค่ไม่เกินอายุ 40 ปีของนักเพาะกายผู้นั้นมาบอกเพื่อนสมาชิก / ปัญหาคือ แล้วถ้าเพื่อนสมาชิกอยู่ในวัยสูงกว่านั้น เช่น เพื่อนสมาชิกอายุ 69 ปี แล้วอย่างนี้ ผมจะเอาข้อมูลที่ไหนมาสั่งสอนเพื่อนสมาชิกล่ะ ในเมื่อมันไม่มีนักเพาะกายระดับโลก ที่อยู่ในช่วงแข่งขัน ที่อยู่ในวัย 69 ปี

( ภาพบน ) Vince Mcmahon ในวัย 69 ปี!

mensfitness.com

       เมื่อไม่มีคำสอนจากนักเพาะกายระดับโลก ที่อยู่ในช่วงแข่งขัน ในวัย 69 ปี  แหล่งข้อมูลที่ผมจะใช้ในการให้ความรู้แก่เพื่อนสมาชิกก็คือ พวกงานวิจัยต่างๆเกี่ยวกับคนเล่นกล้ามที่สูงอายุ  ที่ "ถูกตีพิมพ์" ในนิตยสารต่างๆ / ทำไม ถึงต้องเลือกเฉพาะงานวิจัย ที่ "ถูกตีพิมพ์" ทำไมถึงใช้งานวิจัยในโลกอินเตอร์เน็ทไม่ได้ ? คำตอบเป็นดังนี้ครับ

       เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีข้อมูลในโลกอินเตอร์เน็ท ที่แชร์กันมาว่า "มะนาวแก้มะเร็งได้" โดยในการให้ข้อมูลนั้น ได้ให้หมายเลขงานวิจัย ได้ให้สถาบันที่รองรับงานวิจัยนั้นเสร็จสรรพ ทำให้ดูน่าเชื่อถือเป็นอย่างยิ่ง / แต่ปรากฏว่าในภายหลัง ก็มีคนมาแฉความจริงว่างานวิจัยนั้นเป็นของเก๊ คือมั่วหมายเลขทะเบียนงานวิจัย และมั่วเรื่องสถาบันที่รองรับเรื่องการวิจัยนั้นด้วย

       แต่กว่าจะรู้ว่าเป็นของเก๊  คนก็พากันจำข้อมูลนี้ ( ว่ามะนาวแก้มะเร็งได้ ) กันไปครึ่งโลกแล้ว / ดังนั้น มันจึงเป็นการดีกว่า ที่ "ก่อนจะจำ" งานวิจัยชิ้นไหน  ก็ให้แน่ใจก่อนว่างานวิจัยนั้นเป็นของแท้  ไม่ใช่ว่าไปจำเอาแบบสุ่มสี่สุ่มห้า แล้วต้องมาคอยลบความจำทีหลังเมื่อรู้ว่างานวิจัยที่อ่าน มันเป็นของเก๊

       พอถูกจับได้ว่าเป็นงานวิจัยเก๊  ไอ้เจ้าคนที่โพสท์ข้อความไว้คนแรก มันก็แค่ลบข้อความมันทิ้ง มันก็จบแล้ว ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรกับคำโพสท์ที่มันเคยโพสท์ไว้

       แต่ถ้าเป็นงานวิจัย ที่ "ถูกตีพิมพ์" ในตำรา หรือนิตยสาร และบริษัทที่ตีพิมพ์ ได้จำหน่าย หรือแจกออกไปแล้ว  หากในภายหลัง มีคนตรวจสอบว่า มันเป็นงานวิจัยเก๊  ไอ้เจ้าบริษัทที่ตีพิมพ์นิตยสาร หรืองานวิจัยนั้น ก็ไม่สามารถไปนำนิตยสาร หรือเอกสารงานวิจัยนั้นกลับมาแก้ไขได้ เพราะมันได้กระจายไปอยู่ในมือคนซื้อ ไปหมดแล้ว  / ซึ่งนั่นมีผลเป็นอย่างมากต่อการจำหน่ายนิตยสารฉบับต่อไปในอนาคต  เพราะเมื่อคนไม่เชื่อถือบริษัทที่พิมพ์นิตยสารนั้นแล้ว ( เพราะเคยพิมพ์งานวิจัยเก๊ เอาไว้ครั้งหนึ่ง )  บริษัทนั้น ก็จะขายนิตยสารของเขาไม่ได้อีกต่อไป 

       นี่จึงเป็นสาเหตุให้บริษัทที่ตีพิมพ์งานวิจัยลงในนิตยสาร ต้องมีการ "กลั่นกรอง" ชิ้นงานวิจัยที่จะเอาลงนิตยสารของเขาเป็นอย่างมาก เพราะถ้าลงพิมพ์ไปแล้ว และจำหน่ายไปแล้ว มันเอากลับมาแก้ไม่ได้ / และอาจเป็นเหตุให้บริษัทที่ผลิตนิตยสาร "ที่เป็นคู่แข่ง" งัดเอามาโจมตีได้ ยกตัวอย่างเช่นเอาไปประจานในสื่อต่างๆว่า นิตยสาร Flex เดือนนั้น ปีนั้น หน้านั้น ได้พิมพ์งานวิจัยไว้ผิดๆ ... ฯลฯ 

       และเมื่อนิตยสารที่ตีพิมพ์นั้น ได้กลั่นกรองงานวิจัยที่ลงตีพิมพ์เป็นอย่างดีแล้ว การที่ผมไปเอางานวิจัยจากนิตยสารนั้น มาถ่ายทอดความรู้ให้เพื่อนสมาชิก  ข้อมูลนั้น ก็คือข้อมูลที่ถูกกลั่นกรองมาแล้ว ( โดยนิตยสารที่ตีพิมพ์ ) นั่นเอง

       แต่ถ้าคนอื่น ที่ถ่ายทอดความรู้ให้คุณ ไปเอางานวิจัยในอินเตอร์เน็ทมาถ่ายทอดความรู้ให้คุณ  แม้ว่าคนที่เอาความรู้มาถ่ายทอดให้คุณนั้น จะไม่ได้มีเจตนาจะหลอกคนอ่านก็ตาม แต่แหล่งความรู้ที่เขาไปเอามานั้น มันเอามาจากโลกอินเตอร์เน็ท ซึ่งอาจเป็นความรู้ปลอมๆ มั่วๆมาตั้งแต่แรกก็ได้  เพราะคนโพสท์คนแรก ก็ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร อย่างมาก ถ้ามีการสืบสวนกัน มันก็แค่ลบข้อความนั้นทิ้ง แล้วก็หนีหายไปในกลีบเมฆ

       ที่พูดมาทั้งหมดนี้ ก็คืออยากจะสรุปว่า ถ้าเป็นเรื่องอื่นๆ เช่นการทำอาหาร ,การท่องเที่ยว คุณก็ไปเชื่อคนอื่นได้ แต่ถ้าเป็นเรื่อง "เพาะกาย" คุณควรจะเชื่อ ผม ซึ่งมี "ความรู้พิเศษด้านเดียว" ( ซึ่งก็คือความรู้เรื่องการเพาะกายเพียงอย่างเดียว แทบไม่มีความรู้ด้านอื่นๆเลย / เพราะคนที่รู้หลายเรื่อง มักจะเหมือนเป็ด คือไม่ได้เรื่องสักเรื่อง คือบินได้แต่ไม่เก่ง ,ว่ายน้ำได้แต่ไม่เก่ง ) และผมยังมีนิสัยหมกมุ่นอยู่กับการแสวงหาความรู้จากแหล่งต้นตอที่ถูกต้อง และน่าเชื่อถืออีกด้วยครับ 



       ผมหวังว่า ที่เขาคำนวณไว้ข้างบนนี้คงจะไม่ถูกต้อง เพราะถ้าเป็นไปแบบที่คำนวณไว้ข้างบนนี้ ก็แสดงว่าเด็กเช็ดกระจกรถที่ไฟแดง "มีรายได้มากกว่าผม 45 เท่า"  และค่าใช้จ่ายต้องน้อยกว่าผมเป็นร้อยเท่า เพราะใช้แค่ไม้เช็ดรถกับน้ำยาเช็ดกระจก  ในขณะที่ผมมีรายจ่ายเป็นตำราเพาะกาย ,คอมพิวเตอร์ ,โปรแกรม ,ค่าเช่า Host ฯลฯ

       ถ้าทุกคนพากันอ่านเวบฟรี ไม่สนับสนุนสินค้า ไม่มีการบริจาค สงสัยต้องเปลี่ยนอาชีพซะแล้ว